บทที่ 14 ท่านไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของข้า
"มู่มู่ เ้าช่วยกตัญญูต่อพ่อหน่อยเถอะ ช่วยจัดยาที่ไร้ความเ็ปให้ท่านย่าของเ้าเพื่อให้นางจากไปหาท่านปู่ได้อย่างสงบดีหรือไม่" เมิ่งเฮ่อไม่ได้ปรายตามองมารดาแท้ ๆ ของตนเลยแม้แต่น้อย
เขาจ้องมองบุตรสาวด้วยสายตาอ่อนโยน ถึงเวลาที่ต้องก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้ว
"ตกลงเ้าค่ะ! ทานยาเม็ดนี้แล้วจะหลับไปอย่างรวดเร็วและจะจากไปอย่างสงบภายในหนึ่งเค่อ โดยไม่มีความเ็ปใด ๆ ทั้งสิ้น อ้าม... ให้ท่านแล้ว" ซูมู่มู่ยิ้มให้ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งพร้อมกับยื่นมือส่งยาให้
เซียวเหยาอ๋องเฟยและเมิ่งเฮ่อต่างจ้องมองฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งเป็ตาเดียว สีหน้านั้นราวกับกำลังบอกว่ารีบทานเถอะ ทานแล้วจะได้รีบไปผุดไปเกิด
ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งมองบุตรชายแล้วหันไปมองพระชายา นางทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงรีบก้าวเท้าหนีไปพร้อมกับะโเสียงดัง "ข้าป่วย ข้าแก่แล้ว ข้าจะไม่ขอข้องแวะกับเื่ใดอีกทั้งสิ้น"
"ปิดเรือนของข้าแล้วห้ามใครเข้ามา หลังจากนี้ข้าจะไม่ก้าวเท้าออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียว"
เมิ่งเฮ่อมองตามหลังของมารดาไป ยิ่งยิ้มขอบตาก็ยิ่งแดง
"ใต้เท้าเมิ่ง หากมู่มู่พำนักอยู่ที่นี่แล้วไม่สะดวก ข้าจะพานางกลับไปอยู่ด้วยสักพักรอจนท่านจัดการเื่ที่นี่เรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา" เซียวเหยาอ๋องเฟยรู้สึกว่าสถานการณ์ของตระกูลเมิ่งในตอนนี้ดูจะไม่ค่อยดีกับเด็กหญิงตัวน้อยนัก
"ท่านน้า ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อดูแลท่านพ่อ ท่านไม่ต้องกังวลเื่ของข้า ข้าจะไม่ถูกรังแกและจะไม่เสียใจเ้าค่ะ" ซูมู่มู่ไม่มีทางทิ้งพ่อที่คอยปกป้องนางในเวลานี้เด็ดขาด
"มู่มู่ เชื่อฟังพ่อเถอะ กลับไปกับพระชายาดีกว่ามีลุงคังกับอาซิงคอยดูแลพ่ออยู่" แต่เมิ่งเฮ่อไม่อยากให้บุตรสาวต้องรั้งอยู่
ใน่ไม่กี่วันนี้ เขาจะจัดการดูแลคนทั่วทั้งตระกูลเมิ่งให้เรียบร้อย ส่วนมารดาหากนางยังหาเื่อีก แสงตะเกียงและพระพุทธรูปในวัดคงจะเหมาะสมกับนางมากกว่า!
"คุณหนูน้อย ท่านฝากยาไว้กับบ่าวเฒ่าเถอะ บ่าวจะดูแลคุณชายอย่างดีที่สุด" ลุงคังรู้สึกปวดใจอย่างยิ่ง คุณชายถูกตีจนเป็เช่นนี้ เขาจึงนึกโกรธเคืองฮูหยินผู้เฒ่าไปด้วย
"แต่ข้าอยากดูแลท่านพ่อ..." ซูมู่มู่ก้มหน้าลงสองมือน้อย ๆ ถูเข้าหากัน
นางไม่เคยมีพ่อมาก่อน ตอนนี้กว่าจะเจอคนที่ดีกับนางด้วยใจจริงสักคน นางจึงอยากอยู่เคียงข้างให้นานขึ้นอีกนิด
"ใต้เท้าเมิ่ง ให้มู่มู่อยู่เถอะ นางเป็เด็กดี ข้าขอตัวกลับก่อน" ยามนี้เซียวเหยาอ๋องเฟยไว้วางใจให้ใต้เท้าเมิ่งดูแลมู่มู่แล้ว
"ขอบคุณพระชายาที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือขอรับ" เมิ่งเฮ่อโน้มตัวคำนับ
"ขอเพียงใต้เท้าไม่ตำหนิว่าข้าสอดเื่ชาวบ้านก็พอ" เซียวเหยาอ๋องเฟยไม่ได้อยากยุ่งเื่ของบ้านอื่นเลยแม้แต่น้อย
ทว่าหากเป็เื่ของเด็กหญิงตัวน้อย ย่อมไม่ใช่เื่สอดรู้สอดเห็นและไม่ใช่เื่ของบ้านอื่น
"ความเมตตาที่พระชายามีต่อมู่มู่ ผู้น้อยซาบซึ้งอย่างยิ่ง" เมิ่งเฮ่อเป็เพียงขุนนางบัณฑิตเท่านั้น ยามนี้หลังจากถูกลงโทษตามกฎประจำตระกูลร่างกายของเขาแทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่
แต่เพื่อรักษาเกียรติของบุตรสาว เขาจึงยังฝืนเดินไปส่งเซียวเหยาอ๋องเฟยได้อีกไม่กี่ก้าว
เมื่อเซียวเหยาอ๋องเฟยจากไปเขาก็ทรุดฮวบลงทันที ซูมู่มู่ก้าวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณรวดเร็วยิ่งกว่าอาซิงเสียอีก
นางใช้แผ่นหลังเล็ก ๆ ของตนรองรับร่างของบิดาไว้อย่างมั่นคง
"อาซิง รีบแบกคุณชายเร็ว คุณหนูน้อยท่านเป็อย่างไรบ้าง ถูกทับหรือไม่!" ลุงคังเพิ่งจะเข้าใจในตอนนี้เองว่าเหตุใดคุณชายถึงยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อคุณหนูน้อย
บุตรสาวที่ดีเช่นนี้ใครเล่าจะไม่้า
อาซิงรีบแบกใต้เท้าเข้าไปในห้อง เขาเลื่อมใสคุณหนูน้อยจากใจจริง
ซูมู่มู่ไม่ได้สนใจสายตาของพวกเขา นางเดินตามเข้าไปในห้องของบิดา "ท่านปู่คังช่วยตัดเสื้อผ้าของท่านพ่อออกให้หมดรบกวนระวังหน่อยนะเ้าคะ"
"อาซิง เ้าไปตักน้ำสะอาดมาถังหนึ่ง"
าแของบิดาต้องล้างทำความสะอาดก่อนจะใส่ยาอีกครั้ง จากนั้นจึงให้นอนคว่ำพักผ่อนเงียบ ๆ สองวันเพื่อให้แผลตกสะเก็ด
ลุงคังรีบทำตามทันที คุณชายเคยบอกว่าวิชาแพทย์ของคุณหนูน้อยเก่งกาจมาก วิชาอาคมก็ล้ำเลิศยามนี้ดูท่าว่าวรยุทธ์ก็น่าจะเก่งกาจไม่แพ้กัน
มีคุณหนูน้อยเช่นนี้ ในที่สุดคุณชายก็หลุดพ้นจากการควบคุมของฮูหยินเสียที
เมื่อเมิ่งเฮ่อตื่นขึ้นมาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว เขาเห็นบุตรสาวนอนฟุบอยู่ข้างเตียงแก้มยุ้ย ๆ ถูกเบียดจนบี้แบนทั้งยังมีน้ำลายไหลยืดอยู่ที่มุมปาก
เขาเอื้อมมือไปช่วยเช็ดให้แล้วสบเข้ากับดวงตาที่ดูเลื่อนลอยราวกับมีหมอกของบุตรสาว "มู่มู่"
"ท่านพ่อ ท่านดีขึ้นหรือยัง ยังเจ็บอยู่หรือไม่เ้าคะ" ซูมู่มู่เงยหน้าขึ้นแล้วใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำลายอย่างไม่ยี่หระ
"ไม่เจ็บ พ่อไม่เจ็บเลยสักนิด ทำให้มู่มู่ต้องกังวลแล้ว" ขณะที่เมิ่งเฮ่อพูดริมฝีปากที่แห้งผากของเขามีหยดเืซึมออกมา
ซูมู่มู่ใช้ผ้าฝ้ายชุบน้ำ แล้วค่อย ๆ เช็ดให้บิดาอย่างระมัดระวัง "ท่านพ่อ ความจริงแล้วท่านไม่จำเป็ต้องทำเพื่อข้าถึงเพียงนี้ ระหว่างท่านกับท่านแม่ของข้าแท้จริงแล้วมีความเป็มาอย่างไรกันแน่"
ในวินาทีนี้ นางอยากรู้ยิ่งนัก
ต้องเป็ความผูกพันแบบไหนถึงทำให้บิดายอมทุ่มเททุกอย่าง แม้กระทั่งยอมทิ้งตระกูลเมิ่งเพื่อ้านาง
"เทพธิดากับเ้าหนุ่มยากจนช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน นางช่วยชีวิตพ่อไว้ หากไม่มีท่านแม่ของเ้า พ่อคงตายไปนานแล้ว ดังนั้นพ่อจะปกป้องเ้าด้วยชีวิตไม่ว่าจะต้องทำสิ่งใดก็ล้วนคุ้มค่า"
"ยิ่งไปกว่านั้น มู่มู่ช่างน่ารักและจิตใจดี การได้เป็พ่อของเ้า ข้ายินดีแลกแม้กระทั่งอายุขัยสามสิบปีเพื่อให้ได้เ้ามา" เมิ่งเฮ่อมองนางด้วยความอ่อนโยน
'ถ้าอย่างนั้นท่านก็ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของข้า' ซูมู่มู่ไม่ได้พูดประโยคนี้ออกมา นางจ้องมองเขาเขม็ง "ข้าขอชมภาพวาดของท่านแม่ได้หรือไม่เ้าคะ"
"ได้แน่นอน! ตามพ่อมาทางนี้สิ" เมื่อพูดถึงภาพวาด เมิ่งเฮ่อก็รีบลุกพรวดขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว าแที่หลังไม่เจ็บอีกต่อไป!
ซูมู่มู่ 'ความจริงท่านไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้'
ในห้องหนังสือ ซูมู่มู่มองดูเมิ่งเฮ่อเปิดตู้ก่อน จากนั้นจึงหยิบกล่องออกมาเปิด บนกล่องยังมีผ้ากำมะหยี่อีกชั้น แล้วเขาก็เปิด... แล้วก็เปิด...
น่าจะห่อไว้สักเจ็ดแปดชั้นได้ จากที่เคยคาดหวังในตอนแรก ซูมู่มู่เริ่มกลายเป็เฉยชาในตอนหลัง
ในที่สุดก็เปิดออก ท่ามกลางสีหน้าโหยหาและระลึกถึงของบิดานางจึงยื่นศีรษะเล็ก ๆ เข้าไปดู
สตรีในภาพวาด สวมชุดสีแดงด้านหลังมีกระบี่เล่มั์หนึ่งเล่ม บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอันสดใส
"ท่านแม่ของเ้าเปรียบเสมือนดวงตะวันที่สามารถส่องแสงไปถึงทุกมุมห้อง มอบความอบอุ่นให้แก่คนธรรมดาอย่างพวกเรา มู่มู่ เ้าเหมือนนางมาก ทั้งจิตใจดีและรักความยุติธรรม" เมิ่งเฮ่อไม่กล้าใช้มือััใบหน้าของคนในภาพ
เขาแขวนภาพวาดนั้นเอาไว้เพื่อให้มู่มู่ดูให้เต็มที่
ซูมู่มู่มองนาง "แต่ท่านแม่ไม่้าข้า ดวงชะตากำเนิดของข้าไม่ดี"
ในวินาทีนี้ ซูมู่มู่เป็เพียงเด็กที่ถูกมารดาทอดทิ้ง นางรู้สึกน้อยใจจนขอบตาแดงก่ำ
"มู่มู่ พ่อเชื่อว่าท่านแม่ของเ้าต้องมีเหตุจำเป็บางอย่าง จะไม่มีทางทิ้งเ้าเพียงเพราะดวงชะตากำเนิดหรอก" เมิ่งเฮ่อปลอบโยนบุตรสาว จากนั้นเขาก็ยอมตัดใจพูดว่า "ภาพวาดนี้ พ่อจะมอบให้เ้าตอนนี้เลย"
ซูมู่มู่ส่ายหน้าไปมา "ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านเก็บไว้เถิด"
นางไม่้าภาพวาด สิ่งที่นาง้าคือท่านแม่ที่มีชีวิตจริง ๆ ที่จะโอบกอดนางไว้ในอ้อมแขนและบอกนางว่าไม่ต้องกลัวสิ่งใด ทุกอย่างมีท่านแม่คอยดูแล
เมื่อเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยของบุตรสาว แม้แต่ลูกผู้ชายตัวโตอย่างเมิ่งเฮ่อก็ยังไม่รู้ว่าจะปลอบนางอย่างไร ได้แต่เก็บภาพวาดนั้นกลับไปเงียบ ๆ
"ท่านพ่อ ข้าหน้าตาเหมือนท่านแม่มากหรือเ้าคะ" ซูมู่มู่ใช้มือปิดแก้มยุ้ย ๆ ของตนไว้ให้เหลือเพียงเครื่องหน้า เพื่อที่น่าจะดูเหมือนมากขึ้น
ท่านแม่ผอมแต่นางอ้วนเกินไป!
"เหมือน เหมือนราวกับถอดแบบกันมาไม่มีผิดเพี้ยน ั้แ่ครั้งแรกที่เห็นเ้า พ่อก็รู้สึกว่าเหมือนมาก โดยเฉพาะความมั่นใจในแววตา กลิ่นอายในตัวเหมือนั้แ่ภายในจนถึงภายนอกเลยทีเดียว" เมิ่งเฮ่อเอ่ยชมบุตรสาวพร้อมกับลูบศีรษะเล็ก ๆ และบีบแก้มยุ้ย ๆ ของนาง