The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่64 เตรียมตัวก่อนสำรวจดันเจี้ยน3

               “นี่แน่ะๆ…กระทืบมันเลยฮะฮ่าๆๆ”

          “โอ้ย..เจ็บนะ..ปล่อยฉันไปเถอะ…เอิ้กก..!” 

          “ใครใช้ให้แกพูดกัน.."

          “แกก็แค่สามัญชนที่โชคดีถูกตระกูลขุนนางชั้นสูงเก็บมาเลี้ยงเท่านั้นแหละ..นี่แน่ะ”

      หมัดชกไปที่ท้อง

      รองเท้าถูกยัดไปที่ปาก 

      น้ำลายจำนวนมากถมใส่ 

      ศีรษะถูกทุบตี 

      เด็กน้อยผู้อ่อนแอและน่าสงสารคนหนึ่งมักเป็นผู้ถูกกลั่นแกล้งจากเหล่าลูกหลานขุนนางตัวน้อยผู้แสนเกเรอยู่เสมอ

      ทั้งเหงา

      ทั้งเจ็บปวด

      ทั้งโดดเดี่ยว

      เพราะแค่ความแตกต่างเรื่องชนชั้น 

      เพราะแค่ไม่เกิดมาร่ำรวย

      เพราะแค่ไม่เกิดมาในตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์

      ตั้งแต่ลืมตาดูโลกแห่งนี้ ตัวเขาไม่มีแม้กระทั่งพ่อแม่ที่คอยโอบกอด 

      ถึงแม้ว่าจะโชคดีที่มีขุนนางตระกูลหนึ่งเก็บมาเลี้ยง..แต่ถึงอย่างงั้นชีวิตในวันเด็กของเขาก็ไม่ต่างจากฝันร้ายที่ไม่เคยจบสิ้น 

       “ฮะฮ่า…ช่วยคลานสี่ขาแล้วร้องเหมือนหมูให้ดูหน่อยได้มั้ย” 

       ไม่มีใครสักคนยอมรับเขา..หรือยอมเป็นเพื่อนกับเขาแม้แต่น้อย ทุกคนล้วนกลั่นแกล้งเขา 

       โลกนี้มันโหดร้าย..ผู้อ่อนแอมักตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่งเสมอ

       ใช่แล้วล่ะ..แต่มันก็มีกรณียกเว้นเหมือนกัน

       “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!…” 

      เด็กสาวตัวน้อยผมทองตาทอง..วิ่งมาทันที..ด้วยท่าทีโมโห

       “ห้ามรังแกเรเวลนะ!.."

       ผมยาวสลวยสีทองสะท้อนแสงตะวัน..

       ดวงตาสีทองงดงามไม่ต่างจากสีผม

       ตัวเธอนั้นเป็นเด็กสาวที่เกิดมาหน้าตางดงามพร้อมกับพรสวรรค์ทางด้านเวทย์มนต์ที่เปี่ยมล้น

       “วะ..เหวออ..หนีเร็วพวกเรา..เอลิเซ่มาแล้ว..”

       “ชิ..ฝากไว้ก่อนเถอะ”

       เหล่าเด็กผู้ชายท่าทางอันธพาลที่รุมรังแกเด็กผู้ชายผมขาวคนหนึ่ง วิ่งหนีเด็กผู้หญิงเพียงแค่คนเดียว

       “เฮ้ออ..เจ้าพวกนี้นี่ไม่ไหวจริงๆเล้ย..” 

       เธอไม่สนใจไล่ตามเด็กผู้ชายพวกนั้นไป..แต่กลับวิ่งเข้าไปหาเด็กผู้ชายผมขาวที่นอนโทรมอยู่ที่พื้นแทน

       “ปะ..เป็นอะไรมั้ยเรเวล!?…เจ็บตรงไหนมากมั้ย?…” ตัวเธอค่อยๆประคองเด็กผู้ชายคนนั้นขึ้นมาด้วยท่าทีเป็นห่วง

       “ขะ..ขอบคุณนะครับ..คุณหนูเอลิเซ่”

       “โธ่..ก็บอกแล้วไงว่าอยู่กันสองคนเรียกเอลิเซ่เฉยๆก็ได้..ถ้านายยังไม่เรียกแบบนี้ฉันโกรธจริงๆแล้วนะ” เอลิเซ่วัย5ขวบทำหน้าเง้างอนพร้อมกับแก้มป่องทันที

       “ขอโทษนะ..เอลิเซ่..ไม่ว่ายังไง..ตัวฉันมันก็…ฮึกฮือๆ” เด็กน้อยผมขาววัย5ขวบร้องไห้ออกมา

       “โอ๋ๆๆ..ไม่ร้องนะ..” เอลิเซ่เอามือลูบหัวที่มีผมสีขาวราวกับหิมะอย่างอ่อนโยน

       เธอกอดเรเวลไว้ในอ้อมอก

       พร้อมกับค่อยๆลูบหัวเขา

       “ทำไมนายถึง..พยายามไปเล่นกับคนพวกนั้นล่ะ..ทั้งที่เขาทำนายขนาดนั้น”

       “ก็ฉันเหงานี่นา..ฉันอยากมีเพื่อนเล่นบ้าง”

       “นายเองก็มี..ฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ..ฉะนั้นไม่ต้องใส่ใจคนพวกนั้นก็ได้นะ”

       “แต่ว่ามัน…”

       “ไม่ต้องห่วงน่าาา….ฉันจะอยู่กับนายตลอดไปเอง..ไม่ปล่อยให้นายเหงาหรอก..เพราะฉันน่ะ..ชอบนายที่สุดเลยนะ..เรเวล ><” เอลิเซ่กอดเรเวลพร้อมกับเอาหน้าตัวเองซบไปที่หน้าอกของเขา

        เธอเงยหน้าขึ้นมา 

        ดวงตาสีแดงกับสีทองประสานกัน

        “ถ้านายเหงาหรือรู้สึกโดดเดี่ยว ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างนาย กอดนาย และจับมือกับนายแบบนี้เอง 

         ถ้านายร้องไห้ ฉันก็จะลูบหัวนาย ปลอบนายแบบนี้จนกว่าจะหยุดร้อง

         ฉะนั้นนายน่ะ..อย่าเศร้าไปเลยนะเรเวล…เพราะฉันจะอยู่กับนายตลอดไป ฉันสัญญาเลยล่ะ ><"

         “ฮือๆ..ขะ..ขอบใจนะเอลิเซ่” เรเวลวัย5ขวบ..ร้องไห้น้ำตาไหลพรากออกมา

         “โอ๋ๆๆๆ…อย่าร้องนะ…" เอลิเซ่เอามือลูบหัวเรเวลอีกครั้ง

         “เป็นเด็กผู้ชายไม่ควรเสียน้ำตาง่ายๆแบบนะรู้มั้ย” เธอจ้องไปยังดวงตาสีแดงที่เต็มไปด้วยน้ำตาแล้วยิ้มให้

        “ฮึก..อือ..เอลิเซ่…ฉันจะเข้มแข็งและไม่ร้องไห้อีกแล้ว” เรเวลพยายามกลั้นร้องไห้ แล้วเอามือเช็ดน้ำตาตัวเอง

         เอลิเซ่ยิ้มราวกับดีใจที่เห็นเด็กน้อยผมขาวหยุดร้องไห้..ตัวเธอจึงตัดสินใจถามเขาไป

        “เรเวลนายน่ะ..ชอบฉันมั้ย?” เอลิเซ่ถามพร้อมกับเริ่มหน้าแดง

        “ชอบงั้นหรอ?” เรเวลดูอ้ำอึ้งเล็กน้อย

         “ยังไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้นะ…พวกเรากลับบ้านของเราด้วยกันเถอะ><” เอลิเซ่จูงมือเรเวลพร้อมกับพาเขากลับบ้านด้วยกัน

                            #หลังจากวันนั้น#

         “นี่..เรเวล..ดอกไม้..ฉันให้นาย”   

         “เอ๋..มันเอาไปทำอะไรอะ?…แต่ก็ขอบใจนะ”

                             #ฤดูหนาว#

          ณ ห้องแห่งหนึ่งในคฤหาสถ์..มีเตาไฟคอยให้ความอบอุ่น โดยบรรยากาศด้านนอกมีหิมะตก

         “นิทานเรื่องนี้สนุกจังเลยนะ”

         “อืม…นั่นสิ..ฉันเองก็อยากเท่แบบนั้นบ้างจัง”

          ตัวเธอและเขาอ่านนิทานด้วยกันสองคน

                             #ฤดูใบไม้ผลิ#

           “ในที่สุดก็ถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วนะ เรเวล ><”

           “อืม”

           "ฮิฮิ..>//<" เอลิเซ่วิ่งเข้ามากอดเรเวลพร้อมกับหน้าแดง

           "อยู่ด้วยกันกับฉันตลอดไปนะ..เรเวล"

           หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น..เอลิเซ่ก็คอยเป็นเพื่อนเล่นของผมมาโดยตลอด ตัวเธอกอดผม จับมือผมและปัดเป่าความเดียวดายไปจากใจผม…

          “ขอบใจนะเอลิเซ่..ที่เธอยอมอยู่กับฉันโดยไม่รังเกียจน่ะ”

           “ฉันจะรังเกียจนายทำไมล่ะ..ในเมื่อฉันโตมากับนายตั้งแต่เด็กแล้ว อีกอย่างถ้าทุกคนในบ้านฉันเกลียดนายจริง คงไม่เก็บนายมาเลี้ยงหรอก..จริงมั้ย ><” 

           “อืม..นั่นสินะ" 

           ถ้าหากช่วงเวลาแบบนี้คงอยู่ต่อไปตลอดไปละก็..ก็คงดี เพราะตัวผมในตอนนี้น่ะ..มีความสุขมากๆเลยล่ะ 

        ……จนกระทั่งวันนั้นก็มาถึง

           วันนี้จะเป็นวันที่ผมจะสารภาพความรู้สึกในใจของผมที่มีต่อเอลิเซ่    

           “หวังว่าดอกไม้นี้เอลิเซ่คงชอบนะ ><” 

           เรเวลถือช่อดอกไม้ที่มีดอกไม้สีน้ำเงินเรืองแสงสวยงาม…

           ดอกทิวลิปหิมะ..ดอกไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้มอบให้แก่คนที่เรารักซึ่งเป็นตัวแทนของคำบอกรักนั้น ตอนนี้กำลังอยู่ในมือของเขา

          “เอลิเซ่อยู่ไหนกันนะ?”

          เรเวลเดินหาเอลิเซ่ทั่วคฤหาสน์..จนในที่สุดก็เจอเธอ

          “เอลิเซ่”

          “มีอะไรงั้นหรอเรเวล?”

           เรเวลเดินถือช่อดอกไม้เข้ามาใกล้เธอ

          “ฉันมีเรื่องอยากจะบอกเธอ...สำหรับคำตอบในตอนนั้นน่ะ…จริงๆแล้วฉันเองก็ชอบเธอนะ><”

           “..” เอลิเซ่เงียบ

          “ตัวเธอน่ะ..คือแสงสว่างของฉัน.."

           “…” 

           “ในยามมืดมิดและโดดเดี่ยว..ตัวเธอคือแสงสว่างที่คอยอยู่เคียงข้างฉัน..

           ในยามเดียวดายและเปลี่ยวเหงา ตัวเธอคือแสงสว่างที่คอยปัดเป่าความเหงาและความเดียวดายออกไปจากหัวใจของฉัน..

           ในยามเหน็บหนาวและปวดร้าว ตัวเธอคือแสงสว่างที่คอยเยียวยาและโอบกอดฉันอย่างอ่อนโยน ”

           “…”

          “ฉะนั้นนี่คือความรู้สึกทั้งหมดในใจของฉัน…ฉันชอบเธอ และรักเธอนะเอลิเซ่..เพราะว่าตัวเธอน่ะ..คือแสงสว่างของฉันไงล่ะ….” เรเวลยิ้มและยื่นย่อดอกไม้ให้ทันที

          “…” เอลิเซ่มองไปยังช่อดอกไม้นั้น

          “ฉะนั้น..เพื่อตอบแทนแสงสว่างนั้น..สักวันฉันจะแข็งแกร่งขึ้นจนเป็นวีรบุรุษในนิทานที่เธอหลงไหลให้ดู…สักวันฉันจะแข็งแกร่งขึ้นแล้วเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ให้เธอดูเอง…ถึงตอนนั้นเธอช่วยแต่งงานกับฉันได้มั้ย?”

          “พอเถอะ..ฉันจะอ้วก”

          “เอ๋!?”

         “ตัวฉันน่ะ..ไม่เคยชอบคนอย่างนายแม้แต่น้อย…จะเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์งั้นหรอ?..กลับไปฝันหวานที่อื่นเถอะ” เอลิเซ่คว้าช่อดอกไม้นั้นแล้วปาใส่หน้าเรเวลทันที

         "โอ้ย!"

         “ดะ..เดี๋ยวก่อนสิเอลิเซ่..ทำไมพูดอย่างงั้นล่ะ..ตัวเธอเคยบอกว่าชอบฉันไม่ใช่หรอ”

         “อา..เรื่องทั้งหมดนั่น..ฉันโกหกน่ะ..เพราะไม่ว่ายังไงตัวฉันก็ชอบชนชั้นล่างอย่างนายไม่ลงจริงๆ” เอลิเซ่เดินไปข้างหน้าแล้วใช้เท้าเหยียบขยี้ช่อดอกไม้นั้น

         ภาพนั้นทำร้ายจิตใจของเรเวลเป็นอย่างมาก

         “มะ..ไม่จริงใช่มั้ย…ตัวเธอไม่ใช่เอลิเซ่แน่ๆ..เพราะถ้าเป็นเอลิเซ่ตัวจริงต้องไม่ทำกับฉันแบบนี้แน่ๆ”

         “เห้อ..แกนี่มันโง่เกินเยียวยาจริงๆนะ” หลังกล่าวจบเอลิเซ่พุ่งเข้าประชิดตัวเรเวลในพริบตา

         “อั๊ก..” เรเวลถูกชกเข้าไปที่ท้องอย่างรุนแรงจนลอยกระเด็นติดกำแพงแล้วร่วงหล่นลงมาทันที

          ‘ตุบ’

         “ทะ..ทำไม..ทำไม..ทำไมกัน..ทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้..ฮึก..ฮือๆๆ” ตัวเขาเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร้องไห้มานาน

         “ถ้านายไม่เชื่อ..ฉันจะแสดงให้นายดูเอง..ออกมานี่ซะเคิร์ซ”

         “เข้าใจแล้วเอลิเซ่”

         ตอนนั้นเองมีเด็กผู้ชายหนึ่งเดินออกมาจากมุมกำแพงที่เขาซ่อนตัวไว้

         “นะ..นาย” เรเวลมองไปยังเด็กผู้ชายคนนั้นทันที

         ใช่แล้วล่ะ..เด็กคนนั้นก็คือหนึ่งในเด็กที่เคยกลั่นแกล้งเรเวลในวันนั้นนั่นเอง 

         “สภาพดูไม่ได้เลยนะแกเนี่ย…” เด็กผู้ชายคนนั้นยิ้มเยาะใส่เรเวล

         “เคิร์ซ…” เอลิเซ่..ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เคิร์ซ..พร้อมกับหน้าแดง

         หลังจากนั้นไม่นานเอลิเซ่ก็จูบไปที่ริมฝีปากของเคิร์ซทันที

          “..!” เรเวลมองภาพนั้นด้วยอาการช็อคและตกใจเป็นอย่างมาก

          น้ำตาของเขาไหลออกมาหนักกว่าเดิม

          “มะ..ไม่จริงใช่มั้ย..” 

          “นี่คือเรื่องจริง” เอลิเซ่ดันตัวเคิร์ซออกพร้อมกับกล่าวแบบนั้น

          “คนอย่างแกน่ะ..ไม่คู่ควรกับที่แห่งนี้หรอก..เพราะคนที่จะแต่งงานกับเอลิเซ่น่ะ..คือฉันต่างหากล่ะ..ฮะฮ่าๆ”

          “นายน่ะ..ออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้ซะ..เรเวล..ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีก”เอลิเซ่พูดใส่เรเวลด้วยสีหน้าเย็นชา....

          "..ฮึก..ฮือๆๆๆ" เรเวลตัวสั่นนั่งนิ่งแล้วร้องไห้อยู่แบบนั้น

          “สัญญา… ทั้งที่สัญญาแล้วแท้ๆไม่ใช่หรอ..ว่าถ้าฉันเหงาหรือรู้สึกโดดเดี่ยว ตัวเธอจะคอยอยู่เคียงข้างฉัน กอดฉัน และจับมือกับฉัน

           สัญญาแล้วไม่ใช่หรอ…ว่าถ้าฉันร้องไห้ ตัวเธอจะลูบหัวฉัน ปลอบฉันจนกว่าจะหยุดร้อง

           และสัญญาแล้วไม่ใช่หรอ…ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตัวเธอ..ก็จะอยู่กับฉันตลอดไป..ทำไมกันล่ะ..ทำไม..ฮือๆ" 

          "ออกไปซะ...ออกไป...ไอชนชั้นล่างน่ารังเกียจ..ตัวฉันไม่เคยสัญญาอะไรกับนายทั้งนั้น…เพราะตอนนี้ฉันเจอคนที่ดีกว่านายแล้วยังไงล่ะ" เอลิเซ่ตะคอกเสียงดังพร้อมกับเตะช่อดอกไม้นั้นใส่เรเวล

          กลีบดอกไม้ฟุ้งกระจายเนื่องจากแรงเตะ…แสงสีน้ำเงินของดอกไม้..ค่อยๆสลายหายไป เหลือแต่กลีบสีน้ำเงินธรรมดาที่ทยอยร่วงหล่น..ใส่ผมสีขาว

          เรเวลพยายามกลั้นน้ำตา..มองไปยังดอกทิวลิปหิมะช่อนั้นที่ตอนนี้ไม่อาจคงสภาพเป็นช่อดอกไม้ได้อีกแล้ว

          กลีบดอกไม้สีน่้ำเงินสลายแสงหายไป..อย่างสมบูรณ์

          “ฮึก..อา..ฉันเข้าใจแล้ว…ฉันจะไปจากที่แห่งนี้…ถ้าหากเธอต้องการแบบนั้น..ฉันก็จะไปจากที่แห่งนี้เอง…แต่ถึงอย่างงั้นความฝันฉันก็ยังคงเหมือนเดิม…ฉะนั้นลาก่อนนะเอลิเซ่.." เรเวลทำสีหน้ามืดมนต์ท่ามกลางน้ำตาที่ไหลริน

          “ถึงแม้ว่าที่ผ่านมามันจะเป็นเรื่องหลอกลวง..แต่ว่าฉันก็ขอบคุณนะ…ฉะนั้นรักษาตัวด้วยล่ะ……เอลิเซ่” 

          เรเวลกล่าวชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเป็นครั้งสุดท้าย

          ปาดน้ำตาแล้ววิ่งออกไปจากคฤหาสน์ทันที

          วิ่งไปข้างหน้า

          วิ่งไปเรื่อยๆ

          ตัวเขาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ออกมา..ตะโกนลั่นในใจแล้ววิ่งไปเรื่อยๆ

           โธเว้ยยย

           โธเว้ยยยยยย 

           โธโว้ยยยยยยยยยยย

           โธ่โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย

           เจ็บใจ

           เจ็บใจนักกก

           เจ็บใจนักกกกก

           เจ็บใจนักกกกกกกก

           ตัวฉันน่ะ ....ตัวฉันน่ะ

           แค่เกิดมาเป็นชนชั้นล่างงั้นหรอ…แค่เพราะเกิดมา..อ่อนแอและน่าสมเพซงั้นหรอ..คอยดูละกัน..ทั้งเอลิเซ่ แล้วก็เคิร์ซ รวมทั้งพวกขุนนางและราชวงศ์ทั้งหลาย…ตัวฉันที่เป็นชนชั้นล่างนี่แหละ..สักวันหนึ่ง..ฉันจะแข็งแกร่งขึ้น..จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และแข็งแกร่งยิ่งกว่าใครๆ …คอยดูเอาไว้เถอะ

           สักวันจะฉันเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ให้ดู!!!!…..จะเป็นอัศวินแห่งเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปอัลเทียร์แห่งนี้ให้ดู!!!!….คอยดูไว้ละกันนนน 

                               ……………….

           ‘ตุ้บบ’ เสียงหล่นราวกับมีบางอย่างตกจากเตียง

           เด็กหนุ่มผมขาวค่อยๆลืมตาขึ้นมาในสภาพงัวเงีย

           “เมื่อกี้ตัวเราฝันถึงเรื่องในอดีตงั้นหรอ…?” 

           เรเวลขยับมือไปแตะขอบตาตัวเองที่รู้สึกแฉะเล็กน้อย

           “คราบน้ำตา..?”

            ตัวเขาค่อยๆยืนขึ้นมา..พร้อมกับมองไปรอบๆ

           “รูอันคงออกไปเดินเล่นสินะ..ตอนนี้กี่โมงแล้วล่ะนิ?” เรเวลหันไปมองนาฬิกาทันที

           ‘10.00 น.’

           “ตัวเราตื่นสายเองงั้นสินะ..”