บทที่29: การเตรียมการของเงา
หลังจากได้ภารกิจมาแล้วเฟยชินก็ไม่ได้กลับไปที่โรงเตี๊ยมขวานบิ่นอีกเขากลายเป็นเงาที่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เขาใช้เงินส่วนหนึ่งเช่าห้องพักที่โทรมที่สุดในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งบริเวณชายขอบของสถานีการค้าที่นี่ไม่มีใครสนใจใคร และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ
ภายในห้องพักที่ว่างเปล่าและคับแคบเฟยชินคลี่ม้วนกระดาษข้อมูลของเถ้าแก่เนี้ยหงออกดูอย่างละเอียดเขาท่องจำทุกรายละเอียดของเส้นทางและองครักษ์คนสำคัญจนขึ้นใจจากนั้นเขาก็เริ่มออกไป "จับจ่าย"
เขาไปที่โรงเตี๊ยมขวานบิ่นอีกครั้งในตอนกลางวันแต่ครั้งนี้เขาไปเพื่อ "ฟัง" เขาสั่งสุราเหยือกเล็กๆ นั่งในมุมมืดที่สุดและปล่อยให้บทสนทนาของเหล่าทหารรับจ้างไหลผ่านหูเขาได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสมาคมการค้าหมื่นสมบัติว่าพวกเขามักจะวางกับดักไว้บนรถม้าขนสมบัติและองครักษ์ของพวกเขามีสัญญาณลับในการสื่อสารกัน
จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังร้านตีเหล็กที่ดูโทรมที่สุดเขาสั่งทำมีดบินขนาดเล็กที่สมดุลอย่างสมบูรณ์แบบจำนวนสิบเล่มและกริชสั้นสีดำทมิฬที่ไม่สะท้อนแสง มันคืออาวุธของนักฆ่า ไม่ใช่นักรบ
สุดท้าย เขาแวะไปที่ร้านขายยาเล็กๆเขาใช้พิษแมงป่องโลหิตส่วนหนึ่งแลกกับผงกำมะถันสำหรับสร้างควัน และ"รากไม้เหน็บชา" ซึ่งเป็นพืชที่มีพิษทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตได้ชั่วขณะ
การฝึกฝนในห้องพัก
กลับมาที่ห้องพักของตนเฟยชินเริ่มเตรียมการขั้นสุดท้ายเขาสกัดพิษจากรากไม้เหน็บชาและเคลือบมันลงบนปลายมีดบินทุกเล่มอย่างระมัดระวังกลิ่นของมันจางมากจนแทบจะไม่ได้กลิ่น
แต่การมีอาวุธที่ดีนั้นยังไม่พอเขาต้องใช้มันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ห้องพักที่คับแคบกลายเป็นสนามฝึกซ้อมส่วนตัวของเขาเขาเอาหมอนเก่าๆ มายัดด้วยฟางแล้วแขวนไว้ที่อีกฟากหนึ่งของห้องเป็นเป้าซ้อม
เขาเริ่มจากการขว้างมีดเปล่าๆเพื่อทำความคุ้นเคยกับน้ำหนักและสมดุลของมัน ในตอนแรกการขว้างของเขายังมีเสียงลมแหวกอากาศให้ได้ยินอยู่บ้าง และความแม่นยำก็ยังไม่คงที่
"ยังไม่ดีพอ..."เขาพึมพำกับตัวเอง "การลอบสังหารต้องการความเงียบและความแน่นอน"
เขาหลับตาลง ไม่ได้ใช้สายตาเล็งแต่ใช้จิตสัมผัสของยอดฝีมือขั้นหลอมรวมกายาเพื่อ "รู้สึก"ถึงเป้าหมายและวิถีของมีด เขาเริ่มขว้างอีกครั้ง... และอีกครั้ง...จนกระทั่งทุกครั้งที่เขาปล่อยมีดออกจากมือมันจะพุ่งเป็นเส้นตรงและปักเข้าที่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
จากนั้น เขาก็เริ่มขั้นที่ยากที่สุด...การผสานลมปราณอสูรเข้าไปในการขว้าง
เขาพยายามโคจรพลังปราณอสูรที่หลอมรวมแล้วให้เคลือบไปบนตัวมีดก่อนที่จะปล่อยมันออกไปแต่พลังของมันป่าเถื่อนและควบคุมได้ยากเกินไปการขว้างในครั้งแรกทำให้มีดสั่นกลางอากาศและพลาดเป้าไปอย่างน่าขันการขว้างครั้งที่สองเขาใส่พลังมากไปจนเกิดเสียงหวีดหวิวเบาๆ ซึ่งดังเกินไปสำหรับการลอบสังหาร
เฟยชินใช้เวลาทั้งคืนเพื่อฝึกฝนการควบคุมอันละเอียดอ่อนนี้เขาเรียนรู้ที่จะไม่ "อัด" พลังเข้าไป แต่ "เคลือบ"มันไว้เป็นฟิล์มบางๆ ที่มองไม่เห็นฟิล์มพลังปราณนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมพลังทำลายล้างและนำพาพิษเข้าสู่ร่างของศัตรูแต่มันยังช่วย "ตัด" อากาศ ทำให้การขว้างนั้นเงียบเชียบอย่างสมบูรณ์แบบ!
ตุบ!
ในที่สุดมีดบินเล่มสุดท้ายก็พุ่งออกจากมือของเขา มันไร้เสียงราวกับเงาภูตพรายพุ่งทะยานผ่านแสงเทียนที่ริบหรี่ และปักเข้ากลางเป้าที่เขาทำเครื่องหมายไว้พอดีเสียงกระทบนั้นทื่อและหนักแน่น เป็นเสียงแห่งความตายที่เด็ดขาด
เฟยชินพยักหน้าอย่างพึงพอใจเขากลับไปที่โต๊ะและเริ่มวางแผนการจู่โจมบนแผนที่ของ "หุบเขาเงาจันทร์"อย่างละเอียดอีกครั้ง ตอนนี้เขามีทั้งข้อมูล อาวุธและความสามารถที่พร้อมสำหรับภารกิจแล้ว
เช้าวันที่สี่ เฟยชินในฐานะ"อสูร" ก็ออกจากสถานีการค้าป่าดำเพียงลำพังเขามุ่งหน้าสู่หุบเขาเงาจันทร์
บรรยากาศในหุบเขานั้นวังเวงสมชื่อเงาของหน้าผาสูงทอดตัวยาวลงมาบนพื้นทำให้แม้แต่ในเวลากลางวันก็ยังดูมืดสลัวเฟยชินมาถึงจุดซุ่มโจมตีที่เขาเลือกไว้ล่วงหน้าหนึ่งวันเต็มเขาใช้เวลาที่เหลือในการสำรวจภูมิประเทศอย่างละเอียด วางแผนเส้นทางหลบหนีและลบร่องรอยทั้งหมดของตนเอง
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว...เขาก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้โบราณซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางใบไม้ที่หนาทึบจนมองไม่เห็นจากเบื้องล่าง เขาสงบนิ่งลงควบคุมลมหายใจให้แผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับสายลมกลายเป็นนักล่าที่กำลังรอคอยเหยื่ออย่างอดทน
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า...
จนกระทั่ง...เขาก็ได้ยินเสียงจากที่ไกลๆ... เสียงล้อเกวียน เสียงม้าร้องและเสียงพูดคุยของคนกลุ่มใหญ่...
ขบวนสินค้าของสมาคมการค้าหมื่นสมบัติ...มาถึงแล้ว
เฟยชินค่อยๆ ชักกริชสีดำออกมาจากฝักดวงตาใต้ปีกหมวกของเขาส่องประกายเย็นเยียบ
ม่านฉากแห่งภารกิจแรกของเขา...กำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้ว