“คิคิ นี่หรือคะ พิธีกรรมที่คุณชิงพลบว่ามา ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย เทียนหอมกับขวดเปล่า ของแบบนี้จะใช้ตามหาศพได้อย่างไร” รองสารวัตรณัฏฐพร หลุดหัวเราะมาทันทีเมื่อได้เห็นสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะ เพื่อใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมในครั้งนี้
สิ้นเสียงหัวเราะ และคำพูดถากถางจากรองสารวัตรณัฏฐพร ชิงพลบก็ยิ้มเป็นการตอบรับ ไม่ได้ตอบโต้หรืออธิบายกลับไปแต่อย่างใด เพราะเขาตั้งใจใช้การกระทำ และความจริงในการตอบกลับตำรวจสาวคนนี้แทนอยู่แล้ว
ส่วนสารวัตรตุลยากร ยังคงมีอารมณ์ที่สงบนิ่ง เพราะเขาคิดว่าชิงพลบไม่น่าทำอะไร อย่างไม่มีเหตุผล ด้วยที่ตัวเขาเองก็เคยสัมผัสกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติมาแล้ว เขาจึงมองว่าขวดน้ำอัดลมเปล่า ๆ ต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“เอาล่ะครับ ใกล้ได้เวลาเริ่มแล้ว วันนี้ผมเชิญให้คุณตำรวจทั้งสอง มาเป็นสักขีพยาน ร่วมเหตุการณ์พิธีกรรมสำคัญ ซึ่งอาจอยู่เหนือความรู้ความเข้าใจ ที่พวกคุณมีมาทั้งหมด โดยพิธีกรรมนี้ถูกเรียกว่า วิญญาณตามสืบ” ชิงพลบบอกเล่ารายละเอียดที่ไปที่มาของพิธีกรรมนี้แบบคร่าว ๆ ไม่ได้เจาะลึกถึงสิ่งของที่ต้องใช้ประกอบพิธีมากเท่าไร เพราะตำรวจทั้งสองเป็นแค่เพียงคนธรรมดา รู้เรื่องพวกนี้น้อยไว้ ยิ่งปลอดภัยกว่า
ก่อนจะเริ่มพิธีกรรมชิงพลบได้ให้สร้อยคอกับทางสารวัตรตุลยากร และรองสารวัตรณัฏฐพร คนละหนึ่งเส้น ซึ่งเป็นสร้อยที่ทำขึ้นจากเชือกสีดำ ถูกแขวนไว้ด้วยจี้หยกสีขาวเผือกรูปช้าง 33 เศียรอันน่าพิศวง เพราะจี้ห้อยคออันนี้ดูโดดเด่น และน่าแปลกตาเสียจริง ด้วยลักษณะที่ทรงพลังของช้าง พอได้สวมใส่แล้วทำให้เรา ไม่รู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งใดอีกเลย
ทั้งสารวัตรตุลยากร และรองสารวัตรณัฏฐพร ต่างก็จมอยู่กับความคิด ที่ตัวเองรู้สึกได้ว่าจิตใจเริ่มสงบ และมีสมาธิมากขึ้น นอกจากนี้ร่างกายที่เคยอ่อนล้า จากการทำงานหนักติดต่อกันหลายวัน ก็รู้สึกผ่อนคลายหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
“ว้าว สร้อยเส้นนี้ให้เลยใช่มั้ยค่ะ” รองสารวัตรณัฏฐพรพูดด้วยท่าทางที่ดูตื่นเต้นกับสร้อยคออันใหม่ ที่เพิ่งได้รับมา เพราะแค่เพียงสวมใส่ ร่างกายก็สัมผัสถึงพลังงานบางอย่างได้ทันที ตอนนี้เธอรู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก แม้บรรยากาศภายนอกไม่ได้ดีขนาดนั้นเลยก็ตาม
“ดูแล้วเหมือนจี้รูปช้างอันนี้ จะมีราคาเหมือนกันนะครับ” สารวัตรตุลยากรพูดเสริมณัฏฐพร ในเรื่องราคาของจี้หยก ที่น่าจะแพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ตัวสารวัตร ก็อยากได้สร้อยคอเส้นนี้เอามาก เพราะใส่แล้วร่างกายของเขา ก็สัมผัสไม่ได้ถึงอาการอ่อนล้าอีกเลย
“เอิ่มม! ถ้าพวกคุณอยากได้ ผมขายต่อให้ละกันครับ” ชิงพลบพูดด้วยรอยยิ้มทีเล่นทีจริง แต่ถ้าใครอยากได้ของเขา ก็ต้องจ่ายในราคาที่เหมาะสม จะมาใช้อำนาจขอฟรีแบบนี้ ก็นอนฝันไปเถอะ
“โอ๊ยย งกจังเลยนะ เราเป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้ว ขอแค่นี้ไม่ได้เลยหรือคะ” รองสารวัตรณัฏฐพรโอดโอย ถึงความงกของชิงพลบขึ้นมาเสียไม่ได้
“งั้นค่อยว่ากัน หลังจบงานนี้ละกันครับ” สารวัตรตุลยากร รีบพูดตัดบทของรองสารวัตรณัฏฐพรทันที เพราะกลัวว่าเธอจะบ่นอะไรไปมากกว่านี้
“นี่ก็ใกล้เวลาห้าทุ่มแล้วครับ ผมว่าพวกเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า” ชิงพลบพูดด้วยน้ำเสียงเข้มจริงจัง เมื่อถึงเวลาเริ่มทำพิธี ตัวเขาจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเลยทันที
พิธีกรรมวิญญาณตามสืบ ต้องเริ่มจากการอัญเชิญวิญญาณนางพรายมาพูดคุยสอบถาม และทำข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้วิญญาณนางพราย ทำงานให้กับเขาอย่างเต็มที่ เพราะวิญญาณดวงนี้ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาจากเขา การจะใช้งาน หรือสั่งการให้ทำอะไร ต้องมีข้อตกลงที่นางพรายพึงพอใจเสียก่อน
เทียนหอมถูกจุดขึ้น กลิ่นหอมที่เป็นธรรมชาติกระจายฟุ้งทั่วทั้งห้อง เมื่อตำรวจทั้งสองได้สัมผัสกับกลิ่นหอมนี้ ก็รับรู้ได้ว่าเป็นเทียนหอมจากแบรนด์ดัง ด้วยเอกลักษณ์ความหอมที่ไม่เหมือนใคร จึงทำให้จดจำได้ไม่ยาก
พอเทียนหอมส่งกลิ่นจนได้ที่ ชิงพลบหยิบขวดน้ำอัดลมเปล่าขึ้นมา พร้อมบริกรรมคาถาจากปากที่ขมุบขมิบ เหมือนกำลังบ่นพึมพำอะไรบางอย่าง ด้วยภาษาที่ตำรวจทั้งสอง ฟังแล้วไม่เข้าใจเลยสักนิด
หลังจากที่ชิงพลบท่องคาถาเสร็จ ก็ทำการเปิดฝาขวดน้ำอัดลมที่ถูกปิดสนิทไว้ทันที ซึ่งในช่วงที่ชิงพลบทำการเปิดฝามานั้น ได้มีกระแสลมพัดหมุนเป็นวงกลม เหมือนทอร์นาโดขนาดเล็ก แต่อานุภาพความรุนแรงมีไม่มากเท่า แค่ทำให้เส้นผมปลิวเล็กน้อยเท่านั้น บ่งบอกได้เลยว่าวิญญาณนางพรายตนนี้ยังไม่แกร่งกล้ามากพอ จากนั้นเขาก็เริ่มสื่อสารกับนางพรายด้วยภาษาวิญญาณ เพื่อทำข้อตกลงร่วมกันให้สำเร็จ
ส่วนสารวัตรตุลยากร และรองสารวัตรณัฏฐพร มองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นเต็มสองตา โดยเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ลมหมุนภายในบ้าน ทั้งที่ไม่น่าจะมีลมหรือพายุอะไรพัดเข้ามาตรงจุดนี้ได้เลย ทำให้ทั้งสองมีอาการแข็งทื่อจากกระแสลมเย็ม พัดกระจายอยู่กลางบริเวณห้องโถง
ความรู้สึกของทั้งสองในตอนนี้ แทบจะไม่มีแรงขยับไปไหน เพราะลมที่หมุนอยู่นั้น ได้หมุนเป็นร่างเด็กผู้หญิงผมยาว กำลังแหวกว่ายอยู่ในอากาศ แม้รูปร่างจะดูไม่ชัดเจนเท่าไร แต่ทั้งคู่ก็ตอบกับตัวเองได้เลยว่านี่แหละ คือสิ่งที่เรียกว่า วิญญาณ
ร่างกายภายนอกของทั้งคู่ยังดูปกติดี แต่บัดนี้จิตใจกลับสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวกับสิ่งที่เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งมันดูต่างจากผีในหนังอย่างมาก โดยอาการความรู้สึกหวาดกลัว นั้นเกิดจากความกดดันของระดับพลังวิญญาณ ที่วิญญาณนางพราย มีมากกว่ามนุษย์
ชิงพลบไม่ได้คิดอะไรมาก กับอาการผิดปกติของพวกเขาทั้งคู่ เพราะมีจี้หยกเอราวัณค่อยปกป้องไว้ก็เพียงพอแล้ว ตอนนี้เขาจำเป็นต้องเพ่งสมาธิ ไปกับการเจรจาต่อรองกับนางพรายตนนี้ให้ได้ก่อนที่พลังวิญญาณของเธอจะหมดไป
โดยสัญญาสำคัญที่ให้ไว้กับนางพรายก็คือ เมื่อเธอตามหาที่อยู่ร่างของรองผู้อำนวยการวสุนันท์จนพบ แล้วมาบอกจุดหมายกับเขา เท่านี้เขาก็ปล่อยเธอเป็นอิสระ แล้วจะส่งกลับไปสู่โลกวิญญาณอีกครั้ง ซึ่งสัญญาณสำคัญที่จะช่วยให้นางพรายหาที่อยู่ของร่างได้ง่าย ก็คือหมากฝรั่งก้อนนั้น ที่ชิงพลบยัดเข้าไปในปาก เมื่อตอนที่ต่อสู้กันโลกวิญญาณนั้นเอง