เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายเมญาวีตื่นนอนั้แ่ตีสี่เพราะตื่นเต้นที่จะได้ไปทำงานวันแรก หญิงสาวเลือกสวมเสื้อเชิ้ตคอปกสีครีมแขนยาวขนาดพอดีตัวด้านหน้าแต่งด้วยกระดุมสีเดียวกับตัวเสื้อ ปลายเชิ้ตสอดในกระโปรงเอวสูงแหวกทางด้านหน้าเล็กน้อยความยาวเลยเข่ามาเพียงนิดดูแล้วเสริมบุคลิกให้ดูคล่องแคล่ว เครื่องประดับมีเพียงนาฬิกาสีเงิน ที่มารดาซื้อให้เป็ของขวัญในวันจบการศึกษา
วันนี้เมญาวีแต่งหน้าอ่อนปัดแก้มเพียงนิดเปลือกทาทับด้วยสีพีชดูเป็ธรรมชาติ เรียวปากบางแต่งแต้มด้วยลิปสติกราคาแพงซึ่งรินรดาเป็คนซื้อมาให้ผมสีดำขลับถูกรวมเป็ทรงหางม้า ผูกด้วยโบผ้าสีขาวขนาดใหญ่ทำให้ดูเก๋ขึ้นไปอีกนิด
มือเรียวเล็กหยิบรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วสีดำมาถือไว้ก่อนจะปิดประตูห้องและรีบเดินออกไปรอรถเมล์ที่หน้าปากซอย
เพราะกลัวว่าการไปทำงานวันแรกจะสายเธอจึงออกจากห้องพักั้แ่ยังไม่หกโมงเช้ามาถึงหน้าบริษัทก็เพิ่งเจ็ดโมงพอดี
หญิงสาวเดินไปสำรวจบริเวณใกล้ๆว่ามีร้านอาหารอะไรบ้าง เผื่อตอนกลางวันจะได้ลงมาทาน ระหว่างนั้นก็เดินผ่านร้านขายปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้เธอจึงนั่งลงยังโต๊ะที่ว่าง สั่งน้ำเต้าหู้หนึ่งแก้วและปาท่องโก๋อีกสามตัวเป็อาหารมื้อเช้าของการทำงานวันแรก
วันนี้มีพนักงานใหม่เข้ามาพร้อมกันเกือบสิบคนหัวหน้าฝ่ายบุคคลเลยเรียกให้ไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมเล็กเพื่อชี้แจงรายละเอียดและกฎระเบียบในการทำงาน
พอหัวหน้าฝ่ายบุคคลชี้แจงเสร็จคุณอาธรก็เข้ามาแนะนำตัวและกล่าวต้อนรับแทนทานประธานซึ่งวันนี้ท่านติดธุระสำคัญจึงไม่ได้เขามาพบกับพนักงานใหม่เหมือนทุกครั้ง
จากนั้นทุกคนก็ตรงไปยังแผนกของตัวเองซึ่งจะคอยมีพนักงานเก่ารอรับอยู่แล้วเว้นแต่เมญาวีและณิชาภาเพราะทั้งสองคนต้องไปยังชั้นของผู้บริหาร
คุณวนิดาหัวหน้าฝ่ายบุคคลพาณิชาภาไปพบกับผู้จัดการก่อนจากนั้นจึงพาเมญาวีไปยังห้องทำงานของเวหา
“คุณวนิดาคะคุณเวหาดูไหมคะ”
“ไม่หรอกค่ะ”วนิดาตอบพนักงานใหม่ไปแบบนั้นทั้ง ๆ ที่เธอเองก็เคยเจอเวหาเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
บริเวณหน้าห้องของเ้านายคนใหม่มีหญิงวัยกลางคนนั่งทำงานอยู่
“เกสรนี่เมญาวี ผู้ช่วยคุณเวหา”
“สวัสดีค่ะคุณเกสร” เมญาวียกมือไหว้
“สวัสดีค่ะเรียกพี่สรนะคะ แล้วน้องมีชื่อเล่นไหมคะ”
“เมยค่ะ”
“พี่นิเข้าได้เลยค่ะคุณเวหารออยู่แล้ว”เกสรบอกกับวนิดาเพราะเมื่อครู่เขาแจ้งไว้แล้วว่าวันนี้จะมีผู้ช่วยเข้ามาทำงานวันแรก
วนิดาเคาะประตูสองครั้งแล้วเปิดเข้าไปทันที
ภายในห้องทำงานของเ้านายคนใหม่ตกแต่งอย่างเรียนง่ายมีโต๊ะทำงานอยู่สองตัว ตัวหนึ่งเป็ของเ้านายอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะตอนนี้เขานั่งอยู่ตรงนั้นส่วนอีกตัวเมญาวีไม่แน่ใจว่าจะใช่ของเธอหรือเปล่า
“คุณเวหาคะฉันพาผู้ช่วยมาส่งค่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณเวหาฉันชื่อเมญาวีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้น เธอสบตาคบปราบของเ้านายหนุ่มแล้วรู้สึกเย็นะเืท่าทางของเขาดูเ็า เธอประหลาดใจเล็กน้อย เ้านายของเธอไม่เหมือนกับที่คิดไว้เลยสักนิด
เมญาวีจินตนาการไว้ว่าคุณเวหาคงเป็ชายหนุ่มวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานแต่ที่เธอเห็นตอนนี้นั้นกลับกลายเป็ชายหนุ่มรูปหล่อ ใบหน้าคม ผิวสองสี่ไหล่กว้าง ดูเหมือนนายแบบมากกว่าจะมาเป็เ้านายของเธอ
“พี่ไปก่อนนะมีอะไรก็ถามเกสรได้”
“ขอบคุณค่ะ”หญิงสาวยกมือไหว้
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเวหาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมาสำรวจผู้ช่วยคนใหม่ หญิงสาวคนนี้ดูยังเด็กอยู่มากถ้าไม่เห็นแฟ้มประวัติก็คงคิดว่าเธอยังเป็นักศึกษาอยู่แน่ ๆ ใบหน้าสวยเนียนประดับด้วยตวงตากลมโตจมูกเล็กรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยรับกับใบหน้าเรียวรูปไข่ ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนโดยรวมแล้วเธอเป็คนที่สวยมากคนหนึ่งเลยทีเดียว พอเดินเข้ามาใกล้แล้วรู้สึกเลยว่าผู้ช่วยของเขาเป็คนตัวเล็กแต่เวหาก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าเธอตัวเล็กหรือเพราะเขาตัวโตกันแน่
“คุณนั่งโต๊ะตัวนั้นนะอึดอัดไหมที่ต้องนั่งร่วมห้องกับผม”
“ไม่ค่ะคุณเวหาคะ ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ”
“วันนี้ศึกษาข้อมูลในแฟ้มก่อนถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถาม”
“ค่ะ”
เมญาวีนั่งอ่านไปก็ง่วงไปเพราะเมื่อคืนเธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับและยังตื่นั้แ่เช้า
“ถ้าไม่ไหวจะไปล้างหน้าก่อนก็ได้นะ”
“ไม่เป็ไรค่ะไหวค่ะ” เมญาวีตั้งสติอีกครั้ง เธออ่านข้อมูลได้เกือบครึ่งก็ถึงเวลาพักกลางวัน
“คุณเวหาคะฉันเพิ่งมาทำงานเป็วันแรกเลยไม่รู้ว่าเื่อาหารกลางวันฉันต้องเตรียมให้คุณหรือเปล่าแต่ก่อนคุณไปทานที่ไหนคะ”
“คุณเห็นร้านข้างตึกไหมสั่งขึ้นมาให้ผมทานในห้องนี้แหละ” เขาชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้องที่มีชุดโซฟารับแขกอยู่
“ร้านไหนคะมันมีหลายร้าน”
“ร้านไหนก็ได้ผมไม่ใช่คนเื่มาก”
“ทานเผ็ดได้ไหมคะแพ้อาหารหรือเปล่าแล้วชอบทานอะไรเป็พิเศษคะ”
“ถามเยอะจังลงไปด้วยกันเลยไหม”
“อะไรนะคะ”
“ผมบอกว่าลงไปทานด้วยกันเลยไหมคุณจะได้รู้ว่าผมชอบอะไรไม่ชอบอะไร”
“ได้เหรอคะ”
“ไม่รู้สิผมไม่เคยมีผู้ช่วย คุณคิดว่ายังไงล่ะ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะฉันก็ไม่เคยเป็ผู้ช่วยใครมาก่อนเหมือนกัน”
“งั้นก็ใหม่กันทั้งคู่ไปทานด้วยกันเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา”
“ค่ะ”
ทั้งสองคนเดินมายังร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับบริษัทแม้จะเป็่กลางวันแค่คนก็ไม่ได้มากอย่างที่คิด เพราะพนักงานของบริษัทส่วนใหญ่ก็ไปทานกันที่ร้านค้าสวัสดิการเพราะที่นั่นมีอาหารขายในราคาพนักงาน
“คุณเวหามาทานที่นี่ประจำเหรอคะ”
“ไม่หรอกครับพี่เกสรจะสั่งขึ้นไปให้หรือบางครั้งผมก็ลงมาหาอะไรทานเอง เจอร้านไหนว่างก็เข้าไปนั่งผมเองก็มาทำงานก่อนคุณไม่ถึงเดือน เลยลองไปเรื่อย ผมเป็คนกินง่าย”
“ค่ะ”
เมญาวีให้เขาเป็คนสั่งอาหารเพราะอยากรู้รสนิยมของเ้านายระหว่างนั้นเธอก็ถ่ายรูปเมนูอาหารและเบอร์โทรศัพท์ของทางร้านเก็บไว้ครั้งต่อไปจะได้โทรมาสั่งก่อนจะเข้ามาที่ร้าน
“คุณเมญาวีมีชื่อเล่นไหมครับ”
“เมยค่ะฉันชื่อเมย”
“อ้อผมเรียกเมยแล้วกันนะสั้นดี”
“ค่ะคุณเวหา”
“เรียกเวย์ก็ได้”
“ค่ะคุณเวย์”
นับว่าเป็การเริ่มต้นร่วมงานกันได้ค่อนข้างดีแม้ว่าเ้านายจะมีสีหน้าและแววตาที่เ็าแต่เขาก็ไม่ได้เอาแต่เงียบทำให้เมญาวีไม่ได้อึดอัดมาก
การทำงานวันแรกผ่านไปได้ด้วยดีเมญาวีเลิกงานตรงเวลาเพราะเ้านายบอกกับเธอว่าเขาต้องกลับไปทานอาหารมื้อค่ำกับมารดา
หญิงสาวกลับถึงห้องก็รีบโทรไปหารินรดาทันที
“ว่าไงจ้ะเมยทำงานวันแรกเป็ยังไงบ้างเ้านายใจดีไหม”
“ยังไม่รู้เลยว่าจะใจดีไหมเพราะวันนี้เพิ่งเริ่มงานเอง”
“อือแล้วงานหนักไหม”
“ไม่เลยรินรู้ไหมว่าเมยได้เลิกงานตรงเวลาด้วยนะ”
“ดีจังรินนึกว่าตำแหน่งผู้ช่วยจะเหมือนเลขาเสียอีกที่ต้องเลิกงานไม่เป็เวลาแล้วแต่อารมณ์เ้านาย”
“เมยโชคดีเพราะเ้านายต้องรีบกลับไปทานข้าวกับแม่”
“แม่หรือแม่คุณกันแน่จ๊ะ”
“นั่นสิเมยก็ลืมคิดไปเลย”
“ดีแล้วที่เ้านายของเมยมีแฟนเพราะรินยังอยากเมยมาเป็พี่สะใภ้อยู่นะ”
“พูดอย่างนี้ถามพี่ชายตัวเองหรือยังว่าอยากให้เมยเป็แฟนไหม”
“ไม่ต้องถามหรอกน่ารินรู้ว่าพี่ชายของรินแอบชอบเมยอยู่แต่ไม่กล้าพูดก็เท่านั้นเอง”
“อย่าเชียร์ให้เสียเวลาเลยคนหล่ออย่างพี่ชายรินคงไม่โสดอยู่หรอก”
“พี่ชายรินก็ควงหญิงไปทั่วนั่นแหละไม่เห็นจริงจังกับใครสักที เมย รินเกือบลืมถามเลยว่าเ้านายเมยหล่อไหมอายุมากหรือยัง”
เมญาวีนิ่งไปสักพักเธอกำลังคิดถึงใบหน้าหล่อคมของเ้านายที่ตลอดทั้งวันมานี้หญิงสาวได้แต่แอบมองอยู่ตลอด
“เมยไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่แต่คงไม่เกิน 30 หรอก คุณเวหาเ้านายของเมยหล่อมาก หล่อแบบวัวตายควายล้มเลยแหละ”
“จริงเหรอแต่น่าเสียดายนะมีแฟนแล้ว”
“นั่นสิแต่ก็ดีแล้ว เมยจะได้ไม่ไขว้เขวไง”
“เมยคิดเหรอว่าพี่ชายใจที่เล่าให้รินฟังเขาจะยังโสดและรอแต่งงานกับเมยเหมือนที่เมยรอเขา”
“ไม่รู้สิตอนนี้เมยเข้าใกล้เขาอีกขั้นแล้วถ้าเมยทำงานที่นี่โอกาสที่ได้จะได้ข่าวคราวของเขาก็คงจะมีบ้าง”
“เมยลืมอะไรไปหรือเปล่า”
“ลืมอะไร”
“เมยรู้จักชื่อเขาแล้วเมยจะรู้ได้ยังไงว่าเมยเจอเขาแล้ว”
“ไม่รู้สิถ้าเจอใครที่คิดว่าใช่เมยก็จะลองถามเขาไปตรง ๆ เลยดีไหม”
“จะบ้าเหรอเมยจะไปถามเข้ายังไง พี่คะ พี่จำสัญญาของเราได้ไหมคะว่าเราจะแต่งงานกัน”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง”
“แล้วยังไงแล้วถ้าเกิดเจอกับพี่ชายคนนั้นแล้วเขาเป็คนไม่ดีขึ้นมาล่ะ เมยจะเสียใจเอานะ”
“เมยก็เคยคิดเื่นั้นเหมือนกัน”
“อย่าเพิ่งคิดมากเลยเอาไว้เจอแล้วเราค่อยคุยเื่นี้กันดีไหม”
“อือเมยก็ว่าอย่างนั้นแหละ”