หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 32

    “สวัสดีผู้ชมทุกท่านด้วยนะครับ... เอ๊ะคนดูมีมากถึง 60,000 กว่าคนเลยเหรอครับ.. สวัสดีทุกท่านด้วยนะ คอมเมนต์มากันได้นะครับ..” สินเอ่ยทักทาย และตกใจเล็กน้อยกับผู้คนที่เข้ามาดูรายการสดของเขาผ่านทางไอทูป“อะไรนะครับ... อ่อ ตามมาจาก Faceback กันเหรอครับ.. ยินดีๆครับ สวัสดีทุกท่านที่เข้ามาใหม่ด้วยนะครับ” หลายๆคนเริ่มที่จะพิมพ์คอมเมนต์เพื่อที่จะพูดคุยกับสิน มีข้อความมากมายที่เขาอ่านมันไม่ทัน บางอันก็ต้องข้ามมันไป“ข้ามเมนต์... ต้องขออภัยด้วยนะครับ มันเป็นไลฟ์แรกผมยังไม่ค่อยชิน.. ผมจะพยายามที่จะไม่ข้ามก็แล้วกันนะครับ... ห๊ะ อ่อ วันนี้มาทำอะไรเหรอครับ.. วันนี้ผมจะมาทำอาหารแบบสดๆทุกๆขั้นตอนกับเชฟท่านหนึ่ง.. นี่ไง”สินกล่าวขอโทษแล้วก็อ่านเมนต์ต่อไป ผู้ชมหลายท่านถามกับเขาไปในทิศทางเดียวกันว่า เขามาทำอะไรในวันนี้ เขาจึงตอบออกไป พร้อมกับหันกล้องไปทางเชฟอิโนะ เพื่อให้เขาได้แนะนำตัว“สวัสดีครับ ผมเชฟอิโนะแห่งร้านอาหารสตอรี่ครับ” อิโนะโบกมือเล็กน้อยในการทักทายผู้ชม“ทุกคนครับ.. วันนี้ผมมาทำอาหารกับเชฟอิโนะ.. เดี๋ยวเราจะให้พนักงานร้านอาหารเป็นคนถ่ายแทนเรานะครับ.. เอาล่ะครับ วันนี้ผมได้บังเอิญเห็นร้านของเชฟอิโนะผ่านทางรายการตอนเช้า จึงรีบเดินทางมาทานด้วยตัวเอง.. แต่ว่าเชฟได้บอกกับผมว่า ลูกชายของเขาเป็นแฟนคลับตัวยงของผม ดังนั้นแล้ว ผมจึงคิดได้ว่า.. ผมไม่เคยทำอาหารให้แฟนคลับได้ลองทานกันบ้างเลย... อะไรนะครับ”สินเล่าออกมาถึงที่มาที่ไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากว่าจะทำอาหารให้แฟนคลับที่เป็นลูกชายของเชฟอิโนะ ทำให้ใครหลายๆคนเริ่มที่จะอิจฉาตาร้อน และก็เริ่มที่จะพิมพ์คอมเมนต์เข้ามามากขึ้น พนักงานสาวคนที่ถ่ายไลฟ์สดให้เอ่ยปากออกมา“คือว่า..ผู้ชมพิมพ์ข้อความเข้ามาว่า.. อยากทานอาหารฝีมือของคุณสินบ้างน่ะค่ะ” เธอสรุปคอมเมนต์ต่างๆ และเอ่ยกล่าวออกไป“อ่อ.. ถ้ามีโอกาสผมจะทำให้นะครับ.. จริงๆแล้วในรายการคนครัวเราเพื่อนกันที่ผมไปถ่ายทำรายการ ลูกค้าหลายๆท่านก็ได้ทานมันไปบ้างแล้ว.. ถ้าอยากจะลองทานจริงๆครั้งหน้าเราจะถ่ายรายการที่ไหนจะแจ้งผ่านทาง Faceback ก็แล้วกันนะครับ...” สินที่เห็นช่องทางก็จึงเอ่ยขึ้นมา เพื่อโปรโมทรายการ และร้านอาหารที่จะไปในอนาคต“เออ...คุณสินคะ มีข้อความจากผู้จัดการของคุณค่ะ.. เขาบอกว่า จะเป็นไปได้มั้ยที่จะทำอาหารเป็นกล่องๆสำหรับลูกค้า 10 ท่าน.. ที่สามารถนำใบเสร็จจ่ายเงินร้านสตอรี่ของเชฟอิโนะ เพื่อเป็นของสัมมนาคุณให้กับลูกค้าของเชฟเองด้วย.. ส่วนลูกค้าที่อยู่ภายในร้านตอนนี้ก็ให้ด้วยเช่นกัน”เมื่อพนักงานสาวอ่านจบคอมเมนต์มากมายก็เด้งกันรัวๆ ข้อความที่ปรากฏไปในทิศทางเดียวกันคือ ฉันมีใบเสร็จนั้น บางคนก็บอกกำลังสตาร์ทรถรอแล้ว หรือแม้กระทั่งคำถามเพื่อให้ทางสินเป็นคนยืนยันว่าเรื่องจริงหรือเปล่า สินเองก็หันหน้าไปมองเชฟอิโนะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามออกไป“คิดยังไงบ้างครับ เชฟอิโนะ” สินเอ่ยกล่าวถาม แต่มันไม่ได้มีผลต่อความคิดของเชฟเลยแม้แต่น้อย เขาตอบกลับสินอย่างรวดเร็ว“ได้ครับ ผมยินดีครับ.. เชิญเลยครับ วันนี้ให้มากถึง 20 ท่านก็ได้ครับ 1 ใบเสร็จต่อหนึ่งท่านนะครับ แต่ว่า..ต้องเป็นใบเสร็จของเดือนนี้เท่านั้นนะครับ” เขาพูดจบก็ยิ้มออกมา หลายๆคนที่ได้ยินเสียงนี้ผ่านไลฟ์ก็รีบขับรถออกมาทันที บางคนก็พิมพ์ออกมาว่าอยู่ที่หน้าร้านแล้วก็มี“สำหรับลูกค้าที่กำลังทานอาหารในร้านอาหาร เราจะให้เป็นของหวานแทนก็แล้วกันนะครับ.. เออ ยังไงก็ต้องรบกวนคุณสินด้วยได้มั้ยครับ วันนี้คุณน่าจะเหนื่อยน่าดูเลย” เชฟอิโนะกล่าวต่อไป“ไม่มีปัญหาครับเชฟ.. ร้านของผมที่เชียงใหม่ยังทำอาหารนับพันๆกล่องต่อวันเลยครับ เมื่อก่อนทำด้วยตัวคนเดียวเหนื่อยกว่านี้ก็ทำมาแล้วครับ.. เอาล่ะครับ วันนี้ผมจะสอนไปด้วย ทำไปด้วยนะครับ เริ่มจากนี่ก่อนเลย......”             สิน และเชฟอิโนะเริ่มต้นทำอาหาร แชร์ความรู้ที่มีให้แก่กัน พวกเขาทำไปอย่างมีความสุข อาหารที่พวกเขาจะสัมมนาคุณคืนให้กับลูกค้า 20 ท่านมันเป็นข้าวกล่องอารมณ์คล้ายๆกล่องเบนโตะของญี่ปุ่น ส่วนลูกค้าที่อยู่ที่ร้านจะได้รับเป็น ของหวาน 1 อย่าง ซึ่งในตอนนี้ก็มีลูกค้าที่ใช้บริการอยู่เพียงแค่ 13 ท่านเท่านั้น เพราะมันยังอยู่ในช่วง 10.30 น. ลูกค้าจึงน้อยเป็นพิเศษ ไม่นานลูกค้าที่ได้รับข้าวกล่องเบนโตะของสิน และอิโนะก็เดินทางมาถึงจนครบแล้ว ในเวลาไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ และลูกชายของเชฟอิโนะก็มาถึงแล้วเช่นกัน เขาชื่อ ‘ธนวัฒน์’ หรือชื่อเล่นว่า ‘นนท์’ สินเองก็เอ่ยถามว่าทำไมลูกชายถึงชื่อไท๊ไทยละ เชฟอิโนะบอกว่า ตัวของเขานั้นเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น และมาแต่งงานกับแม่ของนนท์ที่เป็นคนไทยแท้ๆ เขาจึงอยากจะตั้งชื่อนนท์มากกว่าที่จะเป็นญี่ปุ่น           นนท์เดินเข้ามาในห้องครัวของร้าน และกล่าวทักทายสินอย่างชื่นชม และบอกว่าสักวันเขาอยากเป็นได้เหมือนกับสิน สินจึงใช้โอกาสนี้บอกว่า“ถ้าอยากที่จะเป็นเหมือนกับผม.. รายการเดอร์แกนด์เชฟ เป็นเวทีที่จะทำให้นนท์เข้าใกล้ผมมากขึ้นครับ... ไว้ถ้ารายการจัดขึ้นในปีถัดไป นนท์ก็ลองสมัครดูนะครับ” สินกล่าวออกมา และเขาก็ทำอาหารจนแล้วเสร็จในเวลา ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง เขาออกมาทักทายลูกค้าทุกคนที่มาจากไลฟ์ของเขา ถ่ายบรรยากาศรอบๆร้านอาหาร และสุดท้ายคือถ่ายรูปกับเชฟอิโนะพร้อมลูกชายของเขา “วันนี้ขอบคุณมากนะครับคุณสิน... วันนี้ผมเองก็สนุกมากจริงๆ ที่ได้ทำอะไรอย่างนี้ครับ ไหนจะความรู้ใหม่ๆที่ได้รับ ไหนจะช่วยผมโปรโมทร้านอีก สุดท้ายเลย ที่ขาดไปไม่ได้คือเรื่องรสชาติอาหารของคุณสิน มันไร้ที่ติจริงๆครับ” เชฟอิโนะกล่าวออกมาอย่างจริงใจ“ขอบคุณมากนะครับสำหรับคำชม.. อาหารของเชฟเองก็รสเลิศเช่นกันครับ... ยังไง เดี๋ยววันนี้ผมต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ” สินเอ่ยชม และขอตัวลากลับ เพื่อที่เขาจะได้พักผ่อน เพราะหลังจากนี้มันจะเป็นอะไรที่หนักมากสำหรับเขา สินเองก็พึ่งได้รับการติดต่อจากพี่โอ๊ต ว่ามีร้านอาหารมากมายต้องการให้เขาไปเยี่ยมเยียนดูสักครั้ง หลังจากไลฟ์สดจบลง ถ้าให้เดาก็คงจะเป็นหลายสิบร้านแน่นอน“เดี๋ยวก่อนครับเชฟสิน..” เด็กน้อยนนท์วัย 15 ปีวิ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าของสินทันที สินกับอิโนะก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“ได้โปรดรับผมเป็นศิษย์ด้วยเถอะครับ..” มันเป็นการกระทำที่สินไม่ได้เข้าใจเลย ว่าจะคุกเข่าเพื่ออะไร สำหรับเขาก็แค่พูดก็น่าจะได้หรือเปล่า อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เก่งมากซะขนาดนั้น ตำแหน่งเชฟอะไรนั่นก็ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับอะไรเลยจากสมาคมเชฟ สินมองไปทางอิโนะเล็กน้อย เขาก็พยักกหน้าให้สิน ทำนองว่าแล้วแต่คุณเลยประมาณนั้น“เออ.. จริงๆผมก็ยังไม่ได้ตำแหน่งเชฟเลยนะครับ.. ผมน่าจะไม่เหมาะสมที่จะรับศิษย์หรอกนะครับ อีกอย่างไม่ต้องคุกเข่าก็ได้ครับ..” สินเอ่ยกล่าว“อ่อใช่.. ต้องโขกหัวด้วยซินะ.. ในนิยายหลายๆเรื่องทำอย่างนี้แล้วมันได้ผล..” นนท์พูดกับตัวเองเบาๆ ก็จะโขกหัวลงไป แล้วพูดขึ้นต่อเหมือนว่าโปรดรับเขาเป็นศิษย์ด้วย สินได้แต่ว่านนท์น่าจะมีความเชื่อผิดๆ จากนิยายที่เคยอ่าน ดังนั้นเขาคิดว่าจะเล่นไปตามบทเล็กน้อย“ถ้าเธออยากจะเป็นศิษย์ของผม.. จงพิสูจน์ตัวเองด้วยการเป็นแชมป์คนที่สองของเดอร์แกนด์เชฟซะซิ.. ในระหว่างนี้ก็ศึกษากับพ่อของเธอก่อนก็แล้วกัน” สินพยักหน้าให้กับอิโนะ และเดินจากไปอย่างเท่ห์ๆ error loaded

    ไรต์อยากกินอีกแล้วค้าบบบบบบ

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน