สวี่มั่วเดินกลับเข้ามาในหมู่บ้านเสียงของจ้าวลี่อิ่งที่เรียกหาเขาก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆแถมยังฟังดูร้อนรนมากขึ้นทุกที จนเริ่มปนเสียงสะอื้นแล้วด้วย
ยัยนี่...เป็นห่วงฉันงั้นเหรอ
ในใจของสวี่มั่วพลันอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อยเขาจึงเร่งฝีเท้าเดินไปทางที่ได้ยินเสียงไม่กี่อึดใจก็เห็นจ้าวลี่อิ่งที่กำลังเดินหาตามพุ่มไม้ข้างทางไปเรื่อยๆพลางร้องเรียก
"โฮ่ง!!"
เสียงเห่าทำเอาจ้าวลี่อิ่งสะดุ้งแต่พอหันไปเห็นฮัสกี้ที่ยืนอยู่ตรงทางแยกด้านหน้ามองมาทางเธอใบหน้าก็สว่างวาบด้วยความดีใจ
"มั่วมั่ว!!" จ้าวลี่อิ่งร้องเรียกด้วยเสียงตื่นเต้นก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาหาจนแทบจะสะดุดล้ม
เธอทรุดตัวลง แล้วกอดคอสวี่มั่วแน่น พูดทั้งน้ำตาว่า"ในที่สุดก็เจอ! รู้ไหมว่าแกทำฉันตกใจแทบแย่! หายไปไหนมาเนี่ย!!"
สวี่มั่วขยับตัวเล็กน้อยด้วยความไม่คุ้นเคย"ก็แค่ออกมาเดินเล่นเฉยๆ เอง ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะ..."
แน่นอนว่าในตอนพูดออกไป เสียงที่เปล่งออกมาก็มีแค่ 'โฮ่งๆ' ไม่กี่คำ แต่จ้าวลี่อิ่งฟังแล้วกลับรู้สึกเหมือนเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ
เธอลูบขนของฮัสกี้เบาๆ พลางพูดอย่างรู้สึกผิดว่า "ขอโทษนะฉันจะไม่ไล่แกออกไปแบบนั้นอีกแล้ว...คงตกใจแย่เลยใช่ไหม"
ตอนที่ไล่ฮัสกี้ออกจากบ้านก็เป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบและอยากแกล้งเล่นนิดๆ แต่ผ่านไปไม่นานจ้าวลี่อิ่งก็รู้สึกผิดขึ้นมา ทว่าพอจะเปิดประตูรับกลับเข้าไปกลับพบว่าฮัสกี้หายไปแล้ว
เธอตกใจมากจนต้องรีบปิดไลฟ์ แล้วออกมาตามหา
นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย!เธอเข้าใจเสียงเห่าของฉันว่าเป็นแบบนั้นได้ยังไง อย่ามโนเองสิวะ!ใครว่าฉันตกใจกลัวกันเล่า!
แล้วก็ อย่ามาลูบหัวฉัน! ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเธอนะ!ถึงร่างกายนี้จะใช่ แต่จิตวิญญาณของฉันไม่ใช่!!
สวี่มั่วกลอกตาอย่างเคยชิน บ่นในใจพลางขยับหัวอย่างอึดอัดในที่สุดก็สะบัดตัวหลุดจากอ้อมกอดของจ้าวลี่อิ่งได้ ก่อนจะหันหลังเดินไปข้างหน้า
จ้าวลี่อิ่งรีบร้องถาม "มั่วมั่ว! แกจะไปไหนน่ะ!"
สวี่มั่วหยุดเดิน แล้วหันมามองเธอแวบหนึ่ง "ถามได้โง่มาก!ก็กลับน่ะสิ! ข้างนอกลมเย็นขนาดนี้ เธอใส่แขนสั้นไม่หนาวหรือไง!!"
“โฮ่งๆๆ…”
น่าเสียดายที่จ้าวลี่อิ่งยังคงได้ยินแต่เสียงเห่าแบบนั้นแต่คราวนี้เธอไม่เข้าใจผิด มองไปข้างหน้าแล้วรีบลุกขึ้นยืน "อ๋อ!แกอยากกลับแล้วใช่ไหม ได้ๆๆ งั้นพวกเรากลับบ้านกัน!!"
เห็นจ้าวลี่อิ่งยิ้มมุมปากเดินเข้ามาหาสวี่มั่วพลันรู้สึกใจลอยเล็กน้อย
บ้านงั้นหรือวิญญาณมนุษย์ที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างฮัสกี้ตัวหนึ่งในโลกคู่ขนาน...ยังมีบ้านอยู่อีกเหรอ
ที่นั่น...นับได้ว่าเป็นบ้านของฉันหรือเปล่านะ
...ก็ไม่เลวเหมือนกัน
สวี่มั่วคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ในใจ
ส่วนจ้าวลี่อิ่งที่อารมณ์ดีขึ้นก็เริ่มบ่นใส่เขาอีกครั้ง “มั่วมั่ว แกนี่ดื้อเกินไปแล้วนะ ฉันให้คิดทบทวนหน้าประตูแกจะวิ่งออกมาทำไม รู้ไหมว่าตอนกลางคืนข้างนอกมันอันตรายมาก!ถ้าเจอพวกลักหมาจับไปจะทำยังไง!
“แล้วแกลงมาชั้นล่างได้ยังไงเนี่ยใครเปิดประตูทางเข้าให้แกกัน
“ถ้าคราวหน้ากล้าวิ่งออกมาเองอีกนะฉันจะไม่ตามหาแกแล้ว!
“เจ้าหมาบ้า! ได้ยินฉันพูดบ้างหรือเปล่า
“เจ้าหมาโง่! ฉันว่าพูดไปแกก็ไม่เข้าใจอยู่ดี…
“…”
แสงยามค่ำคืนทอดยาวเงาคนหนึ่งคนกับหมาหนึ่งตัวค่อยๆ เลือนหายไปที่ปลายถนน
พอกลับถึงบ้าน จ้าวลี่อิ่งเปลี่ยนรองเท้าไปพลางหันไปบอกฮัสกี้ข้างตัวว่า “มั่วมั่ว รอเดี๋ยวก่อน! ห้ามเดินเพ่นพ่านนะฉันต้องพาไปล้างเท้าก่อน ใครจะรู้ว่าไปเหยียบอะไรสกปรกมาบ้าง”
สวี่มั่วแอบเบ้ปากในใจ
จู้จี้จริ้ง!
ในห้องน้ำ จ้าวลี่อิ่งล้างอุ้งเท้าทั้งสี่ข้างของฮัสกี้จนสะอาดแล้วใช้ผ้าเช็ดตัวถูทั้งตัวมันจนแห้งสนิท ถึงได้ปล่อยให้มันเดินได้ตามสบาย
จ้าวลี่อิ่งกลับเข้ามาในห้องนอนเล็ก ไลฟ์สดในคอมยังคงเปิดอยู่เธอนั่งลงที่เก้าอี้ โบกมือให้กล้องพลางกล่าวขอโทษ “ทุกคน ฉันกลับมาแล้ว!ขอโทษที่ทำให้รอกันนานนะ”
[กลับมาสักที!!]
[แล้วฮัสกี้ล่ะ เจอหรือยัง]
[ออกไปตั้งนาน ฉันนึกว่าเธอหายไปด้วยอีกคนแล้วนะ!]
[เจอฮัสกี้แล้วใช่ไหม]
คนดูในไลฟ์หายไปเยอะ แต่ก็ยังมีบางส่วนรออยู่พอเห็นจ้าวลี่อิ่งกลับมาก็รีบพิมพ์ถามกันใหญ่
จ้าวลี่อิ่งตอบ “เจอแล้ว! ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะเจอที่สวนในหมู่บ้านนี่เอง ไม่รู้เหมือนกันว่ามันลงไปได้ยังไง…”
[เจอก็ดีแล้ว!]
[เห็นไหม ฉันว่าไม่มีอะไรหรอก! ต่อให้ไม่หา มันเล่นจนพอเดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ]
[อย่าพูดไปเรื่อย เดี๋ยวนี้โจรขโมยหมาเยอะแยะไม่แน่อาจจะถูกพาไปทำหม้อไฟหมาก็ได้นะ…]
[อิ๋งอิ๋งคราวหลังอย่าปล่อยให้หมาอยู่ข้างนอกตัวเดียวเลยนะ หัวใจหมาก็อ่อนไหวง่ายมันก็เสียใจเป็นเหมือนกัน]
[หมาตัวอื่นอาจใช่ แต่ฮัสกี้? คิดมากไปแล้วมั้ง…]
[อิ๋งอิ๋ง ให้ฮัสกี้ออกมาหน้ากล้องหน่อยสิ]
[…]
ทันใดนั้น คอมเมนต์ชุดใหม่ก็ลอยขึ้นมา
จ้าวลี่อิ่งเลือกตอบไปสองสามข้อความก่อนจะหันไปตะโกนเรียกทางห้องนั่งเล่นว่า “มั่วมั่ว! มั่วมั่ว เข้ามานี่หน่อย!”
ไม่นาน ฮัสกี้ก็โผล่มาตรงประตู สายตามันเต็มไปด้วยความรำคาญมองจ้าวลี่อิ่งเหมือนจะพูดว่า 'อีกแล้วเหรอมีอะไรอีกล่ะ'
จ้าวลี่อิ่งโบกมือเรียก “มาเร็วสิ! คนดูเขาเป็นห่วงแกนะมาทักทายทุกคนหน่อย”
ทักทายอีกแล้ว? น่ารำคาญชะมัด!
สวี่มั่วอดรำคาญไม่ได้แต่พอคิดถึงตอนที่ยัยนี่เป็นห่วงตัวเองเมื่อครู่ ใจเขาก็อ่อนลงเดินเข้าไปหาเธอจนได้
จ้าวลี่อิ่งก้มลงคว้าอุ้งเท้าหน้าทั้งสองของฮัสกี้ให้มันยืนสองขาเหมือนครั้งก่อนแล้วหันหน้าเข้ากล้อง เธอยิ้มพลางพูดว่า “มา ทักทายทุกคนหน่อยนะเมื่อกี้แกดันวิ่งเพ่นพ่าน คนเขาเป็นห่วงใหญ่เลย!”
สวี่มั่วเหลือบมองหน้าจอ เห็นคอมเมนต์วิ่งผ่านตาเต็มไปหมดทั้งแซวทั้งหยอกล้อ แต่ก็มีคำห่วงใยปะปนอยู่ด้วย
[โย่ว! ฮัสกี้! เจอกันอีกแล้วนะ!]
[ยังคงสีหน้าเบื่อโลกเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ ดูกี่ทีก็ตลก!]
[ได้ยินว่าถูกลงโทษให้อยู่หน้าบ้านเลยหนีไปซะเลยงั้นเหรอแกนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ (กดไลก์)]
[ไอ้หมาตัวนี้ สมควรตาย! มืดค่ำดันวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วเกือบทำเอาลี่อิ่งร้องไห้แล้ว! คราวหน้ามีอีกก็ไปชดใช้ด้วยชีวิตเลย!]
[พักนี้มีข่าวหมาหายบ่อย ระวังหน่อยเถอะนี่มันหมาที่เคยช่วยชีวิตคนนะ ห้ามปล่อยให้ใครจับไปต้มทำหม้อไฟเด็ดขาด!]
[หรือว่าเป็นเพราะติดสัดเลยหนีไปหาหมาตัวเมียอิ๋งอิ๋งพามันไปผสมพันธุ์หน่อยสิ…]
[…]
เห็นข้อความพวกนี้ สวี่มั่วถึงกับกลอกตาแทบหลุด
ผสมพันธุ์บ้านพ่องแกสิ! ใครติดสัดกันฟ้าาา!