เศษกระจกคริสตัลนับล้านชิ้นที่ร่วงหล่นลงมาจากห้องรับรอง์ชั้นเจ็ด ราวกับหยาดฝนดาวตกที่ต้องแสงไฟในลานประมูล เปล่งประกายระยิบระยับบาดตาทว่าแฝงไปด้วยความตายอันเย็นเยียบ เสียงกระจกแตกกระทบพื้นหินหยกดำบนเวทีดังสนั่นหวั่นไหว ก้องกังวานไปทั่วทุกซอกทุกมุมของหอคอยนภาลัย ฝุ่นควันจากการพังทลายของเพดานและค่ายกลป้องกันฟุ้งกระจายบดบังวิสัยทัศน์ไปชั่วขณะ ท่ามกลางความตื่นตระหนกใของผู้คนนับหมื่นที่ต่างพากันกรีดร้องและลุกฮือขึ้นจากที่นั่ง ร่างของเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นใจกลางเวทีประมูล ท่วงท่าการลงสู่พื้นของเขานั้นหนักแน่นและทรงพลังจนทำให้พื้นหินหยกดำที่แข็งแกร่งที่สุดเกิดรอยร้าวลึกแผ่ขยายออกไปเป็วงกว้างประดุจใยแมงมุม รังสีอำมหิตสีเืที่เข้มข้นจนแทบจะจับตัวเป็ก้อน พวยพุ่งออกจากร่างของเขาครอบคลุมทั่วทั้งลานประมูล กดทับจิติญญาของยอดฝีมือทุกคนให้ต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่อาจควบคุม
หลินเฟยค่อยๆ ยืดตัวลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ท่ามกลางพายุฝุ่นและเศษกระจกที่ยังคงร่วงหล่น ั์ตาของเขาทอประกายสีแดงเืเจิดจ้าดุจเปลวไฟจากขุมนรก มันไม่ใช่เพียงความโกรธแค้นธรรมดา แต่มันคือความแค้นที่ถูกหมักบ่มและอัดแน่นมานานนับสิบปีเต็ม ความแค้นที่ถูกหล่อหลอมด้วยความเ็ปจากการสูญเสียบิดามารดา การถูกทำลายเส้นชีพจร และการต้องทนมีชีวิตอยู่อย่างเศษสวะที่ถูกผู้คนเหยียบย่ำ บัดนี้ ความแค้นเ่าั้ได้กลายเป็พลังอำนาจที่แท้จริง มือขวาของเขากระชับด้ามกระบี่โลหะสีดำสนิทที่เพิ่งประมูลมาได้อย่างแ่า ชิ้นส่วนที่สามแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ได้หลอมรวมเข้ากับพลังปราณและจิติญญาของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อเกิดเป็คมดาบสีดำประกายเืที่แผ่กลิ่นอายแห่งการตัดขาดและทำลายล้างสรรพสิ่ง ปลายกระบี่ของเขาชี้ตรงไปยังใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและหยิ่งยโสของอัครมหาเสนาบดีเฉินเทียนอี้ ชายผู้เป็ดั่งฝันร้ายที่ทำลายชีวิตของเขา
เฉินเทียนอี้เบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ร่างกายที่สวมชุดคลุมไหมสีทองสลักลายัของเขาแข็งค้างอยู่กับที่ รอยยิ้มจอมปลอมที่เคยประดับอยู่บนใบหน้ามลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตกตะลึงและหวาดหวั่นที่ไม่อาจปกปิดได้ แม้ว่าเขาจะมีระดับพลังอยู่ในขอบเขตแก่นแท้ขั้นสูงสุด ซึ่งถือเป็หนึ่งในยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวรรดิเมฆาสมุทร แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลิ่นอายความตายและเจตจำนงกระบี่ที่แผ่ซ่านออกมาจากเด็กหนุ่มตรงหน้า เขากลับรู้สึกเหมือนตนเองเป็เพียงมดปลวกที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของัา ยิ่งไปกว่านั้น เค้าโครงใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดสีดำนั้น ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับอดีตสหายรักร่วมสาบานที่เขาเคยลงมือสังหารด้วยมือของตนเองเมื่อสิบปีก่อนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
หลินเฟย แกยังไม่ตาย เป็ไปได้อย่างไร เฉินเทียนอี้อุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและแหบพร่า ความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำลายความมั่นใจและสติปัญญาของเขาจนหมดสิ้น ข้าเห็นกับตาว่าเส้นชีพจรของแกถูกทำลายจนแหลกละเอียด ไม่มีทางที่แกจะสามารถฝึกวรยุทธ์ได้อีกต่อไป แล้วพลังปราณที่น่าสะพรึงกลัวนี่มันคืออะไรกัน แกกลายเป็ตัวประหลาดอะไรไปแล้ว
หลินเฟยแสยะยิ้มเ็า รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช ข้าก็คือผลผลิตจากความชั่วร้ายและความทะเยอทะยานอันไร้ที่สิ้นสุดของท่านอย่างไรเล่า เฉินเทียนอี้ ท่านคิดว่าการฆ่าล้างตระกูลหลินและแย่งชิงสมบัติของพวกเราไป จะทำให้ท่านสามารถเสวยสุขอยู่บนกองกองเืได้อย่างสงบสุขตลอดกาลกระนั้นหรือ ์อาจจะตาบอดที่ปล่อยให้คนชั่วอย่างท่านเสวยสุขมาได้ถึงสิบปี แต่ข้าไม่ได้ตาบอด วันนี้ข้าเดินทางมาจากขุมนรกเพื่อทำหน้าที่แทน์ ข้าจะใช้คมกระบี่ในมือข้า ตัดสินโทษปะาชีวิตให้แก่ท่านและทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทรยศในครั้งนั้น
เสียงของหลินเฟยไม่ได้ดังกึกก้อง แต่มันกลับแฝงไปด้วยพลังปราณที่แทรกซึมเข้าไปในโสตประสาทของผู้คนนับหมื่นในลานประมูล คำพูดของเขาเปิดโปงความลับอันดำมืดที่ถูกซ่อนเร้นมานานนับทศวรรษ ยอดฝีมือและผู้นำตระกูลต่างๆ ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าอัครมหาเสนาบดีผู้สูงส่งและมีชื่อเสียงด้านคุณธรรม จะมีเื้ัที่สกปรกและโเี้ถึงเพียงนี้ เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังอื้ออึงขึ้นรอบทิศทาง ความน่าเชื่อถือของตระกูลเฉินกำลังถูกทำลายลงอย่างย่อยยับต่อหน้าสาธารณชน
เฉินเทียนอี้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและความอับอาย เขาตระหนักได้ทันทีว่าหากปล่อยให้หลินเฟยพูดต่อไป ชื่อเสียงและอำนาจที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตจะต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน หุบปาก ไอ้เด็กเดรัจฉาน แกกล้าปั้นน้ำเป็ตัวใส่ร้ายข้ากลางงานประมูลนภาลัย แกคิดว่าการมีพลังปราณแปลกประหลาดนิดหน่อยแล้วจะสามารถท้าทายอำนาจของตระกูลเฉินและจักรวรรดิเมฆาสมุทรได้กระนั้นหรือ ทหาร จับตัวมันฏผู้นี้ไปปะาชีวิตเดี๋ยวนี้ ใครที่สามารถตัดหัวมันมาให้ข้าได้ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม
สิ้นคำสั่งของเฉินเทียนอี้ องครักษ์เงาดำของตระกูลเฉินที่ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ในหอคอยนภาลัยกว่าห้าสิบชีวิต ก็พุ่งทะยานลงมาจากความมืดราวกับฝูงค้างคาวกระหายเื พวกมันล้วนเป็มือสังหารระดับสร้างฐานขั้นปลายที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเหี้ยมโหด อาวุธในมือของพวกมันอาบด้วยยาพิษร้ายแรง แสงสะท้อนจากคมมีดและกระบี่พุ่งเป้ามาที่จุดตายของหลินเฟยจากทุกทิศทาง นอกจากนี้ ผู้คุ้มกันของหอการค้าหมื่นสมบัติระดับแก่นแท้ขั้นต้นอีกสามคน ก็ะโขึ้นมาบนเวทีประมูลเพื่อปกป้องความปลอดภัยของประธานจัดงานและกอบกู้ชื่อเสียงของหอการค้าที่ถูกทำลายลง
ลานประมูลที่เคยหรูหราและศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลายเป็สมรภูมิเดือดภายในเสี้ยววินาที ผู้ชมนับหมื่นคนต่างพากันถอยร่นไปอยู่ที่ริมอัฒจันทร์ สร้างม่านพลังป้องกันตนเองจากการถูกลูกหลง ไม่มีใครกล้าสอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับการปะทะกันของขุมกำลังระดับสูงสุด พวกเขาเพียงแค่จ้องมองลงไปยังเวทีด้วยหัวใจที่เต้นระทึก รอคอยดูว่าเด็กหนุ่มชุดดำผู้โอหังจะสามารถรอดพ้นจากการรุมสังหารของยอดฝีมือนับสิบคนได้อย่างไร
ท่ามกลางวงล้อมของคมดาบและห่าฝนอาวุธพิษ หลินเฟยกลับยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและผ่อนคลายที่สุด แววตาของเขาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเ็าดุจมองดูฝูงมดปลวกที่กำลังเดินเข้ากองไฟ เจตจำนงกระบี่ขั้นที่สอง สะบั้นไร้ลักษณ์ ที่เพิ่งตื่นรู้จากการเก็บตัวฝึกตน ถูกโคจรขึ้นในจิติญญา ดาบโลหิตสีดำในมือของเขาส่งเสียงครางหึ่งๆ ตอบรับเจตจำนงของเ้านาย พลังปราณสีทองแดงที่บริสุทธิ์และเข้มข้นที่สุดไหลเวียนเข้าสู่คมดาบจนมันเปล่งประกายแสงสีเืที่บาดลึกถึงจิติญญา
พวกมดปลวกที่รนหาที่ตาย หากพวกเ้าอยากจะปกป้องคนทรยศผู้นี้ ข้าก็จะส่งพวกเ้าไปปูทางลงนรกให้มันก่อนก็แล้วกัน หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
ในเสี้ยววินาทีที่อาวุธนับสิบชิ้นกำลังจะฟาดฟันลงบนร่างของเขา หลินเฟยก็เริ่มขยับตัว เขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าที่ซับซ้อนหรือร่ายรำดาบให้สวยงาม เขาเพียงแค่ตวัดดาบโลหิตสีดำในมือออกไปรอบตัวเป็วงกลมอย่างเรียบง่าย การเคลื่อนไหวของเขานั้นดูเชื่องช้าในสายตาของคนทั่วไป แต่มันกลับแฝงไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งมิติและการตัดขาดที่อยู่เหนือสามัญสำนึกของมนุษย์ คลื่นกระบี่สีเืที่บางเฉียบยิ่งกว่าเส้นผมมนุษย์ ขยายตัวแผ่พุ่งออกไปรอบทิศทางอย่างไร้สุ้มเสียง ไม่มีแรงะเิ ไม่มีคลื่นกระแทกที่รุนแรง มีเพียงแสงสีแดงที่สว่างวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตา
ฉึบ ฉึบ ฉึบ ฉึบ ฉึบ
เสียงตัดขาดที่แ่เบาดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของผู้คนนับหมื่นในวินาทีต่อมา ทำให้เืในกายของพวกเขาเย็นเฉียบ ร่างขององครักษ์เงาดำทั้งห้าสิบคนและผู้คุ้มกันระดับแก่นแท้ทั้งสามคน ที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศและพุ่งทะยานเข้ามา หยุดชะงักค้างอยู่กับที่ราวกับถูกแช่แข็ง อาวุธที่แข็งแกร่งของพวกมันถูกตัดขาดสะบั้นอย่างเรียบเนียน และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือ ร่างกายของพวกมันทั้งหมด ไม่ว่าจะสวมชุดเกราะเหล็กกล้าหรือมีปราณคุ้มกันที่หนาแน่นเพียงใด ล้วนถูกคลื่นกระบี่สีเืตัดขาดเป็สองท่อนบริเวณเอวอย่างสมบูรณ์แบบ
เืสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกจากร่างนับสิบๆ ร่างพร้อมกันราวกับน้ำพุโลหิต ฝนเืสาดกระเซ็นย้อมเวทีประมูลหินหยกดำให้กลายเป็สีแดงฉาน ร่างไร้ิญญาและชิ้นส่วนอวัยวะร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังสยดสยอง กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วทั้งหอคอยนภาลัย การสังหารยอดฝีมือนับห้าสิบชีวิตภายในดาบเดียวและเงียบกริบเช่นนี้ เป็ภาพที่ทำลายล้างความเชื่อมั่นและสร้างความหวาดกลัวจนถึงขีดสุดให้กับผู้ที่ได้พบเห็น เจตจำนงกระบี่ขั้นที่สอง สะบั้นไร้ลักษณ์ ไม่ใช่การทำลายด้วยพละกำลัง แต่มันคือการแทรกแซงและตัดขาดโครงสร้างของสรรพสิ่งในระดับที่เล็กที่สุด ไม่มีการป้องกันใดๆ ในระดับสร้างฐานและแก่นแท้ขั้นต้นที่จะสามารถต้านทานมันได้
เฉินเทียนอี้ก้าวถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเื หยาดเหงื่อเย็นเยียบไหลอาบเต็มหน้าผาก เขามองดูกองซากศพของลูกน้องฝีมือดีที่ถูกสับเป็ชิ้นๆ ด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับกำลังตกลงไปในฝันร้ายที่ลึกที่สุด พลังการทำลายล้างของหลินเฟยนั้นเหนือกว่าที่เขาประเมินไว้หลายสิบเท่า นี่ไม่ใช่พลังของเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปี แต่มันคือพลังของสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมาจากยุคา
นี่มันวิชามารอันใดกัน เจตจำนงกระบี่นั่น... มันคืออะไร เฉินเทียนอี้พึมพำด้วยความตื่นตระหนก แต่ในฐานะของอัครมหาเสนาบดีและยอดฝีมือระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุด เขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาพยายามรวบรวมสติและความกล้าหาญกลับคืนมา เขารู้ดีว่าหากเขาพ่ายแพ้ในวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างมาจะต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน ไอ้ขยะ แกอย่ามาอวดดีให้มากนัก แกคิดว่าการฆ่าลูกกระจ๊อกพวกนี้ได้ แล้วแกจะสามารถเอาชนะข้าได้กระนั้นหรือ วันนี้ข้าจะให้แกได้เห็นพลังที่แท้จริงของขอบเขตแก่นแท้ขั้นสูงสุด พลังที่แกไม่มีวันเอื้อมถึง
เฉินเทียนอี้คำรามลั่น เขาโคจรพลังปราณทั้งหมดในร่าง รัศมีปราณสีทองที่สว่างจ้าและร้อนแรงดุจดวงอาทิตย์ะเิออกจากร่างของเขา กดทับแรงดันแห่งความตายของหลินเฟยให้ถอยร่นไป เขาตวัดมือขวา ชักกระบี่ยาวที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา กระบี่เล่มนี้มีใบดาบสีเงินวาววับ สลักลวดลายัขดตัวอยู่ที่โกร่งดาบ ทันทีที่มันถูกชักออกจากฝัก เสียงัคำรามก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ กลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์และความทรงอำนาจแผ่กระจายออกมา
หลินเฟยหรี่ตาลงเมื่อเห็นกระบี่เล่มนั้น ั์ตาของเขาทอประกายความโกรธแค้นที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม กระบี่เล่มนั้นคือ ั์ร่ายรำ กระบี่วิเศษระดับ์ที่เป็สมบัติประจำตระกูลหลิน กระบี่ที่บิดาของเขาเคยใช้ปกป้องครอบครัว แต่บัดนี้มันกลับมาอยู่ในมือของคนทรยศที่ใช้มันสังหารบิดาของเขาเอง การได้เห็นของดูต่างหน้าของบิดาอยู่ในมือของศัตรู ยิ่งตอกย้ำให้หลินเฟยต้องสังหารเฉินเทียนอี้ด้วยวิธีการที่ทรมานที่สุด
กระบี่ของพ่อข้า ไม่คู่ควรที่จะอยู่ในมือสกปรกของคนขี้ขลาดอย่างท่าน หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เ็าจนบรรยากาศรอบด้านเริ่มจับตัวเป็น้ำแข็ง ข้าจะทวงมันคืนมา และใช้มันดื่มเืของท่านเพื่อเซ่นไหว้ดวงิญญาของพ่อแม่ข้า
เข้ามาเลยไอ้เด็กปากดี เฉินเทียนอี้พุ่งตัวเข้าหาหลินเฟยด้วยความเร็วที่ทะลวงผ่านกำแพงเสียง ร่างของเขาเลือนหายกลายเป็แสงสีทองที่พุ่งทะยานไปมากลางอากาศ กระบวนท่าไม้ตายประจำตระกูลเฉิน เพลงกระบี่เมฆาักลืนนภา ถูกใช้ออกมาอย่างเต็มกำลัง ปราณกระบี่สีทองก่อตัวเป็รูปัขนาดั์นับสิบตัว พุ่งแหวกอากาศเข้าบดขยี้หลินเฟยจากทุกทิศทาง พลังทำลายล้างของการโจมตีนี้รุนแรงพอที่จะถล่มหอคอยนภาลัยให้ราบเป็หน้ากลองได้ในพริบตา ผู้ชมนับหมื่นคนต้องกรีดร้องและหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
หลินเฟยไม่หลบหลีก เขาเผชิญหน้ากับัปราณสีทองด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและมั่นคง เขาจับด้ามกระบี่โลหิตสีดำด้วยมือทั้งสองข้าง โคจรพลังปราณสีทองแดงในจุดตันเถียนให้เดือดพล่านจนถึงขีดสุด ทะเลสาบแห่งพลังชีวิตหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ส่งผ่านพลังงานทั้งหมดเข้าสู่คมดาบ เจตจำนงกระบี่สะบั้นไร้ลักษณ์ถูกรีดเร้นออกมาผสานกับเจตจำนงแห่งการทำลายล้างของศาสตราไร้ลักษณ์
วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่หนึ่ง สะบั้น์แยกปฐี หลินเฟยตวัดดาบโลหิตสีดำฟาดฟันสวนกลับไปข้างหน้าอย่างสุดแรง
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
การปะทะกันของสองสุดยอดเคล็ดวิชาและสองยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุด ก่อให้เกิดเสียงะเิที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับวันสิ้นโลก คลื่นพลังงานสีทองและสีเืปะทะกันอย่างบ้าคลั่งกลางเวทีประมูล แรงกระแทกมหาศาลทะลวงผ่านค่ายกลป้องกันของเวทีจนแตกสลายเป็ชิ้นๆ คลื่นกระแทกแผ่ขยายออกไปกวาดทำลายที่นั่งอัฒจันทร์แถวหน้าสุดจนพังพินาศ ผู้ฝึกยตนระดับต่ำหลายร้อยคนที่หลบหนีไม่ทันถูกแรงลมพัดกระเด็นและกระอักเืออกมาอย่างรุนแรง โครงสร้างของหอคอยนภาลัยสั่นะเือย่างหนักราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ท่ามกลางแสงสว่างวาบที่บดบังทุกสิ่ง ัปราณสีทองของเฉินเทียนอี้ที่ดูยิ่งใหญ่และไร้เทียมทาน กลับถูกคมดาบโลหิตสีดำของหลินเฟยผ่าครึ่งและบดขยี้จนแหลกสลายกลายเป็ละอองแสงสีทองอย่างง่ายดาย เจตจำนงแห่งการตัดขาดของหลินเฟยสามารถทะลวงผ่านปราณคุ้มกันระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุดของเฉินเทียนอี้ได้อย่างราบรื่น คมดาบโลหิตพุ่งกระแทกเข้ากับกระบี่ั์ร่ายรำในมือของเฉินเทียนอี้อย่างจัง
เคร้งงงงงง
เสียงโลหะปะทะกันดังบาดหู เฉินเทียนอี้เบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เขารู้สึกถึงแรงสั่นะเืมหาศาลที่ส่งผ่านจากตัวกระบี่เข้ามาถึงกระดูกแขน พละกำลังของเด็กหนุ่มในระดับสร้างฐานขั้นสูงสุด กลับหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งกว่าอสูรั์ กระบี่ั์ร่ายรำที่เป็ของวิเศษระดับ์ แม้จะไม่หักสะบั้น แต่ก็ทำให้แขนขวาของเฉินเทียนอี้ชาหนึบจนแทบหมดความรู้สึก แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของอัครมหาเสนาบดีกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบก้าว เท้าของเขาไถลไปกับพื้นหินหยกดำจนเกิดรอยลึก
เป็ไปไม่ได้ พลังปราณของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าเลย ซ้ำเจตจำนงกระบี่ของมันยังน่ากลัวยิ่งกว่า เฉินเทียนอี้คิดในใจด้วยความหวาดหวั่นที่เพิ่มทวีคูณ เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การสั่งสอนเด็กเมื่อวานซืน แต่มันคือการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดอย่างแท้จริง
หลินเฟยไม่ปล่อยให้เฉินเทียนอี้ได้พักหายใจ เขาใช้วิชาก้าวพริบตาอสรพิษพุ่งทะยานตามเข้าไปติดๆ ดาบโลหิตสีดำในมือร่ายรำกระบวนท่าฟาดฟันอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วดุจพายุคลั่ง ทุกการโจมตีแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถผ่าูเาให้แยกส่วน เฉินเทียนอี้ต้องงัดเอาประสบการณ์การต่อสู้ทั้งชีวิตและวิชากระบี่ทั้งหมดที่มีออกมาเพื่อตั้งรับและปัดป้องอย่างทุลักทุเล ประกายไฟจากการปะทะของกระบี่สว่างวาบไปทั่วลานประมูล เสียงเคร้งคร้างดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและรวดเร็วจนผู้ชมบนอัฒจันทร์มองตามไม่ทัน พวกเขาเห็นเพียงแสงสีทองและแสงสีเืที่พุ่งชนกันไปมากลางเวที ซากปรักหักพังของแท่นประมูลและพื้นหินถูกทำลายจนเละเทะ เฉินเทียนอี้ผู้ที่เคยหยิ่งยโสและรักษาภาพลักษณ์อันสง่างาม บัดนี้เสื้อผ้าไหมสีทองขาดวิ่นและเปื้อนไปด้วยคราบเืและฝุ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายของเขามีรอยแผลถูกฟันหลายแห่ง เืสีแดงสดไหลซึมออกมาอย่างต่อเนื่อง อาการหอบหายใจอย่างหนักหน่วงบ่งบอกถึงการสูญเสียพลังปราณไปอย่างมหาศาล
ในทางกลับกัน หลินเฟยกลับยิ่งสู้ยิ่งดุดัน ร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าและพลังปราณที่ฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เขาไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ั์ตาสีเืของเขาทอประกายความสนุกสนานและอำมหิต เขาไม่ได้้าสังหารเฉินเทียนอี้ในดาบเดียว แต่เขา้าทรมานและทำลายความหวังของศัตรูให้แหลกสลายอย่างช้าๆ
ท่านอัครมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ ทำไมท่านถึงได้เอาแต่ถอยหนีเช่นนี้เล่า พลังระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุดที่ท่านภาคภูมิใจนักหนามันหายไปไหนหมด หรือว่าวิชากระบี่ของตระกูลเฉินมันจะห่วยแตกเหมือนกับนิสัยของพวกท่าน หลินเฟยเอ่ยเยาะเย้ยขณะที่ตวัดดาบฟันเฉียดใบหน้าของเฉินเทียนอี้ไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
เฉินเทียนอี้โกรธจนแทบกระอักเื เขาเป็ถึงบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดเป็อันดับสองของจักรวรรดิ แต่กลับถูกเด็กหนุ่มรุ่นลูกไล่ต้อนและดูถูกเหยียดหยามต่อหน้าผู้คนนับหมื่น ความอับอายนี้ทำให้เขาสูญเสียความเยือกเย็นโดยสมบูรณ์ ไอ้เด็กผี แกบีบให้ข้าต้องใช้ไม้ตายสุดท้าย ข้าจะลากแกไปลงนรกพร้อมกับข้าให้จงได้
เฉินเทียนอี้ถอยร่นออกไปรักษาระยะห่าง เขากัดปลายลิ้นของตนเองและพ่นเืสีแดงสดลงบนใบกระบี่ั์ร่ายรำ จากนั้นก็ประสานอินและร่ายคาถาด้วยความเร็วแสง พลังลมปราณแก่นแท้ในร่างของเขาถูกเผาผลาญอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้นพลังแฝงของค่ายกลทำลายล้างที่ถูกซ่อนไว้ในกระบี่วิเศษเล่มนี้
เคล็ดวิชาต้องห้าม ั์ทำลายล้างนภา
ทันทีที่สิ้นเสียงร่ายคาถา กระบี่ั์ร่ายรำก็สั่นะเือย่างรุนแรงและเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าจนบดบังทุกสิ่ง พลังงานมหาศาละเิออกจากตัวกระบี่ ก่อตัวเป็ัทองคำขนาดั์ที่มีความยาวกว่าร้อยจั้ง ลำตัวของมันปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีทองที่ร้อนระอุจนสามารถหลอมละลายเหล็กกล้าได้ในพริบตา ัทองคำคำรามลั่น มันไม่ได้พุ่งเป้าไปที่หลินเฟยเพียงคนเดียว แต่มันพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานของหอคอยนภาลัย หมายจะทำลายโครงสร้างทั้งหมดและบดขยี้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ให้ตายตกไปพร้อมกัน นี่คือการโจมตีแบบพลีชีพของยอดฝีมือที่หมดหนทางสู้
ผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พวกเขาพยายามจะวิ่งหนีออกจากหอคอย แต่ประตูทางออกถูกปิดตายด้วยค่ายกลป้องกัน ความสิ้นหวังเข้าปกคลุมจิตใจของทุกคน พวกเขากำลังจะตายเพราะความบ้าคลั่งของเฉินเทียนอี้
หลินเฟยแหงนหน้ามองัทองคำที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นไปทำลายเพดาน แววตาของเขายังคงสงบนิ่งและเยือกเย็น ท่านคิดว่าเคล็ดวิชาโง่ๆ นี่จะสามารถช่วยชีวิตท่านได้กระนั้นหรือ ช่างไร้เดียงสาเสียจริง หลินเฟยเก็บดาบโลหิตสีดำกลับเข้าสู่จุดตันเถียน เขาหลับตาลง อ้าแขนทั้งสองข้างออก โคจรพลังปราณสีทองแดงและเจตจำนงกระบี่ขั้นที่สองจนถึงขีดจำกัดสูงสุดของชีวิต เขาผสานจิติญญาของตนเองเข้ากับชิ้นส่วนแห่งศาสตราไร้ลักษณ์อย่างสมบูรณ์แบบ
วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาสูงสุด อาณาเขตดาบสะบั้น์
หลินเฟยลืมตาขึ้น ั์ตาสีเืของเขาเปล่งประกายเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์สีเื พริบตานั้น มิติรอบตัวของเขาในรัศมีร้อยวาถูกหยุดนิ่ง พลังงานทุกอย่าง การเคลื่อนไหวทุกสิ่ง ถูกบีบอัดและหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน อากาศธาตุรอบตัวของหลินเฟยแปรสภาพกลายเป็ดาบปราณที่มองไม่เห็นนับแสนนับล้านเล่ม พวกมันหมุนวนและถักทอเข้าด้วยกันจนกลายเป็อาณาเขตแห่งการทำลายล้างที่สมบูรณ์แบบ
หลินเฟยสะบัดแขนขวาขึ้นสู่ท้องฟ้า อาณาเขตดาบที่มองไม่เห็นพุ่งทะยานขึ้นไปปะทะกับัทองคำขนาดั์อย่างรุนแรง ไม่มีเสียงะเิ ไม่มีประกายไฟ มีเพียงการแตกสลายอย่างเงียบกริบ เจตจำนงแห่งการตัดขาดของอาณาเขตดาบทะลวงผ่านเปลวเพลิงสีทองและเกล็ดัอย่างราบรื่น ัทองคำที่ดูไร้เทียมทานถูกตัดแบ่งออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับล้านชิ้นภายในเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะสลายหายไปกลายเป็เพียงละอองแสงสีทองที่ร่วงหล่นลงมาดุจหิมะ
เฉินเทียนอี้ที่เพิ่งสูญเสียพลังปราณทั้งหมดไปกับวิชาต้องห้าม เบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด เขามองดูเคล็ดวิชาไม้ตายของตนเองถูกทำลายล้างอย่างง่ายดายราวกับเป่าฝุ่น ร่างกายของเขาทรุดลงคุกเข่ากระแทกพื้นหินหยกดำอย่างหมดสภาพ กระบี่ั์ร่ายรำหลุดร่วงจากมือ เขาเงยหน้าขึ้นมองหลินเฟยที่กำลังเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ สายตาของเขาว่างเปล่าและยอมรับชะตากรรม
เ้า... เ้าไม่ใช่คน... เ้าคือเทพเ้าแห่งความตาย... เฉินเทียนอี้ละล่ำละลักด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
หลินเฟยหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของศัตรูคู่อาฆาต เขาก้มมองลงมาด้วยสายตาที่ไร้ความเมตตาใดๆ ข้าคือสิ่งที่ท่านสร้างขึ้น เฉินเทียนอี้ ท่านสอนให้ข้าเรียนรู้ว่าโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่กำหนดทุกสิ่ง บัดนี้ ข้าแข็งแกร่งกว่าท่าน และข้าจะกำหนดความตายให้แก่ท่าน หลินเฟยก้มลงหยิบกระบี่ั์ร่ายรำขึ้นมาจากพื้น เขาจับด้ามกระบี่ของบิดาอย่างทะนุถนอม ััได้ถึงความอบอุ่นที่คุ้นเคย
หลินเฟยยกกระบี่ขึ้นสูง ปลายกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอของเฉินเทียนอี้ ด้วยกระบี่เล่มนี้ ที่ท่านใช้ทรยศบิดาข้า ข้าจะใช้มันเพื่อปิดบัญชีแค้นของเรา
ได้โปรด... ไว้ชีวิตตระกูลเฉินของข้า... เฉินเทียนอี้หลั่งน้ำตาอ้อนวอนในวินาทีสุดท้าย
ข้าไม่เคยให้สัญญาใดๆ กับศัตรู หลินเฟยตวัดกระบี่ั์ร่ายรำอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว คมกระบี่ตัดผ่านลำคอของอัครมหาเสนาบดีเฉินเทียนอี้อย่างราบรื่น ศีรษะที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังหลุดกระเด็นออกจากบ่า เืสีแดงสดพุ่งกระฉูดรดพื้นเวทีประมูล ร่างไร้ิญญาของชายผู้ทรงอำนาจที่สุดล้มตึงลงกองกับพื้น ปิดฉากชีวิตที่เต็มไปด้วยการทรยศและคาวเือย่างสมบูรณ์แบบ
หลินเฟยยืนมองซากศพของศัตรูด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความแค้นที่แบกรับมานานนับสิบปีได้รับการปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์ เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานหอคอยที่ทะลุเป็รูโหว่ เผยให้เห็นท้องฟ้ายามเช้าที่สว่างไสว การล้างแค้นของเขาสิ้นสุดลงแล้ว แต่เส้นทางแห่งวิถีศัสตราไร้ลักษณ์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เขาเก็บกระบี่ั์ร่ายรำไว้ในถุงมิติ หมุนตัวเดินฝ่าซากปรักหักพังและสายตาที่หวาดกลัวของผู้คนนับหมื่น มุ่งหน้าออกจากหอคอยนภาลัยอย่างสง่างามและโดดเดี่ยว ตำนานของปีศาจชุดดำผู้สังหารอัครมหาเสนาบดีกลางงานประมูล จะถูกเล่าขานไปทั่วทั้งจักรวรรดิเมฆาสมุทร และชื่อของหลินเฟย จะกลายเป็ฝันร้ายที่ผู้มีอำนาจทุกคนต้องหวาดหวั่นไปตลอดกาล!