“ไม่รู้ตัวเลยหรือว่าเ้าทำนางเสียใจ” สือจิ่วพูดเบาๆ หลังจาก เสี่ยวซู่พาสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างปิดไม่มิดเดินกลับบ้าน
“ข้าไม่อยากให้ความหวังที่เป็ไปไม่ได้กับใคร”หากยังอ้อมค้อมเกรงอกเกรงใจกัน เขากลัวจะเกิดปัญหาพัวพันเสียมากกว่า
“นางออกจะน่ารักจริงใจกับเ้ามากด้วย”
“นางน่ารัก นางจริงใจแต่ข้าไม่ได้รักนางนี่นา”
สายตาสองคู่เผลอสบกันสือจิ่วเป็ฝ่ายหลบตาก่อน
...อาเจ๋อรักสือจวี๋ทำอย่างไรเธอจะเปลี่ยนความคิดเขาให้มองผู้หญิงคนอื่นบ้าง
“กินข้าวๆ”นางหลินเหวินเอ่ยทำลายความเงียบระหว่างคนทั้งคู่
อาเจ๋อแอบรักเสี่ยวจิ่วเสี่ยวซู่แอบรักอาเจ๋อ เฉียนเทาก็มาแอบรักเสี่ยวซู่อีกทีนางภาวนาอย่าให้เสี่ยวจิ่วยังรักผู้ชายบ้านเฉิงอยู่
...ทำไมความรักของหนุ่มสาวรุ่นนี้ถึงไม่ง่ายเหมือนตอนนางแต่งกับถานลู่พ่อแม่จับคู่ให้แต่งก็อยู่กันยืดจนอายุปูนนี้
“กำลังท้องกำลังไส้ เ้าต้องกินเยอะๆจะได้แข็งแรงคลอดง่าย อีกไม่กี่เดือนก็จะได้เห็นหน้าลูกแล้วนะ”นางคีบอาหารวางบนถ้วยข้าวของสือจิ่ว
เพราะยิ่งใกล้ถึงวันคลอดอาจื้อหญิงหม้ายอย่างเธอยิ่งเห็นได้ถึงห่วงผูกคอชัดเจนอย่างนี้แล้วอาเจ๋อยังจะอยากเอาลูกคนอื่นมาแบกไว้บนบ่าอีกทำไม
สือจิ่วกล่าวขอบคุณท่านย่านางตักน้ำแกงให้ผู้าุโทั้งสองจัดจานเลื่อนไปทางฝั่งถานเจ๋อให้เขาคีบกินได้สะดวกหัวหน้าครอบครัวที่ดีอย่างเขาควรได้รับการดูแลมากหน่อยมิใช่คอยแต่ห่วงใยคนรอบข้างจนหลงลืมเลือกสิ่งดีที่สุดให้ตัวเอง
กิจวัตรประจำวันของสือจิ่วดำเนินไปอย่างเรียบง่ายตอนเช้าให้อาหารไก่ ดูแลต้นผักสมุนไพรข้างรั้ว เตรียมของไว้ทำมื้อเที่ยงมื้อค่ำ ยามว่างก็ถือตะกร้าออกมานั่งเย็บเสื้อเย็บผ้าอ้อมให้ลูกผ้านวมผ้ารองนอนของลูกเย็บเสร็จแล้ว เสื้อผ้าเด็กมีเกือบสิบชุดมีถุงมือถุงเท้าพร้อมสรรพ
“เ้าเย็บอะไรพิลึกไหนล่ะกางเกงเปิดเป้า ไม่เห็นมีสักตัว”
บ่ายนี้ท่านย่าหลินมานั่งคุยเล่นตอนเธอกำลังนั่งเย็บเสื้อผ้าลูกอีกชุดนางหยิบหมวกติดหูกระต่ายเข้าชุดกันขึ้นมาดู
“เ้าเคยเห็นเด็กเมืองอื่นเขาใส่หมวกแบบนี้ไหมอาเจ๋อ”
นางหลินเหวินถามหลานชายที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวเขาเริ่มงานก่อฐานเตาอบให้สือจิ่วแล้ว
“เคยขอรับ”แต่เคยเห็นในที่ที่เขาจากมาน่ะนะ
“ก็...ก็ตอนนู้นที่ไปเก็บหยางเหมยข้าเห็นกระต่ายป่ามันน่ารักดี ข้าอยากให้อาจื้อน่ารักเหมือนกระต่ายนี่เ้าคะ ส่วนกางเกงเปิดเป้าข้าไม่อยากให้ลูกหนาวก้น” เธอพูดอุบอิบ
เกิดในยุคมีผ้าอ้อมสำเร็จรูปแล้วถึงไม่มีก็หมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อมเปลี่ยนกางเกงลูกได้ ดีกว่าเห็นลูกปวดท้องตรงไหนก็เปิดก้นนั่งอึตรงนั้นถ้าลูกเป็ผู้หญิง ปล่อยให้นั่งฉี่นั่งอึเรี่ยราด มันคงดูไม่ปลอดภัยไหนจะเชื้อโรคอีก ย้อนมาใช้ชีวิตแบบโบราณแค่บางเื่ก็พอสุขอนามัยพื้นฐานเธอไม่อยากจะมองข้าม
นางหลินเหวินหัวเราะ “เ้านี่นะกลัวอะไรไม่กลัว กลัวลูกหนาวก้น”
กลับจากกินมื้อเช้าที่บ้านอาเจ๋อแล้วสือจิ่วก็เข้าครัวโม่ถั่ว วันนี้ เธอจะทำโต้วฝุต้มน้ำถั่วเหลืองเคี่ยวได้ที่ก็ราแรงฟืนหญิงสาวเทน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวกะประมาณครึ่งกระบวยคนเข้ากันสักพักก็ตักน้ำถั่วที่เริ่มจับตัวคล้ายนมบูดลงผ้าขาวปูบนกระจาดสานตาถี่แล้วรวบผ้าเป็ก้อนเพื่อบีบน้ำทิ้ง
จากนั้นกดห่อผ้าลงในกระจาดขนาดจานข้าวสิบนิ้วก่อนยกเขียงมาทับ้าเพื่อรีดน้ำที่ยังเหลือออกกะพอไม่ให้ก้อนโต้วฝุแข็งจนเกินไปทิ้งมันไว้ถึงตอนค่ำก็จะได้โต้วฝุสดใหม่นำมาทำกับข้าวได้เลย
ตอนอยู่ไทเปเธอใช้ดีเกลือแทนน้ำส้มสายชูถ้าทำหลักสิบก้อนเผื่อเสี่ยวหนิงก็จะเอาโต้วฝุไปนึ่งสิบนาทีเพื่อดึงความขมของดีเกลือหรือความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูออกถ้ากินไม่หมดก็แค่เก็บโต้วฝุใส่กล่องเทน้ำจนท่วมแล้วเอาไปแช่ตู้เย็นสามวันเปลี่ยนน้ำหน เ้าของคลิปที่สอนทำรับรองว่าเก็บได้เป็เดือนแต่เธอผู้ชอบสารพัดเมนูจากโต้วฝุไม่เคยเก็บได้เกินอาทิตย์เลย
กากถั่วเหลืองผสมทำขนมหรือคุกกี้ได้แต่อาเจ๋อยังทำเตาอบดินเผาไม่เสร็จ มันถึงถูกใช้เลี้ยงไก่ห้าตัวที่เขายกให้เธอ
ถานเจ๋อออกจากบ้านไปทำรางน้ำั้แ่ตอนสายเขาห่อข้าวมื้อเที่ยงไปกินด้วย วันไหนไม่ได้ขึ้นเขาหาของป่าก็จะเร่งมือทำเตาอบเพราะถ้าเข้าฤดูใบไม้ร่วงก็ถึงเวลาเกี่ยวข้าวในนาแล้ว
ชายหนุ่มเข้ามาในครัวเห็นสตรีท้องโตกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าอ่างดินใบใหญ่วางอยู่บนพื้นใกล้กับถังน้ำเขาเกรงนางจะหน้ามืดล้มหัวคะมำเหลือเกิน
“ถ้าพี่จะยกมันให้ข้าช่วยยกดีหรือไม่”
“อ้อ...เ้ามาแล้วหรือ”
สือจิ่วหลีกทางให้เขาช่วยยกแผ่นกระสอบป่านเพาะถั่วเขียวขึ้นจากอ่างผ่านมาสามวันต้นถั่วงอกของเธออวบขาวและยาวเกือบหนึ่งเรียวนิ้วแล้ว
“ตอนค่ำข้าจะผัดถั่วงอก เ้ามาก็ดีอย่าลืมบอกท่านย่านะ”
ถานเจ๋อพยักหน้าเข้าใจท่านย่าชวนสือจิ่วกินข้าวที่บ้านทุกมื้อ แต่นางก็ยังเกรงใจพวกเขาด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงมักทำกับข้าวแบ่งไปบ้านเขาเกือบทุกวันส่วนเขาก็ซื้อหรือหาวัตถุดิบหลากหลายชนิดมาไว้ในครัวให้นางสือจิ่วบอกท่านปู่ท่านย่าว่าปีหน้าจะขอคืนที่นาแค่ครึ่งเดียวเท่าแรงนางจะเพาะปลูกไหวส่วนที่เหลือก็ให้บ้านเขาปลูกข้าวได้ต่อไป
“จะผัดใส่นี่ด้วยหรือ”ถานเจ๋อชี้ห่อผ้าสีขาวที่ถูกเขียงทับเห็นนางทำโต้วฝุแล้วเขาอยากจะกินโช่วโต้วฝุ[1]ขึ้นมาเลยเชียว
โลกนิยายจ้าวต่งิฯเขาวางฉากหลังเป็ยุคจีนโบราณที่สมมุติขึ้นไม่เจาะจงอิงประวัติศาสตร์ยุคใดด้วยความที่เป็นิยายออนไลน์เน้นเดินเื่ฉับไวบทบรรยายไม่ได้ลงรายละเอียดวิถีชีวิตความเป็อยู่ ทำให้เขาไม่รู้เหมือนกันว่าแต่ละวันตัวเองจะได้พบหรือเผลอทำอะไรแปลกๆออกไปบ้าง
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าความสุขถูกลดทอนลงไปมากโขก็คือเื่อาหารเขาอยากกินข้าวหมูตุ๋น หมี่เนื้อ เสี่ยวหลงเปา เกอเปา[2]กับกาแฟตอนเช้า และที่อยากกินมากๆ ตอนนี้ก็คือหม้อไฟ
เขาคิดถึงอาหารไต้หวันจากร้านที่เคยกินใจจะขาดแล้ว!
เพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านเื่ของกินถานเจอจึงหันกลับมามองแผ่นกระสอบเพาะถั่วเขียวอวบขาวของสือจิ่ว
...มองแล้วก็น้ำลายไหลเหมือนเดิมให้ตายเถอะ!
ท่านย่าหลินเพาะถั่วงอกหัวโตในไหทำกับข้าวแบบไม่เด็ดรากผิดกับสือจิ่วที่คว้ามีดมาปาดโคนต้นถั่วของนาง แล้วหอบทั้งหมดลงแช่น้ำในอ่างดินเพาะถั่วเขียวแบบนี้ไม่เสียเวลานั่งเด็ดรากทิ้งแต่คนที่นี่มีใครใช้วิธีเพาะถั่วแบบเดียวกับนางบ้าง
โกจิ(เบอร์รี่หรือไม่หนอ) รถเข็นรางน้ำ เตาอบ หมวกหูกระต่าย วิธีเพาะถั่วเขียว เขาสะสมความ ‘เอ๊ะ’ ในตัวนางได้หลายครั้งแล้วนะ
“ข้ารู้สึกว่ารากมันไม่อร่อยน่ะ” สือจิ่วบอกเขาพร้อมรอยยิ้มสายตาเขาที่มองแผ่นเพาะถั่วคล้ายมีข้อสงสัยบางอย่าง “ถั่วทุกชนิดเพาะเมล็ดงอกได้เ้าคงรู้นะ”
“รู้” ตอนเรียนชั้นประถมสี่ครูวิทยาศาสตร์สั่งให้นักเรียนส่งการบ้านเพาะสารพัดถั่ว
ท่านย่าเขา คิดว่ารวมคนในหมู่บ้านพ่อครัวในโรงเตี๊ยมเฟิ่งเผยด้วย ต่างนิยมทำกับข้าวจากถั่วเหลืองงอกสือจิ่วนับว่ากินคล้ายเขา เขาไม่ชอบกินหัวหรือรากถั่วเขียวงอกถ้าเลือกได้ก็จะกินเฉพาะต้นอวบของมันมีแค่คุณยายแหละที่ยอมเสียเวลาเด็ดหัวหางทำให้เขากิน ส่วนแม่น่ะชอบบ่นว่าเขาเลือกกิน
“เอ่อ...ถ้าข้าอยากกินแบบไม่เอาหัวถั่วจะได้ไหมข้าเด็ดมันทิ้งเองได้นะ ไม่ลำบากพี่หรอก”
“เ้าทำเตาต่อเถอะว่าแต่อยากกินแบบโต้วฝุนาบกระทะหรือว่าจะให้ข้าทอดมันจนกรอบ”
คำถามของสือจิ่วทำเอาถานเจ๋อตาวาวน้ำลายสอขึ้นมาทันที
ยามค่ำบนโต๊ะกินข้าวบ้านสกุลถานมีผัดถั่วงอกสองจานหนึ่งจานตัดรากผัดกับโต้วฝุเนื้อนิ่มอีกจานเป็ถั่วงอกไร้หัวไร้หางผัดกับโต้วฝุทอดกรอบ...ถานเจ๋อกินข้าวหมดไปสองถ้วย
[1] เต้าหู้เหม็น
[2] 割包 ,刈包หรือเรียกกวาเปา กว้าเปา เบอร์เกอร์สไตล์ไต้หวัน ตัวแป้งเหมือนหม่านโถวก้อนรีผ่าครึ่งใส่ไส้หมูสามชั้นตุ๋นเครื่องคล้ายพะโล้กับผักดองเช่นกะหล่ำดองแตงกวาดอง ไชเท้าดอง โรยผักชีหรือถั่วลิสงบดคลุกน้ำตาล