กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่แปด แลนซ์ อาร์มสตรอง

    ตอนที่แปด แลนซ์ อาร์มสตรอง

     

    ซ่ ซู่ ซู่

    กิจวัตรประจำวันอีกครั้งที่ต้องเอาน้ำมาล้างตัวเพื่อกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์

     

    ผมแอบใช้คาถา”ชำระล้าง” แบบไม่เปล่งเสียงในขณะที่ถูตัวเพื่อให้ขจัดคราบต่างๆออกได้ไวขึ้น มีเวทย์ก็ดีอย่างที่ผมไม่ต้องลำบากในการขจัดคราบจากเสื้ออีกต่อไป และอาจจะสามารถจัดการคราบเลือดและรอยนิ้วมือ เส้นผมต่างๆจากสถานที่เกิดเหตุได้ด้วย เดี๋ยวผมว่าจะทดลองทีหลัง

    ถ้ามีปัญหากับทางกฎหมาย ผมว่าก็จะรวบรวมข้าวของและหลบหนีไปต่างประเทศนั่นล่ะ

    อาจจะต้องศึกษาเวทย์ภาพลวงตาเพื่อใช้ในการปลอมตัวหรือเทเลพอร์ตเพื่อใช้ในการหลบหนีก่อนสักนิดด้วย

    หากมองในระยะยาวแล้ว

    ผมคิดว่าแนวคิดผมนั้นค่อนข้างจะถูกที่จะสละเรือหนีจากโรงเรียนและเรื่องบ้าๆนี่

    ไม่คิดจะแก้แค้น

    มันคือเกมส์ที่มีแต่ความพ่ายแพ้

    ทรัพยากรที่จะเอามาเพิ่มพูนให้กับตัวเราเอง เอาไปใช้เพื่อให้คนอื่นสูญเสีย

    ไม่ใช่เกมส์ที่จะชนะได้เลย

    น่าเสียดายที่คนที่กลั่นแกล้งเลโอนาร์ด ไม่ใช่คนที่คิดแบบเดียวกัน

    คนที่เป็นห่วงฝ่ายตรงข้ามด้วยมีแต่ผมและเลโอนาร์ดฝ่ายเดียว

    สุดท้ายพอมีพลังก็เอาไปแก้แค้น แทนที่จะเอาไปใช้เพื่อเป็นพระเจ้าแห่งโลกใหม่

    นั่นคือความคิดของผมตอนวัยเด็ก ที่สงสัยว่าทำไมคนเราไม่ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

    โตขึ้นมาเรียนเรื่องการเมืองระดับประเทศ จึงทำความเข้าใจเรื่องราวในอดีตได้ดีขึ้นว่าคนที่ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล จะเป็นคนที่เสียเปรียบในการเจรจา

    ประธานาธิบดีนิกสัน ในช่วงเจรจาสงครามเย็น ก็ต้องแกล้งทำตัวเป็นคนบ้า ที่จะเอานิวเคลียร์ไปลงประเทศคนอื่นเมื่อไรก็ได้โดยไม่มีเหตุผล การเจรจาจึงจะเกิดขึ้นและประสบความสำเร็จ

    ปัญหาคือ ผมต้องทำตัวให้เข้ากับกลุ่มหรืออะไรก็ตามแต่ แต่การเปลี่ยนสถานะเป็นเรื่องต้องห้ามในสังคมเล็กๆที่เรียกว่าโรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้

    เหมือนกับที่ปาก้อนหินลงไปในบ่อก็จะเกิดผลกระทบ

    เราเดินไปห้องน้ำเป็นเรื่องปรกติ แต่เดินไปห้องน้ำในโรงนอนในคุก คนก็จะรู้กันไปหมด

    มันคือข้อเสียของสังคมที่อยู่กันในบริเวณคับแคบจำกัด

    ผมเลยพยายามไม่แสดงอะไรที่ต่างไปจากเดิมเพื่อเลี่ยงความสนใจที่ไม่พึงประสงค์

    ดังนั้นวันนี้จะมากจะน้อยผมทำสำเร็จไปอีกวัน

    เฮ้อ

    หวี่ หวี่ หวี่

    ผมใช้ไดร์เป่าผมเป่าเสื้อผ้าให้แห้งจากการทำความสะอาด ตอนอยู่นอกห้องอาบน้ำอาจจะโดนคนเห็นได้ง่ายผมเลยไม่ใช้เวทมนตร์ซึ่งต่างกับตอนลูบตัวในห้องอาบน้ำที่คาถาจะถูกปกปิดโดยน้ำที่ไหลออกจากฝักบัว

    น้ำ..ก็เป็นสิ่งที่เกิดผลกระทบต่อคาถาเช่นกัน เช่นวงเวทย์หรือเวทย์ภาพลวงตาของแวมไพร์ จะสลายหายไปถ้าถูกน้ำ

     

    แต่ทำไมผมถึงใช้ได้ในห้องอาบน้ำนะ?

    หรือเวทย์เกี่ยวพันกับความคิดของเจ้าตัวจริงๆ?

    แต่ปัญหาเกี่ยวกับเวทมนตร์และความลับของจักรวาลนั้นเอาไว้ทีหลัง

    ตอนนี้ปัญหาใกล้ตัวก่อน

    ผมต้องทำอะไรดีนะ

    แลนซ์ อาร์มสตรองจะทำอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้?

    ทันใดนั้นแสงสว่างแห่งความคิดก็วาบเข้ามาในหัวของผม

    อารมณ์ขุ่นมัวของผมหายไปเป็นปลิดทิ้งเพราะความคิดและแรงบันดาลใจจากแลนซ์ อาร์มสตรองในการเผชิญหน้าแก้ปัญหาที่ผมเจอในขณะนี้

     

    สเตียรอยด์

    .

    สเตียรอยด์แก้ได้ทุกปัญหาที่ผมเจอในขณะนี้ การสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยสเตียรอยด์และสารเคมีต่างๆ ทั้งทำให้ผมมีร่างกายแข็งแรงขึ้นโดยเวทมนตร์ไม่ส่งผลกระทบหรือไม่หายไปเมื่อไม่มีเวทมนตร์หรืออุปกรณ์เวทมนตร์และเสริมสร้างร่างกายของผมให้แข็งแกร่งขึ้นในการที่จะหนีจากพวกแวมไพร์

     

    สเตียรอยด์แก้ปัญหาได้ทุกอย่างแบบเดียวกับที่พวกนักกีฬาใช้กัน

    เมื่อนักกีฬาโรงเรียนก็ใช้กัน ไม่มีสิ่งที่ผมต้องรู้สึกผิดหากเราอยู่บนรากฐานแนวคิดเดียวกัน

    Just do it,Lance Armstrong

    ผมดีใจที่ผมไม่กลายเป็นพวกที่เจ้าคิดเจ้าแค้นและคิดแต่แข่งทำในสิ่งที่สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นเท่านั้น

    ผมเข้าห้องเรียนไปด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นอย่างมาก

    เมื่อคนเรามีเป้าหมายก็เพียงแค่ Just do it

    “”

    “โครงสร้างของสมการ..” อาจารย์ประจำวิชาก็บรรยายไปตามระเบียบ เลโอนาร์ดก็จดโน้ตได้โดยแทบไม่มองสมุด

    ผมล่ะคิดถึงยุคสมัยที่มือถือสามารถถ่ายรูปและอัดเสียงได้จริงๆ

    แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรวบรวมความคิดได้ ในเมื่อร่างกายได้อยู่ในสภาพตามความเคยชินของเด็กที่ขยันเรียนในห้องเรียน

    พวกหนุ่มนักกีฬากับแฟนสาวของพวกเขาก็คุยหัวร่อต่อกระซิกกันหลังห้อง

    คนอื่นๆก็ เช่น เทเลอร์ก็เป็นเด็กขยันสินะ ตอนนี้เธอยังไม่ได้ใช้แมลงควบคุมอาละวาดล้างแค้นคนที่กลั่นแกล้งเธอ

    แครี่ก็ไม่ใช่คนที่เรียกว่าฉลาด แต่เธอที่หัวช้าก็พยายามที่จะจดให้ทัน ตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ใช้พลังจิตอาละวาดไล่ฆ่าคนในโรงเรียนเช่นกันและ เอมี่ตอนนี้เธอก็ยังไม่..โอเค ผมชักรู้สึกไม่ค่อยสบายใจล่ะที่คนไม่ต่ำกว่าสิบสามคนในห้องเรียนนี้ที่มีแนวโน้มที่จะอาละวาดฆ่าคนในโรงเรียนได้

    แต่มันก็แสดงว่า เลโอนาร์ดเป็นคนจิตใจดีจริงๆนะนี่ ที่พออาละวาดแล้วก็กลับมาเรียนได้ตามปรกติจนจบการศึกษา

    คนอื่นนั้นหายสาบสูญบ้าง ไปเป็นนักฆ่าของรัฐบาลบ้าง ไปเป็นปีศาจหรือแวมไพร์บ้าง วางแผนล้างแค้นมนุษย์อยู่ใต้ดินของเมืองบ้าง

    เลโอนาร์ดได้เป็น Valedictorian คนกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีจบการศึกษา ..โอเค ผมไม่คิดว่าชะตากรรมของเลโอนาร์ดจะแย่กว่าคนอื่นๆในเรื่องแล้วล่ะ

    ลองเทียบกับคนที่ต้องถูกฆ่าตายในเรื่องแล้ว

    การโดนล้อหรืออะไรกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย ..ถึงจะไม่มีความสุข แต่ผมคงพูดไม่ได้ว่าไปเป็นทาสของปีศาจในมิตินรกจะเป็นชะตากรรมที่ดีกว่า

     

    ผมแค่พยายามอย่ามีปัญหากับใครก็พอ

    นั่นเป็นเรื่องยากพอดี

    ที่เจ้าพวกนักกีฬาที่อยู่หลังห้อง พยายามปากระดาษใส่หัวผมอยู่

    “นี่เธออย่าทำเขาสิ” แฟนสาวของเขาห้ามและก็หัวเราะต่อกระซิกกันต่อไป

    เฮ้อ

    คนเราไม่ได้ตั้งใจแก้ปัญหาจริงๆแค่ทำไปตามบทบาทที่คิดว่าตนเองต้องทำเท่านั้นเอง

    อาจารย์ที่อยู่ในห้องก็ไม่มีใจที่จะแก้ปัญหา

    หากผมมองก็ยังดี ในยุคนี้เป็นยุคก่อน หากเป็นยุคปัจจุบัน อาจจะมีปืนมายิงในห้องเลยก็ได้

    ว่าไปแล้วมันก็มีคนที่ถูกแกล้งมาตลอดแล้วเอาปืนจะมาฆ่าตัวตายด้วยนี่นะ แต่นางเอกเข้าใจผิดว่าเขาจะยิงคนอื่นเลยมาห้าม

    สุดท้ายก็ลงเอยที่นางเอกปฏิเสธคนที่จะฆ่าตัวตายด้วยปืนลูกซองเพื่อให้คนจดจำเขานั้นไป

    ก็บอกแล้วว่านี่ไม่ใช่โลกของพระเอกฮาเร็มการ์ตูนญี่ปุ่น

    สาวที่ราวกับหลุดมาจากโลกอื่น มีพลังพิเศษที่มาช่วยคุณไว้ จะไม่มาอยู่รอบตัวคุณหรือยอมเป็นแฟนคุณ ปกป้องคุณหรอกนะ

    เนิร์ดก็เป็นได้แค่เนิร์ดในสายตาของคนพวกนี้

    นั่นก็สมจริง

    แต่ที่ไม่สมจริงอยู่อย่างเดียวที่ผมว่า คือ พวกเนิร์ดรู้ว่าเวทมนตร์มีอยู่จริง ทำไมถึงไม่ฝึกทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้ใช้เวทมนตร์ได้?

    เท่านั้นเอง

    อย่างที่ผมทำอยู่ตอนนี้ การเป็น Valedictorian หมอ ทนายความ เทียบไม่ได้กับการที่เราสามารถปาไฟร์บอลเผาแวมไพร์หรือปีศาจที่จะจับเรากินได้

    น่าสงสารแต่แอนดรู ที่คิดว่าจะมีฉากโรแมนติคกับนางเอกที่มาช่วยตนเองเอาไว้ แต่เธอก็แค่ช่วยแล้วก็จากไป

    มันไม่มีพล็อตให้เนิร์ดที่ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก

    หนทางน่ะ เราต้องสร้างมันขึ้นมาเอง

    ผมหยิบหนังสือกายวิภาคมาอ่านทบทวนเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อกับการมีผลของฮอร์โมนและสเตียรอยด์

    ..

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน