ผมแอบเหลือบมองแพทย์หญิงที่นั่งข้าง ๆ อยู่เป็นระยะ ตอนนี้ความกังวลเริ่มชัดเจนขึ้นบนใบหน้าของเธอ แววตาที่เคยสงบนิ่งเมื่อครู่กลับดูสับสนและหนักใจ
ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี การเข้าไปชวนคนที่กำลังเครียดอยู่คุย…อาจยิ่งทำให้แย่กว่าเดิมก็ได้ แต่ในอีกใจหนึ่ง ผมก็อยากจะทำอะไรสักอย่าง ผมจึงตัดสินใจ ใช้สกิลไว้วางใจระดับสองกับเธอไป
[รับทราบ สกิลไว้วางใจระดับ 2 ทำงาน]
[เวลาในการใช้งาน 60 นาที คูลดาวน์ 12 ชั่วโมง]
[ระดับความสนิทของคุณ…..: เพิ่มขึ้น → ระดับ 2]
[หากทำกิจกรรมอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับค่าตอบแทนจากเธอคูณ 4]
“โอ้...ค่าความสนิทขึ้นระดับสองเลยแฮะ แบบนี้ก็ดีสิ...” ผมคิดในใจ พลางสูดหายใจเข้าปอดแล้วถอนออกยาว ๆ
“คุณชื่อ....” ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยจบ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
เธอลุกพรวดขึ้นแทบจะทันที ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังทางออก ทว่าในจังหวะนั้นเอง เธอก็หันกลับมามองผม แล้วพูดเร็ว ๆ ว่า “คุณไปเจอฉันได้ที่แผนกอายุรกรรมโรคติดเชื้อ!”
พูดจบ เธอก็วิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมาอีกเลย
ผมมองตามเธอผ่านบานกระจกใส เห็นร่างบางของเธอวิ่งไปหยุดตรงหน้าสำนักงาน ก่อนจะรับเอกสารบางอย่างจากผู้หญิงอีกคนที่เพิ่งขับรถมาจอด เธอยื่นมือรับอย่างรีบร้อน
หลังจากนั้นเธอก็วิ่งตามทางยาวของอาคารไปอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดแผ่นหลังของเธอก็เลือนหายไปจากสายตา
ผมได้แต่นั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เหมือนทุกอย่างกลับมาสงบอีกครั้ง เหลือเพียงผม กับความเงียบ และความน่าเบื่อที่คุ้นเคยเท่านั้น
ในที่สุดก็ 09.30 น.
ตอนนี้ผมขับรถมาจอดรอ ผอ.ธนกฤต อยู่หน้าทางเข้าอาคารสำนักงาน
ไม่นานนัก เขาก็เดินออกมาพร้อมกับกลุ่มคนอีกหลายคนที่เดินตามมาส่ง ผมรีบลงจากรถแล้วเปิดประตูให้ด้วยท่าทีสำรวม
ผอ.ธนกฤต พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะขึ้นรถ เขาโบกมือลาคนที่มาส่งเล็กน้อย จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ผมปิดประตู
ผมปิดประตูอย่างระมัดระวัง แล้วอ้อมกลับไปนั่งหลังพวงมาลัย เตรียมเคลื่อนรถออกตามเส้นทางถัดไป
จุดหมายต่อไปของผมคือโรงแรมแห่งหนึ่ง ในนัดหมายมีเขียนกำกับไว้ชัดเจนว่า “ประชุมคู่ค้า 09.30–12.00 น.”
ผมขับรถไปตามเส้นทางบนแผนที่ที่ปักหมุดไว้ จนกระทั่งถึงปลายทาง รถแล่นเข้ามาจอดยังลานจอดของโรงแรมที่ใหญ่โตโอ่อ่า ด้านหน้าอาคาร มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนรออยู่ เธอสวมชุดสูทสีดำเข้ารูป ดูเรียบร้อยและสง่างาม หน้าตาสะสวย ผิวพรรณขาวเนียน ผมยาวสลวยสวมแว่นตากรอบบาง
ในมือของเธอถือเอกสารกับไอแพดไว้แน่น ราวกับเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมที่กำลังจะเริ่มขึ้น
คุณธนกฤตเปิดประตูลงจากรถ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในตัวอาคาร เขาหันกลับมาบอกผมเสียงเรียบแต่หนักแน่นว่า “ผมจะทานข้าวเที่ยงที่นี่เลย ถ้าถึงเที่ยงแล้วคุณก็ไปหาทานข้าวได้เลยนะ แล้วมารับผมอีกทีตอนบ่ายโมง”
“ครับผม” ผมตอบกลับทันทีด้วยท่าทางนอบน้อม เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วจึงก้าวเดินเข้าไปในโรงแรม
ผมกลับเข้ามาในรถ ก่อนจะเคลื่อนรถไปจอดที่ลานจอดรถ
ติ๊ง...
[รับ-ส่งสำเร็จ คุณได้รับ 100,000 บาท]
ข้อความจากระบบเด้งขึ้นตรงหน้า ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “มันต้องแบบนี้สิ....”
หลังจากนั้นผมก็ขับรถออกมาจากที่นั่น ขับไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้ความเงียบในรถกลืนกินความคิดทั้งหมดของผม
จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นป้าย “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ความทรงจำในอดีตพลันผุดขึ้น ผมเคยมาส่ง มะขิง กับ ขมิ้น ที่นี่
ผมเลี้ยวรถเข้าไปในมหาวิทยาลัยทันที ก่อนจะไปจอดแถว ๆ คาเฟ่อเมซอนที่ที่เคยมาส่งมะขิง
หลังจากดับเครื่อง ผมก็ลงจากรถ เดินเข้าไปในร้านที่มีกลิ่นกาแฟลอยอบอวลอบอุ่นอยู่ทั่ว ผมสั่งกาแฟดำหนึ่งแก้ว แล้วเลือกที่นั่งริมกระจก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
นิ้วผมเลื่อนไปที่กล่องข้อความของมะขิง แม้จะเห็นข้อความจากเธอค้างอยู่ก่อนหน้านี้หลายข้อความ แต่ผมกลับไม่เปิดอ่าน ผมเพียงแค่กดโทรออก… โดยไม่ลังเล
ตู๊ด... ตู๊ด...
ไม่นานปลายสายก็รับ เสียงใส ๆ ของเธอเอ่ยเบา ๆ “พี่... ว่าไงคะ” น้ำเสียงนั้นแผ่วราวกับกระซิบ แทรกไปกับเสียงพูดคุยของผู้คนรอบตัว
“มะขิงเรียนอยู่เหรอ พี่ขอโทษนะ” ผมพูดพลางหัวเราะออกมาเบา ๆ
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนเสียงหัวเราะของเธอจะดังกลับมา “ใช่ค่ะ... พี่นี่ก็เลือกเวลาโทรมาได้ถูกจังเลย”
ทันใดนั้น เสียงของอาจารย์มะขิงดังขึ้นแทรกมาทางปลายสาย แต่ผมจับใจความไม่ได้
“งั้น... มะขิงเรียนเถอะ” ผมเอ่ยเพียงสั้น ๆ ก่อนจะตัดสายไปทันที โดยไม่ปล่อยให้เธอพูดอะไรต่อ
หลังจากนั้น ผมนั่งนิ่ง ยิ้มออกมาเบา ๆ พลางยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปตัวเอง แล้วส่งไปให้มะขิง
ไม่นานนัก หน้าจอก็เด้งแจ้งเตือน มะขิงอ่านข้อความแล้ว “พี่อยู่อเมซอน... มหาวิทยาลัยเหรอคะ?” เธอส่งกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ใช่ ๆ พอดีพี่ผ่านมาทางนี้น่ะ” ผมตอบกลับไป พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า ขณะนั้นเอง พนักงานเรียกชื่อผมเพื่อรับกาแฟที่สั่งไว้ก่อนหน้า ผมลุกไปรับแล้วกลับมานั่งลงที่เดิม พลางวางแก้วกาแฟดำลงบนโต๊ะ
ไม่นานข้อความจากมะขิงก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง “พี่จะกลับตอนไหนคะ หนูยังไม่เลิกเรียนเลย”
ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป “พี่ว่างจนถึงเที่ยงกว่า ๆ”
อันที่จริง... ผมว่างจนถึงบ่ายโมงด้วยซ้ำ แต่ก็บอกเธอไปแค่นั้น เพราะต้องเผื่อเวลาเดินทางกลับไปรับ ผอ.ธนกฤตด้วย
“ค่ะ พี่อย่าเพิ่งไปไหนนะคะ เดี๋ยวหนูก็เลิกแล้ว ไม่ถึงสิบเอ็ดโมง” ข้อความจากมะขิงส่งมา พร้อมอีโมจิหน้ายิ้มเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะกลั้นความดีใจไว้ไม่อยู่
ผมมองข้อความนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงข้างแก้วกาแฟ
เวลาค่อย ๆ ล่วงเลยไป จนเกือบชั่วโมง หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้นอีกครั้ง
“เลิกเรียนแล้ว กำลังไปหานะคะ”
ขณะที่อ่านผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ผมมองออกไปนอกกระจก เห็นผู้คนเดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย เวลาเกือบชั่วโมงกลับผ่านไปเหมือนแค่ไม่กี่นาที อาจเพราะที่นี่คือมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยนักศึกษาวัยใส
สายตาของผมเลยพลอยจับจ้องไปตามคนโน้นคนนี้ โดยไม่รู้ตัว
ไม่นานนัก ผมก็เห็นมะขิงเดินเข้ามา เธอสวมชุดนักศึกษาเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาตัดกับกระโปรงพลีตยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ผมสั้นประบ่ากับแว่นตากรอบบางยังทำให้เธอดูน่ารักไม่เปลี่ยน
ผมเผลอยิ้มออกมาก่อนจะยกมือโบกให้เธออยู่พักหนึ่ง ไม่นานนัก เธอก็หันมาเห็นผมเข้า ดวงตาเป็นประกายขึ้นทันที
มะขิงยิ้มกว้าง แล้วรีบโบกมือกลับก่อนจะวิ่งข้ามถนนมาทางผมอย่างรวดเร็ว
เธอเปิดประตูเข้าร้านมา กลิ่นกาแฟลอยคลุ้งต้อนรับทันที แต่แทนที่จะเดินมาหาผม เธอกลับตรงไปที่เคาน์เตอร์ สั่งชาเขียวปั่นหนึ่งแก้วด้วยน้ำเสียงใส ๆ ตามแบบของเธอ
จากนั้นจึงเดินหน้าตั้งมาทางผม เธอวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ แล้วทรุดตัวนั่งข้าง ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า ทั้งเขิน ทั้งดีใจที่ได้เจอกันอีก
"ทักไปพี่ก็ไม่เคยอ่านข้อความหนูเลย... จู่ ๆ ก็โทรมา ตกใจหมดเลย" มะขิงพูดพร้อมรอยยิ้ม แม้ในน้ำเสียงจะมีแววตัดพ้อเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดูน้อยใจนัก สายตาเธอกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา
"เรียนเป็นยังไงบ้าง... หรือว่าแอบโดดเรียนมา?" ผมถามพลางหัวเราะเบา ๆ "ปกติเขาเลิกเที่ยงไม่ใช่เหรอ?" น้ำเสียงของผมแฝงแววหยอกล้อ
เธอยิ้มกรุ่มกริ่ม “อาจารย์คงขี้เกียจสอนมั้ง” พอพูดจบก็หัวเราะคิกเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามต่อ “พี่ทำงานที่โรงพยาบาลเหรอคะ?” เธอพูดพลางยกนิ้วชี้ไปที่ตราสัญลักษณ์บนอกเสื้อของผม
“ใช่แล้ว” ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม “พี่เพิ่งเริ่มงานวันนี้เอง”
“ชาเขียวปั่นได้แล้วค่ะ!” เสียงพนักงานดังขึ้นจากหน้าเคาน์เตอร์ มะขิงหันขวับไปตามเสียงแทบจะทันที ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ เดินเร็ว ๆ ไปหยิบแก้วของตัวเอง
ผมนั่งมองเธอจากด้านหลัง ผมสั้นสะบัดเบา ๆ ตามจังหวะก้าวเดิน แค่ภาพเรียบง่ายแบบนั้น ก็ทำให้เธอดูน่าหลงใหล