“เผ่าพันธุ์พิกิรูจะรับหน้าที่นี้ไว้เอง!!” บุคคลที่มีขนเหมือนนกติดตามตัวเล็กน้อยก้าวออกมา เขาคือผู้นำเผ่าพันธุ์พิกิรู เผ่าพันธุ์พิกิรูเคยถูกพวกสเปครุกรานดาวบ้านเกิดจนเกือบล่มสลายโชคดีที่สหพันธ์ได้เข้าช่วยเหลือทัน
ด้วยเหตุนี้เผ่าพันธุ์พิกิรูจึงเกลียดชังพวกสเปคจนอยากสู้กันให้ตายไปข้าง
นอกจากเผ่าพันธุ์พิกิรูแล้วก็ยังมีเผ่าพันธุ์อื่นๆที่มีอำนาจในสหพันธ์ต่างก็เข้าร่วมเป็นแนวหน้าในครั้งนี้ ในฐานะที่เป็นเผ่าพันธุ์ทรงอิทธิพลย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เข้าร่วมแนวหน้าไม่เช่นนั้นจะเป็นที่ครหาได้
พวกมายด์ต่างมองไปที่ชายหนุ่มที่ไม่ได้ขยับเขยื้อน ดูเหมือนว่าโจจะไม่มีความคิดที่จะพาเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปแนวหน้า
เรื่องนี้ย่อมเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วเพราะมนุษย์เพิ่งจะเข้าร่วมสหพันธ์ได้ไม่นานและกำลังทหารยังอ่อนแออยู่ หากส่งไปแนวหน้าย่อมมีหวังได้ตายอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าโจอยากจะฝึกพวกเขามากแค่ไหนแต่มันก็มีขีดจำกัด การฝึกฝนควรจะฝึกในสภาพแวดล้อมที่พอดีกับความแข็งแกร่งไม่ใช่ทำอะไรเกินตัว
พวกมายด์มองไปที่ชายหนุ่มและได้ข้อสรุปว่า เผ่าพันธุ์ของเขาอาจจะถูกพวกสเปคฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปแล้วและเหลือเขาเพียงคนเดียว? ด้วยเหตุนี้ในฐานะที่เป็นน้องใหม่เขาจึงต้องมารับผิดชอบพวกตนใช่หรือไม่?
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้ายได้!!” ไซน๊อตกล่าวจบก็หันหลังจากไปและเหล่าแนวหน้าก็พากันจากไปเช่นกัน
เหลือเพียงกลุ่มเผ่าพันธุ์ที่ต้องไปตีล้อม พวกเขาหารือกันอยู่สักพักก่อนจะได้ข้อสรุปและได้รับหน้าที่ของแต่ละเผ่าพันธุ์ว่าไปล้อมที่ไหน
เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ยังไม่มีความแข็งแกร่งมากพอและกำลังคนน้อยจึงได้รับหน้าที่ให้ไปล้อมด้านหลังสุด ซึ่งเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดเพราะเป็นที่ห่างไกลกว่าที่อื่น
หากพวกสเปคคิดจะถอยหนีก็ต้องผ่านเผ่าพันธุ์อื่นๆก่อนถึงจะพบกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ นับว่าพวกเขามีทัศนคติที่ดีต่อมนุษย์
โจและคนอื่นๆขึ้นยานอวกาศก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่ได้รับมอบหมาย การเดินทางใช้เวลาหลายวัน
ตอนนี้ทุกคนกำลังสวาปามกันอย่างเมามันส์ หลังจากออกจากโลกเสมือนคนที่ออกมาทีหลังสุดย่อมต้องหิวเป็นธรรมดา
“เอามาอีก!!” ใครบางคนตะโกนขึ้นด้วยเสียงอู้อี้ขณะมีอาหารอยู่ในปาก พวกเขาใช้เวลาเป็นเดือนในโลกเสมือนและร่างจริงไม่ได้กินอะไรเลยแม้แต่น้ำ พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานอยู่พักหนึ่งตอนที่ไปรวมตัว เมื่อพวกเขาได้ขึ้นมาบนยานพวกเขาก็ไม่ทำอะไรนอกจากให้ทหารพ่อครัวทำอาหารให้พวกเขากิน
โจเองก็ก็เข้าร่วมสวาปามด้วยเช่นกัน
หลังจากนั้นสักพักโจก็เรียกทุกคนมารวมตัวกัน
“ภารกิจในครั้งนี้ พวกเราถือว่าอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด หากพวกศัตรูคิดจะถอยและสามารถตีฝ่าวงล้อมจากเผ่าพันธุ์อื่นๆหลุดมาถึงพวกเราก็ตาม แต่มันคงเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆเท่านั้น อย่างไรก็ตามผมไม่อยากให้เกิดความคิดที่ส่งผลต่อความประมาท ให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ไม่ว่าเรื่องมันจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ทุกคนเข้าใจหรือไม่!!”
“เข้าใจครับ/ค่ะ!!” ทุกคนขานรับหนักแน่น
ถึงแม้ว่ามันจะมีโอกาสน้อยมากที่พวกสเปคจะหลุดมาถึงพวกเขา แต่พวกเขาก็ต้องไม่ประมาทและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด คอยเฝ้าระวังและตรวจสอบสัญญาณอยู่เสมอ
เวลาผ่านไปเกือบร้อยชั่วโมงด้วยยานบัญชาการลำใหม่พวกเขามาถึงจุดของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย จุดที่พวกเขาอยู่เป็นระบบดาวที่มีดาวเคราะห์ 3 ดาวและมีดาวฤกษ์ขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์ครึ่งหนึ่งแต่เป็นสีฟ้า
พวกสเปคไม่ต่างไปจากเผ่าพันธุ์อื่นๆเวลาเดินทางในอวกาศ พวกนั้นจะเดินทางโดยผ่านระบบดาวไปทีละจุดเช่นกัน ในอวกาศกว้างใหญ่นี้ถ้าไม่มีจุดพิกัดที่แน่นอนโอกาสที่จะหลงทางเกือบ 100%
ห่างจากระบบดาวที่พวกโจอยู่สิบกว่าปีแสงก็มีเผ่าพันธุ์อื่นคอยเฝ้าอยู่ที่นั่นเช่นกัน มันเป็นไปไม่ได้ถ้าพวกสเปคจะหลบหนีโดยที่ไม่มีใครเห็น อย่างน้อยพวกมันจะต้องผ่านระบบดาวระบบหนึ่งที่มีพวกสหพันธ์เฝ้าอยู่อย่างแน่นอน
เวลาผ่านไป 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่มาถึง พวกเขาคอยฟังสัญญาณจากแนวหน้าถึงสถานการณ์ต่างๆ ตอนนี้ดูเหมือนว่าแนวหน้าและพวกสเปคกำลังปะทะกัน แต่ยังไม่มีผลชัดเจนว่าฝ่ายใดกำลังได้เปรียบ
พวกเขาได้รับข้อมูลมาว่าพวกสเปคเป็นกลุ่มขนาดใหญ่มาก และดูเหมือนว่าจะมากันหลายกลุ่ม แต่ยังดีที่อาวุธของสหพันธ์สามารถต้านทานพวกมันได้ไม่ยากเย็นแม้ว่าจะมีจำนวนน้อยกว่าก็ตาม
สงครามครั้งนี้ไม่ใช่ในโลกเสมือน ย่อมมีคนตายอย่างแน่นอนแต่จะมากหรือน้อยนั้นอยู่ที่ว่าสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน อย่างไรก็ตามไม่มีใครอยากให้เกิดการสูญเสียถ้าทำได้
เวลาค่อยๆผ่านไปสถานการณ์ฝั่งแนวหน้าที่พวกเขาได้รับจากสัญญาณชองเสียงยังคงดำเนินต่อไปเหมือนช่วงแรก แม้ว่าสหพันธ์จะมีอาวุธที่ดีแต่พวกสเปคก็มีจำนวนที่เยอะเช่นกัน ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ
ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้สหพันธ์ยังคงเสียเปรียบด้านจำนวนอยู่เสมอแม้ว่าจะมีอาวุธทำลายล้างสูงแล้วก็ตามแต่มันก็ทำได้เพียงถ่วงเวลาเท่านั้น
แม้ว่าครั้งนี้จะเอาชนะไปได้ครั้งหน้าพวกมันก็ยังคงมาอีก วนเวียนแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาไม่มีวันจบสิ้น
ภารกิจของพวกเขาคือปิดล้อมคอยดักไม่ให้พวกศัตรูหนี มันเป็นงานที่น่าเบื่อและไม่มีอะไรทำ เพียงแค่คอยฟังสัญญาณจากแนวหน้าก็พอ
จนตอนนี้หลายๆคนพากันหาอะไรทำ หลายคนจับกลุ่มเล่นไพ่ บางคนออกกำลังกาย บางคนนั่งเล่นหมากรุก บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย
โจไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด เขาเห็นด้วยที่จะผ่อนคลายหากตึงเครียดมากเกินไปใช่ว่าจะดี ตอนนี้สงครามอยู่ห่างจากพวกเขาหลายสิบปีแสง แม้ว่าพวกศัตรูจะถอยแต่กว่าจะมาถึงพวกเขา พวกเขาก็เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว
……
สถานการณ์แนวหน้าในตอนนี้อยู่ในภาวะตึงเครียด เผ่าพันธุ์ต่างๆมองไปยังกลุ่มเมฆทมิฬหลายสิบกลุ่ม ลำแสงจากกระสุนและมิสไซล์พุ่งผ่านสูญญากาศปะทะกลุ่มเมฆทมิฬเหล่านั้น ทว่าไม่สามารถทำลายพวกมันได้ ทำได้เพียงต้านทานไว้ไม่ให้พวกมันเคลื่อนไหวได้อีก
อย่างไรก็ตามพวกสเปคไม่ได้อยู่เฉยให้ถูกยิง พวกมันเองก็ปลดปล่อยคลื่นทมิฬโจมตีใส่สหพันธ์ อย่างไรก็ตามโล่พลังงานสามารถต้านทานพวกมันเอาไว้ได้
แต่ว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปพลังงานได้หมดก่อนแน่