Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 50 สังหารหมู่

    ตอนที่ 50 สังหารหมู่

     

    แต่ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งเข้าไปริวจิก็ใช้ดาบของเขาขีดเส้นบนถนน

    " มันทำบ้าอะไรของมันว่ะ "

    จากนั้นเสียงของริวจิก็ดังขึ้น

    " ถ้าใครผ่านมาเกินเส้นนี้ ตาย!!! "

    ทันทีที่เสียงพูดจบลง

    " ฮ่าฮ่าฮ่า แกนี่ตลกดีว่ะแกคิดอย่างงั้นหรอว่าจะสู้กับคนหลายร้อยคนด้วยคนแค่ 3 คนอะนะแถมอีก 2 คนก็เป็นผู้หญิงอีกด้วย ฮาฮ่า"

    " ถ้าอยากจะขู่ก็ใช้วิธีที่ดีกว่านี้หน่อยโว้ยยยย "

    " มีแต่หัวหน้าของพวกเราก็ยังทำไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับเด็กน้อยอย่างแก "

    " แค่ฆ่าลูกกระจ๊อกไปได้แค่คนเดียวอย่าอวดดีไปหน่อยเลย "

    " ไอ้หนุ่มถ้าแกยอมมอบแฟนแกให้ฉันดีๆ บางทีแกอาจจะตายแบบสบายๆ ก็ได้น่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า

    เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นของพวกเหล่า Hunter ทั้งหลาย

    ใบหน้าของริวจิยังดูเรียบเฉยไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดเหล่านั้นแม้แต่นิดเดียว และเขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

    " นี่เป็นคำเตือน ! ครั้งสุดท้ายฉันจะไม่พูดซ้ำ ถ้าใครก้าวผ่านเส้นที่ฉันขีดเอาไว้ ฉันจะฆ่าให้หมด"

     

    " แค่คำขู่ปัญญาอ่อนแบบนี้ คิดว่าพวกเราจะกลัวแกเหรอ พวกเราอย่าไปเชื่อคำขู่ของมัน จัดการมัน!"

    ย๊าาาาา

    " ฆ่ามัน! "

    เหล่า Hunter หลายสิบคนพุ่งเข้าใส่ริวจิ ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกี้ยวกราด

    " ฉันเตือนพวกนายแล้วน " หลังจากพูดจบริวจิตวัดดาบออกไปตามจำนวณคนที่ผ่านเส้นที่เขาแบ่งเอาไว้

    ฉับ

    ฉับ

    ฉับ...

    Hunter 5 คนที่เลยผ่านเส้นที่ริวจิขีดไว้นั้น คอของพวกเขาขาดวิ๊นออกมา พวกเขาตายทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ

    เมื่อเห็นพวกพ้องอีก 5 คนได้ตกตายลง พวกเขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก

    " แก !! แกกกก !! แกกล้าฆ่าน้องชายของฉัน ฉันจะหั่นแกเป็นพันชิ้นแล้วโยนให้ไอ้พวกซอมบี้กิน "

    " ฆ่ามันนนน "

    " อยากตายก็เข้ามาให้หมดนั้นแหละ " หลังจากพูดจบเขาก็บอกให้อายูและแคทเทอรีนน่าถอยห่างจากเขา

    ฉับ

    ฉับ

    ฉับ

    5 นาทีต่อมา เหล่า Hunter หลายร้อยคนก็ได้ตายลงจนหมด ศพหลายร้อยคนที่ถูกฟันออกเป็น 2 ท่อน มันเป็นภาพที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก ศพของเหล่า Hunter ทั้งหลายได้กองรวมกันราวกับเป็นภูเขาของซากศพ 

    เหล่า Hunter ที่ปอดแหกที่ไม่ได้ผ่านข้ามไป พวกเขายังมีชีวิตอยู่ แต่เหลือแค่ไม่ถึง 10 คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตรอด 1 ในนั้นก็คือชินตะ หลังจากที่ชินตะได้เห็นภาพตรงหน้า กองศพรวมกันเป็นเหมือนภูเขาลูกเล็กลูกหนึ่ง และคนที่ยืนต่อหน้ามันก็คือ เด็กหนุ่มที่ดูเหมือนอายุไม่ถึง 20 ปีเลยด้วยซ้ำ ในระหว่างการต่อสู้ พวกเขาไม่ได้ยินเสียงดาบประกันด้วยซ้ำไป มันเป็นการฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว 

    เหล่า Hunter ที่ยังมีชีวิตรอดได้ตกตะลึงและพูดขึ้น

    " สัตว์ประหลาด!!! เค้าไม่ได้พูดเล่น ที่เด็กหนุ่มนั้นพูดมาก็คือคำเตือน " ตัวของพวกเขาสั่นเทาไปด้วยความกลัว และพวกเขารู้สึกดีใจเล็กน้อยที่ เลือกที่จะไม่ข้ามผ่านเส้นนั้น ไม่อย่างงั้นชะตะชีวิตของพวกเขาก็คงจะเหมือนศพที่นอนกองตรงนั้นไปแล้ว เมื่อคิดได้แบบนี้พวกเขารู้สึกขอบคุณความขี้คลาดของตัวเอง

    หลังจากที่ฆ่าเหล่า Hunterหลายร้อยคนริวจิก็เก็บดาบ ภาพของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยเลือด ตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าของเขาได้เปียกชุ่มไปด้วยเลือดของผู้คนที่ตายไป แต่คราบเลือดไม่ได้แสดงสีของมันออกมาเพราะ เสื้อผ้าของเขานั้นล้วนเป็นสีดำ จะดีคราบเลือดที่สังเกตุเห็นได้ ก็มีแต่ที่ใบหน้าของเขาเท่านั้น

    " เอาล่ะ ! หมดรึยังชินตะ นี่นายกล้าหักหลังฉันงั้นหรอ "

    ชินตะรีบตอบออกไปแบบรวดเร็วเขาแทบไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ และน้ำเสียงของเขาก็ดูกังวลกระวายเป็นอย่างมาก หรืออาจจะเป็นเพราะความกลัวตายก็เป็นได้

    " ฉะ.. ฉันไม่ได้หักหลังนายน่ะ หัวหน้าส่งฉันมาจัดการนายที่เป็นผู้บุกลุก แต่ฉันไม่ได้เข้าไปโจมตีนายเลยน่ะ ฉันแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น "

    ชินตะเริ่มแก้ต่างให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว แต่เค้านั้นก็ไม่ได้พูดโกหก ถึงแม้เขาจะอยากให้หัวหน้ามาจัดการริวจิแต่เค้ารู้ว่าริวจิแข็งแกร่งตั้งแต่สัมผัสจากจิตสังหารได้ และไม่คิดจะต่อสู้กับชายหนุ่มแน่นอน แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ หัวหน้าของเขาไล่ชินตะให้มาจัดการเอง ทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำตามคำสั่ง

    " เอาล่ะเลิกสั่นได้แล้ว พาฉันไปหาหัวหน้าของพวกนายตอนนี้ ฉันมีอะไรต้องคุยกับเขา"

    ชินตะรีบตอบกลับไปไปอย่างรวดเร็วดด้วยความกลัว

    " ได้สิ ได้เลย ตามฉันมาเลย เดี๋ยวฉันจะนำทางให้ "

    หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินตามหลังชินตะไปจนกระทั่งถึงจุดหนึ่งริวจิก็พูดถามขึ้น

    " นี่นายบอกว่าทาสเนี่ยะมันคือยังไงอย่างงั้นหรอ "

    หลังจากรู้ว่าริวจิไม่ได้คิดจะฆ่าเขา น้ำเสียงชินตะก็เริ่มเป็นปกติและตอบคำถามของริวจิกลับด้วยเสียงปกติ

    " ก็เหมือนอย่างที่นายเข้าใจนั้นแหละ ทาสก็คือทาสทำตามคำสั่งของเจ้านายไง "

    " แล้วทำไมฉันเห็นแต่ทาสผู้ชายที่ทำงานล่ะ แล้วยังมีนักธุรกิจ นักการเมือง และอาชีพต่าง ๆอีกมากมายชื่อดังในรายการทีวี ที่ฉันเคยเห็น

    " อ่อ ค่ายของเรานั้นไม่สนหรอกน่ะว่า คนที่เข้ามานั้นจะมีอาชีพอะไรหรือเงินทองที่ดินมากแค่ไหนมหาศาลขนาดไหน ในยุคก่อน เพราะตอนนี้มันไร้ค่า พวกคนที่เป็น Hunter นั้นจะเป็นผู้ปกครอง ส่วนคนที่ไม่กล้าออกไปต่อสู้นั้นจะต้องทำการอย่างหนักเพื่อแลกกับอาหาร พวกเราจะถูกเรียกว่า ทาส คือคำที่พวกเขาใช้เรียก ส่วนผู้หญิงที่สวยๆ และไม่อยากจะทำงานหนักนั้น ก็ต้องไปบริการทำความสุขให้กับเหล่า Hunter ทั้งหลายอยู่ที่ว่าคนเหล่านั้นจะเลือกทำอะไรกับพวกเธอ ส่วนคนที่หน้าตาไม่ดีและไม่อยากทำงานหนัก พวกเธอก็จะต้องอพยพออกไปจากทีนี้ "

    ชินตะได้อธิบายออกมาอย่างละเอียด จากนั้นริวจิก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป เขาเพียงพยักหน้ารับรู้และเดินตามหลังชินตะไป

     

     

    ณ ห้องของหัวหน้า

    อ๊ะ อ๊า ~

    อ๊า อื้ออ 

    “ เบาๆ สิคะ หัวหน้า”

    เสียงร้องครวญครางได้ดังออกมาถึงทางเข้า ทำให้พวกเขาที่เดินมาถึงที่หน้าประตูก็ได้ยินเสียงนั่นด้วย

    เมื่อได้ยินเสียงนั่นหน้าของอายูก็เริ่มหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย แต่เเคทเทอรีนน่านั้นต่างออกไป ในยุโรปนั้นการมี Sex ไม่ได้ผิดหรือเป็นเรื่องน่าอายอะไรและเธอก็เป็นผู้ใหญ่พอ เธอจึงไม่ได้มีอาการเหมือนกับอายู

    ชินตะได้ยิ้มแห้งๆ ออกมาและบอกกับริว

    " เอ่อ ดูเหมือนว่าหัวหน้ากำลังทำกิจกรรมอยู่หนะ ตอนนี้เขาคงจะไม่ว่างคุย นายช่วยรอเขาสักหน่อยได้มั้ย" 

    ริวจิพอจะรู้ว่าข้างในนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่ แต่เขาไม่มีเวลาอีกแล้ว ตอนนี้เขาต้องการรถและต้องไปที่ Red Tower เพื่อทดสอบครั้งที่ 4 ก่อนที่จะถึงเที่ยงคืน

    ปั้ง !!

    ริวจิได้เปิดประตูขึ้นเสียงดัง เขาไม่จำเป็นต้องสุภาพกับคนที่ส่ง เหล่า Hunter หลายร้อยคนเพื่อที่จะไปฆ่าเขา

    เมื่อได้ยินเสียงประตูดังขึ้น

    หัวหน้าของชินตะก็ตะโกนขึ้นด้วยเสียงดัง

    " ใครมันกล้ามารบกวนตอนที่ฉันกำลังมีความสุข มันไม่อยากมีชีวิตรอดแล้วหรือไง! " เขาตะโกนขึ้นด้วยความหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

    จากนั้นเขาก็ใส่เสื้อผ้าและรีบออกมาเพื่อหาตัวต้นเหตุ

    ตุบ

    ตุบ

    ตุบ ( เสียงเดินบนพรม)

    และเดินออกมาจากห้องมืดเผยให้เห็นใบหน้าอันเคร่งครึม รูปร่างที่ใหญ่โต แต่หุ่นของเขานั้นค่อนข้างตราเด็กสมบูรณ์เลยทีเดียว เขาสังเกตมองไปที่ประตู แล้วเขาก็พบเด็กหนุ่มที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยเลือดกำลังจ้องมองเขาอยู่ เขาตกใจและถามขึ้น

    " แกเป็นใคร หรือว่าแกเป็นคนที่บุกรุกเข้ามาในค่ายของพวกฉัน"

    เมื่อได้ยินที่หัวหน้าพูดริวจิก็ตอบไปด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

    " ถ้าใช่แล้วจะทำไม "

    เขาช็อคเล็กน้อยสำหรับคำตอบของริวจิ แต่เขาก็สังเกตุไปเห็นข้างหลังของเขา พบว่าเห็นชินตะที่อยู่ด้านหลังของริวจิ

    " ชินตะ แกพามันเข้ามาในค่ายอย่างงั้นหรอ แกกล้าทรยศฉันอย่างงั้นหรอ " 

    ชินตะสังเกตเห็นว่าหัวหน้าของเขากำลังเข้าใจผิดเค้าจึงรีบแก้ต่าง

    " เปล่านะครับหัวหน้า ผมไม่ได้ทรยศ "

    เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วหัวหน้าของเขาก็ยิ่งโกรธ เป็นฝืนเป็นไฟแล้วปล่อยจิตสังหารออกมา

    ฟู้มมมม

    พร้อมกับพูดว่า
     

    " ถ้าแกไม่ทรยศ แล้วพวก Hunter หลายร้อยคนที่ฉันส่งไปมันหายหัวไปไหนหมด แกไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งฉัน แถมยังพาศัตรูเข้ามาให้ค่าย แล้วนี่ยังเรียกว่าไม่ได้ทรยศอีกอย่างงั้นหรอ ชินตะ !!! " เขาตะโกนด้วยเสียงดังลั่นพร้อมปล่อยจิตสังหารที่รุนแรง ทำให้ชินตะนั้นล้มลงและคุกเข่าอยู่กับพื้น และกระอั้กเลือดออกมาคำโต

    เอื้อกกก !!

    และเขาก็พยายามเค้นเสียงออกมาและในที่สุดเค้าก็พูดขึ้น

    " พวกเขาตายหมดแล้ว ! "

    ใบหน้าของหัวหน้านั้นเค้าทำหน้าไม่เชื่อและพูดขึ้น

    " ตายหมดแล้ว ? นายจะบอกว่า Hunter หลายร้อยคนเนี่ยะนะ จะตายด้วยน้ำมือเด็กหนุ่มหนึ่งคนและผู้หญิงอีกสองคนอย่าพูดให้ขำหน่อยเลยน่า รีบบอกความจริงมาได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ "

    " ถ้าหัวหน้าไม่เชื่อ หัวหน้าลองไปดูที่ลานกว้างได้เลย แล้วคุณจะเห็นทุกอย่าง "

    " ได้ ด้ายยย ฉันจะส่งคนไปตรวจสอบ ถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่นายบอกละก็คงไม่ต้องบอกนะว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

    จากนั้นเขาก็หยิบวิทยุสื่อสารและบอกให้เหล่าลูกน้องของเขา ไปตรวจสอบตามที่ชินตะบอก แต่ในใจเขาก็ตงิดเล็กน้อยเพราะริวจิและพรรคพวกของเขานั้น ไม่ได้รับผลกระทบต่อจิตสังหารของเขาเลย

    จากนั้น 10 นาทีต่อมาลูกน้องก็ติดต่อเข้ามาและรายงานก็ตรงตามที่ชินตะบอกทุกอย่าง ทำให้ใบหน้าของเขานั้นซีดเซียวขึ้นและคิดขึ้นในใจ " นี่ไอ้เด็กหนุ่มนี่มันสามารถฆ่าคนมากขนาดนั้นด้วยตัวคนเดียวเลยอย่างงั้นหรอ ขนาดเราถ้าต้องต่อสู้กับคนมากมายขนาดนั้น ถ้าดวงดีหน่อยก็บาดเจ็บสาหัส แต่ไอ้หนุ่มนี้มันกลับไม่เป็นอะไรเลย " และท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปเหมือนกับพลิกมือจากขาวเป็นดำ

    " โอเคเป็นอย่างที่นายพูดจริง ๆ ชินตะฉันผิดเอง " หลังจากนั้นเขาก็หันไปหาริวจิพร้อมกับพูดขึ้น

    " นายต้องการอะไรอย่างงั้นหรอ ทำไมถึงฆ่าคนของเราไปมากมายขนาดนั้น พวกเขาต่างมีครอบครัวที่ต้องดูแล นายไม่จิตจำนึกความเป็นคนอยุ่เลยรึไง " เขาพยายามพูดในด้านจิตวิทยาเพื่อให้ริวจิรู้สึกผิด ถึงริวจิจะแข็งแกร่งแต่เค้านั้นคิดว่า ริวจิเป็นแค่เด็ก อาจจะไม่ทันเล่เหลี่ยมของเขา

    แต่ว่า

    " หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว เวลาฉันเห็นคนแบบแก ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องที่ไม่ค่อยดี ฉันอาจจะเผลอฆ่านายเลยก็ได้น่ะ ถ้ายังพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้อยู่ แถมนายก็เป็นคนส่งพวกเขามาเอง ยังจะมาโทษว่าเป็นความผิดของฉันอีกอย่างงั้นหรอ" ริวจิตัดสินใจยื่นคำขาดกับเขาทันที เขาไม่อยากมาโต้เถียงให้เสียเวลา และการที่เค้าเห็นพวกคนที่อ้วนๆ นั้น ทำให้เขานึกถึง ซอมบี้ G4 แล้วทำให้เขานึกถึงภาพของเพื่อนของเขาที่ตายลงไป

    เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้ผล หัวหน้าก็ได้เปลี่ยนเรื่อง เขานั้นไม่อยากต่อสู้กับริวจิ เพราะความแข็งแกร่งของริวจินั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริง เค้าสามารถฆ่า Hunter มากมายหลายร้อยคนด้วยตัวคนเดียว และแถมยังไม่บาดเจ็บอีกด้วย เขาฉลาดพอที่จะเลี่ยงการต่อสู้กับริวจิ

    " โอเคๆ งั้นนายต้องการอะไรอย่างงั้นหรอ แต่ก่อนจะมาคุยเรื่องธุระของนาย เรามาแนะนำตัวกันก่อนมั้ย ฉันทานากะ เป็นหัวหน้าของที่นี้"

    หลังจากที่ทานากะพูดจบริวจิไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใดเขาก็แนะนำตัวอย่างง่ายๆ และทำให้มันเสร็จๆ จะได้คุยเรื่องอื่นสักที

    " ฉันชื่อเอล "

    เมื่อเห็นริวจิแนะนำตัวทั้ง 2 สาวก็แนะนำตัวเช่นกันเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท ถึงแม้ว่าทานากะจะหื่นกาม แต่พวกเธอก็ไม่อยากให้เขามาว่าริวจิ ว่าพวกของเธอทั้งสองนั้นไร้มารยาทได้

    " แคทเทอรีนน่า "

    " อายู "

    หลังจากจบประโยคสุดท้ายทานากะก็เบิกตากว้างหลังจากที่ได้ยินชื่อของอายู และเขาพูดขึ้นด้วยความตกใจ

    " อายู อายู อายูคนนั้นหนะหรอ ที่เป็นถึงอันดับ 2 ของ Red Tower แล้วหายตัวไป เธอคืออายูคนนั้นจริงๆ หนะหรอ "

    อายูได้ยินที่ทานากะพูดเธอไม่ได้ปฏิเสธใด ๆ แต่กลับหันไปมองทางริวจิ แต่ริวจิก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรเธอ หลังจากที่เธอบอกชื่อจริงของตัวเองไป ปกตินั้นพวกเขาจะปกปิดตัวตนของพวกเขาและพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับค่าย แต่ตั้งแต่ที่เกิดการสูญเสียพวกพ้องไป ทำให้ความคิดของแต่ละคนนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะว่าพวกเขานั้นต้องแข็งแกร่งและมีชื่อเสียงเพื่อดึงดูดคนแข็งแกร่งเข้ามานั้นเอง

    " เอาล่ะ เข้าเรื่องได้รึยัง "

    ทานากะรีบตอบอย่างรวดเร็ว

    " ได้สิได้ " ในระหว่างที่ริวจิพูดนั้นเขาก็ได้คิดอยู่ภายในใจ " เธออาจจะเป็นตัวปลอมหรือแอบอ้างชื่อก็ได้หรืออาจจะเป็นคนชื่อเหมือนกัน แต่ถ้าเธอคืออายูตัวจริงละก็มันคงบ้ามาก เพราะอายูเป็นถึงอันดับ 2 ของ Red Tower ที่จัดอันดับของโลก แต่ว่าเธอกลับเป็นลูกน้องของเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า เอล "

    " ฉันต้องการรถยนต์ รุ่น BMW ที่มีระบบ Sleep mode 2 คัน เพื่อมีไว้สำหรับการเดินทาง ถ้าให้ดีขออุปกรณ์ ซ่อมแซมรถด้วย และสอนวิธีการเปลี่ยนมันด้วย" เอาจริง ๆ ริวจินั้นเขาไม่ต้องการขอจากทานากะก็ได้ เค้าสามารถแย่งชิงมันไปเฉยๆ ก็ได้ แต่ว่าการฆ่าคนโดยไร้เหตุผลนั้นก็ ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกคนกินคนเท่าไหร่หรอก เหตุผลที่เขาขอรถสองคันนั้นก็เพื่อให้กับ แคทเทอริน่า 1 คัน เพื่อให้เธอเดินทางได้สะดวกขึ้น

    " แค่นี้อย่างงั้นหรอ " ทานากะทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าของเขา ฆ่าคนไปมากมายเพื่อที่จะได้รถแค่ 2 คัน และอุปกรณ์ซ่อมแซมอีกแค่เล็กน้อยเท่านั้น มันเป็นตักกระที่บ้า มากๆ

    " ใช่แค่นั้นแหละ "

    " ไม่มีปัญหาแต่ฉันมีข้อเสนอให้กับนายได้พิจารณาเอล นายบอกว่านายต้องการเดินทางใช่มั้ย "

    " ข้อเสนออะไรไหนลองว่ามา ฉันจะลองคิดดู "

    เมื่อเห็นริวจิสนใจ ทานากะก็ยิ้มขึ้นแล้วเขาก็พูดกลับไป

    " ตามฉันมาสิ "

    จากนั้นพวกเขาก็เดินตามทานากะไปและ 20 นาทีต่อมาพวกเขามาถึงจุดหมาย

    " ดูนั้นสิ " ทานากะชี้นิ้วไปและ พวกเขาทั้ง 3 ก็หันไปมองไปยังทิศที่ทานากะชี้ไปและดวงตาของริวจิก็เบิกกว้างขึ้น

    " นั้นมัน "

     

     

    " เฮลิคอปเตอร์ "

     

    ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

    ขอบคุณครับ