“นี่แน่ะๆ…กระทืบมันเลยฮะฮ่าๆๆ”
“โอ้ย..เจ็บนะ..ปล่อยฉันไปเถอะ…เอิ้กก..!”
“ใครใช้ให้แกพูดกัน.."
“แกก็แค่สามัญชนที่โชคดีถูกตระกูลขุนนางชั้นสูงเก็บมาเลี้ยงเท่านั้นแหละ..นี่แน่ะ”
หมัดชกไปที่ท้อง
รองเท้าถูกยัดไปที่ปาก
น้ำลายจำนวนมากถมใส่
ศีรษะถูกทุบตี
เด็กน้อยผู้อ่อนแอและน่าสงสารคนหนึ่งมักเป็นผู้ถูกกลั่นแกล้งจากเหล่าลูกหลานขุนนางตัวน้อยผู้แสนเกเรอยู่เสมอ
ทั้งเหงา
ทั้งเจ็บปวด
ทั้งโดดเดี่ยว
เพราะแค่ความแตกต่างเรื่องชนชั้น
เพราะแค่ไม่เกิดมาร่ำรวย
เพราะแค่ไม่เกิดมาในตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์
ตั้งแต่ลืมตาดูโลกแห่งนี้ ตัวเขาไม่มีแม้กระทั่งพ่อแม่ที่คอยโอบกอด
ถึงแม้ว่าจะโชคดีที่มีขุนนางตระกูลหนึ่งเก็บมาเลี้ยง..แต่ถึงอย่างงั้นชีวิตในวันเด็กของเขาก็ไม่ต่างจากฝันร้ายที่ไม่เคยจบสิ้น
“ฮะฮ่า…ช่วยคลานสี่ขาแล้วร้องเหมือนหมูให้ดูหน่อยได้มั้ย”
ไม่มีใครสักคนยอมรับเขา..หรือยอมเป็นเพื่อนกับเขาแม้แต่น้อย ทุกคนล้วนกลั่นแกล้งเขา
โลกนี้มันโหดร้าย..ผู้อ่อนแอมักตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่งเสมอ
ใช่แล้วล่ะ..แต่มันก็มีกรณียกเว้นเหมือนกัน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!…”
เด็กสาวตัวน้อยผมทองตาทอง..วิ่งมาทันที..ด้วยท่าทีโมโห
“ห้ามรังแกเรเวลนะ!.."
ผมยาวสลวยสีทองสะท้อนแสงตะวัน..
ดวงตาสีทองงดงามไม่ต่างจากสีผม
ตัวเธอนั้นเป็นเด็กสาวที่เกิดมาหน้าตางดงามพร้อมกับพรสวรรค์ทางด้านเวทย์มนต์ที่เปี่ยมล้น
“วะ..เหวออ..หนีเร็วพวกเรา..เอลิเซ่มาแล้ว..”
“ชิ..ฝากไว้ก่อนเถอะ”
เหล่าเด็กผู้ชายท่าทางอันธพาลที่รุมรังแกเด็กผู้ชายผมขาวคนหนึ่ง วิ่งหนีเด็กผู้หญิงเพียงแค่คนเดียว
“เฮ้ออ..เจ้าพวกนี้นี่ไม่ไหวจริงๆเล้ย..”
เธอไม่สนใจไล่ตามเด็กผู้ชายพวกนั้นไป..แต่กลับวิ่งเข้าไปหาเด็กผู้ชายผมขาวที่นอนโทรมอยู่ที่พื้นแทน
“ปะ..เป็นอะไรมั้ยเรเวล!?…เจ็บตรงไหนมากมั้ย?…” ตัวเธอค่อยๆประคองเด็กผู้ชายคนนั้นขึ้นมาด้วยท่าทีเป็นห่วง
“ขะ..ขอบคุณนะครับ..คุณหนูเอลิเซ่”
“โธ่..ก็บอกแล้วไงว่าอยู่กันสองคนเรียกเอลิเซ่เฉยๆก็ได้..ถ้านายยังไม่เรียกแบบนี้ฉันโกรธจริงๆแล้วนะ” เอลิเซ่วัย5ขวบทำหน้าเง้างอนพร้อมกับแก้มป่องทันที
“ขอโทษนะ..เอลิเซ่..ไม่ว่ายังไง..ตัวฉันมันก็…ฮึกฮือๆ” เด็กน้อยผมขาววัย5ขวบร้องไห้ออกมา
“โอ๋ๆๆ..ไม่ร้องนะ..” เอลิเซ่เอามือลูบหัวที่มีผมสีขาวราวกับหิมะอย่างอ่อนโยน
เธอกอดเรเวลไว้ในอ้อมอก
พร้อมกับค่อยๆลูบหัวเขา
“ทำไมนายถึง..พยายามไปเล่นกับคนพวกนั้นล่ะ..ทั้งที่เขาทำนายขนาดนั้น”
“ก็ฉันเหงานี่นา..ฉันอยากมีเพื่อนเล่นบ้าง”
“นายเองก็มี..ฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ..ฉะนั้นไม่ต้องใส่ใจคนพวกนั้นก็ได้นะ”
“แต่ว่ามัน…”
“ไม่ต้องห่วงน่าาา….ฉันจะอยู่กับนายตลอดไปเอง..ไม่ปล่อยให้นายเหงาหรอก..เพราะฉันน่ะ..ชอบนายที่สุดเลยนะ..เรเวล ><” เอลิเซ่กอดเรเวลพร้อมกับเอาหน้าตัวเองซบไปที่หน้าอกของเขา
เธอเงยหน้าขึ้นมา
ดวงตาสีแดงกับสีทองประสานกัน
“ถ้านายเหงาหรือรู้สึกโดดเดี่ยว ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างนาย กอดนาย และจับมือกับนายแบบนี้เอง
ถ้านายร้องไห้ ฉันก็จะลูบหัวนาย ปลอบนายแบบนี้จนกว่าจะหยุดร้อง
ฉะนั้นนายน่ะ..อย่าเศร้าไปเลยนะเรเวล…เพราะฉันจะอยู่กับนายตลอดไป ฉันสัญญาเลยล่ะ ><"
“ฮือๆ..ขะ..ขอบใจนะเอลิเซ่” เรเวลวัย5ขวบ..ร้องไห้น้ำตาไหลพรากออกมา
“โอ๋ๆๆๆ…อย่าร้องนะ…" เอลิเซ่เอามือลูบหัวเรเวลอีกครั้ง
“เป็นเด็กผู้ชายไม่ควรเสียน้ำตาง่ายๆแบบนะรู้มั้ย” เธอจ้องไปยังดวงตาสีแดงที่เต็มไปด้วยน้ำตาแล้วยิ้มให้
“ฮึก..อือ..เอลิเซ่…ฉันจะเข้มแข็งและไม่ร้องไห้อีกแล้ว” เรเวลพยายามกลั้นร้องไห้ แล้วเอามือเช็ดน้ำตาตัวเอง
เอลิเซ่ยิ้มราวกับดีใจที่เห็นเด็กน้อยผมขาวหยุดร้องไห้..ตัวเธอจึงตัดสินใจถามเขาไป
“เรเวลนายน่ะ..ชอบฉันมั้ย?” เอลิเซ่ถามพร้อมกับเริ่มหน้าแดง
“ชอบงั้นหรอ?” เรเวลดูอ้ำอึ้งเล็กน้อย
“ยังไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้นะ…พวกเรากลับบ้านของเราด้วยกันเถอะ><” เอลิเซ่จูงมือเรเวลพร้อมกับพาเขากลับบ้านด้วยกัน
#หลังจากวันนั้น#
“นี่..เรเวล..ดอกไม้..ฉันให้นาย”
“เอ๋..มันเอาไปทำอะไรอะ?…แต่ก็ขอบใจนะ”
#ฤดูหนาว#
ณ ห้องแห่งหนึ่งในคฤหาสถ์..มีเตาไฟคอยให้ความอบอุ่น โดยบรรยากาศด้านนอกมีหิมะตก
“นิทานเรื่องนี้สนุกจังเลยนะ”
“อืม…นั่นสิ..ฉันเองก็อยากเท่แบบนั้นบ้างจัง”
ตัวเธอและเขาอ่านนิทานด้วยกันสองคน
#ฤดูใบไม้ผลิ#
“ในที่สุดก็ถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วนะ เรเวล ><”
“อืม”
"ฮิฮิ..>//<" เอลิเซ่วิ่งเข้ามากอดเรเวลพร้อมกับหน้าแดง
"อยู่ด้วยกันกับฉันตลอดไปนะ..เรเวล"
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น..เอลิเซ่ก็คอยเป็นเพื่อนเล่นของผมมาโดยตลอด ตัวเธอกอดผม จับมือผมและปัดเป่าความเดียวดายไปจากใจผม…
“ขอบใจนะเอลิเซ่..ที่เธอยอมอยู่กับฉันโดยไม่รังเกียจน่ะ”
“ฉันจะรังเกียจนายทำไมล่ะ..ในเมื่อฉันโตมากับนายตั้งแต่เด็กแล้ว อีกอย่างถ้าทุกคนในบ้านฉันเกลียดนายจริง คงไม่เก็บนายมาเลี้ยงหรอก..จริงมั้ย ><”
“อืม..นั่นสินะ"
ถ้าหากช่วงเวลาแบบนี้คงอยู่ต่อไปตลอดไปละก็..ก็คงดี เพราะตัวผมในตอนนี้น่ะ..มีความสุขมากๆเลยล่ะ
……จนกระทั่งวันนั้นก็มาถึง
วันนี้จะเป็นวันที่ผมจะสารภาพความรู้สึกในใจของผมที่มีต่อเอลิเซ่
“หวังว่าดอกไม้นี้เอลิเซ่คงชอบนะ ><”
เรเวลถือช่อดอกไม้ที่มีดอกไม้สีน้ำเงินเรืองแสงสวยงาม…
ดอกทิวลิปหิมะ..ดอกไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้มอบให้แก่คนที่เรารักซึ่งเป็นตัวแทนของคำบอกรักนั้น ตอนนี้กำลังอยู่ในมือของเขา
“เอลิเซ่อยู่ไหนกันนะ?”
เรเวลเดินหาเอลิเซ่ทั่วคฤหาสน์..จนในที่สุดก็เจอเธอ
“เอลิเซ่”
“มีอะไรงั้นหรอเรเวล?”
เรเวลเดินถือช่อดอกไม้เข้ามาใกล้เธอ
“ฉันมีเรื่องอยากจะบอกเธอ...สำหรับคำตอบในตอนนั้นน่ะ…จริงๆแล้วฉันเองก็ชอบเธอนะ><”
“..” เอลิเซ่เงียบ
“ตัวเธอน่ะ..คือแสงสว่างของฉัน.."
“…”
“ในยามมืดมิดและโดดเดี่ยว..ตัวเธอคือแสงสว่างที่คอยอยู่เคียงข้างฉัน..
ในยามเดียวดายและเปลี่ยวเหงา ตัวเธอคือแสงสว่างที่คอยปัดเป่าความเหงาและความเดียวดายออกไปจากหัวใจของฉัน..
ในยามเหน็บหนาวและปวดร้าว ตัวเธอคือแสงสว่างที่คอยเยียวยาและโอบกอดฉันอย่างอ่อนโยน ”
“…”
“ฉะนั้นนี่คือความรู้สึกทั้งหมดในใจของฉัน…ฉันชอบเธอ และรักเธอนะเอลิเซ่..เพราะว่าตัวเธอน่ะ..คือแสงสว่างของฉันไงล่ะ….” เรเวลยิ้มและยื่นย่อดอกไม้ให้ทันที
“…” เอลิเซ่มองไปยังช่อดอกไม้นั้น
“ฉะนั้น..เพื่อตอบแทนแสงสว่างนั้น..สักวันฉันจะแข็งแกร่งขึ้นจนเป็นวีรบุรุษในนิทานที่เธอหลงไหลให้ดู…สักวันฉันจะแข็งแกร่งขึ้นแล้วเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ให้เธอดูเอง…ถึงตอนนั้นเธอช่วยแต่งงานกับฉันได้มั้ย?”
“พอเถอะ..ฉันจะอ้วก”
“เอ๋!?”
“ตัวฉันน่ะ..ไม่เคยชอบคนอย่างนายแม้แต่น้อย…จะเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์งั้นหรอ?..กลับไปฝันหวานที่อื่นเถอะ” เอลิเซ่คว้าช่อดอกไม้นั้นแล้วปาใส่หน้าเรเวลทันที
"โอ้ย!"
“ดะ..เดี๋ยวก่อนสิเอลิเซ่..ทำไมพูดอย่างงั้นล่ะ..ตัวเธอเคยบอกว่าชอบฉันไม่ใช่หรอ”
“อา..เรื่องทั้งหมดนั่น..ฉันโกหกน่ะ..เพราะไม่ว่ายังไงตัวฉันก็ชอบชนชั้นล่างอย่างนายไม่ลงจริงๆ” เอลิเซ่เดินไปข้างหน้าแล้วใช้เท้าเหยียบขยี้ช่อดอกไม้นั้น
ภาพนั้นทำร้ายจิตใจของเรเวลเป็นอย่างมาก
“มะ..ไม่จริงใช่มั้ย…ตัวเธอไม่ใช่เอลิเซ่แน่ๆ..เพราะถ้าเป็นเอลิเซ่ตัวจริงต้องไม่ทำกับฉันแบบนี้แน่ๆ”
“เห้อ..แกนี่มันโง่เกินเยียวยาจริงๆนะ” หลังกล่าวจบเอลิเซ่พุ่งเข้าประชิดตัวเรเวลในพริบตา
“อั๊ก..” เรเวลถูกชกเข้าไปที่ท้องอย่างรุนแรงจนลอยกระเด็นติดกำแพงแล้วร่วงหล่นลงมาทันที
‘ตุบ’
“ทะ..ทำไม..ทำไม..ทำไมกัน..ทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้..ฮึก..ฮือๆๆ” ตัวเขาเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร้องไห้มานาน
“ถ้านายไม่เชื่อ..ฉันจะแสดงให้นายดูเอง..ออกมานี่ซะเคิร์ซ”
“เข้าใจแล้วเอลิเซ่”
ตอนนั้นเองมีเด็กผู้ชายหนึ่งเดินออกมาจากมุมกำแพงที่เขาซ่อนตัวไว้
“นะ..นาย” เรเวลมองไปยังเด็กผู้ชายคนนั้นทันที
ใช่แล้วล่ะ..เด็กคนนั้นก็คือหนึ่งในเด็กที่เคยกลั่นแกล้งเรเวลในวันนั้นนั่นเอง
“สภาพดูไม่ได้เลยนะแกเนี่ย…” เด็กผู้ชายคนนั้นยิ้มเยาะใส่เรเวล
“เคิร์ซ…” เอลิเซ่..ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เคิร์ซ..พร้อมกับหน้าแดง
หลังจากนั้นไม่นานเอลิเซ่ก็จูบไปที่ริมฝีปากของเคิร์ซทันที
“..!” เรเวลมองภาพนั้นด้วยอาการช็อคและตกใจเป็นอย่างมาก
น้ำตาของเขาไหลออกมาหนักกว่าเดิม
“มะ..ไม่จริงใช่มั้ย..”
“นี่คือเรื่องจริง” เอลิเซ่ดันตัวเคิร์ซออกพร้อมกับกล่าวแบบนั้น
“คนอย่างแกน่ะ..ไม่คู่ควรกับที่แห่งนี้หรอก..เพราะคนที่จะแต่งงานกับเอลิเซ่น่ะ..คือฉันต่างหากล่ะ..ฮะฮ่าๆ”
“นายน่ะ..ออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้ซะ..เรเวล..ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีก”เอลิเซ่พูดใส่เรเวลด้วยสีหน้าเย็นชา....
"..ฮึก..ฮือๆๆๆ" เรเวลตัวสั่นนั่งนิ่งแล้วร้องไห้อยู่แบบนั้น
“สัญญา… ทั้งที่สัญญาแล้วแท้ๆไม่ใช่หรอ..ว่าถ้าฉันเหงาหรือรู้สึกโดดเดี่ยว ตัวเธอจะคอยอยู่เคียงข้างฉัน กอดฉัน และจับมือกับฉัน
สัญญาแล้วไม่ใช่หรอ…ว่าถ้าฉันร้องไห้ ตัวเธอจะลูบหัวฉัน ปลอบฉันจนกว่าจะหยุดร้อง
และสัญญาแล้วไม่ใช่หรอ…ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตัวเธอ..ก็จะอยู่กับฉันตลอดไป..ทำไมกันล่ะ..ทำไม..ฮือๆ"
"ออกไปซะ...ออกไป...ไอชนชั้นล่างน่ารังเกียจ..ตัวฉันไม่เคยสัญญาอะไรกับนายทั้งนั้น…เพราะตอนนี้ฉันเจอคนที่ดีกว่านายแล้วยังไงล่ะ" เอลิเซ่ตะคอกเสียงดังพร้อมกับเตะช่อดอกไม้นั้นใส่เรเวล
กลีบดอกไม้ฟุ้งกระจายเนื่องจากแรงเตะ…แสงสีน้ำเงินของดอกไม้..ค่อยๆสลายหายไป เหลือแต่กลีบสีน้ำเงินธรรมดาที่ทยอยร่วงหล่น..ใส่ผมสีขาว
เรเวลพยายามกลั้นน้ำตา..มองไปยังดอกทิวลิปหิมะช่อนั้นที่ตอนนี้ไม่อาจคงสภาพเป็นช่อดอกไม้ได้อีกแล้ว
กลีบดอกไม้สีน่้ำเงินสลายแสงหายไป..อย่างสมบูรณ์
“ฮึก..อา..ฉันเข้าใจแล้ว…ฉันจะไปจากที่แห่งนี้…ถ้าหากเธอต้องการแบบนั้น..ฉันก็จะไปจากที่แห่งนี้เอง…แต่ถึงอย่างงั้นความฝันฉันก็ยังคงเหมือนเดิม…ฉะนั้นลาก่อนนะเอลิเซ่.." เรเวลทำสีหน้ามืดมนต์ท่ามกลางน้ำตาที่ไหลริน
“ถึงแม้ว่าที่ผ่านมามันจะเป็นเรื่องหลอกลวง..แต่ว่าฉันก็ขอบคุณนะ…ฉะนั้นรักษาตัวด้วยล่ะ……เอลิเซ่”
เรเวลกล่าวชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเป็นครั้งสุดท้าย
ปาดน้ำตาแล้ววิ่งออกไปจากคฤหาสน์ทันที
วิ่งไปข้างหน้า
วิ่งไปเรื่อยๆ
ตัวเขาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ออกมา..ตะโกนลั่นในใจแล้ววิ่งไปเรื่อยๆ
โธเว้ยยย
โธเว้ยยยยยย
โธโว้ยยยยยยยยยยย
โธ่โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เจ็บใจ
เจ็บใจนักกก
เจ็บใจนักกกกก
เจ็บใจนักกกกกกกก
ตัวฉันน่ะ ....ตัวฉันน่ะ
แค่เกิดมาเป็นชนชั้นล่างงั้นหรอ…แค่เพราะเกิดมา..อ่อนแอและน่าสมเพซงั้นหรอ..คอยดูละกัน..ทั้งเอลิเซ่ แล้วก็เคิร์ซ รวมทั้งพวกขุนนางและราชวงศ์ทั้งหลาย…ตัวฉันที่เป็นชนชั้นล่างนี่แหละ..สักวันหนึ่ง..ฉันจะแข็งแกร่งขึ้น..จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และแข็งแกร่งยิ่งกว่าใครๆ …คอยดูเอาไว้เถอะ
สักวันจะฉันเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ให้ดู!!!!…..จะเป็นอัศวินแห่งเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปอัลเทียร์แห่งนี้ให้ดู!!!!….คอยดูไว้ละกันนนน
……………….
‘ตุ้บบ’ เสียงหล่นราวกับมีบางอย่างตกจากเตียง
เด็กหนุ่มผมขาวค่อยๆลืมตาขึ้นมาในสภาพงัวเงีย
“เมื่อกี้ตัวเราฝันถึงเรื่องในอดีตงั้นหรอ…?”
เรเวลขยับมือไปแตะขอบตาตัวเองที่รู้สึกแฉะเล็กน้อย
“คราบน้ำตา..?”
ตัวเขาค่อยๆยืนขึ้นมา..พร้อมกับมองไปรอบๆ
“รูอันคงออกไปเดินเล่นสินะ..ตอนนี้กี่โมงแล้วล่ะนิ?” เรเวลหันไปมองนาฬิกาทันที
‘10.00 น.’
“ตัวเราตื่นสายเองงั้นสินะ..”