เทพกระบี่เงาสังหาร

    พลังสายเลือดราชวงศ์

    สิ้นคำของผู้อาวุโสเหล่าศิษย์หลายคนก็ยังไม่เข้าใจ แต่สำหรับศิษย์ที่โดดเด่นและมีภูมิหลังที่ดีย่อมสามารถเข้าใจได้เพราะคำว่าเซียนนั้นคือตำนานสำหรับพวกเขาและการที่ทวีปศูนย์กลางมีเซียนอยู่หลายคนนั้นทำให้รู้สึกตื่นเต้นและปรารถนาที่จะไปเยือนทวีปศูนย์กลาง"ข้าไม่อยากทำลายความมั่นใจของพวกเจ้าหรอกนะแต่ว่าให้เลิกฝันได้เลยเพราะถ้าหากพวกเจ้าคิดจะไปเยือนทวีปศูนย์กลางด้วยพรสวรรค์เพียงแค่นี้ละก็สู้อยู่อย่างคนธรรมดาที่นี่ดีกว่า" ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยสหีน้าสิ้นหวัง"แล้วศิษย์พี่หวังที่เป็นศิษย์หลักอันดับ 1 ของหอกระบี่เราเทียบกับอัจฉริยะของทวีปศูนย์กลางได้หรือไม่" ศิษย์คนหนึ่งกล่าวเหล่าชายชราต่างมองหน้ากันไปมาก่อนจะส่ายหัวด้วยสีหน้าสิ้นหวัง พวกเขาไม่ได้กล่าวตอบแต่เห็นได้ชัดจากสีหน้าพวกเขาว่าผลลัพธิ์จะเป็นอย่างไร แน่นอนว่าสำหรับอู่หมิงก็สามารถคาดเดาได้ เพราะอู่หมิงเคยพบกับอัจฉริยะที่แข็งแกร่งระดับแนวหน้าของทวีปศูนย์กลางมาแล้วอย่างมู่เฟยเสวี่ย ที่กลายเป็นเซียนตั้งแต่อายุ 30อู่หมิงที่ชนะป่ายคงก็ขึ้นไปนั่งตรงตำแหน่งของป่ายคงแทนและกลายเป็นอันดับ 10 ทันที"เอาละยังมีใครที่คิดจะท้าประลองอีกหรือไม่" ผู้อาวุโสกล่าว"ข้าขอท้าประลองกับอันดับที่ 9" องค์ชายเก้ากล่าวพร้อมกับกระโดดขึ้นมาบนสนามประลองทันทีชายหนุ่มที่อยู่อันดับที่เก้าเค้นเสียงเย็นชาก่อนจะกระโดดขึ้นสนามประลองทันที ทั้งสองไม่พูดไร้สาระและเริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด องค์ชายเก้ากระหนำโจมตีอย่างรุนแรงด้วยกระบี่ขนาดใหญ่ทำให้อีกฝ่ายแทบไม่มีโอกาสตอบโต้ การประลองของทั้งสองเป็นไปอย่างดุเดือดและในที่สุดก็จบลงด้วยชัยชนะขององค์ชายเก้า"นี่ไม่ใช่ว่าเจ้าหนุ่มนั่นก็อยู่กลุ่มนภาทมิฬเหมือนกันหรอกหรือ" ศิษย์สายนอกคนหนึ่งกล่าว"น่าจะใช่ดูเหมือนว่าจะมีหญิงสาวที่งดงงามอีกคนที่อยู่กลุ่มนภาทมิฬ" ศิษย์อีกคนก็กล่าวและไม่นานจิงเสวี่ยนก็ท้าประลองอันดับ 8 และได้รับชัยชนะมา ด้วยการใช้พลังของกายผ่านจิตทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถควบคุมสติได้และถูกจู่โจมจนพ่ายแพ้ไป และในครั้งนี้ก็ได้มีศิษย์หลายคนเสี่ยงดวงท้าประลองอันดับที่ 7และ6 เพราะพวกเขาคิดว่าฝีมือของคนเหล่านี้ไม่น่าจะแข็งแกร่งเท่ากับกลุ่มของอู่หมิงแต่ผลลัพธิ์คือพวกเขาแพ้อยู่ดีพวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้ทำให้การประลองจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ท้าประลองอู่หมิง องค์ชายเก้าและจิงเสวี่ยน แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้ให้กับทั้งสาม กลับกันพวกเขาเริ่มคิดว่าความแข็งแกร่งของพวกอู่หมิงอาจจะติดอันดับ 5 อันดับแรกด้วยซ้ำแต่จากนั้นไม่นานก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนเวทีประลอง"ข้าขอท้าประลองอันดับที่ 7 " แน่นอนว่าหญิงสาวคนนี้คือองค์หญิง 5 ซึ่งเก็บตัวฝึกอยู่นาน"หืม ดูเหมือนวันนี้เราจะได้ดูอะไรดีๆ" เสี่ยวฮุ่ยที่นอนอย่างเกียจคล้านกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น"มีอะไรน่าดูงั้นหรือ" อู่หมิงกล่าวถาม"เอาเถอะน่า ผู้หญิงคนนั้นจะแสดงอะไรดีๆให้เจ้าเห็นแน่" เสี่ยวฮุ่ยลุกขึ้นมานั่งบนบ่าของอู่หมิงพร้อมกับจ้องไปที่องค์หญิงห้าอย่างตื่นเต้น"แม่นางข้าแนะนำให้เจ้ายอมแพ้เสียเถอะข้าไม่อยากจะทำร้ายบุพผาท่งดงามเช่นเจ้า" ชายหนุ่มที่อยู่อันดับที่ 7 กล่าว"ไม่ต้องมากล่าวให้มากความ" องค์หญิงห้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะระเบิดพลังลมปราณสีทองออกมา ตรงหน้าผากของนางปรากฎแสงสีทองอ่อนๆและมีตัวอักษร ราชวงศ์ ออกมา"นั่นมันอะไร" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง"นี่คือพลังของสายเลือดราชวงศ์ ปกติแล้วเป็นเรื่องยากที่จะปลุกพลังนี้ได้ต่อให้เป็นคนในราชวงศ์เองก็แทบจะไม่สามารถปลุกพลังสายเลือดนี้ได้ ต่อให้เป็นเจ้าองค์ชายเจ็ดอะไรนั่นก็ไม่มีวันปลุกพลังนี้ได้ แต่ใครจะคิดว่าหญิงสาวคนนี้จะปลุกมันได้แถมยังปลุกมันได้ตั้งแต่อายุแค่นี้อีกด้วย ในวันข้างหน้าถ้าหญิงสาวคนนี้ได้รับหยดเลือดของเซียนในตระกูลจักรพรรดิสักคนนางก็จะมีโอกาสได้กระตุ้นสายเลือดจักรพรรดิในร่างกายให้ตื่นขึ้นก็ได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับแสยะยิ้มอู่หมิงแสดงสีหน้าตกตะลึงเขาไม่คิดว่าองค์หญิงห้าที่หายหน้าไปนานตั้งแต่เข้ามาในหอกระบี่จะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นขนาดนี้ ด้วยพลังปราณสีทองขององค์หญิงห้าทำให้ผู้อาวุโสหลายคนต้องตกตะลึงเพราะพวกเขาต่างก็รู้ดีถึงพลังขององค์หญิงห้าในตอนนี้ ชายหนุ่มที่อยู่อันดับที่ 7กลายเป็นกดดันทันที บรรยากาศรอบตัวขององค์หญิงห้าให้ความกดดันไร้รูปอย่างบอกไม่ถูกและไม่ใช่แค่นั้นรอบๆตัวขององค์หญิงห้ายังมีมังกรสีทองที่ดูเลือนลางหมุนพันอยู่รอบๆตัวนาง"นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าชะตามังกร เมื่อใดที่คนตระกูลราชวงศ์หรือตระกูลจักรพรรดิใช้พลังสายเลือดนี้ก็จะได้รับพลังจากชะตามังกร แต่พลังของชะตามังกรแต่ละคนก็จะแข็งแกร่งไม่เท่ากัน" เสี่ยวฮุ่ยเห็นอู่หมิงแสดงสีหน้าไม่เข้าใจจึงอธิบายออกมา"นี่มันไม่ขี้โกงไปหน่อยเหรอ" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าอิจฉา"แน่นอนว่าถ้าเทียบกับคนทั่วไปมันอาจจะดูขี้โกง แต่เจ้าอย่าลืมตัวเจ้าเองก็ขี้โกงไม่ต่างจากคนอื่น ตัวเจ้าที่มีเส้นลมปราณหยินหยางสามารถสร้างดวงจิตกระบี่ได้ถึงสองดวงจิตทั้งที่มันสมควรสร้างได้เพียงหนึ่งและที่สำคัญดวงจิตกระบี่ของเจ้ายังมีคุณสมบัติหยินและหยาง ซึ่งเป็นพลังระดับสูงในโลกใบนี้อีกด้วย" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับมองมาที่อู่หมิงด้วยความอิจฉา"เจ้าจะมองข้าแบบนั้นทำไมเจ้าเป็นสัตว์อสูรเส้นทางการบ่มเพราะมันต่างกับข้าอยู่แล้ว" อู่หมิงกล่าว"เจ้าอย่าได้นำข้าไปเทียบกับสัตว์อสูรเหล่านั้นตัวข้านั้นแตกต่างจากสัตว์อสูรธรรมดาเพราะข้าสามารถฝึกฝนทักษะของมนุษย์ได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เอ๋!!!! เจ้าฝึกได้เหรอ" อู่หมิงรู้สึกตกตะลึงและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวฮุ่ยบอกเขาในขณะที่อู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยกำลังคุยกัน องค์หญิงห้าก็เอาชนะคูต่อสู้ได้และกลายเป็นอันดับ 7 ทันที และในตอนนี้เองก็เหลือเพียงแค่อันดับที่ 1-6 ที่ยังเป็นคนเดิมและไม่มีใครกล้าท้าทาย ซึ่งเฟิงอวิ้นในตอนนี้รู้สึกกดันอย่างมากเพราะด้วยพลังของเขานั้นยากที่จะเอาชนะคนที่เหลือแต่ด้วยพลังที่อู่หมิงแสดงออกมาก็ทำให้ความมั่นใจของเฟิงอวิ้นนั้นหายไปและไม่กล้าท้าทายอู่หมิงอีก เฟิงอวิ้นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอัปยศและต้องยอมถอยในการชิงอันดับรายชื่อ ส่วนองค์ชายเจ็ดนั้นไม่ต้องพูดถึงด้วยความแข็งแกร่งขององค์ชายเจ็ดตอนนี้ไม่สามารถเทียบได้กับป่ายคงเลยด้วยซ้ำ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน