“อสรพิษเพลิงสีชาด”เห็นร่างของสัตว์ปีศาจตรงหน้าทั้งฉินจีและซ่งไป่หลางต่างมีสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด
อสรพิษเพลิงสีชาดในหมู่สัตว์ปีศาจด้วยกันยังนับว่ามีความร้ายกาจมากเป็อันดับต้นๆตัวที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาเป็สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลางความสามารถเทียบเท่าผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้ระดับสาม ฉินจีไม่สามารถต่อกรกับมันได้เด็ดขาด
“ระวังพิษกรดเพลิง” ฉินจีร้องเตือนเมื่อเห็นอสรพิษตรงหน้าเริ่มเคลื่อนไหว
ร่างกายของอสรพิษเพลิงสีชาดมีขนาดใหญ่โตมาก่ลำตัวกว้างเท่าต้นไม้ใหญ่สิบคนโอบ ยาวมากกว่ายี่สิบจั้งส่วนหัวเมื่อแผ่แม่เบี้ยออกมายิ่งน่าสะพรึงกลัวการโจมตีของมันรูปแบบหนึ่งคือการพ่นพิษกรดเพลิง พิษที่สามารถหลอมละลายแม้แต่โลหะชั้นดีหรืออาวุธวิเศษระดับกลาง
เมื่อมันพ่นพิษกรดเพลิงออกมาทั้งซ่งไป่หลางและฉินจีต่างกระโจนหลบหนีไปคนละทิศทางพิษกรดเพลิงของมันจึงราดลงบนร่างของสัตว์ปีศาจบางตัวที่วิ่งตามทั้งสองมาเสียงดังซี่ๆดังขึ้นจากร่างของพวกมันพร้อมกับที่ร่างของสัตว์ปีศาจเ่าั้ถูกพิษหลอมละลายไปอย่างรวดเร็ว
ซ่งไป่หลางสีหน้าซีดเผือด พลังของอสรพิษเพลิงสีชาดอยู่เหนือกว่าที่เขาจะรับมือได้แม้จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างก็ตาม
ฉินจีมีสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อเห็นว่าโอกาสหนีรอดเหลือน้อยเต็มทีนางจึงหันมาหาซ่งไป่หลาง “ศิษย์น้อง ข้าจะถ่วงเวลามันเอาไว้ให้เ้าจงรีบหนีออกไปจากหุบเขาต้องห้ามให้เร็วที่สุดไปหาท่านอาจารย์และพาท่านมาช่วยเหลือข้า”
แน่นอนว่าฉินจีเป็ศิษย์รักของผู้าุโจางดังนั้นนางจึงมีวิธีติดต่อเขาในกรณีฉุกเฉินฉินจีได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปั้แ่ที่อสรพิษเพลิงสีชาดปรากฏตัวขึ้นมาแล้วและนางได้แต่หวังว่าอาจารย์ของนางจะมาที่นี่ก่อนที่นางจะไม่สามารถต้านทานมันได้
ซ่งไป่หลางส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่มีทางศิษย์พี่ท่านนั่นแหละที่ต้องเป็ฝ่ายหนีไป ด้วยความสามารถของข้าต่อให้อยากจะหนีก็อาจจะหนีไม่พ้นจากหุบเขาแต่ท่านย่อมสามารถทำได้ อสรพิษนี่ข้าสามารถถ่วงเวลามันได้่สามลมหายใจขอให้ท่านทุ่มเททุกอย่างหนีไปในเวลานั้น”
ฉินจีกำลังจะอ้าปากค้านบอกว่านางยังพอมีหวังต้านทานอสรพิษเพลิงสีชาดได้แต่ซ่งไป่หลางคิดจะรับหน้าก็มีแต่ฆ่าตัวตายเท่านั้นทว่าไม่ปล่อยให้ฉินจีมีโอกาสได้พูดซ่งไป่หลางพลันสร้างฝ่ามือบัว์อันแฝงด้วยเคล็ดอ่อนของวิชาวาดบัวล้อมสระ์ซัดไปทางร่างของฉินจี
เงาของดอกบัวนี้อ่อนโยนยิ่งนักไม่เพียงไม่ทำร้ายกลับสร้างแรงส่งอันนุ่มนวลชักนำร่างของฉินจีพุ่งทะยานหนีจากวงล้อมของสัตว์ปีศาจอย่างรวดเร็วอสรพิษเพลิงสีชาดส่งเสียงอย่างไม่พอใจมันอ้าปากเตรียมพ่นพิษโจมตีขัดขวางฉินจีทว่าซ่งไป่หลางกลับไม่ยินยอมให้มันกระทำเช่นนั้น
“ฮ่า”ฝ่ามือบัว์ซัดออกอีกครั้งหนึ่ง กระแทกเข้าเต็มด้านข้างศีรษะของอสรพิษเพลิงสีชาดศีรษะของมันสะบัดไปมาเพราะแรงกระแทกจึงทำให้ฉินจีรอดพ้นจากพิษกรดเพลิงอย่างหวุดหวิด
“ศิษย์น้องซ่ง ไม่” ฉินจีที่หลุดพ้นจากวงล้อมกำลังจะกลับเข้ามาช่วยทว่าเสียงของซ่งไป่หลางกลับดังก้องขึ้นมา
“ศิษย์พี่ หนีไปซะ อย่าให้ความพยายามของข้าต้องสูญเปล่า”
ฉินจีได้แต่กล้ำกลืนคำพูดของตนเองจากนั้นรีบหมุนกายทะยานร่างหายไปอย่างรวดเร็วเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเกี่ยงกันอีกต่อไปแล้วซ่งไป่หลางทุ่มเททุกอย่างสร้างโอกาสให้แก่นางดังนั้นสิ่งที่นางต้องทำคือออกไปยังนอกหุบเขารอให้อาจารย์ของนางมาถึงแล้วนางจะรีบนำทางมาที่นี่ ไม่แน่อาจสามารถช่วยชีวิตซ่งไป่หลางได้สำเร็จ
“หึหึ เลือกทางที่ยากกว่าอย่างไม่ลังเลสมแล้วที่ข้าไว้วางใจในตัวเ้า”เซี่ยหยางหัวเราะอย่างถูกใจที่แท้ก่อนหน้านี้เซี่ยหยางเสนอวิธีการให้แก่ซ่งไป่หลางสองทาง หนึ่งคือใช้ประโยชน์จากฉินจีให้นางล่อลวงความสนใจของอสรพิษเพลิงสีชาดด้วยฝีมือของซ่งไป่หลางเวลานี้หากอสรพิษเพลิงสีชาดไม่ให้ความสนใจเขาย่อมหนีไปได้อย่างง่ายดาย
และทางที่สองคือเสี่ยงรับหน้าที่ดึงดูดความสนใจเองช่วยให้ฉินจีหนีรอดไปขอความช่วยเหลือแต่ซ่งไป่หลางจะต้องรับมือกับอันตรายทั้งหมดด้วยตนเองซ่งไป่หลางยังคงมีคุณธรรมในหัวใจอย่างยิ่ง ตัดสินใจเลือกข้อสองโดยไม่ลังเลทั้งยังชิงส่งร่างของฉินจีจากไปโดยไม่รอให้เซี่ยหยางอธิบายรายละเอียดของแผนการด้วยซ้ำ
นี่คือซ่งไป่หลางใครดีมาเขาจะดีตอบต่อคนผู้นั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข
“อาจารย์ด้วยพลังของข้าจะสามารถเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้ได้หรือไม่”ซ่งไป่หลางเอ่ยถามเซี่ยหยางด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“แน่นอนว่าเป็ไปได้ แต่ย่อมต้องมีค่าตอบแทน ”เซี่ยหยางถอนหายใจ “ศัตรูของเ้าเหนือกว่าเ้าในเวลานี้มาก เ้าไม่มีทางเอาชนะได้แต่การหนีนั้นนับเป็อีกเื่หนึ่ง เตรียมตัวให้ดีเ้าหนูถ้าข้าให้สัญญาณเมื่อไหร่เ้าต้องรีบทำทุกอย่างเพื่อหลบหนีให้เร็วที่สุด”
ซ่งไป่หลางนั้นเชื่อมั่นในตัวของเซี่ยหยางอย่างเต็มเปี่ยมดังนั้นไม่รู้สึกสงสัยในคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
“ไป!!” เซี่ยหยางเอ่ยออกมา
พลังของหยดละอองิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกจากร่างของซ่งไป่หลางในชั่วพริบตานั้นอสรพิษเพลิงสีชาดพลันแปรเปลี่ยนท่าที มันพบว่าเหยื่อที่เคยอ่อนแอบัดนี้กลับมีกลิ่นอายอันแปลกประหลาดทั้งเก่าแก่และทรงพลังเล็ดลอดออกมาอีกทั้งยังเป็ธาตุที่ตรงข้ามกับมันอย่างสิ้นเชิง ทำให้มันรู้สึกระแวงระวังมากขึ้นถึงกระทั่งถอยห่างออกจากจุดที่ซ่งไป่หลางยืนอยู่อย่างไม่รู้ตัว
ซ่งไป่หลางพบว่าโอกาสของตนมาถึงแล้วดังนั้นไม่รอช้าทะยานร่างหนีไปอีกเส้นทางหนึ่งโดยใช้ท่าเท้าแปดบัวดาราสร้างความสับสนมึนงงแก่ศัตรู
อสรพิษเพลิงสีชาดร้องขู่เมื่อเห็นซ่งไป่หลางหลบหนีก็เข้าใจได้ว่าศัตรูกำลังหวาดกลัวดังนั้นไม่รอช้าพุ่งร่างเข้าติดตามอย่างรวดเร็วด้วยประสาทััของอสรพิษเพลิงสีชาดการจะแยกร่างจริงของซ่งไป่หลางออกจากร่างเงาหลอนประสาทนั้นนับว่าไม่ยากเย็นแต่อย่างใด
ด้วยร่างอันมโหฬารของมันออกตัวเพียงพริบตาก็แทบจะตามทันร่างของซ่งไป่หลางอยู่รอมร่อทว่าพริบตานั้นซ่งไป่หลางที่ควรจะชิงหลบหนีอย่างสุดชีวิตกลับพลิกร่างหันกลับมาดวงตาทอประกายวาวโรจน์พร้อมกับวาดฝ่ามือซัดเข้าใส่ศีรษะของอสรพิษเพลิงสีชาดเต็มกำลัง
เคล็ดฝ่ามือบัว์
ศีรษะของอสรพิษเพลิงสีชาดถูกแรงปะทะจากเงาของดอกบัว์กระแทกใส่จนสะบัดไปด้านหลังทว่ามันกลับไม่ได้รับาเ็มากนักเพราะเปรียบเทียบกันแล้วพลังของซ่งไป่หลางยังไม่อาจนำมาใช้คุกคามอีกฝ่ายได้อย่างไรก็ตามเพราะการโจมตีครั้งนี้อสรพิษเพลิงสีชาดจึงตระหนักได้ว่าเหยื่อของมันไม่ธรรมดาและสามารถทำร้ายมันได้เช่นกัน
นี่คือกลยุทธ์ของซ่งไป่หลางการเอาชนะอสรพิษเพลิงสีชาดเป็สิ่งที่เป็ไปไม่ได้ทว่าการจะหลบหนีจากมันก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่โตบวกกับระดับพลังที่เหนือกว่าอีกทั้งสัญชาตญาณและประสาทััของสัตว์ปีศาจนั้นเฉียบคมยิ่งกว่ามนุษย์ การหลบหนีด้วยท่าเท้าแปดบัวดารานั้นแทบจะไม่มีความหมายอันใด
ทว่าสัตว์ปีศาจก็ยังคงเป็สัตว์ปีศาจสติปัญญาของมันยังไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับมนุษย์ได้ เมื่อเห็นซ่งไป่หลางหลบหนีมันจึงคิดว่าเหยื่อไม่สามารถตอบโต้ได้ ทว่าเมื่อเหยื่อหันมาตอบโต้ ความระแวงระวังที่เกิดขึ้นทำให้มันเลือกที่จะเว้นระยะห่างทั้งยังไม่สามารถผลีผลามบุกเข้าโจมตีได้อีกต่อไปนี่คือสัญชาตญาณพื้นฐานของมัน เป็การระวังภัยของสัตว์ปีศาจที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
ในทางตรงกันข้ามหากเปลี่ยนจากอสรพิษเพลิงสีชาดเป็ผู้ฝึกยุทธ์ด้วยกันซ่งไป่หลางย่อมรู้ดีว่าวิธีนี้ไม่มีประโยชน์ใดๆ ผู้ฝึกยุทธ์ย่อมดูออกว่าการลงมือของซ่งไป่หลางนั้นแทบจะเรียกได้ว่าทุ่มเททุกสิ่งที่มีและก็ทำได้เพียงสร้างาแเล็กๆน้อยๆแก่อีกฝ่ายเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็ที่จะต้องระแวงอะไรซ่งไป่หลางแม้แต่น้อย
แผนการขั้นสองสำเร็จซ่งไป่หลางอาศัยความเร็วสุดกำลังทะยานร่างหลบหนีไปยังเขตของน้ำตกลมปราณหากเข้าไปหลบซ่อนในม่านน้ำตก ต่อให้อสรพิษเพลิงสีชาดอยากตามเข้าไปก็ตามไม่ได้ตราบใดที่มันยังไม่วิวัฒนาการเป็สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงอีกทั้งธาตุของมันก็ยังแพ้ทางกับธาตุน้ำอย่างรุนแรง
อสรพิษเพลิงสีชาดเคลื่อนร่างตามซ่งไป่หลางมาด้วยความเร็วคงที่มันจับจ้องเด็กหนุ่มด้วยสายตาหมายมาดแม้จะระแวงอยู่บ้างทว่ามันกลับไม่คิดปล่อยให้ซ่งไป่หลางหลุดมือไปได้โดยเด็ดขาด
‘เ้าหนู ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างละก็อีกไม่นานมันต้องโจมตีต่อแน่’เซี่ยหยางเอ่ยเตือน
ซ่งไป่หลางเองย่อมรู้ดีอสรพิษเพลิงสีชาดเริ่มตระหนักแล้วว่าเหยื่อของมันไม่ได้มีพิษภัยอะไรขนาดที่มันจะต้องกังวลหากไม่ทำอะไรสักอย่างให้มันรู้สึกตกตะลึงเกรงว่าต่อไปมันคงตัดสินใจไล่ล่าโดยไม่สนใจการตอบโต้แล้ว
ทว่าไม่ทันจะได้ลงมือทำอันใดอสรพิษเพลิงสีชาดกลับชิงเป็ฝ่ายเคลื่อนไหวก่อนมันอ้าปากและพ่นพิษกรดเพลิงออกมาอีกครั้ง เป้าหมายย่อมเป็ร่างของซ่งไป่หลางเองเด็กหนุ่มกัดฟันหันกลับมาเผชิญหน้าอย่างไม่มีทางเลือกสองมือชี้ออกด้านหน้าก่อนจะร่ายวิชาของตนออกมา
เคล็ดม่านบัว์
ด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันม่านบัว์ของซ่งไป่หลางสลายหายไปอย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตามพิษกรดเพลิงสูญเสียความเร็วและร่วงหล่นลงบนพื้นกัดกร่อนทุกสิ่งบนพื้นดินให้กลายเป็เถ้าถ่านซ่งไป่หลางพลิกตัวทะยานร่างหลบหนีต่อเนื่องในขณะที่อสรพิษเพลิงสีชาดยังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละ
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วััได้ถึงวิกฤติที่กำลังจะมาถึงหากปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่เกินสิบลมหายใจอสรพิษเพลิงสีชาดคงตัดสินใจลงมืออย่างเต็มกำลังเป็แน่
“เ้าหนู หลบไปทางซ้าย ไปทางทิศตะวันตก” เซี่ยหยางร้องบอก
ซ่งไป่หลางไม่มีเวลามาสงสัย เมื่อเซี่ยหยางพูดจบเขาก็เปลี่ยนทิศทางกระโจนไปทางทิศตะวันตกทันทีดวงตาของซ่งไป่หลางหรี่ลงจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกสับสนมึนงง
“อันใดกัน มีสถานที่แบบนี้ในหุบเขาต้องห้ามด้วย”
เบื้องหน้าของซ่งไป่หลางคือซุ้มประตูที่เก่าแก่และพังทลายเมื่อมองทะลุเข้าไปด้านในกลับพบว่าเป็ซากปรักของสสถานที่เก่าแก่โบราณแห่งหนึ่งคาดคะเนจากสภาพของซากปรักแล้วไม่แน่ว่ามันอาจมีอายุยาวนานกว่าหนึ่งพันปีเสียอีก
“สถานที่แห่งนี้ไม่ธรรมดา ถูกปกปิดด้วยพลังระดับรวมิญญาผู้ที่มีระดับต่ำกว่ารวมิญญาลงไปจะไม่มีทางหาเจอได้ ทว่าพลังที่ห่อหุ้มสถานที่แห่งนี้กำลังอ่อนกำลังลงดังนั้นมันจึงปรากฏขึ้นและข้าสามารถััได้” เซี่ยหยางเอ่ย
“พลังระดับรวมิญญา” ซ่งไป่หลางไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน
“พลังระดับรวมิญญานั้นอยู่เหนือกว่าแปดขั้นเหนืุ์ไปอีกระดับเ้าหนู ยังไม่ต้องคิดฝันถึงเื่นี้หรอก”เซี่ยหยางหัวเราะร่า
สีหน้าของซ่งไป่หลางแข็งค้างเมื่อเขาวิ่งทะลุผ่านซุ้มประตูเข้ามา ดูเหมือนอสรพิษเพลิงสีชาดจะชะงักไปชั่วครู่มันเองก็รู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ปกคลุมสถานที่แห่งนี้เช่นกันทว่ามันกลับไม่้าปล่อยเหยื่อที่อุตส่าห์ไล่ล่ามาระยะหนึ่งไปดังนั้นท้ายที่สุดมันตัดสินใจเลื้อยผ่านซุ้มประตูเข้ามาและติดตามซ่งไป่หลางด้วยความเร็วที่มากขึ้นกว่าเดิม
“เ้าหนู อสรพิษเพลิงสีชาดเตรียมลงมือเต็มกำลังแล้วมันไม่อยากอยู่ในสถานที่นี้นานจึงไม่มีทางเลือก หาก้ารอดชีวิตเ้าต้องทำให้มันรู้สึกว่าการจะจัดการกับเ้านั้นยากเกินไปมันจึงจะยอมถอดใจจากการไล่ล่า”เซี่ยหยางแนะนำ
ซ่งไป่หลางไม่มีทางเลือก ด้วยความเร็วที่แตกต่างกันจะให้หนีไปถึงน้ำตกลมปราณคงเป็ไปไม่ได้ทว่าตอนนี้ยังมีซากปรักโบราณที่สร้างความได้เปรียบให้กับตนเองอยู่อสรพิษเพลิงสีชาดดูจะหวาดกลัวที่นี่เช่นกันดังนั้นมันคงไม่กล้าอยู่ที่นี่นานเกินไป
อสรพิษเพลิงสีชาดไม่รีรออีกต่อไปแล้วมันพุ่งร่างเข้าหาซ่งไป่หลาง ปากอ้ากว้างเตรียมพร้อมกลืนเด็กหนุ่มลงไปซ่งไป่หลางคำรามกร้าวรวบรวมพลังที่ฝ่ามือทั้งสองข้างแล้วซัดออกพร้อมกันภาพของเงาดอกบัวปรากฏขึ้นซ้อนทับกันก่อนจะปะทะเข้ากับใบหน้าของอสรพิษเพลิงสีชาดอย่างรุนแรง
“แข็งแกร่งจริงๆ”ซ่งไป่หลางนึกไม่ถึงว่าในสภาวะเตรียมพร้อมอสรพิษเพลิงสีชาดจะมีความแข็งแกร่งขนาดนี้แม้เขาจะสามารถเบี่ยงทิศทางการกัดของมันได้สำเร็จทว่าก็เป็เพียงความสำเร็จที่เฉียดฉิวเท่านั้นหากมันลงมืออีกครั้งหนึ่งเขาคงไม่รอด
‘ัันี้’ ดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกาย ความหวังใหม่ได้ปรากฏขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ดูเหมือนการปะทะกันเมื่อครู่จะกระตุ้นให้ค่ายกลบางอย่างของซากปรักโบราณทำงาน อสรพิษเพลิงสีชาดเป็สัตว์ปีศาจย่อมไม่รู้จักค่ายกลทว่าซ่งไป่หลางที่ศึกษาความรู้เกี่ยวกับค่ายกลเป็อย่างดีกลับสามารถระบุชื่อของมันได้ทันที
‘ค่ายกลแดนเหมันต์ หากข้าคาดไม่ผิดยังมีค่ายกลอีกสองประเภทควบคู่กันทว่าพวกมันยังไม่เปิดใช้’ พลังลมปราณของซ่งไป่หลางปั่นป่วนเล็กน้อยเพราะเขาต้องใช้พลังในการต่อต้านไอเย็นที่แทรกซึมเข้ามาในร่างอย่างไรก็ตามอากาศเย็นนั้นส่งผลร้ายต่ออสรพิษเพลิงสีชาดมากกว่าซ่งไป่หลางหลายเท่า
‘ด้วยฝีมือของข้าตอนนี้รับมือแค่แดนเหมันต์อย่างเดียวยังนับว่ายากลำบากแล้วถ้าเปิดใช้งานอีกสองค่ายกลข้าคงไม่รอดไปด้วยทว่าเพียงค่ายกลเดียวก็เพียงพอที่จะยับยั้งอสรพิษเพลิงสีชาดแล้ว’
ซ่งไป่หลางกวาดตามองไปรอบบริเวณก่อนจะเผยรอยยิ้มยินดีในที่สุดตนก็สามารถกำหนดขอบเขตของค่ายกลได้จึงฝืนใช้พลังทั้งหมดที่เหลือพุ่งร่างหลบหนีไปทันทีอสรพิษเพลิงสีชาดได้รับผลกระทบจากไอเย็นอย่างรุนแรงจึงต้องใช้เวลาเพื่อฝืนปรับสภาพโดยพลังลมปราณคาดว่าต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่าสิบ่ลมหายใจจึงจะสามารถไล่ตามได้อีกครั้ง
ด้านของซ่งไป่หลางเมื่อทะยานผ่านของเขตของค่ายกลมาได้กลับกระทำในสิ่งที่บ้าบิ่นอย่างยิ่งมือจับคว้าลูกแก้วที่มีไว้ประดับผนังของซากปรักแล้วกระชากมันออกมาอย่างรุนแรงพริบตาเดียวพลังของค่ายกลก็สูญสลายทำให้อสรพิษเพลิงสีชาดที่กำลังใช้ลมปราณปรับสภาพร่างกายต้องทำการปรับเปลี่ยนใหม่อีกรอบหนึ่งเพื่อทำให้กลับมาเป็ดังเดิม
ซ่งไป่หลางหัวเราะทะยานร่างหลบหนีจากมาผ่านไปแล้วหกลมหายใจในที่สุดอสรพิษเพลิงสีชาดเริ่มกลับสู่สภาวะเกือบสมบูรณ์ดวงตาของมันจ้องเขม็งไปยังทิศทางที่ซ่งไป่หลางหนีไป มันไม่มีทางปล่อยเหยื่อให้หลุดมืออย่างแน่นอน
“เ้าหนู ลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์นี่ใกล้หมดพลังเต็มทีแล้วมิเช่นนั้นค่ายกลแดนเหมันตร์คงสังหารเ้าและอสรพิษเพลิงสีชาดได้ในพริบตาเดียวไปนานแล้วเ้าจะเอามันมาด้วยทำไม”
“ข้าจะใช้มันสร้างค่ายกลแดนเหมันตร์ฉบับง่าย” คำตอบของซ่งไป่หลางทำให้เซี่ยหยางตกตะลึง
“เป็ไปไม่ได้ ค่ายกลแดนเหมันตร์ต้องใช้เวลาเตรียมการยาวนานเป็ค่ายกลเหมาะแก่การตั้งรับรักษาพื้นที่อีกทั้งยังต้องใช้ลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์หรือของวิเศษที่มีพลังธาตุน้ำแข็งเป็สื่อ ลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์ของเ้าใกล้จะหมดพลังอยู่รอมร่อยังจะสร้างค่ายกลได้อย่างไรกัน”
“สิ่งที่ข้า้าไม่ใช่ทำร้ายอสรพิษเพลิงสีชาด” ซ่งไป่หลางตอบ
เซี่ยหยางนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา“เช่นนี้เองยอดเยี่ยมนัก อย่างไรก็ไม่อาจเอาชนะแต่การหลบหนีนั้นนับเป็อีกเื่หนึ่ง”
ทันทีที่พ้น่ลมหายใจที่สิบสองร่างของอสรพิษเพลิงสีชาดได้พุ่งตัวออกไปอีกครั้งหนึ่งครานี้มีความเร็วสูงยิ่งกว่าก่อนหน้าที่ผ่านมา เพียงไม่นานกลับไล่ตามจนอยู่ห่างจากร่างของซ่งไป่หลางไม่ถึงครึ่งลี้
‘เอาละ’ซ่งไป่หลางเยือกเย็นอย่างยิ่ง ควบคุมพลังลมปราณเข้าไปกระตุ้นการทำงานของลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์พร้อมกันนั้นถ่ายทอดพลังลมปราณเข้าสู่อักขระที่ตนสร้างเอาไว้ขณะกำลังวิ่งหนีพริบตาเดียวไอเย็นก็แผ่กระจายตามอักขระแล้วกลายเป็เขตแดนเหมันตร์ขนาดเล็กที่มีพลังไอเย็นเพียงเล็กน้อย
ทว่าสำหรับอสรพิษเพลิงสีชาดที่เพิ่งมีปัญหากับการปรับเปลี่ยนสภาพร่างกายไอเย็นเพียงเล็กน้อยที่ซ่งไป่หลางสร้างขึ้นกลับส่งผลกระทบต่อมันไม่น้อยมันรีบหยุดร่างเพื่อปรับเปลี่ยนสภาวะอีกครั้งตามสัญชาตญาณทว่าก่อนที่มันจะปรับเปลี่ยนจนอยู่ในระดับเหมาะสมซ่งไป่หลางกลับยกเลิกการใช้ค่ายกลบังคับให้มันต้องปรับเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง
ทำเช่นนี้วนอยู่สามรอบในที่สุดอสรพิษเพลิงสีชาดจึงเข้าใจถึงกลลวงของซ่งไป่หลางดังนั้นจึงฝืนสัญชาตญาณของตนโถมร่างเข้าหาซ่งไป่หลางหมายจะกลืนมนุษย์ผู้นี้ลงท้องให้จงได้
ซ่งไป่หลางพลันเผยรอยยิ้มใช้มือดันลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์ให้เข้าไปยังตำแหน่งดั้งเดิมของมันพริบตาเดียวไอเย็นก็แผ่ออกมาจากค่ายกลอีกครั้ง โดยที่อสรพิษเพลิงสีชาดไม่รู้ตัวซ่งไป่หลางได้หลอกล่อให้มันวิ่งวนกลับมายังตำแหน่งเดิมที่มีค่ายกลแดนเหมันตร์ตั้งอยู่และการวิ่งที่ผ่านมาของซ่งไป่หลางก็ไม่ใช่เื่ไร้ประโยชน์ เพราะเขาได้สังเกตรูปแบบของค่ายกลที่ยังถูกปิดซ่อนเอาไว้ซ้อนทับกับค่ายกลเขตแดนเหมันตร์
“ค่ายกล เปิด!!!”