หลังจากที่ลี่หมินเดินออกไปแล้ว ผมก็ค่อยๆเดินออกไปข้างนอก
ผมได้เดินไปถามทหารคนหนึ่งว่าเสบียงถูกส่งไปที่ไหน
'ทางนั้นขอรับท่าน'
ทหารคนนั้นก็ชี้ทิศทางที่เสบียงเพิ่งจะมาส่งให้กับผม
'ขอบใจมาก'
'ด้วยความยินดีขอรับ'
เมื่อขอบคุณเขาเสร็จผมก็เดินไปยังทิศทางที่เขาชี้ให้ผมเมื่อกี้ พอผมเดินมาถึงผมก็เห็นลี่หมินกำลังเช็คของที่ถูกส่งมาจากทางเมืองหลวงว่ามันพอสำหรับทหารในค่ายอยู่
ตอนเธอกำลังทำงานก็ดูเท่ห์ไปอีกแบบนะ ขณะที่ผมกำลังชื่นชมเธออยู่ในใจ ลี่หมินก็เห็นผมแล้วเรียกให้ผมไปหาเธอ
'ท่านรองแม่ทัพทางนี้'
'ครับ'
ผมเดินไปหาเธอ เธอก็ยื่นไม้ที่ถูกเชือกมัดไว้หลายแผ่นมาให้ผม หืมม นี้มันเหมือนในหนังจีนที่เคยดูเลย มีตัวอักษรจีนอยู่ด้วย มันเรียกว่าอะไรน่ะ อืมม เจี่ยนตู๋ หรือเปล่านะ แต่เดี๋ยวก่อน ทำไมผมอ่านออกละ สิ่งที่มันเขียนอยู่คือรายการข้าวของที่ถูกส่งมาจากเมืองหลวงหรอ นี้กะมาอยู่กันกี่เดือนเนี้ย
ผมยืนอ่านอยู่ครู่หนึ่ง ลี่หมินก็สะกิดผม
'มีอะไรขาดเหลือรึหยางติง'
'ไม่มีครับ เอ่อ คือมันก็เหลือเยอะเลย ผมหมายถึงมันพอครับ'
'งั้นก็ไม่มีอะไรขาดใช่ไหม'
'ครับ ไม่มีอะไรขาดครับ'
พอผมบอกเธอไปแบบนั้นเธอก็หันไปหาทหารที่กำลังตรวจเช็คของอยู่
'นี้พวกเ้า นำเสบียงไปเก็บสะ'
'ขอรับท่านแม่ทัพ'
พอเธอบอกไปแบบนั้น ทหารพวกนั้นก็รีบขนย้ายของเข้าไปเก็บในค่ายที่เราอยู่ ขยันกันจังเลยแห่ะ
ผมมองดูทหารกำลังขนย้ายของอยู่นั้น ผมก็รู้สึกเหมือนโดนจ้องมองผมเลยหันไปทางทิศนั้นก็พบ ลี่หมินทำหน้าไม่พอใจอีกแล้ว พอเธอเห็นผมหันมาทางเธอ เธอก็ถอนหายใจ
'ข้ากลับที่พักก่อนแล้วกัน'
'เชิญก่อนเลยครับ'
ผมพูดอะไรผิดหรอ ทำไมเธอดูเหมือนจะไม่พอใจกว่าเมื่อกี้อีกอ่ะ แล้วเธอก็เดินกลับเต็นท์ไปด้วยหน้าตาน่ากลัวนิดๆแห่ะ สงสัยผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้วสิ ไม่งั้นเธอต้องโกรธมากกว่านี้แน่ๆเลย
'โอ้ยยยยยย ทำไมข้าถึงหงุดหงิดแบบนี้กันนะ'
'มีอะไรรึเปล่าขอรับท่านแม่ทัพ'
'ไม่มีอะไร'
หลังจากที่ข้าตอบทหารข้างนอกไปแบบนั้น ข้าก็ยังคงหงุดหงิดอยู่ดี ทำไมหยางติงถึงดูซื่อบื้อกว่าทุกทีกันละ ทั้งๆที่เก่งด้านวิชาดาบขนาดนั้นแต่นิสัยกลับตรงกันข้ามกับวิชาเลย
ให้ตายสิ ทั้งๆที่หมั้นกันแล้วแท้ๆ จะถึงงานวันแต่งกันอยู่แล้วแท้ๆ แต่ทำไมต้องมามีากันตอนนี้ด้วยนะ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ข้าก็รู้อยู่หรอกว่าความซื่อบื้อของเขามันเป็ยังไง แต่ทำไมวันนี้ถึงซื่อบื้อมากเกินกว่าปกติละ ขณะที่ข้าบ่นในใจอยู่สักพักก็มีคนเดินมาที่เต็นท์แล้วเข้ามา
ใครกันมาในเวลาแบบนี้ ข้าจึงหันไปทางเข้าเต็นท์ เห็นหยางติงเดินถือดอกไม้สีแดงมาหนึ่งดอก
หืมม เขาเอาดอกไม้มาทำไมกันนะ
เฮ้อออออออออออออ ในที่สุดก็เจอดอกไม้สักที
หลังจากที่ผมได้เดินหาดอกไม้บริเวณใกล้ๆค่ายทหาร ผมก็เดินมาเจอดอกไม้สีแดงบานกำลังดี จึงเด็ดดอกไม้นั้นออกมาหนึ่งดอกแล้วเดินกลับค่าย
ผมก็ไม่รู้ว่าผมทำแบบนี้ไปทำไมแต่ในหัวผมมันคิดว่าต้องทำแบบนี้ ผมเลยต้องทำ แล้วผมก็เดินมาถึงเต็นท์ เอาไงดีวะ เข้าไปมันจะดีหรอ เธอน่าจะโกรธอยู่น่า ผมกำลังคิดแบบจริงจังอยู่นั้น ขาผมมันก็เดินเข้าไปเอง ตอนนี้ผมเห็นลี่หมินที่สูงประมาณ 167-168 ซม. กำลังทำหน้าเหมือนหัวเสียเอามากๆอยู่เลย แล้วขาผมมันก็หยุดเดินเฉยเลย อะไรกันนนน ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะเดินเข้ามาเลยนะ เอ็งจะเดินเข้ามาทำไมมมม
ขณะที่ผมกรีดร้องอยู่ในใจ ลี่หมินก็หันมามองทางผม ตายแน่ตู ตายแน่ๆ ตายแหง่มๆ ไม่น่ารอดถึงพรุ่งนี้แน่ๆ จู่ๆปากผมมันก็ขยับไปเอง
'ลี่หมินเ้าโกรธข้าอยู่รึ'
เอ๊ะ ! ทำไมมันพูดออกไปเองละ
'ข้าไม่ได้โกรธเ้าสักหน่อย'
'จริงรึ ไม่ได้โกรธข้าจริงๆใช่ไหม'
'ก็บอกไม่ได้โกรธยังไงเล่า'
ทำไมบทสนทนามันเหมือนคนรักที่ฝ่ายหญิงงอลแล้วฝ่ายชายกำลังง้ออยู่เลยวะ อย่าบอกนะว่าผมเป็คู่หมั้นของเธออ่ะ โอ้ยยยย ทำไมไม่รู้ให้มันเร็วกว่านี้วะ จะได้ทำตัวถูก
แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมปากมันไม่ขยับไปเองแล้วละ งี้ผมก็พูดเองได้แล้วอ่ะดิ
'ลี่หมินครับบ หายโกรธผมเถอะนะ นะ นะ นะ'
'ข้าบอกว่าข้าไม่ได้โกรธเ้าไง'
'งั้นรับดอกไม้แทนคำขอโทษของผมสิครับ'
'ทำไมข้าต้องรับด้วยละ'
'ก็ตอนที่ผมเดินไปรอบๆค่ายแล้วไปเจอกับดอกไม้อันนี้ ผมก็นึกถึงลี่หมินขึ้นมาเลยล่ะ'
'ดอกไม้นี้ทำให้เ้านึกถึงข้างั้นรึ'
'ใช่แล้วเพราะว่า ตาของลี่หมินเหมือนกับสีดอกไม้อันนี้เลยไงแหล่ะ มันช่างเหมือนกับตาสวยๆของลี่หมินเลย'
'เ้าพูดบ้าอะไรของเ้าน่ะ'
เริ่มหายโกรธแล้วสินะ ลี่หมินตอนนี้เหมือนจะเขินหน่อยๆแห่ะ
'ช่วยรับดอกไม้ของผมไว้ด้วยเถอะนะ'
'อื้ม ก็ได้ ข้าจะยกโทษให้เ้าที่ทำให้ข้าโกรธก็ได้'
เย้ ผมทำสำเร็จแล้วว เอ ว่าแต่คู่รักในสมัยก่อนเขาสวีทกันยังไงหว่า ขณะที่ผมคิดอยู่นั้นร่างกายผมก็ขยับไปเองอีกแล้วววววว เอาการควบคุมของผมคืนมาาาา ตอนนี้ร่างกายของผมได้ไปกอดลี่หมินเอาไว้ ลี่หมินก็ไม่ขัดขืนอะไรปล่อยให้ผมกอด แบบนี้ก็ไม่เลวแห่ะ
'เ้าไม่เมื่อยบ้างรึ เห็นเ้ายืนมาทั้งวันแล้ว แถมเ้ายังเดินไปรอบๆค่ายเพื่อหาดอกไม้มาให้ข้าอีก'
'เอิ่มมมม ก็เมื่อยอยู่นะครับ แต่ผลลัพธ์ก็ถือว่าคุ้มอยู่'
ที่จริงผมไม่รู้สึกเมื่อยหรือเหนื่อยเลยแห่ะ เพราะอะไรกันนะ
'งั้น . . ปะ ปะ ไปนั่งที่ เต เต เตียงกันไหม'
'อื้ม เอาสิ'
เอ๊ะ เดี๋ยวๆ ไปนั่งที่ไหนนะขอทวนคำพูดแปป ไปนั่งที่เตียง นั่งที่เตียง ที่เตียง . . . เตียงนอนอ่ะนะ
ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ ลี่หมินก็เดินจูงมือผมมาที่เตียงสะแล้ว นี้มันเหมือนเกมจีบสาวที่เวลาผมจีบติดแล้วมันจะมีเซอร์วิสตอนฉากจบนี้หว่า
ลี่หมินลงไปนั่งที่เตียงสะแล้วสิ เอาไงดีละตู
'ไม่นั่งรึ?'
'นั่งครับบบ'
ทำไมตูว่าง่ายแบบนี้ล่ะ พอผมนั่งลงไปลี่หมินก็เอาตัวเอนมาพิงไหล่ผม ผมเลยโอบกอดเธอไว้
ผมเหมือนได้ยินเสียงอะไรสักอย่างพึมพำอยู่เลยลองพยายามฟัง
'เ้าซื่อบื้อ'
เอ ไหงผมกลายเป็คนซื่อบื้อไปแล้วเนี้ย
'เมื่อกี้ว่าอะไรนะครับ'
'ข้าไม่ได้พูดอะไรสะหน่อย'
'หรอครับ'
ปฏิเสธสะงั้นอ่ะ ผมได้ยินนะว่ากำลังว่าผมอยู่อ่ะ เดี๋ยวปั๊ดจับกดเลย เอ๊ะ แต่ความคิดนี้ก็ไม่เลวแห่ะ
เมื่อมองดูใกล้ๆแล้ว ทำไมมันเย้ายวนขนาดนี้นะ ถ้าผมอดใจไม่ไหวจะเกิดอะไรขึ้น
ผมค่อยเอาหน้าเข้าไปใกล้ลี่หมิน ลี่หมินหลับตาแล้วยื่นหน้ามาทางผม ขนาดนี้แล้วงั้นผมไม่สนแล้ว
จากนั้นผมก็เหมือนขึ้น์ พอผมกำลังจะหลับลง ลี่หมินกระซิบที่ข้างหูผม
'ข้ารักเ้านะ'
แล้วสติของผมก็เลือนลางไป