เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 43 ความรู้สึกเล็กๆ

    สวี่มั่วเดินกลับเข้ามาในหมู่บ้านเสียงของจ้าวลี่อิ่งที่เรียกหาเขาก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆแถมยังฟังดูร้อนรนมากขึ้นทุกที จนเริ่มปนเสียงสะอื้นแล้วด้วย

            ยัยนี่...เป็นห่วงฉันงั้นเหรอ

            ในใจของสวี่มั่วพลันอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อยเขาจึงเร่งฝีเท้าเดินไปทางที่ได้ยินเสียงไม่กี่อึดใจก็เห็นจ้าวลี่อิ่งที่กำลังเดินหาตามพุ่มไม้ข้างทางไปเรื่อยๆพลางร้องเรียก

            "โฮ่ง!!"

            เสียงเห่าทำเอาจ้าวลี่อิ่งสะดุ้งแต่พอหันไปเห็นฮัสกี้ที่ยืนอยู่ตรงทางแยกด้านหน้ามองมาทางเธอใบหน้าก็สว่างวาบด้วยความดีใจ

            "มั่วมั่ว!!" จ้าวลี่อิ่งร้องเรียกด้วยเสียงตื่นเต้นก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาหาจนแทบจะสะดุดล้ม

            เธอทรุดตัวลง แล้วกอดคอสวี่มั่วแน่น พูดทั้งน้ำตาว่า"ในที่สุดก็เจอ! รู้ไหมว่าแกทำฉันตกใจแทบแย่! หายไปไหนมาเนี่ย!!"

            สวี่มั่วขยับตัวเล็กน้อยด้วยความไม่คุ้นเคย"ก็แค่ออกมาเดินเล่นเฉยๆ เอง ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะ..."

            แน่นอนว่าในตอนพูดออกไป เสียงที่เปล่งออกมาก็มีแค่ 'โฮ่งๆ' ไม่กี่คำ แต่จ้าวลี่อิ่งฟังแล้วกลับรู้สึกเหมือนเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ

            เธอลูบขนของฮัสกี้เบาๆ พลางพูดอย่างรู้สึกผิดว่า "ขอโทษนะฉันจะไม่ไล่แกออกไปแบบนั้นอีกแล้ว...คงตกใจแย่เลยใช่ไหม"

            ตอนที่ไล่ฮัสกี้ออกจากบ้านก็เป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบและอยากแกล้งเล่นนิดๆ แต่ผ่านไปไม่นานจ้าวลี่อิ่งก็รู้สึกผิดขึ้นมา ทว่าพอจะเปิดประตูรับกลับเข้าไปกลับพบว่าฮัสกี้หายไปแล้ว

            เธอตกใจมากจนต้องรีบปิดไลฟ์ แล้วออกมาตามหา

            นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย!เธอเข้าใจเสียงเห่าของฉันว่าเป็นแบบนั้นได้ยังไง อย่ามโนเองสิวะ!ใครว่าฉันตกใจกลัวกันเล่า!

            แล้วก็ อย่ามาลูบหัวฉัน! ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเธอนะ!ถึงร่างกายนี้จะใช่ แต่จิตวิญญาณของฉันไม่ใช่!!

            สวี่มั่วกลอกตาอย่างเคยชิน บ่นในใจพลางขยับหัวอย่างอึดอัดในที่สุดก็สะบัดตัวหลุดจากอ้อมกอดของจ้าวลี่อิ่งได้ ก่อนจะหันหลังเดินไปข้างหน้า

            จ้าวลี่อิ่งรีบร้องถาม "มั่วมั่ว! แกจะไปไหนน่ะ!"

            สวี่มั่วหยุดเดิน แล้วหันมามองเธอแวบหนึ่ง "ถามได้โง่มาก!ก็กลับน่ะสิ! ข้างนอกลมเย็นขนาดนี้ เธอใส่แขนสั้นไม่หนาวหรือไง!!"

            “โฮ่งๆๆ…”

            น่าเสียดายที่จ้าวลี่อิ่งยังคงได้ยินแต่เสียงเห่าแบบนั้นแต่คราวนี้เธอไม่เข้าใจผิด มองไปข้างหน้าแล้วรีบลุกขึ้นยืน "อ๋อ!แกอยากกลับแล้วใช่ไหม ได้ๆๆ งั้นพวกเรากลับบ้านกัน!!"

            เห็นจ้าวลี่อิ่งยิ้มมุมปากเดินเข้ามาหาสวี่มั่วพลันรู้สึกใจลอยเล็กน้อย

            บ้านงั้นหรือวิญญาณมนุษย์ที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างฮัสกี้ตัวหนึ่งในโลกคู่ขนาน...ยังมีบ้านอยู่อีกเหรอ

            ที่นั่น...นับได้ว่าเป็นบ้านของฉันหรือเปล่านะ

            ...ก็ไม่เลวเหมือนกัน

            สวี่มั่วคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ในใจ

            ส่วนจ้าวลี่อิ่งที่อารมณ์ดีขึ้นก็เริ่มบ่นใส่เขาอีกครั้ง “มั่วมั่ว แกนี่ดื้อเกินไปแล้วนะ ฉันให้คิดทบทวนหน้าประตูแกจะวิ่งออกมาทำไม รู้ไหมว่าตอนกลางคืนข้างนอกมันอันตรายมาก!ถ้าเจอพวกลักหมาจับไปจะทำยังไง!

            “แล้วแกลงมาชั้นล่างได้ยังไงเนี่ยใครเปิดประตูทางเข้าให้แกกัน

            “ถ้าคราวหน้ากล้าวิ่งออกมาเองอีกนะฉันจะไม่ตามหาแกแล้ว!

            “เจ้าหมาบ้า! ได้ยินฉันพูดบ้างหรือเปล่า

            “เจ้าหมาโง่! ฉันว่าพูดไปแกก็ไม่เข้าใจอยู่ดี…

            “…”

     

    แสงยามค่ำคืนทอดยาวเงาคนหนึ่งคนกับหมาหนึ่งตัวค่อยๆ เลือนหายไปที่ปลายถนน 

            พอกลับถึงบ้าน จ้าวลี่อิ่งเปลี่ยนรองเท้าไปพลางหันไปบอกฮัสกี้ข้างตัวว่า “มั่วมั่ว รอเดี๋ยวก่อน! ห้ามเดินเพ่นพ่านนะฉันต้องพาไปล้างเท้าก่อน ใครจะรู้ว่าไปเหยียบอะไรสกปรกมาบ้าง”

            สวี่มั่วแอบเบ้ปากในใจ

            จู้จี้จริ้ง!

            ในห้องน้ำ จ้าวลี่อิ่งล้างอุ้งเท้าทั้งสี่ข้างของฮัสกี้จนสะอาดแล้วใช้ผ้าเช็ดตัวถูทั้งตัวมันจนแห้งสนิท ถึงได้ปล่อยให้มันเดินได้ตามสบาย

            จ้าวลี่อิ่งกลับเข้ามาในห้องนอนเล็ก ไลฟ์สดในคอมยังคงเปิดอยู่เธอนั่งลงที่เก้าอี้ โบกมือให้กล้องพลางกล่าวขอโทษ “ทุกคน ฉันกลับมาแล้ว!ขอโทษที่ทำให้รอกันนานนะ”

            [กลับมาสักที!!]

            [แล้วฮัสกี้ล่ะ เจอหรือยัง]

            [ออกไปตั้งนาน ฉันนึกว่าเธอหายไปด้วยอีกคนแล้วนะ!]

            [เจอฮัสกี้แล้วใช่ไหม]

            คนดูในไลฟ์หายไปเยอะ แต่ก็ยังมีบางส่วนรออยู่พอเห็นจ้าวลี่อิ่งกลับมาก็รีบพิมพ์ถามกันใหญ่

            จ้าวลี่อิ่งตอบ “เจอแล้ว! ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะเจอที่สวนในหมู่บ้านนี่เอง ไม่รู้เหมือนกันว่ามันลงไปได้ยังไง…”

            [เจอก็ดีแล้ว!]

            [เห็นไหม ฉันว่าไม่มีอะไรหรอก! ต่อให้ไม่หา มันเล่นจนพอเดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ]

            [อย่าพูดไปเรื่อย เดี๋ยวนี้โจรขโมยหมาเยอะแยะไม่แน่อาจจะถูกพาไปทำหม้อไฟหมาก็ได้นะ…]

            [อิ๋งอิ๋งคราวหลังอย่าปล่อยให้หมาอยู่ข้างนอกตัวเดียวเลยนะ หัวใจหมาก็อ่อนไหวง่ายมันก็เสียใจเป็นเหมือนกัน]

            [หมาตัวอื่นอาจใช่ แต่ฮัสกี้? คิดมากไปแล้วมั้ง…]

            [อิ๋งอิ๋ง ให้ฮัสกี้ออกมาหน้ากล้องหน่อยสิ]

            […]

            ทันใดนั้น คอมเมนต์ชุดใหม่ก็ลอยขึ้นมา

            จ้าวลี่อิ่งเลือกตอบไปสองสามข้อความก่อนจะหันไปตะโกนเรียกทางห้องนั่งเล่นว่า “มั่วมั่ว! มั่วมั่ว เข้ามานี่หน่อย!”

            ไม่นาน ฮัสกี้ก็โผล่มาตรงประตู สายตามันเต็มไปด้วยความรำคาญมองจ้าวลี่อิ่งเหมือนจะพูดว่า 'อีกแล้วเหรอมีอะไรอีกล่ะ'

            จ้าวลี่อิ่งโบกมือเรียก “มาเร็วสิ! คนดูเขาเป็นห่วงแกนะมาทักทายทุกคนหน่อย”

            ทักทายอีกแล้ว? น่ารำคาญชะมัด!

            สวี่มั่วอดรำคาญไม่ได้แต่พอคิดถึงตอนที่ยัยนี่เป็นห่วงตัวเองเมื่อครู่ ใจเขาก็อ่อนลงเดินเข้าไปหาเธอจนได้

            จ้าวลี่อิ่งก้มลงคว้าอุ้งเท้าหน้าทั้งสองของฮัสกี้ให้มันยืนสองขาเหมือนครั้งก่อนแล้วหันหน้าเข้ากล้อง เธอยิ้มพลางพูดว่า “มา ทักทายทุกคนหน่อยนะเมื่อกี้แกดันวิ่งเพ่นพ่าน คนเขาเป็นห่วงใหญ่เลย!”

            สวี่มั่วเหลือบมองหน้าจอ เห็นคอมเมนต์วิ่งผ่านตาเต็มไปหมดทั้งแซวทั้งหยอกล้อ แต่ก็มีคำห่วงใยปะปนอยู่ด้วย

            [โย่ว! ฮัสกี้! เจอกันอีกแล้วนะ!]

            [ยังคงสีหน้าเบื่อโลกเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ ดูกี่ทีก็ตลก!]

            [ได้ยินว่าถูกลงโทษให้อยู่หน้าบ้านเลยหนีไปซะเลยงั้นเหรอแกนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ (กดไลก์)]

            [ไอ้หมาตัวนี้ สมควรตาย! มืดค่ำดันวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วเกือบทำเอาลี่อิ่งร้องไห้แล้ว! คราวหน้ามีอีกก็ไปชดใช้ด้วยชีวิตเลย!]

            [พักนี้มีข่าวหมาหายบ่อย ระวังหน่อยเถอะนี่มันหมาที่เคยช่วยชีวิตคนนะ ห้ามปล่อยให้ใครจับไปต้มทำหม้อไฟเด็ดขาด!]

            [หรือว่าเป็นเพราะติดสัดเลยหนีไปหาหมาตัวเมียอิ๋งอิ๋งพามันไปผสมพันธุ์หน่อยสิ…]

            […]

            เห็นข้อความพวกนี้ สวี่มั่วถึงกับกลอกตาแทบหลุด

            ผสมพันธุ์บ้านพ่องแกสิ! ใครติดสัดกันฟ้าาา!


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน