ลานประลองกลางของตระกูลเซียวในยามค่ำคืนนั้นช่างกว้างใหญ่และเงียบสงัดจนน่าหวาดหวั่น พื้นศิลาดำอัคคีที่เย็นเฉียบสะท้อนแสงจันทร์สีเงินจางๆ ทำให้มันดูราวกับผืนน้ำนิ่งที่ดำมืดและไร้ก้นบึ้ง มีเพียงคบเพลิงขนาดใหญ่ที่ปักอยู่บนเสาสูงสี่ทิศที่ยังคงลุกโชน เปลวไฟของมันเต้นระริกไปตามแรงลมหนาว สาดแสงสีส้มแดงที่สั่นไหวไปทั่วบริเวณ ทำให้เงาของแท่นประธานที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศเหนือทอดยาวและบิดเบี้ยวไปมา ราวกับเป็อสูรร้ายที่กำลังหลับใหล
เฟิงหลงก้าวเข้ามาในลานประลองด้วยฝีเท้าที่แ่เบาราวกับขนนกที่ร่วงหล่น เขาไม่ได้เดินไปตามทางเดินหลัก แต่เลือกที่จะเคลื่อนไหวไปตามเงามืดที่ทอดตัวอยู่ริมขอบของลานประลอง ดวงตาสีดำทมิฬของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างเยือกเย็นและระแวดระวัง แม้จะดูว่างเปล่าและไร้ซึ่งผู้คน แต่สัญชาตญาณที่เฉียบคมราวกับสัตว์ป่าของเขากลับััได้ถึงไอพลังที่แข็งแกร่งสองสายที่แอบซ่อนอยู่... พวกมันคือหมาป่าที่กำลังซุ่มรอคอยเหยื่ออยู่ในเงามืดของแท่นประธาน
จากเศษเสี้ยวความทรงจำที่ดูดกลืนมา เขารู้ว่าทางเข้าสู่คุกอเวจีนั้นถูกซ่อนอยู่ภายใต้แท่นประธานนั่นเอง และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เฝ้าประตูทางเข้านั้นไม่ใช่ศิษย์หรือยามธรรมดา แต่เป็องครักษ์ชั้นยอดของตระกูล... เป็นักฆ่าที่มือเปื้อนเืมานับไม่ถ้วน
เฟิงหลงไม่ได้ลังเล เขาก้าวออกจากเงามืดและเดินตรงไปยังแท่นประธานอย่างไม่หวั่นเกรง เมื่อเขาเข้าใกล้ระยะร้อยก้าว ร่างในชุดเกราะหนังสัตว์สีดำสนิทสองร่างก็พลันปรากฏตัวออกจากเงามืดราวกับภูตพรายที่ไร้ตัวตน พวกมันมายืนขวางทางเขาเอาไว้ในตำแหน่งที่สามารถร่วมมือกันโจมตีได้ดีที่สุด
"หยุด!"
เสียงที่ดังขึ้นนั้นทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่หนักอึ้ง ไอพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขาทั้งสองนั้นแข็งแกร่งและหนาแน่น... มันคือแรงกดดันของยอดฝีมือระดับ ปราณปฐีขั้นที่สาม! แข็งแกร่งกว่าผู้าุโหวังที่เขาเพิ่งจัดการมาหลายเท่าตัว! ดวงตาของพวกมันที่โผล่พ้นจากหมวกเกราะนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ยามทั้งสองมองเฟิงหลงั้แ่หัวจรดเท้า "เ้าเป็ใคร? มาจากหน่วยไหน? เหตุใดจึงมาเพ่นพ่านที่นี่ในยามวิกาล?"
เฟิงหลงหยุดเดิน ดวงตาของเขาสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในบ่อร้างที่ตายแล้ว เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เ็าและแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งจอมปลอม "ข้าได้รับคำสั่งจากท่านผู้าุโหวัง ให้มานำตัวนักโทษคนสำคัญในคุกอเวจีไปสอบสวนเป็การด่วน หลีกทาง" เขาเอ่ยชื่อของผู้าุโที่เขาน็อคมาอย่างแเี
ยามคนซ้ายขมวดคิ้วภายใต้หมวกเกราะ "ผู้าุโหวังรึ? เหตุใดพวกเราจึงไม่ได้รับคำสั่งแจ้งล่วงหน้า?"
ยามคนขวาหรี่ตามองอย่างจับผิด "นี่เป็เื่เร่งด่วนที่สุด ท่านผู้าุโจึงให้ข้ามาเป็การส่วนตัว" เฟิงหลงกล่าวต่อพลางชูแผ่นป้ายหยกสีดำขึ้นมา "นี่คือตราของท่าน"
ยามทั้งสองมองไปที่ตรานั้นและจำได้ว่าเป็ของจริง แต่ความสงสัยของพวกมันก็ยังไม่ลดลง ยามคนขวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด "ถอดผ้าคลุมหน้าของเ้าออก ให้พวกเราเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเ้า"
เฟิงหลงรู้ในทันทีว่าการเจรจานั้นไร้ประโยชน์อีกต่อไปแล้ว ไอสังหารที่เย็นเยียบจนแทบจะแช่แข็งกาลเวลาได้วาบขึ้นในแววตาของเขา... ในเมื่อการหลอกลวงไม่ได้ผล ก็มีเพียงหนทางเดียวที่เหลืออยู่... คือการฆ่าทิ้งให้หมด!
"ในเมื่อพวกเ้ารนหาที่ตาย... ข้าก็จะสงเคราะห์ให้" เฟิงหลงกระซิบเสียงแ่เบาจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม
"เ้าว่าอะไรนะ!?" ยามทั้งสองยังไม่ทันจะได้เข้าใจความหมายของคำพูดนั้น...
ฟิ้ว!
ร่างของเฟิงหลงก็พลันเลือนหายไปจากจุดเดิมราวกับภาพมายา!
"มายาอสูร!"
ยามทั้งสองเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด! ความเร็วระดับนี้มันอะไรกัน! พวกเขามองไม่เห็นแม้แต่เงา! สัญชาตญาณอันตรายถึงชีวิตที่สั่งสมมาจากการต่อสู้ทำให้พวกมันรีบะเิพลังปราณออกมาป้องกันตัวเองทันที!
"ระวังหลัง!" ยามคนซ้ายะโเตือน แต่ก็ช้าไปแล้ว... ช้าไปก้าวหนึ่งเสมอ
เฟิงหลงไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของยามคนขวาั้แ่เมื่อใดไม่มีใครรู้ หมัดขวาของเขาที่ควบแน่นไปด้วยปราณอสูรสีดำทมิฬจนเกิดเป็ประกายแสงสีเืที่น่าสะพรึงกลัว ถูกปล่อยออกไปอย่างเต็มกำลัง! มันคือหมัดที่เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถทลายูเาได้!
"อัสนีบาตอสูร!"
ยามคนขวาััได้ถึงเงาของมัจจุราชที่ทาบทับลงมาจากด้านหลัง เขารีบหันกลับมาและยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้กันเพื่อป้องกันอย่างสุดชีวิต พลังปราณปฐีขั้นสามะเิออกเป็เกราะป้องกันสีทองอร่ามที่หนาแน่น!
เขาคือยอดฝีมือระดับปราณปฐี! ต่อให้เป็การโจมตีที่ไม่คาดคิด เขาก็มั่นใจว่าสามารถป้องกันได้อย่างน้อยหนึ่งกระบวนท่า!
แต่เขาคิดผิดมหันต์... เขาประเมินพลังของ "ปราณอสูร" ต่ำเกินไป!
ตูม!
หมัดของเฟิงหลงปะทะเข้ากับเกราะป้องกันอย่างจัง!
เปรี๊ยะ! เปรี้ยง!
เกราะป้องกันพลังปราณที่แข็งแกร่งราวกับกำแพงเมืองกลับปริร้าวและแตกสลายในทันทีราวกับแก้วบางๆ ที่ถูกค้อนเหล็กทุบ! พลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวของปราณอสูรได้กัดกร่อนและทะลุทะลวงผ่านเกราะป้องกันเข้าไปอย่างง่ายดาย!
"อ๊ากกกก!"
ยามคนขวากรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปและไม่เชื่อสายตา แขนทั้งสองข้างของเขาที่ใช้ป้องกันนั้นแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี! หมัดของเฟิงหลงยังคงทะลวงต่อไปและกระแทกเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างจัง!
ร่างของมันลอยละลิ่วไปในอากาศราวกับเศษใบไม้ ก่อนจะไปกระแทกกับเสาหินของลานประลองอย่างแรงจนเสาหินแตกร้าวเป็วงกว้าง ร่างของมันร่วงลงมากองกับพื้น ตาเหลือกถลน สิ้นใจในทันที!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว!
ยามคนซ้ายที่เหลืออยู่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษด้วยความหวาดกลัวสุดขีด! เป็ไปได้อย่างไร!? ศิษย์ที่ดูเหมือนจะอยู่ในขั้นรวบรวมปราณ กลับสามารถสังหารยอดฝีมือระดับปราณปฐีขั้นสามได้ในหมัดเดียว! นี่มันปีศาจตนใดกันแน่!
"อสูร! เ้าเป็อสูรตนใดกันแน่!" เขากรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ พลังทั้งหมดในร่างะเิออก เขาไม่คิดจะต่อสู้อีกต่อไป แต่เตรียมจะทะยานร่างหนีและส่งสัญญาณเตือนภัย!
แต่เฟิงหลงจะปล่อยให้เหยื่อที่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาหนีไปได้อย่างไร?
ร่างของเขาพุ่งตามไปติดๆ ราวกับเงาของมัจจุราช ปรากฏขึ้นตรงหน้าของยามคนนั้นในชั่วอึดใจ ขวางทางหนีของมันไว้
"นรกที่พวกเ้าส่งข้าไป... มันเป็สถานที่ที่ดีทีเดียว" เฟิงหลงกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "และตอนนี้... ข้าจะส่งเ้าไปเยี่ยมชมมันบ้าง"
มือขวาของเขาที่ยังคงเปื้อนเือุ่นๆ ของสหายมันอยู่ พุ่งตรงไปยังลำคอของยามคนนั้นราวกับกรงเล็บอสูร
"อย่า!"
แกร๊ก!
เสียงคอหักดังขึ้นอย่างชัดเจนและเย็นเยียบ ปิดฉากชีวิตขององครักษ์ชั้นยอดอีกหนึ่งคน
เฟิงหลงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางศพทั้งสอง กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งทำให้เขารู้สึกสงบลงอย่างประหลาด เขามองไปที่แท่นประธานและเดินตรงเข้าไป ค้นหากลไกตามความทรงจำที่ได้รับมา
เขาพบแท่นบูชาเล็กๆ ที่แกะสลักเป็รูปหมาป่าอ้าปากซึ่งซ่อนอยู่ในมุมหนึ่ง และนำแผ่นป้ายหยกสีดำวางลงไปในปากของมันอย่างพอดิบพอดี
ครืด... ครืด...
พื้นศิลาดำใต้แท่นประธานเริ่มสั่นะเืและแยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดยาวลงไปสู่ความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุดเบื้องล่าง ลมเย็นที่อับชื้นและเหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นของเื, ความเน่าเปื่อย, และความสิ้นหวังที่สั่งสมมานานนับปี พัดโชยขึ้นมากระทบใบหน้าของเขา
นี่คือทางเข้าสู่คุกอเวจี... ประตูสู่นรกบนดินของตระกูลเซียว
เฟิงหลงกำหมัดแน่น ดวงตาของเขาทอประกายแสงที่มุ่งมั่นและเ็า เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย... ในทางกลับกัน เขากลับรู้สึกตื่นเต้น... ตื่นเต้นที่จะได้พบกับบิดาของเขาอีกครั้ง
เขาก้าวเท้าแรก... และเดินลงไปในความมืดนั้นอย่างไม่ลังเล...