อสูรรัตติกาล

    บทที่ 59 เรียกแขก

    บทที่ 59 เรียกแขก


    "น้องมู่ต้องระวังตัวให้ดี คนที่อยู่ในตระกูลหลักตอนนี้มีแต่พวกของผู้นำตระกูลเกือบหมด นอกจากนี้เหล่ายอดฝีมือก็ประจำการอยู่ที่นี่ทั้งหมด"


    ใบหน้าของเฉิงหยู่เคร่ง ท่าทางของนางจริงจังมากขึ้น​ นางไม่ต้องการให้เฉิงมู่เป็นอะไรไป ไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเฉิงมู่ทั้งนั้น


    "ขอบคุณมากพี่หยู่ ข้าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ท่านสบายใจได้เลย"


    เฉิงมู่ตอบกลับด้วยกระแสจิต แม้ว่ามันยังไม่ชำนาญนักเพราะระยะเวลาฝึกที่มีน้อย แต่ด้วยระยะใกล้กันเพียงไม่กี่ก้าว จึงไม่มีปัญหาในการสื่อสาร


    "ท่านผู้นำตระกูลพักที่ไหน?"


    เฉิงมู่ถามออกมาอย่างเรียบง่าย


    "ผู้นำตระกูลพักอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ด้านในส่วนลึกสุดของตระกูล"


    เฉิงหยู่ตอบอย่างไม่ปิดบัง จากนั้นนางต้องหันมามองเด็กชายทันที


    "น้องมู่ เจ้าอย่าบอกนะว่าคิดจะบุกเข้าไปหาผู้นำตระกูลโดยตรงน่ะ!"


    เฉิงหยู่เบิกตาโต อ้าปากค้าง นางจ้องมองเด็กชายตัวน้อยอย่างไม่ละสายตา นางแทบไม่น่าเชื่อว่าเด็กชายจะกล้าคิดการใหญ่เช่นนี้


    แน่นอนว่าแผนการที่ดีที่สุดคือ การตีตัวหัวหน้าใหญ่ หากผู้นำตระกูลตาย ทุกอย่างจะไม่ใช่เรื่องยากอีก


    แต่การทำเช่นนั้นมันบ้าบิ่นและสิ้นคิดมาก เหมือนคว่ำฟ้าพลิกแผ่นดิน!


    เฉิงมู่ยิ้มเล็กน้อย ในใจมันคิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่มันคิดว่าเรื่องราวคงไม่ง่ายดายแบบนั้น ไม่เช่นนั้นตำแหน่งผู้นำตระกูลคงเหลือแค่ชื่อ


    "เจ้าอย่าคิดบ้าๆเด็ดขาด ผู้นำตระกูลมีสุดยอดฝีมือคอยอยู่ข้างกาย นอกจากนี้เหล่าองครักษ์มากมายคอยเดินตรวจตราตลอด แม้แต่ข้ายังไม่อาจผ่านเข้าไปได้โดยง่าย"


    เฉิงหยู่รีบเตือนเฉิงมู่อย่างรวดเร็ว นางรู้ดีว่าการบุกเข้าคฤหาสน์ผู้นำตระกูลเหมือนกับบุกเข้าถ้ำยักษ์ หากนางไม่โดนเรียกตัวเข้าพบ นางยังไม่มั่นใจเลยว่าจะเข้าถึงตัวได้ บางทีนางอาจต้องจบชีวิตลงกลางทาง


    หากเฉิงหยู่ยังบุกไม่ได้ นับประสาอะไรกับเด็กน้อยที่มีพลังปราณสมบูรณ์กัน แม้เฉิงหยู่จะมั่นใจในพรสวรรค์ของเฉิงมู่ แต่เขาเป็นเพียงเด็กน้อยที่ยังไม่พัฒนา​และเจริญ​เติบโตเต็มที่


    เฉิงมู่ไม่ตอบ มันเพียงรับฟังอย่างเงียบๆ เข้าใจดีว่าพี่สาวห่วงมันมากแค่ไหน แต่มันก็พอมีวิธีการของตัวเอง


    เฉิงหยู่เห็นท่าทางเฉิงมู่ที่นิ่งเงียบ นางนึกว่าเขาสำนึกผิดและเข้าใจดีแล้วว่าตัวเองบ้าระห่ำเกินไป นางจึงไม่ต้องการว่ากล่าวอะไรมันอีก


    หลังจากนั้นนางสงบสติอารมณ์ลง ทันใดนั้นนางนึกบางอย่างขึ้นมาได้


    "น้องมู่ เจ้าต้องระวังสิบผู้คุ้มกฎให้ดี ทั้งหมดคือสุดยอดฝีมือที่ผู้นำตระกูลคัดเลือกมาเป็นพิเศษ พวกเขาคือคนที่ผู้นำตระกูล​เฉิงไว้ใจมากที่สุด"


    เฉิงหยู่เตือนน้องชายด้วยความหวังดี ครั้งนึงนางเคยพบเจอสิบผู้คุ้มกฎบางคนมาแล้ว นางยังจำความแข็งแกร่งของมันได้อย่างไม่มีวันลืม


    "พวกท่านทั้งสองรีบมาดูบ้านใหม่เร็ว"


    เฉิงซินรีบวิ่งมาหาพี่สาวพี่ชายด้วยความตื่นเต้น นางจัดการเลือกบ้านหลังใหม่เสร็จเรียบร้อย


    "น้องซิน พี่ต้องขอตัวก่อน มันจะดูไม่ดีหากข้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาส่วนตัวยังคงอยู่พูดคุย​กับพวกเจ้านานกว่านี้"


    เฉิงหยู่สั่นศีรษะแก่น้องสาว ตอนนี้นางได้อยู่กับทั้งสองคนนี้นานแล้ว ซึ่งนางกลัวว่าหลายคนอาจสงสัยได้


    ปกติพื้นที่ศิษย์สายนอก อาจารย์ที่ปรึกษาจะไม่ค่อยลงมาเหยียบย่ำและยืนสนทนา​อยู่กับศิษย์นานเท่าไหร่


    "พวกเจ้าพยายามเข้าเป็นศิษย์สายในให้เร็วที่สุดละ เพื่อจะได้เข้าอาณาเขตสายในได้ ในนั้นพื้นที่อยู่อาศัยจะยอดเยี่ยมยิ่งกว่านี้อีก"


    เฉิงหยู่กล่าวเป็นครั้งสุดท้าย นางมองเฉิงซินเหมือนกับต้องการแนะนำน้องสาว แต่คำพูดของนางเจาะจงไปที่เฉิงมู่อย่างชัดเจน


    การจะเข้าใกล้คฤหาสน์ผู้นำตระกูลต้องผ่านอาณาเขตศิษย์สายในเสียก่อน หากยังไม่สามารถผ่านได้อย่าหวังว่าจะเข้าไปด้านในสุดได้เลย


    แต่ละเขตล้วนมีการตรวจตรากันอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด​ ทำให้คนนอกคิด​บุกรุกเข้ามาตระกูลเฉิง พวกมันต้องคิดผิดอย่างแรงและจบชีวิตลงที่นี่แทน


    ทั้งสองมองดูเฉิงหยู่หายลับสายตา


    เฉิงซินรู้สึกเศร้าเล็กน้อย นางนึกว่าจะได้อยู่กับเฉิงหยู่นานกว่านี้เสียอีก


    "ไม่ต้องเศร้า เดียวได้เจอกันอีก"


    เฉิงมู่ยิ้มและตบไหล่ปลอบน้องสาว


    "เอาละ พวกเราลองเดินสำรวจอาณาเขตนอกของตระกูลกันก่อนเถอะ พวกเราจะได้เห็นสถานที่ของจริงด้วย"


    เฉิงมู่แนะนำน้องสาวออกมา


    "เย้ เรามาเดินสำรวจกัน"


    เฉิงซินปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว นางดีใจที่จะเดินเล่นในตระกูลหลัก สถานที่แห่งนี้เหล่ารุ่นเยาว์ของตระกูลสาขาต่างใฝ่ฝันถึงมาตลอด แม้แต่นางที่ไม่รู้ความจริงในตอนแรกว่าเคยอยู่ตระกูลหลักมาก่อน นางยังสนใจและใฝ่ฝันถึง นางหวังว่าจะได้มีโอกาส​มาเยือนที่นี่สักครั้ง


    ฝันนั้นเป็นจริงแล้ว!


    เฉิงมู่ยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของน้องสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูอย่างช่วยไม่ได้​


    ตระกูลเฉิงแบ่งเป็นหลายเขตพื้นที่อาศัย แต่ละเขตจะมีกำแพงห้อมล้อมและคฤหาสน์ใหญ่ตรงกลางสำหรับทางผ่านเข้าสู่เขตถัดไป


    อาณาเขตนอกเป็นพื้นที่ศิษย์สายนอก


    เขตแห่งนี้เสมือนเป็นเพียงสวนหน้าบ้านของตระกูลใหญ่เฉิงเท่านั้น


    หนึ่งหญิงหนึ่งชายจูงมือกัน เด็กสาวมักเดินนำและลากจูงพี่ชายด้านหลัง เด็กชาย​ที่ต้องการ​เดินเนิบนาบและสำรวจรอบๆช้าๆ มันต้องรีบเดินตามทันที


    ดวงตาหลายคู่เปล่งประกาย ชายหนุ่มมากมายยืนมองรอบด้าน มันมองดู​ด้วยความงามตัวน้อยอย่างหลงใหลและอิจฉาเด็กชายที่ถูกจับมือจากเด็กสาวที่งดงามบริสุทธิ์อย่างมาก


    เฉิงมู่รับรู้ได้เลยว่าน้องสาวกลายเป็นจุดสนใจและกำลังเรียกแขก