บทที่ 1
เสียงเครื่องช่วยหายใจดังเป็จังหวะ บ่งบอกสัญญาณชีพ ข้างๆ กันมีหญิงสาวนอนหายใจแ่เบาอยู่บนเตียงคนไข้ มีนาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างภายในห้อง แล้วเหม่อมองเพดาน สมองสับสนงุนงงกำลังประมวลผลว่าตนเองอยู่ที่ไหน
ภาพความทรงจำสุดท้าย จำได้ว่ากำลังหนีตายจากพวกค้ามนุษย์เถื่อนในป่าแถบเขตชายแดน หลังจากพยายามหลบหนีอยู่นานในท้ายที่สุดก็ไม่อาจหนีพ้นและโดนพวกมันจับไป เธอพยายามขัดขืนต่อสู้อยู่นาน และถูกพวกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ก่อนที่สติจะดับวูบไปเพราะทนพิษาแไม่ไหว
เสียงเปิดประตูห้องดึงความคิดของมีนาออกจากภวังค์ พยาบาลสาวเข้าเช็กอาการของคนไข้
“คุณ ดาริน ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างคะ?”
“……”
“คุณดารินคะ ได้ยินเสียงพยาบาลมั้ยคะ?”
“……” ‘ดารินหรอ พูดถึงใคร? หมายถึงเราหรอ?’
“คุณดารินคะ??”
“..คะ? .....คุณพยาบาลพูดกับฉันหรอคะ? ดารินคือชื่อฉันหรอคะ?”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้ร่างกายเป็ยังไงบ้างคะ? จำไม่ได้หรอคะว่าตัวเองเป็ใคร? แล้วเกิดอะไรขึ้น”
“……..” มีนาเลือกที่จะเงียบ และไม่ตอบอะไรออกไป เธอจำได้ว่าเธอชื่อมีนาไม่ได้ชื่อดาริน เธอโดนทรมานจนหมดสติไป รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ทำไมพยาบาลถึงเรียกเธอว่า ดาริน หรือพวกค้ามนุษย์มันสวมรอยเธอเป็คนอื่นแล้วนำเธอมาขาย
หลังจากที่พยาบาลไม่สามารถซักถามอาการของเธอได้ ไม่นานหมอเ้าของไข้ก็เดินเข้ามาตรวจเธอ แต่เธอก็ยังไม่ยอมปริปากพูดอะไรอยู่ดี หมอจึงส่งตัวเธอเข้าไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด ผลตรวจออกมาปกติ ร่างกายของเธอกำลังฟื้นตัวได้อย่างดีจากอุบัติเหตุ
‘เดี๋ยวนะ อุบัติเหตุงั้นหรอ? ฉันถูกทำร้ายร่างกายชัดๆ ทำไมถึงบอกว่าอุบัติเหตุล่ะ หรือไอ้พวกค้ามนุษย์มันจ่ายเงินปิดปากหมอและโรงพยาบาล เครือข่าย พวกมันใหญ่แค่ไหนกันนะ?’
คิดได้ดังนั้นสายตาที่มองหมอและพยาบาลที่ให้การรักษาพลันแข็งกระด้างขึ้น เธอระมัดระวังตัวมากกว่าเดิมและมีท่าที่เป็ปรปักษ์อย่างชัดเจน หมอเห็นดังนั้นเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น พยายามพูดจาหว่านล้อมเพื่อลดความหวาดระแวงของเธอลง แต่มีนาก็ยังคงไม่ยอมให้ความร่วมมือ จนคณะหมอและพยาบาลล่าถอยออกจากห้องไป ให้เวลาคนไข้ได้พักผ่อน และจะเข้ามาตรวจอาการในวันถัดไป
มีนาได้ใช้เวลาอยู่กับตนเอง พยายามคิดหาทางว่าจะหนีออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร ไม่รู้ว่าข้างนอกมีพวกค้ามนุษย์อยู่หรือเปล่า หรือพวกมันขายเธอแล้วกำลังรอคนซื้อมารับตัวเมื่อเธอหายดี
ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว มีนาจึงพักจากทุกสิ่งและหลับตาลงพักผ่อนเมื่อไม่ได้ข้อสรุปจากทุกข้อสงสัย ยังพอมีเวลาอาจจะสักวันหรือสองวันจนกว่าเธอจะดีขึ้น พวกมันคงยังไม่ทำอะไรเธอ ตอนนี้ต้องนอนพักฟื้นฟูร่างกายที่หนักอึ้ง แน่ล่ะ โดนทำร้ายขนาดนั้นไม่ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พยาบาลก็นำอาหารอ่อน ๆ พร้อมกับยาเข้ามาให้ มีนาทานอาหารและยาอย่างว่าง่าย ไม่ได้ทำตัวขัดขืนแต่อย่างใด การรักษาร่างกายให้หายดีสำคัญที่สุดในตอนนี้
หลังจากทานอาหารและยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีนาก็ขอให้พยาบาลช่วยพาเธอเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ แต่เมื่อเธอเห็นตนเองในกระจกก็ต้องใ
‘คนในกระจกนี่ใครกัน? เราหรอ? ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่ตัวเรา เราไม่ได้หน้าตาแบบนี้นี่ หรือพวกมันจับเราศัลยกรรม?? แต่ว่า แผลหายเร็วขนาดนี้เลยหรอ แล้วพวกมันต้องลงทุนทำอะไรแบบนี้ด้วยหรอ? ไม่น่าจะใช่ งั้น....ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่’
“คุณดาริน เป็อะไรมั้ยคะ? มีอะไรให้พยาบาลช่วยบอกได้นะคะ” พยาบาลพูดขึ้นหลังเห็นว่าเธอใช้เวลาในห้องน้ำนานเกินไป
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเสร็จเรียบร้อยพอดี”
หลังจากที่ออกมาจากห้องน้ำ มีนานั่งทบทวนความคิดตนเองอยู่บนเตียง ไม่น่าใช่การศัลยกรรมแน่ ๆ เพราะไม่ใช่แค่หน้าตาที่เปลี่ยนไป เมื่อมาสังเกตดูแล้วรูปร่างผิวพรรณ เส้นผม ไม่มีอะไรที่เหมือนเธอเลย
ร่างกายนี้หน้าตาเรียกได้ว่าสวยจนมีนาแทบลืมหายใจ ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองตอนที่ส่องกระจก ผมดำเงาตรงสลวยยาวถึงกลางหลัง บ่งบอกว่าได้รับการดูแลบำรุงรักษาอย่างดี ดวงตากลมโตล้อมรอบด้วยแพรขนตาหนา รับกับคิ้วทรงสวย จมูกโด่งเรียวเล็กปลายเชิดขึ้นเล็กน้อยพอดีกับรูปหน้า ริมฝีปากบางอิ่มน้ำได้รูปทรง ผิวขาวเนียนผ่อง รูปร่างผอมบางแต่มีส่วนเว้าโค้งที่สตรีพึงมี
ทั้งหมดที่กล่าวมาแทบไม่คล้ายกับมีนาเลย เธอไม่ได้สวยสดงดงาม แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร หน้าตาตามมาตรฐานทั่วไป พบได้กลาดเกลื่อน
หรือิญญาของเธอเข้ามาสิงร่างคนอื่นกัน ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่คิด แต่โลกนี้มีสิ่งลี้ลับมากมาย บางทีการที่ิญญาเข้าผิดร่างก็อาจเกิดขึ้นได้ ว่าแต่แล้วตอนนี้ร่างของเธออยู่ที่ไหนกันล่ะ หรือว่าตายไปแล้ว
“นี่เราตายแล้วงั้นหรอ? สุดท้ายชีวิตนี้ก็มาตายเพราะถูกพวกค้ามนุษย์ที่ไฟนก็ไม่รู้สินะ ที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกอย่าง ต่อสู้ดิ้นรนใช้ชีวิต สุดท้ายก็มาตายอนาถแบบนี้สินะ เฮ้อ.......”