บนถนนขรุขระฝุ่นเหลืองลอยคละคลุ้งตามรอยล้อที่รถม้าแล่นไปอย่างไม่เร็วนักรถม้าดูไม่สะดุดตาสองคันวิ่งตามกันมาอย่างช้า ๆ สองข้างทางมีแต่ต้นไม้รูปร่างเหยี่ยวเฉาจากดวงตะวันที่ส่องแสงแผดเผาท่ามกลางทางสายน้อยที่แห้งผาก มีศพคนตายด้วยความหิวโหยอยู่ตามริมทางเป็ระยะทางน้อยสายนี้มุ่งหน้าสู่เมืองถานโจว เขตเหลียงกวาง (เขตเหลียงกวางครอบคลุม มณฑลกวางตุ้งและกวางสี)
ภายในรถม้าคันที่สองที่แล่นอยู่ตามหลังม่านหน้าต่างรถเปิดขึ้นเล็กน้อยเด็กชายอายุราวสิบปีแต่งกายเหมือนชาวบ้านทั่วไปแต่ผิวพรรณดูสะอาดตาหน้าตาน่าเอ็นดู พอจะมองออกว่ามาจากตระกูลใหญ่ ลักษณะท่าทางไม่เหมือนกับคนเดินทางทั่วไป
เด็กชายแอบเปิดม่านรถม้าโดยสารลอบมองดูสองข้างทาง พอมองเห็นศพคนที่กองสุมอยู่ระหว่างข้างทางสีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็หวาดกลัว รีบหลับตาโผเข้ากอดเด็กชายอีกคนที่ดูอายุมากกว่าราวสองสามขวบปีกำลังพิงพนังรถม้าหลับตาอยู่ด้านข้าง
“พี่รองมีคนตายอีกแล้ว”
“ใครใช้ให้เ้าแอบดูเองเล่านี่ อย่าเสียงดัง พี่ใหญ่กำลังหลับอยู่” เด็กชายที่อายุมากกว่า ถึงแม้จะบ่นว่าน้องชายแต่ก็ยังคงกอดอีกฝ่ายเอาไว้ดุด่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ภายในรถม้าตกแต่งเรียบง่ายแต่ว่ากว้างขวางด้านในมีคนนั่งอยู่ราวหกคนโดยไม่เบียดเสียดที่ด้านในของรถม้าเด็กชายอีกคนหนึ่งดูไปอายุราวสิบห้าสิบหกปีนอนหลับตาราบไปกับพื้นรถม้าคว่ำหน้าลงด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อนที่ด้านข้างมีคนรับใช้อายุรุ่นราวคราวเดียวกันคอยใช้ผ้าชุบน้ำ คอยเช็ดตามใบหน้าลำคออย่างสม่ำเสมอเด็กชายทั้งสามมีใบหน้าคล้ายกัน รูปร่างแม้ผอมแต่ดูสุขภาพแข็งแรง
ซุนิฉวนนอนหลับตาเหมือนไม่ได้ยินคำสนทนาเมื่อครู่ขบวนรถม้านี้ออกเดินทางมาจากเมืองฉางอานั้แ่เดือนก่อนเมื่อเริ่มเดินทางในขบวนมีรถม้าทั้งหมดสี่คัน ผู้คนราวยี่สิบกว่าคน ในจำนวนนั้นมีผู้คุ้มกันอยู่ด้วยสิบห้าคนระหว่างเดินทางได้เพียงครึ่งทาง ขบวนรถม้ากลับถูกโจรูเาดักปล้นกว่าจะหลบหนีออกมาได้ ต้องสูญเสียรถม้าไปสองคัน ผู้คุ้มกันอีกเกือบสิบคน
ที่สำคัญคือซุนิฉวนถูกฟันเข้าที่กลางหลังถึงแม้จะหลบหนีออกมาได้แต่เพราะเสียเืไปมากซุนิฉวนตัวจริงตกตายไปั้แ่หลบหนีออกมาได้ไม่นานส่วนซุนิฉวนที่กำลังนอนอยู่ เป็เพียงนักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ปีที่สามที่กำลังหมกมุ่นเร่งทำรายงานปลายภาคเรียน โดยไม่ได้หลับได้นอนมาสามวันติดต่อกัน ตัวเขามุ่งมั่นทำรายงานจนแทบจะกลายเป็ศพเช้าวันที่สี่ซุนิฉวนเหนื่อยอ่อนจนต้องลากสังขารมาที่เตียงเพื่อที่จะพักพ่อนพอหลับตาลงก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของซุนิฉวนที่เพิ่งตายลงไป
พอซุนิฉวนลืมตาขึ้นมาก็พบกับความเ็ปที่กลางหลังร่างกายร้อนเพราะพิษไข้ หากมิใช่ในขบวนเดินทางมียารักษาาแกับคนที่พอรู้เื่การแพทย์อยู่บ้างซุนิฉวนอาจจะทะลุมิติลงนรกไปเกิดใหม่อีกรอบก็เป็ได้
นี่ก็ผ่านมาได้เกือบสิบวันที่ซุนิฉวนมาอยู่ในร่างของเด็กชายอายุน้อยกว่าตนเองถึงสี่ปีในสิบวันที่ผ่านมา ซุนิฉวน หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ตลอดเวลาระหว่างที่นอนอยู่ความทรงจำของร่างเดิมก็ค่อย ๆ ซึมซับเข้ามาในความทรงจำของตนเอง
เพราะกลัวว่าจะก่อพิรุธทั้งๆ ที่ซุนิฉวนอาการดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังแกล้งนอนหลับอยู่แทบจะตลอดเวลาเพื่อสังเกตดูสถานการณ์รอบ ๆ ตัวไปก่อน จากความทรงจำเดิมของซุนิฉวนที่ตายไปสกุลซุนทำการค้าอยู่ที่เมืองหลวงฉางอานเวลานี้แผ่นดินจีนอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ถัง มีฮ่องเต้เยาว์วัยทรงพระนามว่าถังไอตี้ เพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่ถึงหนึ่งเดือนมีพระชนมพรรษาเพียงสิบสามพรรษา
ซุนเหว่ยบิดาของซุนิฉวนเป็คนมองการณ์ไกลและด้วยนิสัยของพ่อค้าที่ต้องเผื่อทางรอดไว้ให้ตนเองซุนเหว่ยเกรงว่าราชวงศ์ถังคงต้องถึงคราวเปลี่ยนมือในไม่ช้าจึงส่งบุตรชายทั้งสามคนพร้อมคนติดตามเดินทางลงใต้ซุนิฉวนอายุสิบหกปีแล้วเป็บุตรชายคนโต ซุนเหว่ยส่งบุตรชายทั้งสามคนเดินทางมาที่เมืองถานโจวเพื่อสร้างที่ทางอีกสายหนึ่งเอาไว้หากเมืองฉางอานเกิดมีอันเป็ไปขึ้นมา
ที่ซุนเหว่ยเลือกเมืองถานโจวก็เพราะว่าอยู่ไกลจากฉางอานมีหุบเขาล้อมทั้งสามด้านโจมตียากป้องกันง่ายแผ่นดินมีแม่น้ำจูไหลผ่านง่ายต่อการเพาะปลูกเมืองถานโจวอยู่กึ่งกลางของสองฝั่งเขตเหลียงกวางง่ายต่อการค้าขายทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากทางออกทางทะเลและยังมีเหมืองเกลืออยู่หลายแห่งเกลือเป็สินค้าราคาแพงอยู่ภายใต้การควบคุมของทางการสกุลซุนค้าขายเกลือให้กับทางการมาหลายสิบปีมีรากฐานไม่ต่ำทราม
ซุนเหว่ยทุ่มเทเงินทองไปเกือบทั้งหมดซื้อเหมืองเกลือที่เมืองถานโจวมาได้สองแห่งจึงส่งบุตรชายลงมาจัดการหากซุนิฉวนตายไปจริง บ้านสกุลซุนคงต้องหมดเนื้อหมดตัวเหมืองเกลือที่ซื้อเอาไว้คงถูกขุนนางฉ้อฉลของเมืองถานโจวยึดเอาไปหาผลประโยชน์โดยกว่าที่ซุนเหว่ยจะรู้ตัวก็คงสายเกินไปแล้ว
บิดาของซุนิฉวนคาดการได้แม่นยำนักถังไอตี้เป็ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์ถังหลังครองราชย์ได้เพียงสามปีก็ถูกจูเฉวียนจงขุนศึกคนสำคัญปะาทิ้ง จูเฉวียนจงตั้งตนขึ้นเป็ฮ่องเต้สถาปนาราชวงศ์เหลียงขึ้นมาจากนั้นแผ่นดินจีนจะอยู่ภายใต้าของขุนศึกในดินแดนต่าง ๆ ไปอีกกว่าห้าสิบปี จนกระทั่งจ้าวควงอิ้นก่อตั้งราชวงศ์ซ่งขึ้นรวบรวมแผ่นดินเป็ปึกแผ่นขึ้นมาอีกครั้ง
หมายความว่าซุนิฉวนมีเวลาแค่ราวสามปีเพื่อเตรียมตัวที่จะเอาตัวรอดในระหว่างาหลายสิบปีนี้ซุนิฉวนศึกษาด้านประวัติศาสตร์รู้ดีว่าดินแดนเหลียงกวางหลังจากนี้จะตกอยู่ในมือของหลิวอิ่นแม่ทัพรักษาแดนหลิ่งหนันผู้ก่อตั้งแคว้นหนานฮั่น(หนานแปลว่า ใต้) ขึ้นมาแคว้นหนานฮั่นรักษาเอกราชได้ยาวนานจนถูกล้มล้างไปโดยราชวงศ์ซ่งซุนเหว่ยช่างเลือกเมืองได้ดีนัก ดีจริง ๆ
ซุนิฉวนโกรธ์เคืองนรกที่ส่งตัวเองมาในยุคที่ยากลำบากหากจะให้ทะลุมิติมา ทำไมไม่ให้ซุนิฉวนไปอยู่ในยุคที่สงบสุขอย่างน้อยซุนิฉวนจะได้หาทางทำมาหากินทำหม้อไฟขายร่ำรวยเหมือนตัวเอกที่ทะลุมิติในนิยายเื่อื่น ๆ
ซุนิฉวนกำลังทบทวนประวัติศาสตร์ในยุคสมัยนี้รถม้าก็พลันฉลอลง เสียงผู้คนดังจอแจอยู่ด้านนอก ไม่นานรถม้าที่ซุนิฉวนกำลังนอนหลับอยู่ก็ถูกเปิดม่านขึ้นตรงด้านท้ายรถแสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามา ซุนิฉวนขยี้ตาพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่ง
“คุณชายใหญ่ ค่อย ๆลุกขอรับ” บ่าวที่อยู่ด้านข้างช่วยประคองซุนิฉวนให้นั่งลงโดยระวังไม่ให้กระเทือนาแที่ด้านหลัง
ผู้ที่เปิดม่านเป็ชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบกว่าปีไว้เครายาวท่าทางเหมือนผู้คงแก่เรียนหวงเหวินเป็ผู้ช่วยของซุนเหว่ยที่ได้รับความไว้วางใจให้ติดตามขบวนของซุนิฉวนลงใต้มาด้วยถึงแม้ซุนเหว่ยจะมอบหมายให้บุตรชายเป็ผู้ดูแลเหมืองเกลือทั้งสองแห่งแต่ซุนิฉวนเพิ่งอายุสิบหกปีประสบการณ์ยังไม่มากพอจึงส่งหวงเหวินติดตามมาเป็ผู้ช่วยคอยให้คำปรึกษา
หวงเหวินเปิดม่านรถม้าพอเห็นซุนิฉวนลุกขึ้นนั่งได้แล้วสีหน้าที่เคยกังวลก็เปลี่ยนไปเป็ผ่อนคลายขึ้น
“คุณชายใหญ่ พวกเรามาถึงเมืองถานโจวแล้วพวกท่านรออยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะไปจัดการเื่เอกสารเข้าเมือง”
ซุนิเจี๋ยน้องชายคนเล็กพอได้ยินว่ามาถึงเมืองถานโจวแล้วก็ทำท่าจะออกไปด้านนอกแต่ซุนิเย่ดึงชายเสื้อน้องชายเอาไว้
“ท่านอาหวงบอกให้รอก่อนเ้าจะทำอะไร”
“ข้าอยากออกไปดูข้างนอกอยู่แต่ในรถม้า น่าเบื่อจะตาย”
หวงเหวินหันมายิ้มให้ซุนิเจี๋ย
“คุณชายสามข้าไปไม่นาน พอเข้าเมืองแล้วค่อยให้อี้วเอ๋อร์พาท่านกับคุณชายรองออกไปเดินเล่น”
ซุนิฉวนพยักหน้าให้กับหวงเหวินหวงเหวินพร้อมผู้ติดตามเดินไปที่ด้านหน้าประตูเมืองถานโจวเมืองถานโจวมีขนาดไม่ใหญ่มาก กำแพงเมืองดูเก่าคร่ำคราห่างออกไปจากประตูเมืองมีเพิงไม้หลายร้อยหลังปลูกเรียงรายติดกัน มีคนแต่งตัวสกปรกนั่งบ้างนอนบ้างอยู่หลายร้อยคน
ตอนนี้ในมณฑลต่าง ๆเริ่มเกิดความอดอยาก ซ้ำเติมด้วยทางการเร่งเก็บภาษีภาษีที่ดินเพิ่มสูงขึ้นมากจนชาวบ้านมากมายไม่อาจหาเงินมาจ่ายภาษีได้ มีหลายครอบครัวต้องสูญเสียที่ทำกินของตนเองให้กับเ้าของที่ดินรายใหญ่บางรายถึงกับต้องขายลูกหรือภรรยาออกไป เพื่อให้ได้เงินมาพอซื้อข้าวไปแต่ละมื้อเมื่อไม่มีที่ดินทำกิน ชาวบ้านหลายคนจึงอพยพออกจากถิ่นที่อยู่เพื่อหาทางอยู่รอดเมืองต่าง ๆ มักเป็เป้าหมายที่ชาวบ้านยากไร้ออกมาหางานทำ
ทหารที่เฝ้าประตูเมืองมีท่าทางเบื่อหน่ายตรวจดูเอกสารอย่างขอไปทีประชาชนที่รอเข้าเมืองอยู่หลายร้อยคนต่างแย่งกันยื่นใบผ่านทางผู้ที่ไม่มีใบผ่านทางไม่สามารถค้างคืนอยู่ในเมืองได้หากถูกจับได้ต้องถูกทางการลงโทษ ตอนนี้ราชวงศ์ถังยังไม่เสื่อมอำนาจการเข้าออกเมืองยังไม่มีการห้ามจากทางการ
หวงเหวินติดตามสกุลซุนค้าขายมาร่วมสิบปีรู้จักเจรจากล่าวคำหวาน คำพูดที่น่าฟังเห็นจะไม่พ้นเงินก้อนขาว ๆหวงเหวินพอไปถึงก็ควักเงินสิบตำลึงก่อนทหารที่ตรวจดูเอกสารกล่าวคำสุภาพยกยอหวงเหวินไม่นานก็ปล่อยให้รถม้าสองคันของสกุลซุนเข้าเมืองไปอย่างง่ายดายเพียงตรวจดูด้านในรถม้าอย่างพอเป็พิธี
ซุนิฉวนเปิดม่านหน้าต่างดูที่ภายนอกภาพที่เห็นตรงหน้าคือความเป็จริง สิ่งที่เห็นสมจริงแตกต่างไปจากความทรงจำที่ซุนิฉวนได้รับมาผู้คนส่วนมากแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเรียบง่าย สินค้าที่วางขายดูแปลกตาเมืองถานโจวมีคนอาศัยอยู่ราวสองหมื่นคนในขณะที่นครฉางอานมีคนอยู่อาศัยถึงกว่าหนึ่งล้านคนแตกต่างกันอย่างลิบลับ สองข้างทางภายในเมืองมีผู้คนเดินเบียดเสียด ถนนภายในเมืองคับแคบรถม้าต้องหยุดรอคนเป็ระยะ ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วยามรถม้าก็หยุดลงที่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
สกุลซุนไม่มีรากฐานอยู่ที่ถานโจวก่อนที่จะเหมืองเกลือ หวงเหวินให้คำแนะนำกับซุนิฉวนว่าจะต้องทำความรู้จักกับขุนนางท้องที่เอาไว้
ซุนิฉวนถูกประคองเดินลงมาจากรถม้าหลายวันมานี้ซุนิฉวนคิดอยู่หลายตลบว่าจะทำเช่นไรดี ตนเองไม่ใช่คนในยุคสมัยนี้ไม่มีเส้นสาย ไม่มีเงิน อีกทั้งในไม่ถึงสามปีข้างหน้าแผ่นดินจีนจะเกิดายาวนานไปอีกห้าสิบกว่าปี
ซุนิฉวนไม่กล้าที่จะหนีไปจากสกุลซุนตอนนี้มีแต่คงต้องลองลุยไปข้างหน้าดูก่อน หวงเหวินจัดการเื่ที่พักคนในขบวนเดินทางเหลืออยู่เพียงสิบคนเท่านั้น หวงเหวินจึงจับจองห้องพักเพียงสามห้อง
ห้องที่ซุนิฉวนพักมีเตียงนอนสองหลังซุนิฉวนที่ยังไม่หายจากอาการาเ็เตียงหลังหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว ซุนิเย่กับซุนิเจี๋ยนอนรวมกันส่วนอี้วเอ๋อร์บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาด้วย ปูผ้านอนอยู่หน้าเตียงของซุนิฉวน
ส่วนห้องอีกสองห้องหวงเหวินแบ่งปันกับคุ้มกันอีกห้าคนที่เหลือ เวลานี้ยังไม่ถึงเที่ยงวันหวงเหวิน้าจัดการเื่เหมืองเกลือให้เรียบร้อยเป็อันดับแรกแต่ยังเป็ห่วงซุนิฉวนที่ยังไม่หายดีหวงเหวินจัดวางข้าวของในห้องพักเสร็จก็นำผู้คุ้มกันสองคนเดินมาหาซุนิฉวนที่พักอยู่อีกด้านหนึ่ง
“คุณชายใหญ่”
“ท่านอาหวง”
“ข้าอยากจัดการเื่เหมืองเกลือให้เรียบร้อยเสียแต่วันนี้สำนักภาษีอยู่ไม่ไกลเท่าไร ข้าไปไม่นานก็จะกลับมา”
ซุนิฉวนไม่มีความเห็นอื่นแต่อยู่ในโรงเตี๊ยมดูน่าเบื่อเกินไป ซุนิฉวนความจริงดีขึ้นมากแล้วจึงอยากออกไปเดินข้างนอกเพื่อจะได้ดูลู่ทางทำความรู้จักคุ้นเคยกับยุคสมัยนี้เอาไว้บ้าง
“ิเย่ ิเจี๋ยพี่ใหญ่จะออกไปเดินเล่นในเมือง พวกเ้าอยากออกไปหรือไม่”