บทที่ 21 คนแคระ
เนื่องจากท่านอ๋องเก้าไม่ได้ชักกระบี่ออกมาจริง ๆ ความกล้าของิชิวก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
เขารีบเดินอ้อมท่านอ๋องเก้า แล้วย่อตัวลงข้าง ๆ เด็กหญิงตัวน้อยผิวขาวอมชมพู
ิชิวผู้เป็ถึงหัวหน้าโจรผู้ยิ่งใหญ่ กลับพยายามทำตัวให้อ่อนโยน “สวัสดี หนูน้อย”
เยี่ยจิ่นหานที่อยู่ด้านข้างเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ทำท่าคลื่นไส้อยากจะอาเจียน
ส่วนเยี่ยถวนถวนไม่ได้สังเกตเห็นความรังเกียจซึ่งกันและกันระหว่างผู้ใหญ่สองคน นางตอบอย่างสุภาพมากกว่า
“สวัสดีเ้าค่ะท่านอา ข้าชื่อเยี่ยถวนถวน ท่านอาเรียกว่าเสี่ยวถวนถวนก็ได้”
“แท้จริงแล้วเป็เยี่ยถวนถวนนี่เอง” ิชิวยิ่งชอบใจ ดวงตาของเขายิ้มจนโค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว
“เ้าอยากกินอะไรหรือไม่ อาิมีของอร่อยเยอะแยะเลย”
พอเยี่ยถวนถวนได้ยินว่ามีของกิน ดวงตาก็เปล่งประกายทันที “โอ้โห…”
“ข้าอยากกินไก่ผัดพริกแห้ง มันเทศผัดพริกเสฉวน ข้าวแตงโม สับปะรดย่างเนื้อ ฟักทองใหญ่สิบชนิด และกุ้งขาว นกพิราบตุ๋น กบผัดพริกเผาเผ็ด ฟักทองน้ำผึ้ง…”
นางพูดชื่ออาหารรวดเดียวสิบกว่าอย่าง
ิชิวอึ้งไป แล้วก็หัวเราะลั่น
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ช่างน่ารักเหลือเกิน
หลังจากการสนทนาสั้น ๆ เขาก็รู้ว่าความสามารถพิเศษของเด็กน้อยคนนี้คือการบอกชื่ออาหาร
เยี่ยถวนถวนเห็นท่านอารูปหล่อคนนี้ยิ้มแฉ่ง ตัวเองก็หัวเราะตามไปด้วย
ภาพของคนตัวโตกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานร่วมกันนี้ เมื่อตกอยู่ในสายตาของท่านอ๋องเก้าก็ทำให้รู้สึกขัดหูขัดตาเป็พิเศษ
เขายกขาจะเตะิชิวออกไป
ิชิวถอยหลังหนึ่งก้าว เก็บรอยยิ้มแล้วพูดเื่จริงจัง “ในเมื่อเ้ามาแล้ว เชิญไปห้องหนังสือเถิด? เื่ที่ตงซาน เ้าคงมีข่าวคราวอยู่บ้างกระมัง”
เยี่ยจิ่นหานก็พอจะเดาได้ว่าเป็เื่นี้ เขาก้มมองบุตรสาวตัวน้อยของเขาแล้วพูดว่า “ไปเล่นกับพี่รองของเ้าดีหรือไม่?”
เยี่ยถวนถวนได้ยินว่านางยังมีพี่รองอีก ก็รีบพยักหน้าทันที
…
ห้องหนังสือ
ท่านอ๋องเก้าและิชิวนั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน ข้ารับใช้ยกน้ำชามาให้ทันที
ิชิวขยับที่นั่งเข้าใกล้เยี่ยจิ่นหาน “เ้าเพิ่งมาจากอำเภอเฟิงซาน เื่ที่ตงซานท่านต้องได้ยินมาแน่ พวกพี่น้องของข้าถูกจับไป ทางการไม่ยอมปล่อยตัวเลย อย่างไรตอนนี้ตงซานก็จะแยกตัวออกจากเมืองชิงหลวน เ้าจะจัดการหรือไม่”
เยี่ยจิ่นหานไม่ตอบ แต่กลับเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เ้าทำอะไรกับเยี่ยจ้าน?”
พูดถึงเื่นี้ิชิวรู้สึกปวดหัว “บุตรชายคนรองของเ้าน่ะหรือ?! ข้าจะทำอะไรเขาได้? ถ้าเ้ามาช้ากว่านี้อีกสองวัน เกรงว่าเอ้อร์ซื่อจื่ออาจจะเผาค่ายเล็ก ๆ ของข้าไปแล้ว”
ิชิวพูดไม่หยุด “เ้าให้เขามาเก็บเงิน ข้าก็ให้ไปแล้ว ทั้งยังหาเกี้ยวที่ดีที่สุดส่งคนกลับไป แต่ไม่กี่วันเอ้อร์ซื่อจื่อก็กลับมาอีก ยังมาเรียกร้องเงินจากข้า ไม่ให้ก็จะทุบข้าวของข้า ช่างน่าปวดหัวจริง ๆ”
ช่างสมกับเป็บุตรชายของท่านอ๋องเก้าจริง ๆ ดุร้ายเสียยิ่งกว่าโจร
ิชิวพูดไปพูดมาก็ล้วงสมุดบัญชีออกมาจากอกเสื้อ บนนั้นเขียนรายการสิ่งของที่เอ้อร์ซื่อจื่อทำแตกใน่ไม่กี่วันนี้ไว้อย่างชัดเจน
ท่านอ๋องเก้าดูยอดรวมด้านล่างสุดคร่าว ๆ
มากถึงสามพันตำลึงเชียวหรือ?!
แล้วดูรายละเอียด [วันนี้ยามจื่อ เอ้อร์ซื่อจื่อทำแจกันแตกหนึ่งใบ ห้าร้อยตำลึง]
“แจกันอะไรราคาถึงห้าร้อยตำลึง?”
ิชิวตอบอย่างภาคภูมิใจ “นั่นเป็ของที่ขุดออกมาจากสุสานฮ่องเต้ราชวงศ์ก่อน อย่างน้อยก็ต้องห้าร้อย... เอ๊ะ ไม่ใช่ อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นสิ…”
ท่านอ๋องเก้าจิบชาเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “การพูดถึงการขุดสุสานหลวงต่อหน้าข้า เ้าคงไม่อยากให้หมู่บ้านของเ้าอยู่รอดแล้วกระมัง”
ิชิว “...”
…
ทางด้านเยี่ยถวนถวน
ไป๋จีพาจวิ้นจู่น้อยไปพบเอ้อร์ซื่อจื่อ
ระหว่างทาง เยี่ยถวนถวนรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมาก “ไป๋จี ท่านพ่อไม่ได้บอกหรือว่าจะมาช่วยพี่รองน่ะ ถวนถวนคิดว่าจะต้องมีการต่อสู้กันเสียอีก”
ไป๋จีจูงมือเล็ก ๆ นุ่มนิ่มของจวิ้นจู่น้อย พลางเล่าเื่ราวในอดีตให้นางฟังอย่างใจเย็น
“หัวหน้าค่ายิหวังและท่านอ๋อง แท้จริงแล้วเป็สหายที่ดีต่อกัน…”
ในปีนั้น เมื่อท่านอ๋องเก้าถูกส่งไปประจำการที่เมืองชิงหลวน นับเป็่ที่เมืองชิงหลวนวุ่นวายที่สุด
ผู้คนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ กำแพงพังทลาย ทุกหนแห่งมีแต่การเผา ฆ่า ปล้นสะดม
ทันทีที่ท่านอ๋องเก้าลงจากม้า เขาก็ดำเนินการปราบปรามด้วยกำลังทหารในเมือง แม้จะควบคุมกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็ไม่สามารถถ่วงดุลผู้คนเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์
ดังนั้นท่านอ๋องเก้าจึงต้องปลอมตัว โดยตั้งใจจะสืบหาความกระจ่างเกี่ยวกับกลุ่มอิทธิพลใหญ่ ๆ ในเมืองชิงหลวนด้วยตนเอง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงใช้นามแฝงว่าเยี่ยจิ่ว โดยปลอมตัวเป็ นักกระบี่พเนจร
ในตอนนั้น ิชิวยังไม่ได้เป็หัวหน้าโจรแห่งูเาิซาน ส่วนเขาเป็เพียงบุตรชายตระกูลใหญ่ที่ตกอับแต่มีวรยุทธ์เป็เลิศ อย่างไรก็ตาม เขามีความฝันที่จะเป็โจรูเา แม้กระทั่งอยากเป็าาโจรูเา
ถูกต้อง! าาโจรูเา
ิชิวและเยี่ยจิ่วได้รู้จักกันโดยบังเอิญ ทั้งสองชื่นชมซึ่งกันและกัน จึงร่วมมือกัน
เยี่ยจิ่วช่วยให้ิชิวได้ตำแหน่งหัวหน้าโจรูเา ส่วนิชิวสัญญาว่าจะช่วยเยี่ยจิ่วกดดันกลุ่มอิทธิพลอื่น ๆ ในเมือง
เห็นได้ชัดว่าในภายหลังพวกเขาประสบความสำเร็จ
เยี่ยถวนถวน “โอ้โห... น่าสนุกจัง ต่อไปถวนถวนก็อยากเป็นักกระบี่พเนจร!! แบบที่หล่อเหลาสุด ๆ เลย!!”
เมื่อได้ยินคำพูดของจวิ้นจู่น้อย ไป๋จีรู้สึกใจหายใจคว่ำแล้วก็โล่งอก
โชคดีแล้ว โชคดีที่ไม่ได้บอกว่าจะเป็าาโจรูเา!
ดวงตาของเยี่ยถวนถวนเปล่งประกาย เื่ราวยังไม่จบ “แล้วต่อมาเป็อย่างไรหรือ?”
“ต่อมา... หลังจากที่ทุกอย่างสำเร็จ ิชิวก็ยึดครองจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมืองชิงหลวน นั่นคือูเาิซาน และกลายเป็าาโจรูเาแห่งดินแดนนี้ ในขณะเดียวกันเขาก็ล่วงรู้ฐานะของเยี่ยจิ่วว่าเป็ท่านอ๋องเก้า”
ลองคิดดูเถิด คนหนึ่งเป็ขุนนาง อีกคนเป็โจร
นี่คือความขัดแย้งที่มีมาแต่โบราณกาล
ต่อให้มีความสัมพันธ์ที่ดีและชื่นชมกันมากเพียงใด ก็ไม่สามารถติดต่อกันอย่างเปิดเผยได้
ดังนั้นจึงกลายเป็ความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดเฉกเช่นทุกวันนี้
เยี่ยถวนถวนพยักหน้าอย่างงุนงงเล็กน้อย
เมื่อเื่ราวจบลง ทั้งสองก็มาถึงห้องด้านหลังของค่ายิหวัง
ไป๋จีหยุดอยู่หน้าประตู “จวิ้นจู่น้อย เอ้อร์ซื่อจื่อน่าจะอยู่ข้างในแล้วขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปหาพี่รอง”
เยี่ยถวนถวนวิ่งเข้าไปทันที
ทว่าเพียงแค่เปิดประตู นางก็เห็นเด็กชายตัวสูงกว่านางมาก... กำลัง... ปีนหน้าต่าง??
เห็นเพียงเขาเหยียบบนม้านั่งเล็ก ๆ สองมือจับกรอบหน้าต่าง แล้วออกแรงกระชากอย่างแรง...
“กรี๊ดดดด!” เยี่ยถวนถวนร้องด้วยความใ
เยี่ยจ้านใกับเสียงนั้น จนจับพลาดไป เท้าลื่นไถลลงมา
“ตุบ!” เขาล้มก้นจ้ำเบ้าลงบนพื้น
ม้านั่งเล็ก ๆ พลิกตะแคงกลิ้งไปบนพื้นสองรอบ
“โอ๊ย…” เยี่ยถวนถวนกำมือน้อย ๆ ยัดเข้าปาก
เยี่ยจ้านหันมามองเด็กหญิงตัวน้อย แล้วเอ่ยปากด่าทันที “เ้าเอาเด็กแคระนี่มาจากไหน! ทำให้ข้าใจนล้มไปหนึ่งที เ้ารอดูเถิด เมื่อข้าออกไปจากที่นี่ ข้าจะไม่ไว้หน้าเ้าแน่!”
เยี่ยถวนถวนไม่ได้สนใจคำขู่ของพี่รองเลยสักนิด นางกลับเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “พี่รอง ก้นของท่านเจ็บหรือไม่เ้าคะ?”
เยี่ยจ้านได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าแดงก่ำทันที เด็กหญิงตัวน้อยนี่มาจากไหนกัน ทำไมถึงได้ห่วงใยก้นของเด็กผู้ชายเช่นนี้
“เ้ามายุ่งกับก้น... ของข้าทำไม เ้าไม่รู้จักอายหรือ! เ้า! เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่เ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”
เยี่ยถวนถวนชูกำปั้นขึ้นมา “พี่รอง”
เยี่ยจ้านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองดูเด็กแคระตรงหน้าที่มีดวงตาและใบหน้าคล้ายคลึงกับตนเองอยู่บ้าง
เขากล่าวว่า “เ้า เ้าคือคนที่อาศัยอยู่ในเรือนหลังและไม่เคยออกมาข้างนอกเลยใช่หรือไม่?”
เยี่ยถวนถวนพยักหน้า “อืม ๆ ใช่แล้ว ข้าเอง พี่รองก้นของท่านเจ็บหรือไม่?”
เยี่ยจ้าน “...”
เขาหันหน้าหนี ไม่อยากสนใจเด็กแคระคนนี้แล้ว
เมื่อนึกถึงเื่ที่ท่านพ่อไม่มาช่วยเขาเพราะเด็กแคละคนนี้ เยี่ยจ้านก็รู้สึกรำคาญ
เขาจึงเตะเก้าอี้ออกไปด้วยเท้าข้างหนึ่ง
เด็กหญิงตัวน้อยรู้จักแต่เป็ห่วงก้นของเด็กชาย ช่างไม่เหมาะสมเอาเสียเลย!