การมาถึงของเย่เทียนดึงดูดความสนใจของหยุนเมิ่งหลีที่กำลังปกป้องรอยแยกมิติอย่างรวดเร็ว
พรึ่บ!
หยุนเมิ่งหลีบินออกมาและมองไปที่เย่เทียน
เขารู้จักเย่เทียนแต่เมื่อเขารู้สึกถึงกลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์จางๆ บนร่างของเย่เทียนมันก็ทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่าเย่เทียนได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว
“เย่เทียนกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์แล้วเหรอ? เป็นไปได้ยังไง!”
หยุนเมิ่งหลีตกใจมาก
ระดับศักดิ์สิทธิ์!
นั่นเป็นขอบเขตที่ระดับราชานับไม่ถ้วนต่างใฝ่ฝันถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์มีอายุขัย 200 ปี ระดับราชามีอายุขัย 500ปี และผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์มีอายุขัย 1,000 ปี
แน่นอนว่าระดับศักดิ์สิทธิ์ที่มีรากฐานที่สมบูรณ์แบบมีอายุขัยถึง1,500ปี
ไม่เพียงแค่อายุขัยเท่านั้นแต่ยังทรงพลังกว่าอีกด้วย นอกจากนี้จิตสำนึกของผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ยังสามารถตรวจสอบทุกการเคลื่อนไหวในระยะพันลี้ได้แม้แต่การเคลื่อนไหวของมดตัวหนึ่งก็ยากที่จะหลบหนีจากการตรวจสอบของผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ได้
หยุนเมิ่งหลีมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นเท่านั้นหากปราศจากสมบัติที่ช่วยในการปรับแต่งพลังจิตของเขา ยากที่เขาจะสามารถบรรลุไปถึงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ได้
หลายปีมานี้เขาได้เดินทางไปยังฐานจงไห่และได้รับโอกาสมากมาย แต่เขาก็ยังไม่สามารถครอบครองสมบัติที่ช่วยในการปรับแต่งพลังจิตดังนั้นเขาจึงยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ได้
ผู้แข็งแกร่งสามารถสร้างความอิจฉาในใจของผู้คนได้เสมอ
“คารวะท่านเย่เทียน!”
หยุนเมิ่งหลีโค้งคำนับและกล่าวด้วยความเคารพ
“ไม่จำเป็นต้องสุภาพขนาดนั้นหรอก!”
เย่เทียนกล่าวอย่างแผ่วเบา
หืมม!!!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาอีก29คนรีบหันมามองอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขาเห็นว่าราชาไร้เทียมทานทักทายเย่เทียนอย่างสุภาพมันทำให้พวกเขาต่างก็ต้องตกตะลึง
“ทำไมราชาหยุนเมิ่งหลีถึงเคารพเขาถึงเพียงนี้? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“กลิ่นอายของเย่เทียน ดูเหมือนว่าจะเหนือกว่าระดับราชา!”
“หรือว่าเขาจะบรรลุขั้นเหนือกว่าระดับราชาแล้ว?”
“สวรรค์ เย่เทียนสามารถเปิดจุดชีพจรได้ 365 จุดอย่างรวดเร็วได้อย่างไร?เป็นไปได้ไหมว่าเขานั้นมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะที่สูงเป็นอย่างมาก?หรือว่าพรสวรรค์ของเขาสูงกว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น?”
“สมควรแล้วที่จะได้รับความเคารพ ตัวตนเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสามารถเทียบเคียงได้!”
ทันใดนั้นจอมเวทค่ายกลระดับราชาและราชาที่มีชื่อเสียงก็เดินเข้ามาและกล่าว
“คารวะท่านเย่เทียน!”
เย่เทียนพยักหน้าเล็กน้อยและกล่าวว่า“ผมได้ยินมาว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นที่รอยแยกต่างมิติ ให้ผมดูหน่อย เพราะถึงอย่างไรผมเองก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของฐานทะเลมารมาก่อน!”
“ท่านเย่เทียน เชิญ!”
หยุนเมิ่งหลีได้เชิญเย่เทียนไปที่ค่ายกลระดับสูงสุด
เย่เทียนตามหยุนเมิ่งหลีเข้าไปในค่ายกลในปราสาทที่หยุนเมิ่งหลีสร้างขึ้น
กลุ่มราชาทั้งหมดต่างก็นั่งลง
“ราชาเมิ่งหลี เกิดอะไรขึ้น? ทำไมสัตว์อสูรจากทะเลถึงมาโจมตีค่ายกล?เท่าที่ผมรู้แม้ว่าทะเลจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ แต่สัตว์อสูรในทะเลไม่ชอบสภาพแวดล้อมที่ไม่มีน้ำตราบใดที่พวกมันไม่ถูกรบกวน สัตว์อสูรทะเลเหล่านั้นไม่มีทางโจมตีง่ายๆ” เย่เทียนถามด้วยความสงสัย
หยุนเมิ่งหลีขมวดคิ้วและกล่าว“ท่านเย่เทียน ผมเองก็สงสัยเช่นกัน ตอนแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จู่ๆ สัตว์อสูรจากทะเลก็โจมตีพวกเราและพวกมันเกือบจะทำลายค่ายกลผนึกรอยแยกไปแล้ว โชคดีที่ราชาคนอื่นๆ ทยอยมาถึงที่นี่ได้ทันเวลาผมเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรีบกลับมาจากฐานจงไห่ จากการคาดการณ์ของผม คงจะมีบางอย่างที่ดึงดูดพวกมันไม่แน่ว่าสัตว์อสูรจากรอยแยกมิตินี้จะมีสมบัติบางอย่างที่ดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรทะเลแต่เราตรวจสอบมาเป็นเวลานานก็ยังไม่รู้ว่าสมบัติดังกล่าวอยู่ที่ไหน”
“สมบัติ?”
เย่เทียนครุ่นคิดบางอย่าง
เรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูง
เหล่าสัตว์อสูรในโลกของสัตว์อสูรนั้นต้องการที่จะครองโลกใบใหม่ดังนั้นพวกมันจึงบุกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าพวกมันคงจะไม่ตัดใจจากรอยแยกมิตินี้โดยง่าย
นี่อาจจะเป็นแผนของพวกมัน
บางทีสัตว์อสูรใช้สมบัติดึงดูดสัตว์อสูรทะเลบนโลกเพื่อช่วยพวกมันโจมตีรอยแยกของมิติเพื่อทำลายค่ายกลที่ผนึกรอยแยกไว้และทำให้รอยแยกมิติกลายเป็นระดับสามดาว
ด้วยวิธีนี้พวกมันสามารถส่งกองทัพสัตว์อสูรออกมาโจมตีอีกครั้ง
ด้วยการเตรียมการของพวกมันกองทัพอสูรที่จะบุกเข้ามาโจมตีอีกครั้งคงจะไม่ได้ง่ายดายเหมือนครั้งแรก มันจะต้องเป็นกองทัพสัตว์อสูรที่ร้ายกาจกว่าเดิมอย่างแน่นอน
“ท่านเย่เทียน ท่านลองหาสมบัติชิ้นนั้นดูได้หรือไม่?”
หยุนเมิ่งหลีเสนอ
“ตกลง ผมจะลองดู!”
จิตสำนึกของเย่เทียนเริ่มแผ่ขยายออกไปเขาสามารถตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างภายในรัศมีหนึ่งพันลี้ได้อย่างง่ายดาย แม้แต่มดตัวเล็กๆก็ไม่สามารถซ่อนตัวจากจิตสำนึกของเย่เทียนได้
หลังจากตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ไม่พบมัน
“พรสวรรค์ล่าสมบัติ!”
เย่เทียนกระตุ้นพรสวรรค์ในการล่าสมบัติที่ไม่ได้ใช้มานานนี้หากมันเป็นสมบัติจริงๆ แล้วละก็ ไม่มีทางที่มันจะหลบหนีจากการตรวจสอบของพรสวรรค์ในการล่าสมบัติระดับสูงได้
แต่สิ่งที่ทำให้เย่เทียนผิดหวังก็คือเขาไม่พบร่องรอยของสมบัติดังกล่าวเลย
ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้เพียงสองอย่างหนึ่งคือไม่มีสมบัติใดๆ และสองคือมันอาจถูกเก็บไว้ในถุงเก็บของมิติ
หากสมบัติอยู่ในถุงเก็บของมิติของใครบางคนพรสวรรค์ล่าสมบัติและสัมผัสทางจิตวิญญาณของเขาไม่มีทางตรวจสอบได้
“ราชาเมิ่งหลี คุณสามารถเรียกทุกคนมารวมตัวกันได้หรือไม่?”
เย่เทียนถาม
“ได้!”
หยุนเมิ่งหลีพยักหน้าและมองไปที่เย่เทียนราวกับว่าเขาเดาความตั้งใจของเย่เทียนออก
“หรือว่ามีคนสร้างปัญหา?”
หยุนเมิ่งหลีเองก็เคยคิดเรื่องนี้เช่นกันแต่หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว เขาก็พบว่าไม่มีใครเลยที่มีเหตุจูงใจในการลงมือ?
มนุษย์จะช่วยสัตว์อสูรอย่างนั้นหรือ? มันจะเป็นไปได้ยังไง?
แต่เขาก็ยังปฏิบัติตามคำขอของเย่เทียนเหล่าจอมเวทค่ายกลและผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชามารวมตัวกันที่ปราสาททันที
เย่เทียนกวาดสายตามองและถามว่า“นี่คือคนทั้งหมดแล้วหรือ?”
“ยังมีจอมเวทค่ายกลระดับกลางอีกคนที่เก็บตัวบ่มเพาะอยู่ ชายคนนี้เก็บตัวอยู่นานแล้วเขาเป็นเพียงนักรบผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง ไม่น่าจะเป็นปัญหา!” หยุนเมิ่งหลีกล่าว
ในความคิดของเขาแค่นักรบผู้เชี่ยวชาญไม่มีค่ามากพอที่จะต้องใส่ใจ? คนที่อ่อนแอเช่นนี้ไม่มีทางที่จะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน
“อืม ผมจะไปตรวจสอบเขา!”
เย่เทียนเคลื่อนไหวและบินไปในทิศทางหนึ่งทันทีส่วนระดับราชาคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันและค่อยบินตามไป
ระยะทางไม่ได้ไกลมากนักด้วยความเร็วของผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชา ไม่นานคนทั้งหมดก็มาถึงที่พักของจอมเวทค่ายกลขั้นกลางดังกล่าว
ทันใดนั้น!
เย่เทียนก็ทำลายบ้านของจอมเวทค่ายกลทันทีด้านในเผยให้เห็นชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่
ในขณะเดียวกันชายวัยกลางคนก็ตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว“นายท่าน ทำไมท่านถึงโจมตีที่พักของฉัน?”
เย่เทียนจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายอย่างเย็นชา“แกเป็นคนชักนำสัตว์อสูรจากทะเลมาใช่ไหม?”
“นายท่านล้อเล่นแล้ว? ฉันจะดึงดูดสัตว์อสูรจากทะเลได้อย่างไร?”ชายวัยกลางคนรีบส่ายหัว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกลัว
“ท่านเย่เทียน ชายคนนี้เป็นเพียงจอมเวทค่ายกลขั้นกลางจากฐานของเรา และยังมีตระกูลใหญ่อยู่เบื้องหลังเขาจะดึงดูดสัตว์อสูรมาโจมตีพวกเราได้อย่างไร?” ราชาคนหนึ่งก้าวออกมา
“เพราะเขาไม่ใช่จอมเวทค่ายกลขั้นกลาง แต่มันเป็นสัตว์อสูร?” เย่เทียนยิ้มเยาะ
เมื่อได้ยินดังนั้น
ร่างของจอมเวทขั้นกลางคนนั้นก็สั่นสะท้านแต่เขายังคงอดกลั้นเอาไว้ได้
“สัตว์อสูร?”
หยุนเมิ่งหลีขมวดคิ้ว“ท่านเย่เทียน พวกเราไม่ได้โง่ คนคนนี้จะเป็นสัตว์อสูรได้อย่างไร?”
เขารู้สึกว่าเย่เทียนพูดเกินจริงไปเล็กน้อยการที่เย่เทียนกล้าพูดว่าจอมเวทขั้นกลางเป็นสัตว์อสูรคงไม่ใช่เพราะความแค้นหรอกนะ?
“พวกคุณไม่เชื่อหรือ?” เย่เทียนส่ายหัวและกล่าวต่อว่า“ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นที่นี่ เขาเก็บตัวอยู่ตลอดใช่หรือไม่ พวกคุณเคยเห็นเขาออกไปรักษาค่ายกลสักครั้งไหม?”
“ใช่แล้วอย่างไร? แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องนี้ตรงไหน?”
ราชาคนหนึ่งกล่าว
“เช่นนั้นก็ให้เขาสร้างค่ายกลระดับเริ่มต้นขึ้นมาเพื่อทดสอบ หากเขาสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ผมจะเชื่อว่าเขาไม่ใช่สัตว์อสูร!” เย่เทียนกล่าวเยาะเย้ย
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนสีหน้าของจอมเวทขั้นกลางก็เปลี่ยนไปอย่างมาก