ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 56 กระบี่ชิงหยวน

    บทที่ 56 กระบี่ชิงหยวน

     

    เด็กหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า ฟาง มาจากฟางข้าวนั่นแหละเขาเดินทางมาจากทางใต้ดังนั้นเขาจึงมีผิวขาวหน้าตาดีตามแบบคนทางใต้นั่นเองเขามาสอบเข้าเพื่อทำงานในเมืองหลวงเขามาจากครอบครัวยากจนแต่โชคดีพ่อของเขาเคยได้ร่ำเรียนมาไม่น้อยจึงสอนเขาทุกอย่างบวกกับความฉลาดของเขาจึงเรียนรู้ได้ไวมากจนกระทั่งปีนี้เขาตัดสินใจเข้ามาลองสอบดูหวังเปลี่ยนโชคชะตาตัวเองพ่อของเขาเคยอยู่เมืองหลวงมากก่อนจึงเล่าเรื่องในเมืองหลวงและระบบราชการให้เขาฟังมาบ้าง เมื่อเขาอ่านประกาศจบเขาก็เดินออกมา

    ” น่าสนใจถ้าคะแนนแย่จริงๆ ก็เข้ากรมนี้แหละดีกว่ากลับไปทำงานหนักที่บ้านอยู่นี้อย่างไรเงินเดือนก็เยอะกว่าที่บ้านส่งไปที่บ้านครึ่งหนึ่งยังได้เลยหากฐานะดีขึ้นก็สามารถพาพ่อแม่มาอยู่ด้วยได้ “เขาอารมณ์ดีขึ้นเขารู้ว่าคะแนนเขาคงเทียบพวกที่เรียนกับอาจารย์โดยตรงไม่ได้แต่ถ้าคะแนนมากกว่าครึ่งเขาทำได้แน่ เพียงแต่ว่าเขาไม่รู้ว่ากรมวิทยาการนี้ทำอะไรกันแน่ ตอนนี้ทุกคนกำลังพูดถึงการสอบกันไม่หยุดเพราะใกล้เข้ามาแล้วจริงๆ ในระหว่างที่นินกำลังทำงานในบ้านพิมก็กลับมาแล้วและมาเยี่ยมนินตอนนี้นางสามารถเข้าออกบ้านนินได้อย่างสบายใจแล้วเพราะหมั้นกันแล้วจึงไม่มีคำครหาใดๆ อันที่จริงก็ไม่มีเรื่องนี้อยู่แล้วแต่นางเป็นคนยุคโบราณจึงมีคิดในใจว่าไม่เหมาะสมนางจึงไม่ค่อยกล้ามาหานินที่เรือนบ่อยๆ พิมมองนินที่สวมแหวนก็พอใจนินยังคงเขียนงานอยู่ไม่ทันเห็นว่าพิมมองกำลังจับผิดเขาอยู่เขาเงยหน้าขึ้นแล้วถาม

    นิน” งานคุณเรียบร้อยแล้วหรือ “พิมส่ายหน้า

    พิม” ยังหรอกของที่แลกมาต้องเปลี่ยนเป็นเงินก่อนพวกร้านค้าในตลาดจะมาหาเรามันพรุ่งนี้เพื่อมารับของจากเราไปขายอีกทีหนึ่ง “นินพยักหน้า

    นิน” แล้วเกิดเขาไม่ซื้อเล่าคุณไม่แย่เลยหรือ” พิมหัวเราะ

    พิม “ของพวกนี้หนึ่งปีมาแค่สองครั้งคิดว่ามันพอขายไหมเล่า” นินคิดว่าก็จริง

    นิน “แต่ว่าทำไมพวกเขาไม่ซื้อโดยตรงเล่าจะมาซื้อจากคุณทำไม” พิมยิ้ม

    พิม “นายจะทำธุรกิจจริงหรือเปล่าเนี่ยพ่อค้าต่างชาติคิดว่าเขาต้องการเงินเราหรือเขาต้องการของที่จะนำไปขายต่อต่างหาก ของในประเทศของเขาราคาถูกจะตายแต่ถ้าเป็นของจากเราราคาจะเพิ่มเป็นสิบเท่าดังนั้นพวกพ่อค้าในตลาดจะมีของไปแลกหรือ “นินตบหน้าผาก

    นิน” ผมล้มคิดข้อนี้ไปได้ไง “ในยุคที่การแลกเปลี่ยนเงินยังลำบากใครต้องการเงินประเทศอื่นกัน

    นิน” ว่าแต่คุณมาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่า “พิมยกกล่องขนมมาให้

    พิม” ข้าซื้อขนมมาฝากน่ะ “นินมองดูมันคือวุ้นกะทิน่าทายมาก

    นิน” คิดจะติดสินบนผมหรือไง “พิมมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

    พิม” จะว่างั้นก็ได้ “นินสนใจ

    นิน” ผมไม่ใจดีนะต้องดูว่าเรื่องที่คุณขอคุ้มค่ากับวุ้นไหม “พิมกลอกตา

    พิม” ใจแคบจริงทีข้ายังมอบเหมืองให้เลย “นินหลอกตา

    นิน “นั่นผมแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้คุณแบบใจกว้างเลยนะอย่ากล่าวหากันสิครับ “พิมไม่สนใจเขา

    พิม” ข้าอยากปรึกษาการตั้งโรงงานน่ะควรทำอย่างไรดีต้องใช้อะไรบ้างรวมไปถึงจำนวนคนด้วย” นินยิ้ม แล้วเอาแผ่นกระดาษส่งให้

    นิน “เมื่อคืนผมไม่มีอะไรทำเลยออกแบบให้แล้ว” เขาอธิบายเกี่ยวกับโรงงาน

    นิน “คนน่ะใช้ไม่ต้องมาหรอกห้าหกคนก็ได้แล้วเริ่มจากเล็กๆ ก่อนพอมันตีตลาดได้ก็ค่อยขยายคนในหมู่บ้านคุณมีเป็นร้อยๆ คนใช้คนที่นั่นก็ได้” พิมพยักหน้าแล้วเริ่มเข้าใจ จากนั้นแสงก็เคาะประตู

    แสง “ท่านเขยของที่สั่งมาแล้วเจ้าค่ะ” นินจึงบอกให้เอาเข้ามา

    นิน “เอามาเลยขอดูหน่อย” แสงเอาของมาวางแล้วเดินออกไปพิมสนใจจึงมองดูของในกล่องก็พบว่าเป็นเสื้อผ้าแบบจีนแบบที่มีเสื้อคลุม

    พิม “ทำไมนายจะใส่ชุดแบบนี้หรือ” นินพยักหน้า

    นิน “ใช่สิชุดพวกนี้มันสามารถปกปิดอาวุธลับที่ผมซ่อนได้ไง” หลักๆ เขาจะใช้มันซ่อนปืนนั่นเอง พิมขมวดคิ้ว

    พิม “นายจะไปหาเรื่องหรือไง” นินส่ายหน้า

    นิน “ตอนนี้ชื่อเสียงผมคุณก็รู้นี่จะต้องมีคนดักทำร้ายผมแน่ๆ ดังนั้นผมจำเป็นต้องพกอาวุธตลอดเวลา” พิมคิดว่าก็จริง

    พิม “แต่ว่าชุดพวกนี้นายถนัดหรือไง” ทุกวันนี้เขาสวมเสื้อผ้าที่สั่งป้าศรีตัดเขาจึงดูเหมือนคนยุคปัจจุบันมากเมื่ออยู่บ้านทำให้พิมสงสัยว่าไปใส่ชุดคุณชายจีนแบบนี้เขาจะคล่องตัวไหม

    นิน “เดี๋ยวก็ชินผมเลือกที่มันคล่องตัวแล้วนะดูสิแขนเสื้อเป็นแบบแคบเดี๋ยวผมจะให้แสงแก้บางส่วนมันจะได้คล่องตัวมากขึ้น” พิมพยักหน้า

    พิม “งั้นก็ตามใจแต่ผมนายสั้นมันก็ดูแปลกๆ จากคนจีนไปหน่อยนะ” นินถึงกับกลอกตาใครเขาแต่งให้เหมือนคนจีนกันเล่าเขาแค่ซ่อนของเท่านั้น

     

    นินกับพิมคุยกันสักพังหนึ่งพิมก็กลับไปไหมแก้วมาตามนินในตอนห้าโมงเช้าเพื่อถามความเห็นของนินไหมแก้วได้นำวุ้นเส้นมาปรุงเป็นอาหารหลายอย่างทำเอานินประหลาดใจ เพราะไหมแก้วได้นำมาลองทำเป็นยำวุ้นเส้นแล้ว

    นิน “อันนี้น่ากินมากครับผมว่าใส่หมูสับลงไปก็น่าจะเพิ่มเนื้อสัมผัสกว่านะครับ” ไหมแก้วลองให้ป้านวลและพี่อิ่มลองทำดูพบว่าอร่อยขึ้นจริงๆ นินต้องยอมรับว่าท่านป้าคนนี้มีหัวในการทำอาหารจริงๆ ผัดวุ้นเส้นใส่ไข่นางก็คิดขึ้นมาได้เอง นินจึงแนะนำในการเพื่อเนื้อสัตว์ลงไปต้องเข้าใจว่าคนยุคนี้อาหารยังไม่เหลือเฟือเหมือนปัจจุบันดังนั้นเนื้อสัตว์จึงมีราคาแพงมากคนที่ฐานะไม่ค่อยดีจึงไม่ค่อยได้กินกันหรอกแต่ในช่วงปีหลังๆ หลังจากร่วมประเทศได้แล้วก็เริ่มดีขึ้นผู้คนมีฐานะดีขึ้นชาวนาละเว้นภาษีสามปีทำให้พวกเขาลืมตาอ้าปากได้ทุกคนมีฐานะมากขึ้นแถมภาษีก็ลดลงเพื่อกระตุ้นให้คนทำธุรกิจมากขึ้น ต่อมามีการออกกฎหมายชัดเจนเพื่อคุ้มครองราษฎรจึงจัดตั้งกรมต่างๆ ขึ้นมาเพื่อทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขุนนางไม่กล้าขูดรีดประชาชนอีกต่อไปเพราะมีกรมผู้ตรวจการคอยตรวจสอบขุนนางแต่สามารถปิดตาข้างหนึ่งได้โดยขุนนางสามารถทำการค้าแต่ห้ามทำแบบโจ่งแจ้งเกินไป ดังนั้นประเทศไทยหลังจากสงครามแล้วจึงพัฒนาได้เร็ว โดยแผนการรวมประเทศนี้ได้เริ่มตั้งการก่อตั้งราชวงศ์แล้วจนมาถึงขุนหลวงองค์ปัจจุบันจึงสำเร็จแต่ก่อนหน้านี้รัตนโกสินทร์ก็ยึดครองอำนาจจากหัวเมืองต่างๆ ของประเทศได้แล้วกล่าวคืออำนาจจากเมืองต่างๆ ในไทยกวาดล้างมาตั้งแต่ขุนหลวงองค์ก่อนแล้วรวมถึงอังวะและขอมด้วยพวกมันไปตั้งประเทศตัวเองเป็นร้อยๆ ปีแล้วทว่าพวกมันฉลาดใช้การแทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบๆ เมื่อกำลังแกร่งจึงก่อกบฏขึ้นที่ภาคเหนือมังรายที่อยากตั้งตัวเป็นเจ้าเมืองปกครองภาคเหนือทั้งหมดทว่าก็ถูกปราบในที่สุดโดยขุนหลวงองปัจจุบัน ยังมีขอมอีกพวกมันถูกขับไล่ไปเหมือนกันทว่าพวกมันร้ายกว่าวางแผนแทรกซึมเข้ามายังไทย หลายเมืองได้อย่างไม่ทันสังเกตได้แก่ เมืองแปะ (บุรีรัมย์) เมืองประทายสมันต์ (สุรินทร์) เมืองเสมา (นครราชสีมา) ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ) รวมถึง ละโว้ (ลพบุรี) การต่อสู้ครั้งนี้กินเวลายาวนานถึงสามรัชกาลจึงสามารถกำจัดมันหมดหลังขุนหลวงองค์ปัจจุบันครองราชย์ปราบมังรายเชื้อพระวงศ์ของอังวะจบก็ใช้เวลาสิบปีจึงสามารถขับไล่ราชาฮุสเซนจากขอมออกไปได้และในครั้งนั้น หลวงเรืองไกรก็เสียชีวิตลงโดยที่ ขุนเกื้อเป็นคนสังหารนั่นเองและนั่นนำมาซื้อความบาดหมางของทั้งสองตระกูล ระหว่างพระยาพิเชษฐ์และท่านเจ้าคุณเรืองฤทธิ์เพราะขุนเกื้อคือลูกชายคนโตของเขาและขุนเกื้อเองก็โดนหลวงเรืองไกรสังหารเช่นกันแต่คนลงมือก่อนคือขุนเกื้อ ในตอนนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน ทว่าขาดเพียงหลักฐานว่าตกลงใครผิดกันแน่เรื่องถึงได้ยืดเยื้อมาจนวันนี้ ช่างปมเรื่องนี้ไปก่อนเพราะยังไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริง กลับมาที่การพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศไทยกันต่อขุนหลวงได้พบอาจารย์ท่านหนึ่งตอนเขายังเด็กจึงสอนเขาถึงเรื่องต่างๆ ทำให้เขามีวิสัยทัศน์มากในตอนที่เขายังเป็นแค่องค์ชายเขาและอาจารย์ได้เดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อนำความรู้กลับมาเมื่อขุนหลวงได้เป็นราชาเห็นความสำคัญถึงเรื่องนี้มากจึงส่งคนมากมายไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงตัวเขาและองค์ชายและองค์หญิงเพื่อไปศึกษาที่ต่างประเทศเอาความรู้มาพัฒนาประเทศไทย จะเห็นได้ว่าเหล่าองค์ชายและองค์หญิงไม่มีการกล่าวถึงเลยเพราะพวกเขาอยู่ต่างประเทศกันหมดนั่นเอง ดังนั้นประเทศไทยจึงพันนาได้เร็วอย่างที่เห็นและเสถียรมากด้วย นินประทับใจแนวคิดของขุนหลวงอย่างหนึ่งคือไทยรักสงบไม่รุกรานใครแต่ว่าถึงยามต้องรบก็ไม่ขลาดแนวทางการพัฒนาประเทศไม่ใช่เพื่อเอาชนะใครแต่เพื่อประชาชนให้มีชีวิตดีขึ้นข้อนี้นินยอมรับด้วยใจจริง นอกประเด็นไปเสียนานว่าด้วยเรื่องอาหารหลังจากที่นินออกความเห็นไปสองสามอย่างไหมแก้วก็พยักหน้า

    อิ่ม “ราคาข้าวขึ้นอีกแล้วเจ้าค่ะแถมหาซื้อยากแล้วด้วยตอนนี้พวกชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ เริ่มหาซื้อไม่ได้แล้ว “นินคิดสักพัก

    นิน” ไม่แย่ขนาดนั้นมั้งครับประเทศเราที่ผมรู้อุดมสมบูรณ์มากไม่ใช่หรือไม่มีข้าวก็กินอย่างอื่นได้นี่ครับ “แม่อิ่มกล่าวต่อ

    อิ่ม” นั่นก็ใช่เจ้าค่ะแต่ว่าของอื่นมันก็จะขึ้นราคาตามน่ะสิเจ้าคะไม่มีข้าวถ่วงดุลราคาสินค้าน่ะสิเจ้าคะ” นินสีคางไปมา

    นิน “งั้นหรืองั้นผมว่าเราต้องรีบเปิดโรงงานวุ้นเส้นแล้วล่ะ “ในตอนเที่ยงนินทานข้าวไม่ไหวจริงๆ เพราะชิมอาหารไปเยอะจึงนั่งคุยกับท่านป้า

    พิม” ไม่หิวหรือ “นินพยักหน้า

    นิน” ผมชิมอาหารไปเยอะน่ะ “พิมพยักหน้านินหันไปถามภา

    นิน” พรุ่งนี้เปิดร้านแล้วไปไม่ใช่หรือตื่นเต้นหรือไม่ “ภาพยักหน้า

    ภา” นิดหน่อยพี่นินไปไหมน่าจะสนุกนะพี่ดาและพี่จันก็มาช่วยด้วยนะ “นินส่ายหน้า

    นิน” พี่ยังเจ็บอยู่เลย “พิมยิ้ม

    พิม” พอดีเลยยาต้มเสร็จพอดีนายก็ดื่มก่อนสิ “นินถึงกับกลอกตาข้าวยกถ้วยยามาให้ นินดื่มไปรวดเดียวหมด

    นิน” ขมเป็นบ้าเลย “แต่นินต้องยอมรับยานี่ดีจริงๆ เขากินไปสามชุดอาการบาดเจ็บก็ดีขึ้นมากแล้วนินมองไปรอบๆ

    นิน “แล้วลุงไปไหนเล่า “ไหมแก้วกล่าวขึ้นเรียบๆ

    ไหมแก้ว “ได้ยินว่าวันนี้จะมีการปูนบำเหน็จให้แก่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีพันนาน่ะจ้า” นินตาโต

    นิน “ทำไมไม่เรียกผมไปด้วยเล่าผมจับมันได้นะ “พิมกลอกตา

    พิม” จะให้ทุกคนรอนายคนเดียวหรือไงไม่ต้องห่วงหรอกของนายไม่ขาดหรอกน่า” นินหัวเราะแห้งๆ

    นิน “คุณคงไม่ได้มีความสามารถอ่านใจอยู่หรอกนะ” พิมกลอกตา

    พิม “อย่างนายต้องอ่านใจด้วยหรือหน้านายมันฟ้องออกมาหมดแล้ว” นินถอยออกไป

    นิน “นับวันคุณนี่ยิ่งน่ากลัวขึ้นทุกทีแล้วผมขอตัวก่อนแล้วกัน “พิมกล่าวด้วยเสียงดุ

    พิม” หยุดเลยไม่เห็นหรือว่าคนอื่นเขายังกินกันอยู่น่ะเสียมารยาทจริง “นินมองไปทุกคนแล้วยิ้มแห้งๆ

    นิน” คุณจะมาวางอำนาจใส่ผมไม่ได้นะ “พิมหลอกตา

    พิม” ข้าไปวางอำนาจตรงไหนข้าเตือนรู้ไหม “ไหมแก้วและคนอื่นๆ ยิ้มออกมา

    ลิน” น้องว่าน้องเห็นอนาคตพี่นินแล้วล่ะ “นินถึงกับหน้ากระตุก

    นิน” ลินน้องพูดอะไรเนี่ยเราแค่หมั้นเองนะอนาคตอีกยาวไกล” พิมหรี่ตามลง

    พิม “พูดอีกทีสิ” ไหมแก้วกระแอมออกมา

    ไหมแก้ว “เลิกตีกันได้แล้วคู่นี้ยังไงกันเดี๋ยวก็คุยดีแล้วก็ตีกันวันที่พ่อนินบาดเจ็บสาหัสแม่ยังเห็นลูกตาแดงๆ อยู่เลยวันนี้มาตีกันแล้ว” นินมองพิม

    นิน “จริงหรือเป็นห่วงขนาดนี้ทำไมไม่บอกผมเล่า” พิมหันหน้าหนี

    พิม “ใครห่วงนายกัน” นางยัดแตงกวาทั้งลูกใส่ปากเขาโดยไม่มอง

    นิน” โอ้ย…ฟันฉัน…เธอเป็นอะไรเนี่ยอยู่ๆ ก็ยัดเข้าปาก “นินจับปากตัวเองพบว่ามีเลือดออกมาที่ปากหน้าเขาบิดเบี้ยวทุกคนยิ้มออกมาเพราะท่าทางเขาตลกมาก

     

    ที่วังหลวงทุกคนได้รางวัลเดินออกมาจากวังด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยกเว้นหมื่นแผนไม่เพียงไม่ได้รางวัลเขาอาจต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยหากเข้าคุกหลวง ทำไม่ต้องคุกหลวงน่ะหรือก็เขาพยายามฆ่าขุนนางในหอจดหมายเหตุน่ะสิกล่าวได้ว่าคดีนี้ใหญ่พอดูแถมเรื่องการอวยยศของเขาต้องรอดูพฤติกรรมเขาเป็นเวลาครึ่งปีหรือจะมีผลงานมาหักล้างก่อนจึงจะพิจารณาอีกครั้งทำให้เขาแทบกระอักเลือด ท่านเจ้าคุณเหลือบมองเขา

    “ตัดสินใจเร็วหน่อยถ้าช้าข้าและไอ้นินไม่อยู่เมืองเอ็งเน่าแน่ไอ้แผน” หมื่นแผนถึงกับหน้ากระตุก ท่านเจ้าคุณกล่าวต่อ

    “ไอ้แผนข้ารู้ว่าเอ็งไม่ใช่คนดีแต่เอ็งก็ยังไม่เท่าพ่อและพี่ชายของเอ็งอย่าได้ทำให้ขุนหลวงผิดวังเล่า” เขาพูดแค่นี้ก่อนจะจากไปแน่นอนว่าหมื่นแผนไม่ยอมรับ

    “ท่านลุงก็แต่แค้นพี่ชายกระผมแล้วเหมารวมกระผมไปด้วยใช่ไหมขอรับ” ท่านเจ้าคุณชะงักไปแล้วก็เดินต่อไป หมื่นแผนโกรธมากจริงๆ

    หมื่นแผน “สักวันเขาจะเอาทุกอย่างที่เขาต้องการมาเป็นของข้าทั้งหมด” รอยยิ้มของเขาดูแล้ววิปริตนักไม่เข้ากับใบหน้าหล่อของเขาเอาเสียเลย

    “แล้วก็พี่ชายของข้าเป็นเพราะท่านถึงทำให้ทุกอย่างในชีวิตของข้าแย่ลงไปหมดดีที่ท่านตายไปแล้วไม่อย่างนั้นข้านี่แหละจะสังหารท่านเอง” มันเปลี่ยนสีหน้าแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิม ท่านเจ้าคุณขึ้นไปบนรถม้าเสียงแสนดังมาจากด้านนอก

    แสน “เหมือนว่าหมื่นแผนจะมีบางอย่างผิดปกตินะขอรับ” ท่านเจ้าคุณพยักหน้า

    “ส่งคนจับตามันไว้ก็พอข้าว่ามีบางอย่างแปลกๆ ในไทยข้าสงสัยว่างานรับทูตอาจไม่ราบรื่นเสียแล้ว “ทองสีคางไปมา

    ทอง” แบบนี้เราต้องวางกำลังป้องกันไหมขอรับ “ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า

    ” อย่าอะไรเกินหน้าที่จะดีกว่าอีกอย่างข้ากำลังรวบรวมหลักฐานเล่นงานเมืองทางใต้อยู่เหมือนว่าจะมีคนที่กำลังใช้อำนาจในทางมิชอบกดขี่ประชาชนอยู่ “ทองและแสนมองหน้ากันแบบนี้แปลว่าอีกไม่นานพวกเขาอาจต้องไปทางใต้เป็นแน่

    แสน “หากลงใต้จริงให้ท่านขุนไปด้วยไหมขอรับ” ท่านเจ้าคุณคิดสักพัก

    “เรื่องนี้แล้วแต่มันข้าไม่บังคับหรอก” ทั้งสองพยักหน้าเมื่อมาถึงบ้านแสนและทองก็ช่วยกันขนของลงจากรถม้าเป็นรางวัลที่ได้มาจากการปราบพันนาลงได้ สำหรับพันนาเป็นคนที่อยู่ในหมายจับอยู่แล้วดังนั้นจึงมีรางวัลนำจับด้วย เมื่อคนในเรือนได้ยินเสียงก็รีบมาช่วยนินเองก็ออกมาดูดวงตาเป็นประกาย

    นิน “ลุงของผมมีไหม” ท่านเจ้าคุณพยักหน้าแล้วให้แสนเอากล่องไม้ออกมาเป็นกล่องยาวประมาณหนึ่งเมตร นินทำหน้าผิดหวังเพราะมันดูเหมือนว่าไม่ใช่กล่องใส่ของมีค่าเลย

    นิน “ไม่ใช่เงินหรือครับ” ท่านเจ้าคุณกลอกตา

    “เสียใจด้วยของเอ็งน่ะไม่ใช้หรอก “ท่านเจ้าคุณโชว์หีบเงินหนึ่งหีบทำเอานินถึงกับพูดไม่ออก

    นิน” ลุงนี่ขี้อวดจริงๆ “นินเปิดกล่องดูก็พบว่าเป็นกระบี่เล่มหนึ่งลักษณะขอมันคล้ายกระบี่ราชวงศ์ฮั่นทว่ามันเป็นกระบี่หักความยาวของมันจึงเหลือประมาณ 50 เซนติเมตร สองคม ใบตรงแคบ กระบี่เล่มนี้เรียบง่ายทว่าเมื่อนินสัมผัสก็รับรู้ได้ถึงความไม้ธรรมดาบนใบกระบี่เขียนไว้ว่าชิงหยวนเขาหยิบมันขึ้นมาก็พบว่ากระบี่เล่นนี้สั่นสะท้านมันพยายามจะดิ้นรนทว่าจากนั้นก็สงบไปราวกับว่ายอมรับเจ้านายใหม่แล้ว

    นิน “กระบี่วิญญาณงั้นหรือ” นินถูกใจมากจากนั้นสมองของเขาก็เหมือนมีบางอย่างปรากฏในสมอง

    นิน “นี่มันอะไรวะเนี่ย” เขาเห็นตัวหนังสือจีนเรียงเป็นแถวหลายสิบหน้า

    นิน “นี่มันหรือว่าคือเคล็ดวิชากัน” นินตกตะลึง ท่านเจ้าคุณเห็นความผิดปกติ

    “ไอ้นินเอ็งไหวไหมเนี่ย” นินกลับมามีสติอีกครั้งแล้วยิ้มออกมา

    นิน “ไม่เป็นไรครับลุงกระบี่นี่เยี่ยมมาก” ท่านเจ้าคุณยิ้ม

    “เอ็งชอบก็ดีแล้วกระบี่นี้ขุนหลวงได้มาตอนไปประเทศจีนมีเรื่องเล่าว่าสมัยก่อนที่มันยังไม่หักนับว่าเป็นยอดศาสตราติดหนึ่งในสิบอันดับแรกในโลกยุทธภพเชียวนะ” นินกลอกตา

    นิน “สุดยอดขนาดนั้นแล้วมันหักได้ไงครับ” ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า

    “ข้าจะไปรู้ได้ยังไง” นินแอบหัวเราะ

    ” แล้วอาการบาดเจ็บเป็นยังไงบ้างเล่า “นินกล่าวออกมาอย่างสบายๆ

    นิน” ยาดีมากครับผมกินไม่กี่ชุดก็ดีขึ้นมากรอยแดงที่หน้าอกจางไปมากแล้วครับ “ท่านเจ้าคุณพยักหน้า

    ” ดีมากกำหนดอบรมครูของเอ็งใกล้เข้ามาแล้วเอ็งพร้อมไหม” นินลืมไปสะสนิทเลยเขาตบหน้าผาก

    นิน “เวรแล้วผมลืมไปเลย” เขายังไม่ได้เตรียมสื่อการสอนเลย ท่านเจ้าคุณกลอกตา

    ” มันต้องใช้อะไรบ้าง “นินคิดสักพัก

    นิน” ก็เยอะอยู่นะลุง “ท่านเจ้าคุณอยากจะอัดมันสักที

    ” เอ็งต้องการให้ช่วยอะไรบอกบ่าวเลยเวลาแค่สองวันเตรียมทันไหม “นินพยักหน้า

    นิน” ทานครับๆ แต่ต้องทำวันนี้เลย “เขารีบเขียนรายชื่อจำเป็นออกมามันเป็นอุปกรณ์การสอน เช่นกระดานดำ ชอล์กเขียนกระดาน กระดาษขนาดใหญ่และสี

    นิน” ลุงมีใครวาดรูปสวยๆ ได้บ้าง “ท่านเจ้าคุณมองนิน

    ” เอ็งก็วาดเป็นไม่ใช่รึ “นินกลอกตา

    นิน” ผมต้องทำอย่างอื่นด้วยนี่จริงไหม “ท่านเจ้าคุณคิดว่ามีเหตุผล

    ” ไอ้แสนเอ็งไปหาพระวิเชียนแล้วให้เข้าจัดคนวาดรูปฝีมือดีมาสองสามคนด่วนที่สุด “แสนรีบขี่ม้าออกไป ส่วนนินกลับเข้าไปในบ้านแล้วชักกระบี่ออกมาดูอีกครั้งเมื่อเข้าตั้งสมาธิไปที่กระบี่อีกครั้งก็พบว่าเขาอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ จากนั้นก็ปรากฏเคล็ดวิชาลอยอยู่รอบตัวเขาอย่างน่าอัศจรรย์ วิชาชุดนี้มีชื่อว่ากระบี่ชิงหยวนเหมือนชื่อกระบี่เลย…

     

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน