บทที่ 7 ผู้หญิงไม่ดี
“เมื่อกี้แม่เห็นว่าลูกกำลังเทนมผง”
เนื่องจากเสี่ยวเย่ปิงเป็หลานชายคนเดียวของตระกูลเย่ ปกติแล้วเขามักจะเดินไปมาในบ้านนี้อย่างอิสระ อาจจะพูดได้ว่าทั้งผู้ใหญ่และเด็กในครอบครัวต่างก็ตามใจเขา
แต่ซูหลีไม่อยากตามใจเด็กคนนี้ เพราะมีคำกล่าวที่ว่า ‘เด็กเล็กขโมยเข็ม เด็กโตขโมยทอง’*[1] เื่แบบนี้ไม่ควรปล่อยผ่าน
“แม่โกหก ผมไม่ได้ขโมยนมผงสักหน่อย!”
เย่ปิงดื้อดึงมาก เขาฉวยโอกาสตอนที่ซูหลีเผลอ พยายามจะวิ่งออกไปข้างนอก
แต่ซูหลีตาไวและมือเร็ว คว้าตัวเขาไว้ได้ “คิดจะหนีไปง่าย ๆ แบบนั้นเหรอ? ขโมยของแล้วไม่ยอมรับผิดอีก เดี๋ยวแม่จะสอนเื่นี้เอง”
เย่ปิงดิ้นรนสุดชีวิตแต่ก็ยังสลัดไม่หลุด โกรธจนะโลั่น “ปล่อยผมนะ นังสารเลว ใครให้คุณมาแตะตัวผม? แค่นมผงนิดหน่อยคุณก็ไม่ยอมให้ผมกิน คุณมันใจร้าย!”
ซูหลีชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอจะประเมินเด็กคนนี้ต่ำเกินไป แค่ห้าขวบก็สามารถเติบโตไปในทางที่ผิดได้ขนาดนี้!
ซูหลีโกรธมากจึงพยายามจะขวางไม่ให้เย่ปิงวิ่งหนี แต่ไม่ทันไร เด็กน้อยก็หันกลับมากัดแขนเธอ
“โอ๊ย!”
ขณะที่ซูหลีคลายมือออก เย่ปิงก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ซูหลีโกรธจนต้องวิ่งไล่ตาม “เย่ปิง หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
แต่เด็กน้อยคนนี้แม้จะตัวเล็ก แต่กลับวิ่งได้เร็วมาก เขาวิ่งตรงเข้าไปในทุ่งนาทันที
่เวลานี้เป็่เวลาที่ยุ่งที่สุดสำหรับการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง สมาชิกในหมู่บ้านต่างก็ลงไปทำงานในทุ่งนาเพื่อหาคะแนน เก็บเกี่ยวธัญพืช ยุ่งจนไม่มีเวลาว่าง
เสี่ยวเย่ปิงวิ่งพลางร้องไห้เสียงดัง “ย่าครับ แม่จะตีผม แม่จะฆ่าผม!”
ซูหลีวิ่งไล่ตามมาข้างหลัง โกรธมากที่เด็กคนนี้พูดโกหกอย่างไม่อายปาก อายุยังน้อยแท้ ๆ แต่ปากกลับเต็มไปด้วยคำโกหก จะปล่อยไว้ได้อย่างไร!
สมาชิกที่กำลังทำงานอยู่ในทุ่งนาเมื่อได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้นมามอง แต่ทุกคนก็ทำหน้าเหมือนเห็นเื่แบบนี้เป็เื่ปกติ เพราะที่บ้านตระกูลเย่เื่แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจนชินแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของหลานชาย จ้าวซู่อวิ๋นก็รีบโยนเคียวแล้ววิ่งมาปกป้องเย่ปิงทันที พร้อมกับตวาดใส่ซูหลีอย่างดุดัน “ซูหลี เธอจะทำอะไร? เย่ปิงยังเด็กแค่นี้ จะทนรับการทุบตีของเธอได้ยังไง?”
“แม่ คุณเห็นฉันตีคนั้แ่เมื่อไหร่?”
ซูหลีวิ่งมาตลอดทาง หอบหายใอย่างหนัก
จ้าวซู่อวิ๋นยืนเท้าสะเอว ถามอย่างเอาเื่ “ถ้าเธอไม่ได้ตีเด็ก แล้วเด็กจะกลัวขนาดนี้ได้ยังไง?”
เย่หลิงได้ยินเสียงก็เดินมาด้วย เหมือนเคย ไม่แยกแยะอะไรทั้งสิ้นก็ต่อว่าซูหลีทันที “พี่สะใภ้รอง เย่ปิงตัวเล็กแค่นั้น จะไปตีเขาทำไม?”
ซูหลีพูดด้วยความโกรธแฝงอยู่ในน้ำเสียง เธอรู้สึกว่าเด็กคนนี้เลวร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ “ฉันไม่ได้ตีเขา! ที่ฉันไล่ตามเขาเพราะเย่ปิงไปขโมยนมผงในห้องฉัน พอจับได้คาหนังคาเขาเขาก็ยังไม่ยอมรับ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เย่ปิงก็ร้องะโขึ้นมาทันที “ย่า ผมไม่ได้ขโมย แม่พูดโกหก แม่มีนมผงแต่ไม่ยอมให้ผมกิน เธอเป็ผู้หญิงไม่ดี”
ส่วนจ้าวซู่อวิ๋นก็กอดหลานชายไว้ในอ้อมอก แล้วกรอกตามองซูหลีอย่างเหยียดหยาม “ซูหลี ถ้าเธอไม่พอใจอะไรก็มาหาฉันสิ เธอจะไปเอาเื่กับเด็กห้าขวบทำไม?”
สมาชิกในหมู่บ้านคนหนึ่งทนดูไม่ไหว จึงเข้ามาห้าม “ซูหลี เธออย่าไปถือสาเด็กเลย เด็กยังไม่รู้เื่รู้ราว”
พอได้ยินอย่างนั้น เย่ปิงก็ยิ่งซุกหน้าเข้าไปในอ้อมกอดของย่า พลางทำสีหน้าล้อเลียนใส่ซูหลี ทำให้ซูหลีโกรธจนควันออกหู
ในใจของจ้าวซู่อวิ๋น หลานชายสุดที่รักของเธอนั้นดีพร้อมทุกอย่าง แน่นอนว่าเธอต้องปกป้องหลานรัก เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “นั่นสิ เธอเป็แม่แท้ ๆ ของเย่ปิง จะพูดแบบนั้นกับลูกได้ยังไง? เด็กไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเธอหรือไง? แค่กินนมผงนิดหน่อยก็ถือว่าขโมยเลยเหรอ?”
[1] เด็กเล็กขโมยเข็ม เด็กโตขโมยทอง หมายถึง เมื่อยังเป็เด็กถ้าลูกเกเรแล้วไม่สั่งสอน ปล่อยให้ทำผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อโตขึ้นจะยิ่งทำผิดร้ายแรงมากขึ้น