ตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 50 ท่วงท่าไร้เทียมทาน

    แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นทำให้เซียวอวี้พบช่องโหว่การโจมตีก่อนหน้าเป็นแค่การเสแสร้งเท่านั้น เพื่อยั่วยุให้หนีซานตอบโต้พลังฝ่ามือรูปมังกรที่มีเปลวไฟลุกแผดเผานั่น ถึงจะเป็นท่าไม้ตายที่แท้จริง

            เซียวอวี้ปล่อยกระบวนท่าชุดหนึ่งอย่างสวยงามยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พลังของเขายังแก่กล้าราวกับพยัคฆ์ร้ายบนตัวเปล่งแสงเจิดจ้าสว่างไสว ฝ่ามือทั้งสองมีพลังทำลายล้างอันน่าสยดสยองกระหน่ำท่าไม้ตายใส่หนีซานนับไม่ถ้วน

            ”เจ้าพันทางน้อยเจ้ายั่วให้ข้าโมโหแล้วนะ!”

            หนีซานเสียสติคุ้มคลั่งไปแล้วเขาเปรอะเลือดไปทั่วทั้งตัว ไม่คิดเลยว่าจะถูกผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสี่ชั้นฟ้าลอบโจมตีนี่มันน่าอัปยศอดสูเกินไปแล้วจริงๆ

            เซียวอวี้สำแดงท่านวจำแลงคุนเผิงออกมาถึงขีดสุดโยกย้ายเคลื่อนที่ภายในพื้นที่หลายสิบหมี่ ประมือสู้กับหนีซานอย่างดุเดือดบ่อยครั้ง ผ่านไปไม่นานทั้งคู่ก็ต่อสู้ไปร้อยกว่ากระบวนท่า

            สวบ!

            แสงกระบี่มากมายราวกับภูเขาสูงตระหง่านฟาดฟันเข้าใส่ราวกับพายุฝน นำมาซึ่งแสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่มหาศาลนี่คือทะเลกระบี่มังกรเขียวของสำนักกระบี่หลิงเซียวก่อนหน้านั้นหวงเหว่ยถิงเคยใช้มันมาก่อน ทว่าอานุภาพยังไม่น่ากลัวอย่างในตอนนี้

            อย่างน้อยหนีซานก็เป็นนักพรตขั้นก่อกำเนิดสองชั้นฟ้านับว่าเป็นนักพรตที่แท้จริงแล้ว แสงกระบี่ราวน้ำตกที่รินไหลสายฝนกระบี่ปรากฏขึ้นเต็มทั่วทั้งนภา น่ากลัวสุดแสน

            นี่ถึงเป็นพลังที่แท้จริงของหนีซานแม้ก่อนหน้าถูกเซียวอวี้ทำเสียจังหวะ แต่พอได้กลับมาเป็นปกติก็แสดงแสนยานุภาพของนักพรตออกมาได้ทันที

            เซียวอวี้ทำหน้าเคร่งขรึมเรือนผมยาวดำขลับปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง พลังที่อยู่บนตัวปะทุขึ้นอีกครั้งลมปราณมากมายราวกับท้องทะเลอันกว้างใหญ่ส่งเสียงหวีดหวิวพวยพุ่งออกมาจากตรงกลางกะโหลกศีรษะคนมากมายมองจนเปลือกตากระตุกเร่าๆ

            ผู้กล้าคนหนุ่มสาวเลิศล้ำแห่งยุคเช่นนี้ถ้าเกิดเติบโตต่อไป นอกจากจั่วอู๋เซี่ยงแล้ว ยังจะมีผู้ใดต้านทานได้

            หัตถ์เทพสังหารสุริยันต์จันทราและจับมังกรไอยราถูกผสานรวมกันอย่างสมบูรณ์ตอนแรกเป็นภาพมายาช้างตัวใหญ่โตมโหฬารปรากฏขึ้นจากนั้นก็มีพระจันทร์ส่องสว่างสุกใสปรากฏตาม รอบกายภาพมายาช้างยักษ์ เปล่งแสงวาววับที่บริสุทธิ์เยือกเย็นออกมา

            พลังแห่งจันทรา!

            จั่วอู่เซี่ยงหรี่ตาลงเล็กน้อยมองเห็นดวงจันทร์ส่องสกาวผุดผ่องปรากฏขึ้นกลางฟากฟ้าผ่านทางหน้าต่างเขาเองก็คิดไม่ถึงว่าเซียวอวี้จะอาศัย ‘หัตถ์เทพสังหารสุริยันต์จันทรา’เพียงผิวเผินก็สามารถดึงพลังแห่งจันทราออกมาได้

            นอกเสียจากว่านี่ไม่ใช่วิชาหัตถ์เทพสังหารสุริยันต์จันทราอันผิวเผินของสกุลเซียววิชานั้นหากแต่เป็นวิชาอภินิหารที่ยิ่งลึกล้ำที่ถูกเซียวอวี้ซ่อนไว้ลึกล้ำมากเท่านั้น

            ”โฮก!”

            คชสารตัวยักษ์ใหญ่แผดเสียงคำรามอย่างฉุนเฉียวแบกดวงจันทร์ส่องสว่างดวงหนึ่งเอาไว้บนตัว พุ่งปะทะแสงกระบี่แต่ละแสงจนแหลกลาญแน่นอนว่าภาพของช้างยักษ์ใหญ่ตัวนี้ก็ยิ่งเลือนรางลงไปเรื่อยๆใบหน้าของเซียวอวี้ซีดเผือดลงเล็กน้อย

            ดึงพลังแห่งจันทราสำหรับตบะของเขาในตอนนี้ ยังยากลำบากไปบ้างจริงๆโชคดีที่เมื่อชาติก่อนเขาเข้าใจใจพลังแห่งสุริยันต์และพลังแห่งจันทราเป็นอย่างดีมิเช่นนั้นอาศัยแค่หัตถ์เทพสังหารสุริยันต์จันทราไม่มีทางดึงพลังแห่งจันทราออกมาได้อย่างแน่นอน

            อีกทั้งการต่อสู้ในครั้งนี้เขาก็ทำลงไปด้วยเพราะมีจุดประสงค์เช่นกัน ไม่เพียงแค่เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่เพื่อให้สำนักที่อยู่เบื้องหลังของจั่วอู่เซี่ยงเห็นชัดเต็มสองตาว่าเขา...ไม่ด้อยไปกว่าจั่วอู๋เซี่ยงอย่างแน่นอน

            เซียวอวี้เชื่อว่าภายในภัตตาคารแห่งนี้นอกจากจั่วอู๋เซี่ยงแล้ว จะต้องมีนักพรตของสำนักกระบี่เสวียนหวงคนอื่นๆ อีกแน่นอนขนาดว่าสถานะยังเป็นที่เคารพเลื่อมใสยิ่งกว่าจั่วอู๋เซี่ยง งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้บางทีนักพรตพวกนั้นอาจจะกำลังเฝ้าสังเกตผู้กล้าของทั้งสองแคว้นอย่างเงียบๆ

            “ชิ่ว!ชิ่ว!”

            อานุภาพของทะเลกระบี่มังกรเขียวถูกลดทอนให้อ่อนกำลังลงไปมากถึงหนีซานจะเป็นนักพรตขั้นก่อกำเนิดสองชั้นฟ้าทว่าสภาวะจิตใจและพรสวรรค์ยังเทียบหวงเหว่ยถิงไม่ติด

            เมื่อหลายวันก่อนหวงเหว่ยถิงประมือกับเซียวอวี้คนมากมายดูจนเลือดร้อนพลุ่งพล่าน ทั้งคู่ต่างใช้ยุทธวิธีต่อสู้แลกกันด้วยชีวิต แต่วันนี้เซียวอวี้ประลองกับหนีซานคนมากมายยังดูไม่ถึงอกถึงใจมากเท่าไหร่นัก

            สาเหตุก็คือพรสวรรค์ของหนีซานยังเทียบกับหวงเหว่ยถิงไม่ได้ ระดับของความร้ายกาจเทียบกับหวงเหว่ยถิงไม่ได้ขนาดเรียกได้ว่ารักตัวกลัวตายมากเกินไป ไม่มีท่าทางรุดหน้าไปอย่างไม่หวั่นเกรงอุปสรรคแบบนั้น

            เซียวอวี้เห็นถึงความแข็งนอกอ่อนในของหนีซานได้ตั้งนานแล้วมีแค่ตบะติดตัวที่ใช้ได้ แต่จริงๆ แล้วยังสำแดงฤทธิ์เดชออกมาได้ไม่ถึงเจ็ดส่วนพลังต่อสู้ที่แท้จริงไม่ได้ต่างไปจากหวงเหว่ยถิงมากเท่าไร

            เขาลงมือไม่หยุดไม่หย่อนลมปราณพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า คนที่ดูอยู่อกสั่นขวัญแขวนไม่หยุด

            โดยเฉพาะผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่ก่อนหน้ายังไม่เห็นฝีไม้ลายมือของเซียวอวี้สีหน้าหม่นหมองจนน่าหวาดผวา กระทั่งนักพรตขั้นก่อกำเนิดสองชั้นฟ้ายังอับจนปัญญาพวกเขาจะเป็นคู่ต่อสู้ได้ยังไง

            “อ้ากกกกก!”

            หนีซานแหงนหน้าคำรามลั่นไม่คิดเลยว่าเขาจะถูกผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งกำราบ แม้กระทั่งใช้วิชาทะเลกระบี่มังกรเขียวไปแล้วก็ยังสังหารอีกฝ่ายไม่ได้นี่แทบจะไม่นึกไม่ฝันเลยจริงๆ

            ซูเฮ่าและคนอื่นๆผ่อนลมหายใจยาว ใบหน้าของอู่ปิงอวิ๋นยิ่งเผยถึงความดูแคลน “พวกสวะแบบนี้ ตลอดทั้งชีวิตคงหยุดอยู่ที่ขั้นก่อกำเนิดแล้วละ”

            ซูเฮ่าก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ไอ้บ้าเอ๊ย ตอนแรกข้ายังกังวลใจมากที่แท้หนีซานเจ้าหมอนี่เป็นแค่ไอ้คนอ่อนหัด จัดการกับคนแบบนี้ เซียวอวี้ไม่มีความกดดันเลยด้วยซ้ำ”

            นอกจากพวกเขาแล้วสุดยอดผู้กล้าบางส่วนต่างเผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมาเช่นกัน แต่เวลามองเซียวอวี้กลับเผยสีหน้าเคร่งขรึมเหนือสิ่งอื่นใดออกมา

            ถึงหนีซานจะอ่อนแอแต่ก็ยังเป็นนักพรตคนหนึ่ง เซียวอวี้ประมือกับนักพรตคนหนึ่งด้วยตบะขั้นก่อนกำเนิดสี่ชั้นฟ้าผลการต่อสู้แบบนี้เรียกได้ว่าเหมือนฝัน

            “ชิ้ง!”

            หนีซานหน้าแดงก่ำได้ยินเสียงบางคนกระซิบกระซาบ จิตสังหารบนใบหน้าก็ยิ่งน่าประหวั่นพรั่นพรึงไอกระบี่ที่เยียบเย็นพลันปลดปล่อยออกมาจากภายในร่างกาย

            พลังบนร่างของเขาพลันรุนแรงขึ้นสิบกว่าเท่าแสงกระบี่เลือนรางทั้งสี่สายปรากฏอยู่เบื้องหลังของเขารำไรกระจายแสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่มหาศาลออกมา แสงกระบี่ยิ่งสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆราวกับพับผ้าไหมสีขาวผืนยาวที่ส่องแสงวาววับ

            “เคล็ดกระบี่พิชิตใต้หล้า!”

            ซูเฮ่าเลิกทำหน้ายิ้มเยาะพูดไปด่าไปด้วย “นี่เป็นวิชาอภินิหารที่ลูกศิษย์คนสำคัญที่สุดของสำนักกระบี่หลิงเซียวถึงจะสามารถฝึกได้ฐานะของหนีซานคนนี้ไม่ใช่ย่อยเลยแฮะ”

            อู๋ปิงอวิ๋นแววตาเป็นประกายเอ่ยขึ้นกะทันหัน “น้องเฮ่าหรือหนีซานคนนี้คือทายาทของหนีจ้ง?”

            ซูเฮ่าหน้าถอดสีทันทีรีบร้องตะโกนลั่น “เซียวอวี้อย่าฆ่าเขานะ ท่านปู่ของเขาเป็นคนดุร้าย เจ้าแตะต้องไม่ได้”

            ตูม!

            บนกระบี่พุทธะปัณฑูรทมิฬหนีซานเผยรอยยิ้มบ้าคลั่งแสงกระบี่ราวกับพับผ้าไหมทั้งสี่สายเหมือนจะสามารถทะลุผ่านอากาศทิ่มแทงใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า

            “สู้!”

            เซียวอวี้ปล่อยพลังต่อสู้ทั้งหมดเลือดนักสู้ภายในร่างเดือดพลุ่งพล่านปากเปล่งเสียงราวกับมังกรร้องคำรามดังสนั่นหวั่นไหวออกมาลมปราณราวกับมังกรร้ายปกคลุมเขาเอาไว้พลังฝ่ามือรูปมังกรที่มีเปลวเพลิงลุกไหม้ฟันออกไป บดขยี้แสงกระบี่แสงแรกจนแหลกลาญ

            แต่ต่อมาแสงกระบี่ทั้งสามเหมือนเป็นเงาตามตัวฟันเข้ามาพร้อมกัน ทรงพลังยิ่งใหญ่ ราวกับมวลคลื่นโถมซัดสาด ท่วมกลบเซียวอวี้ลงไป

            “โครม!”

            เซียวอวี้ออกหมัดโจมตีด้วยความห้าวหาญ สกัดกั้นไอกระบี่ทั้งสามอยู่ตรงหน้าไกลออกไปกว่าหนึ่งจั้ง

            ชิ้ง

            ไอกระบี่แรกที่เดิมทีหายไปแล้วปรากฏขึ้นอีกครั้งพลังแสงกระบี่ทั้งสี่สายเพิ่มขึ้นไม่หยุดยั้ง หนีซายเผยรอยยิ้มน่าสะพรึงกลัวมาจากที่ห่างไกลเพราะรักษาเคล็ดกระบี่พิชิตใต้หล้าให้คงอยู่ มุมปากมีคราบเลือดรินไหลออกมาเล็กน้อย

            “เคล็ดกระบี่พิชิตใต้หล้าเป็นวิชากระบี่ขั้นสุดยอดของสำนักกระบี่หลิงเซียวคาดว่ากระทั่งตู้เฉินก็ยังไม่มีคุณสมบัติได้ฝึกฝน หนีซานคนนี้จะต้องเป็นทายาทของหนีจ้งแน่ๆ”อู่ปิงอวิ๋นทอดถอนใจ

            ซูเฮ่ากร่นด่า“ตู้เฉินหน้าเนื้อใจเสือชะมัดไม่คิดเลยว่าจะให้ทายาทมารกระบี่ไปหาเรื่องเซียวอวี้เพียงแต่ขอแค่เซียวอวี้ไม่ได้สังหารหนีซานข้าคิดว่าหนีจ้งคงจะไม่ลงไม้ลงมือกับเด็กรุ่นหลังแค่คนเดียวหรอก”

            ตู๋กูเซิ่งพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ“เคล็ดกระบี่พิชิตใต้หล้าไม่ได้ทำลายลงง่ายๆ ขนาดนั้นคราวนี้สหายเซียวอันตรายมากแล้ว”

            ซูเฮ่ากลับไม่เป็นห่วงเอ่ยด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ “ไม่เป็นไรหนีซานสวะแบบนี้ต่อให้เป็นวิชาเคล็ดกระบี่พิชิตใต้หล้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซียอวี้อยู่ดี”

            ตูม!

            ในระหว่างที่สนทนากันนั้นเคล็ดวิชากระบี่พิชิตใต้หล้าก็กลับกลายเป็นกลุ่มค่ายกลกระบี่ทะลวงไปในกลางอากาศทันทีไม่คิดเลยว่าในชั่วพริบตาเดียวจะทำลายการป้องกันของเซียวอวี้ได้ทะเลกระบี่อันกว้างใหญ่ไพศาลท่วมเข้าใส่เซียวอวี้ทั้งหมด!

            อะไรกัน!

            “แย่แล้ว!”

            ซูเฮ่าจ้องตาแทบถลนอยากจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยเหลือ แต่ถูกอู๋ปิงอวิ๋นและตู๋กูเซิ่งฉุดไว้อย่างแน่นหนา

            “น้องเฮ่าเจ้าอย่าเพิ่งวู่วาม อีกอย่างไม่มีความเห็นชอบจากจั่วอู๋เซี่ยงเจ้าขึ้นไปบนกระบี่พุทธะปัณฑูรทมิฬไม่ได้หรอก” อู๋ปิงอวิ๋นพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

            ดวงตาซูเฮ่าแดงก่ำหอบหายใจไม่หยุด สายตาจับจ้องบนกระบี่ยักษ์ไม่ละสายตาเอ่ยด้วยความน่าประหวั่นพรั่นพรึง “หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดใดๆขึ้นกับเซียวอวี้ ต่อให้ข้าใช้ทั้งชีวิตก็จะต้องทำลายทั้งสำนักกระบี่หลิงเซียวให้จงได้” 

            ใช้ทั้งชั่วชีวิตทำลายทั้งสำนักกระบี่หลิงเซียวให้จงได้!

            คำพูดของซูเฮ่าทำให้คนมากมายฟังแล้วตัวสั่นเทาไท่ซุนแห่งจักรวรรดิเหมิ่งหยวนที่ดูเหมือนจะเอาแต่เล่นสนุกไม่ยี่หระต่อสังคมคนนี้ไม่คิดเลยว่ายังจะมีด้านนี้ด้วย พูดคำที่วางอำนาจระรานถึงเพียงนี้


    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน