เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 71 การแข่งขันครั้งใหญ่

            หลังจากที่การต่อสู้ระหว่างอนาเธอร์และเซรอสจบลง ทั้งสองไม่ได้มีความขุ่นเคืองหรือติดใจในผลของการต่อสู้


            ในทางกลับกัน พวกเขากลับหัวเราะกันออกมาเสียงดัง โดยเฉพาะกับเซรอส เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นผู้เล่นที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง


            และแม้ว่าจะมาจากพื้นเพที่ต่างกัน แต่เมื่อได้สัมผัสถึงความสามารถและความตั้งใจของอีกฝ่าย พวกเขาก็รู้สึกถูกชะตากันอย่างไม่น่าเชื่อ


            เซรอสยิ้มออกมา ขณะกำลังถูมือที่ยังคงเจ็บจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เขาแอบหัวเราะเบาๆและทักทายอนาเธอร์อย่างเป็นกันเอง


            “หึหึ ไม่คิดเลยว่าข้าจะได้เจอคนที่เก่งขนาดนี้ในชั้นปีหนึ่ง รู้สึกดีที่มีคนที่สู้เก่งแบบเจ้าเข้ามาเรียนในรุ่นเดียวกัน”


            “นอกจากหยางเจินกับอีกไม่กี่คนที่ข้าได้เคยสู้ด้วยแล้ว.. ไม่แน่ว่าเจ้าอาจแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาชั้นปีก็เป็นได้!”


            อนาเธอร์ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเบาๆ พลางยกไหล่และตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่สนใจนัก


            “เหอะๆ ฉันเองก็ไม่ได้เก่งเท่าไหร่หรอก อย่าลืมนะว่าฉันเพิ่งมีเลเวลเพียงแค่ 30”


            “ถ้าสู้กันโดยใช้ทักษะสกิลและอาวุธ ผลลัพธ์ที่ออกมาคงจะแตกต่างไปจากนี้แน่นอน”


            “ว่าแต่เจ้าเองก็ยอดเยี่ยมไม่น้อย การได้เจอกับคนที่มีความมุ่งมั่นเหมือนกันก็นับเป็นเรื่องที่ดี”


            ขณะที่พูด นัยน์ตาของอนาเธอร์ได้ตรวจสอบขึ้นอีกครั้ง เหมือนเขากำลังชื่นชมในตัวของชายหนุ่มคนนี้เลยก็ว่าได้


            เซรอสมีร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอันแข็งแรง แค่การเคลื่อนไหวเบาๆก็ส่งให้รู้สึกถึงพละกำลังที่ซ่อนอยู่


            ถึงอย่างนั้น เขาก็มีท่าทีที่เป็นมิตรและผ่อนคลายมากกว่าใครจะคาดคิด เซรอสแม้จะดูเหมือนคนที่ยึดติดกับความแข็งแกร่ง แต่เขากลับสนใจในความหลากหลายของการต่อสู้ที่อนาเธอร์แสดงออกมา ทั้งคาโปเอร่า มวยไทย และเทควันโด ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเชี่ยวชาญได้พร้อมกันเช่นนี้


            “หมดสนุกแล้ว แยกย้ายกันเถอะ!”


            หลังจากการต่อสู้สิ้นสุดลง นักเรียนหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็แยกย้ายกลับห้องหรือหอพัก ทิ้งให้ลานกว้างเงียบสงบลง


            ทว่าอนาเธอร์และเซรอสกลับไม่ได้แยกย้ายไปไหน พวกเขาตัดสินใจไปยังโรงอาหารของมหาวิทยาลัยเพื่อหาอะไรกินด้วยกัน


            อนาเธอร์รู้สึกว่าเขาดูเป็นคนที่เข้าใจง่ายและไม่ค่อยมีพิธีรีตรองมากนัก ในขณะที่เซรอสก็เริ่มรู้สึกถูกชะตากับเจ้าชายน้อยคนนี้อย่างบอกไม่ถูก


            เมื่อมาถึงโรงอาหาร ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะยาวข้างหน้าต่าง เซรอสเป็นคนเปิดบทสนทนาขึ้น


            “ฉันไม่เคยเจอใครที่ใช้ศิลปะการต่อสู้หลายอย่างแบบเจ้าเลยนะ มันบ้ามากซะจนทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ก็ยังต้องอุทานออกมา”


            “มันเหมือนกับว่าทุกท่วงท่าที่เจ้าใช้ออกมา มันพลิ้วไหวแต่ก็แข็งแกร่ง ข้าเองยังคิดเลยว่าจะฝึกเพิ่มดีหรือเปล่า?”


            คำพูดของเซรอสนั้นแทบจะถูกต้อง จนทำให้อนาเธอร์ต้องยิ้มบางๆออกมาและตอบกลับ


            “ฉันเองก็ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลายด้าน เพราะไม่รู้ว่าในสถานการณ์จริงต้องเผชิญกับอะไรบ้าง”


            “การเรียนรู้หลายๆอย่างจึงช่วยให้มีตัวเลือกในการจัดการกับศัตรู โดยเฉพาะกับปฏิกิริยาการตอบสนองและการควบคุมร่างกาย!”


            หลังจากนั้นอนาเธอร์ก็ได้เล่าเรื่องการฝึกฝนก่อนที่เขาจะได้เป็นผู้เล่นมา


            ต้องอย่าลืมนะว่าอนาเธอร์เพิ่งได้กลายมาเป็นผู้สืบทอดพลังของซุนหงอคงได้ไม่กี่วันเลยด้วยซ้ำ ช่วงเวลาที่เขาเป็นคนธรรมดา เขาได้ร่ำเรียนหลักการ รวมถึงวิชาศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ


            “เจ้ามันสุดยอดจริงๆ การที่มีหลายตัวเลือกในการต่อสู้นั้นสำคัญเป็นอย่างมาก”


            “พ่อของข้าเองก็เคยบอกเสมอว่าต้องเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์”


            “จริงซิ พ่อข้าเป็นหนึ่งในผู้บริหารของกิลด์ธงเหล็ก และยังเป็นรองหัวกิลด์ด้วยนะ”


            เมื่อพูดถึงบิดาของตน เซรอสก็เหมือนจะภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ท่าทางของเขาอยากจะเป็นเหมือนกับบิดายังไงยังงั้น


            “กิลด์ธงเหล็ก?”


            “ฉันเคยได้ยินชื่อกิลด์นี้มาก่อน”


            “ถึงจะไม่ใหญ่เท่ากับกิลด์หอคอยอุโรโบรอส แต่ก็ถือว่ามีอำนาจไม่น้อยเช่นกัน!”


            อนาเธอร์เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของกิลด์ธงเหล็ก พวกเขาถือเป็นกิลด์ระดับกลางและมีกฎระเบียบรวมถึงการกระทำที่ดี


            “ก็อย่างที่พูดนั่นแหละ กิลด์ของข้าอาจจะไม่ใหญ่โตนักเมื่อเทียบกับกิลด์หอคอยอุโรโรบอส”


            “ไม่ต้องไปพูดถึงอำนาจของตระกูลซิกฟริดที่เป็นครอบครัวของเจ้า แต่พวกเราก็มีความเชี่ยวชาญด้านการฝึกทักษะต่อสู้แบบพิเศษ”


            “พ่อของข้าคอยสอนให้ฝึกฝนอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เด็ก การที่ข้าได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยนี้ก็เพื่อพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น”


            อนาเธอร์ฟังด้วยความสนใจ


            ความทุ่มเทของเซรอสในการฝึกฝนและพัฒนา ทำให้ชายหนุ่มนึกถึงตนเอง ทั้งสองดูเหมือนจะเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ


            เหมือนอย่างเช่นอนาเธอร์ที่ครั้งนึงเขาไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาของตนเอง


            การพูดคุยดำเนินไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง ขณะที่ทั้งสองแลกเปลี่ยนประสบการณ์การฝึกฝนที่เคยผ่านมา


            เซรอสเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการฝึกของเขาในกิลด์ธงเหล็ก รวมถึงการฝึกที่เข้มงวดและยากลำบากจากบิดาของเขา เซรอสเล่าว่าแม้จะเป็นลูกของผู้บริหาร พวกเขาก็ต้องฝ่าฟันอย่างหนักเพื่อที่จะได้รับการยอมรับในกิลด์


            การฝึกฝนนั้นไม่มีความปราณี และทุกการฝึกจะต้องทำให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งแท้จริง


            “จริงสิอนาเธอร์.. ”


            “ข้าได้ยินข่าวนี้มาจากอาจารย์คนนึง”


            หลังจากที่พูดคุยกันไปสักพัก


            เขาก็ลอบกระซิบกับอนาเธอร์ น้ำเสียงเบาลงและสีหน้าของเขาดูเคร่งเครียเป็นอย่างมาก


            อนาเธอร์รู้สึกถึงความสำคัญในสิ่งที่เขากำลังจะพูด ขณะที่เซรอสก็มองไปรอบๆเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน ก่อนที่จะเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้และกล่าวเบาๆ


            “ข้ามีเรื่องบางอย่างที่ข้าเพิ่งรู้มา และยังไม่มีใครรู้นอกจากไม่กี่คน”


            เซรอสกระซิบกระซาบ พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแสดงออกถึงความจริงจัง


            “อีกหนึ่งเดือนจากนี้ มหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์กำลังจะจัดงานใหญ่ขึ้น มันจะเป็นการแข่งขันที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของนักเรียนปีหนึ่งในการพิสูจน์ตัวเอง งานนี้ยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ข้าได้ข่าวมาจากวงใน มันคือการแข่งขันของระดับชั้นเรียนปีหนึ่งทั้งหมด!


            อนาเธอร์เริ่มรู้สึกตื่นเต้นและสนใจในสิ่งที่ได้ยิน เขาเอนตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย และตั้งใจรับฟังคำพูดของเซรอสอย่างเงียบๆ


            “การแข่งขันนี้จะมีเงื่อนไขสำคัญอยู่ เลเวลของผู้เข้าแข่งขันจะต้องไม่เกิน 200 ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าใครในชั้นปีที่ 1 ก็สามารถเข้าร่วมได้ หากเขายังไม่เกินเงื่อนไขของเลเวล”


            “ข้าคิดว่าคงมีไม่กี่คนที่เข้าเกณฑ์นี้ เพราะส่วนใหญ่ยังคงเลเวลอยู่ที่ประมาณ 100-150 กันทั้งสิ้น นั่นหมายความว่า แม้แต่คนที่เลเวลสูงก็ยังสามารถลงแข่งได้”


            “แต่ที่สำคัญกว่าคือ..”


            “ของรางวัลในการแข่งขันนี้”


            เมื่อพูดถึงของรางวัล หัวใจของเซรอสก็เต้นระรัวและเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบ


            “ว่ากันว่าผู้ที่ชนะในรูปแบบการต่อสู้แบบเดี่ยวได้ จะได้รับทักษะสกิลระดับตำนานที่เหมาะสมกับอาชีพของผู้ชนะโดยเฉพาะ”


            “ตัวนายที่มาจากตระกูลผู้ทรงอำนาจอาจไม่ค่อยสนใจมันมากนัก แต่สำหรับพวกเรานั้น มันถือเป็นไอเทมระดับสูงสุดเลยละ!”


            คำพูดของเซรอสทำให้ดวงตาของอนาเธอร์ส่องประกาย


            “ทางมหาวิทยาลัยใจปล้ำขนาดนี้เลย?”


            ทักษะสกิลระดับตำนานสำหรับแต่ละอาชีพเป็นสิ่งที่หายากและมีคุณค่ามหาศาล แค่ปรากฏออกมาก็ทำให้ผู้เล่นต่างก็ต้องการมัน


            สกิลระดับนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มพลังให้กับผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังทำให้พวกเขาเหนือกว่าผู้เล่นทั่วไปในระดับเดียวกันได้อย่างสิ้นเชิง


            การที่สกิลระดับนี้ถูกนำมาเป็นรางวัลการแข่งขันสำหรับนักเรียนปี 1 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่มหาวิทยาลัยให้กับการแข่งขันนี้


            “และยังมีสิ่งอื่นอีก มีข่าวลือว่าผู้ชนะเลิศในประเภทการต่อสู้เดี่ยวก็จะได้รับรางวัลพิเศษอีกชนิดเช่นกัน เป็นไอเทมที่ไม่เปิดเผยว่ามันคืออะไร”


            “แต่หลายคนคาดว่ามันจะเป็นไอเทมหายาก มีคุณสมบัติพิเศษที่จะช่วยในการพัฒนาความสามารถของผู้เล่นที่ใช้งานให้ไปในระดับสูงสุด!”



            ..

            วันนี้ลงเร็วหน่อย 55+


    คล้ายกับเรื่องเกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า ที่คุณอ่าน