ภายในสุสานลับ ทุกสิ่งถูกกลืนเข้าสู่ความโกลาหล มิติของสุสานลับมีรอยแตกร้าวมากมายหลายหมื่นแห่ง พลังของกฎเกณฑ์ที่เคยกั้นโลกภายนอกกับด้านในได้ถูกฉีกกระชากออกอย่างไม่เหลือชิ้นดี
เศษรอยฉีกของมิติก่อเกิดเป็นประตูเล็กประตูน้อยนับไม่ถ้วนที่เปิดออกทุกทิศทุกทาง ทำให้ทั้งคนที่อยู่ภายนอกสามารถเข้าสู่สุสานลับได้และผู้ที่อยู่ภายในก็สามารถออกไปได้เช่นกันโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ
ขณะนั้น ลำแสงเล็ก ๆ จำนวนมหาศาลพุ่งกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง ทุกลำแสงล้วนเป็นพลังจากจุดปะทะของผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เสียงระเบิด เสียงกรีดร้อง และเสียงของมิติที่พังทลายดังผสานกันราวกับท่วงทำนองแห่งวันสิ้นโลก
ซุยจื่อเมิ่ง ไป๋เซียน และจิ่นซู ที่เห็นว่ามีจักรพรรดิอมตะหลายคนกำลังต่อสู้กันอยู่ ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้อจำกัดของสุสานลับแห่งนี้จะพังทลายลงไปแล้วซึ่งมันก็ทำให้การบ่มเพาะที่แท้จริงของพวกนางสามารถใช้งานได้
แต่สุดท้ายก็ต้องหนีเอาชีวิตรอดอยู่ดี เพราะเบื้องหน้าของพวกนาง ชายชุดสีทองกำลังยืนตระหง่านอยู่พร้อมพลังของจักรพรรดิอมตะที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในคำทำนายของซุยจื่อเมิ่งเลยแม้แต่น้อย
จนสุดท้ายพวกนางก็ไม่มีทางเลือก ซุยจื่อเมิ่งตัดสินใจสั่งให้คนของตนเองถอนกำลังทันที พร้อมกับเปิดหินวาร์ปเพื่อออกไปจากสุสานลับทันที ไป๋เซียนและจิ่นซูก็ทำเช่นเดียวกัน เสียงแตกของอากาศดังขึ้นมา แต่ทันใดนั้นหัวของทั้ง 3 คนก็ขาดออกพร้อมกันทันทีโดยที่พวกนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนทำ
ทันใดนั้นสุสานลับก็เริ่มกลไกบางอย่างทำให้การบ่มเพาะของทุกคนที่เป็นจักรพรรดิอมตะนั้นกลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างทันทีพร้อมเริ่มซ่อมแซมตัวเอง
ในใจกลางของสุสานลับ ชายชุดสีทองยังคงยืนสงบนิ่ง เบื้องหน้าเขาคือ เศษเสี้ยววิญญาณ ของจักรพรรดิอมตะทั้ง 27 ตนที่กำลังไล่โจมตีเขาอยู่เรื่อยๆ แต่ว่าตอนนี้ทั้งเขาและ 27 คนใช้ได้เพียงพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น
ชายชุดทองมองพวกมัน แล้วพูดขึ้น
“นี่มันโกงกันชัด ๆ ... ข้าคนเดียว กับพวกเจ้าถึง 27 คน?”
เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดต่อ
“น้องชาย... ช่วยข้าหน่อย”
สิ้นเสียงของชายชุดสีทอง สุสานลับทั้งหมดก็มืดลงทันที...
หนึ่งในเศษวิญญาณของจักรพรรดิอมตะทั้ง 27 ตนที่ลอยอยู่เบื้องหน้าชายชุดทองตะโกนออกมาท่ามกลางบรรยากาศอันหนักอึ้ง
“ฆ่ามันเร็วเข้า!”
ชายชุดสีทองหัวเราะเบาๆ พร้อมรอยยิ้มของเขาที่ดูเหมือนจะสุภาพแต่กลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ถึงพวกเจ้าจะมีตั้ง 27 คน แต่ก็เป็นแค่เศษเสี้ยววิญญาณของจักรพรรดิอมตะที่ใช้พลังได้แค่พลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น ตายซะ!! แสงมืด!!”
เมื่อคำพูดของชายชุดสีทองจบลงพร้อมกับที่เขาทำการยกมือขึ้น เพียงปลายนิ้วสะบัดเบา ๆ พลังแห่งแสงและความมืดที่ตีกันอยู่รอบตัวก่อนจะรวมตัวกันกลายเป็นก้อนพลังกลมๆ ขนาดใหญ่มาก แสงสีขาวดำหมุนวนไปมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ชายชุดสีทองจะโยนมันพุ่งตรงไปที่กลุ่มจักรพรรดิอมตะของตระกูลโจวอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศหนักอึ้งลงในพริบตา จักรพรรดิอมตะทั้ง 27 ตน พวกเขาผ่านการต่อสู้มาแล้วหลายยุคหลายสมัย แต่เวลานี้ พวกเขาทุกคนต่างรับรู้ได้ชัดเจนว่าสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่... ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างไม่เป็นใจ
แม้พวกเขาจะเป็นถึงจักรพรรดิอมตะ แต่สิ่งที่อยู่ตรงนี้เป็นเพียงเศษวิญญาณที่สามารถใช้พลังได้อย่างจำกัดมาก เมื่อกี้พวกเขายังคงมั่นใจว่าการต่อสู้กับชายชุดทองนั้นไม่เกินไปกว่ามือของพวกเขาแน่นอน แต่เมื่อได้สัมผัสถึงอีกหนึ่งตัวตนที่ซ่อนอยู่ ความมั่นใจทั้งหมดก็ลดลงทันที
ชายสองคนนี้แข็งแกร่งแถมยังมีร่างกายพิเศษในระดับพระเจ้าอย่างแน่นอนและเผลอๆ การบ่มเพาะของพวกเขาอาจจะไปเหนือกว่าจักรพรรดิอมตะแล้วด้วยซ้ำ พวกเขาเริ่มเข้าใจว่าไม่สามารถถ่วงเวลาได้นานพอที่จะรอให้บรรพบุรุษมาถึง
เศษจิตวิญญาณตนหนึ่งตะโกนขึ้น “แลกอายุขัยแล้วป้องกันไว้ก่อน!”
จักรพรรดิอมตะทั้ง 27 ตนระดมพลังวิญญาณทั้งหมดที่มี สร้างโล่พลังขึ้นมาปกป้องตนเองอย่างสิ้นหวัง เส้นแสงพลังไหลเวียนไปทั่วอากาศ บดบังทัศนียภาพทุกอย่างรอบตัว
ในจังหวะนั้นเอง พ่อของโจวหลัวเฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบสะบัดมือเพื่อส่งพลังของเขาไปยังฟองพลังวิญญาณที่ล้อมรอบร่างของลูกชาย แล้วผลักมันออกไปอย่างสุดแรง
โจวหลัวเฉินในฟองแสงกำลังจะพุ่งออกไปจากอาณาจักรลับ เนื่องจากเขาถูกผลักไปด้วยแรงทั้งหมดที่บิดามี ทว่าก่อนที่ร่างของเขาจะหลุดพ้นออกไปได้...
ก้อนพลังแสงมืดที่พุ่งเข้าหาเหล่าจักรพรรดิอมตะกลับหยุดนิ่งลงกลางอากาศ แล้วเปลี่ยนรูปร่างของมันทันที มันกลายเป็นหลุมดำขนาดมหึมาที่หมุนวนอย่างรุนแรงกลางท้องฟ้า แรงดูดอันมหาศาลของมันก่อตัวขึ้นในพริบตา พลังวิญญาณทั้งหมดภายในสุสานลับเริ่มสั่นไหวราวกับมันจะพังทลายลง
หลุมดำนั้นไม่ได้เลือกเป้าหมาย มันดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาหาตัวมันเอง ทั้งผู้บ่มเพาะ สัตว์อสูร พลังวิญญาณ ซากศพ พื้นดิน ป่าไม้ แม้แต่พื้นที่บางส่วนของโลกภายนอกก็เริ่มถูกแรงดูดนั้นดึงเข้ามาในสุสานลับ
ฟองแสงของโจวหลัวเฉินที่กำลังจะหลุดพ้นจากขอบเขตของสุสานลับก็ถูกกระชากกลับมาในทันที พ่อของเขาพยายามจะส่งพลังของตัวเองเพื่อผลักลูกชายของตัวเองออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล ขณะเดียวกันโจวหลัวเฉินพยายามจะใช้หินวาร์ปออกไปแต่ว่าการป้องกันจากระบบนั้นทำให้เขาไม่สามารถใช้งานหินวาร์ปได้
เศษวิญญาณจักรพรรดิอมตะทั้ง 27 ตนที่ยืนเผชิญหน้ากับพลังนั้นเป็นกลุ่มแรกที่ถูกหลุมดำดูดเข้าไปโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ต่อต้าน พวกมันสลายตัวทันทีเมื่อเข้าสู่ภายใน
ภายในหลุมดำนั้นไม่มีการต่อสู้ ไม่มีแสง ไม่มีแม้แต่ความตาย มีเพียงความว่างเปล่าที่ไม่ยอมคืนสิ่งใดกลับมาอีก
ทันทีที่หลุมดำกลางท้องฟ้าเริ่มดูดทุกอย่างเข้ามามากมายแล้ว แสงสีขาวเจิดจ้าได้พุ่งออกจากกึ่งกลางของมันเหมือนจะระเบิดออกมาได้ทุกขณะ เสียงครืนลั่นดังก้องในระดับที่แม้แต่มิติยังบิดตัว ภาพเบื้องหน้าเหมือนจะกลายเป็นสุริยุปราคาแห่งจุดจบ แสงสว่างที่พวยพุ่งมากเกินกว่าที่ผู้ที่มีการบ่มเพาะต่ำกว่าอมตะจะมองตรงๆ ได้
แต่เพียงเสี้ยววินาที แสงนั้นกลับแตกกระจายออก เมื่อเสียง "ฉัวะ!" ดังขึ้น
ลำแสงบางเฉียบของพลังดาบสีเงินฟาดผ่านกลางก้อนแสงกับความมืดที่ควบรวมกันอย่างสมดุล มันตัดพลังนั้นออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดายราวกับตัดกระดาษ เสียงอื้ออึงเงียบลงในชั่วพริบตา พลังงานคลุ้มคลั่งที่พร้อมจะกลืนทั้งโลกใบนี้เมื่อครู่ถูกตัดขาดและสลายไปเหมือนหมอกตอนโดนลมพัด
กลางฟากฟ้า เสียงแหบแห้งของชายชราดังขึ้น
“พวกเจ้าเป็นถึงเทพเจ้าที่แท้จริง แต่กลับกล้ารังแกเด็กๆ ขนาดนี้เลยงั้นเหรอ? ... พวกเจ้าไม่มีความละอายใจกันบ้างรึไง!!”
ชายชราก้าวออกจากความว่างเปล่า ไม่มีคลื่นพลัง ไม่มีแสงสีใดประกาศการมาถึงของเขา มีเพียงความเงียบที่ทุกสิ่งมีชีวิตสัมผัสได้ว่า การต่อสู้ได้เดินทางมาถึงจุดจบแล้ว
ชายชราสวมชุดคลุมเก่าๆ สีซีดๆ แม้จะดูเหมือนชายแก่ธรรมดา แต่ทุกฝีเท้าของเขาทำให้มิตินี้สั่นสะเทือนเบา ๆ
ชายชุดทองที่ยืนอยู่อีกฟากของท้องฟ้า หรี่ตามองภาพตรงหน้า เขายิ้มด้วยความแปลกใจก่อนจะพูดขึ้น
“ก่อนที่เจ้าจะพูดอะไร เจ้าควรที่จะห่วงเจ้าตัวน้อยของเจ้าก่อนจะดีกว่าไหม?”
ชายชราไม่ได้ตอบอะไร เขายกมือขึ้นเบา ๆ และเพียงการเคลื่อนไหวนั้น ร่างของโจวหลัวเฉินก็ถูกดึงเข้ามาในมือของเขาทันที ชายชรายังคงมีท่าทางสบายๆ เมื่อได้เห็นสภาพของหลานชาย
มือข้างหนึ่งของโจวหลัวเฉินถูกความมืดกลืนไปจนหมด เนื้อ กระดูก แม้แต่พลังวิญญาณรอบแขนก็ไม่เหลือร่องรอย ความมืดที่ยังคงแผ่ซ่านอยู่ลามไปถึงข้อศอกอย่างช้า ๆ และค่อยลามไปที่ไหล่
โจวหลัวเฉินกัดฟัน สีหน้าของเขาซีดเผือด ร่างกายสั่นเทา ความเจ็บปวดนี้มันไม่อาจจะอธิบายได้ด้วยถ้อยคำ เขาไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้อง แต่กล้ามเนื้อทั่วทั้งตัวแข็งเกร็ง พร้อมกับเหงื่อที่ไหลออกมาทั่วตัว
ชายชรานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยเสียงที่เยือกเย็น
“ปลดผนึกการป้องกันของเจ้าออกหน่อย”
ยังไม่ทันที่โจวหลัวเฉินจะตอบกลับ ระบบที่ฝังอยู่ในร่างของเขาก็คล้ายจะตอบสนองคำสั่งของชายชรา เสียงกลไกบางอย่างดังขึ้นในหัวของโจวหลัวเฉิน ก่อนที่ฟองป้องกันจะหลุดออกจากร่างของเขาทันที
ทันใดนั้นชายชราไม่รอช้า ดาบในมือเขาสะบัดฟันผ่านแขนของโจวหลัวเฉิน
แขนทั้งข้างปลิวออก เลือดพุ่งกระเซ็นในแนวโค้ง แต่มันกลับหยุดกลางอากาศก่อนจะร่วงลงพื้น ชายชราใช้พลังวิญญาณควบคุมเส้นเลือด ห้ามเลือด และพยายามขจัดเศษของความมืดที่ยังหลงเหลืออยู่ในเส้นพลัง
แต่เขากลับต้องขมวดคิ้ว แม้พลังแห่งความมืด มันจะสลายไปซะส่วนใหญ่แล้ว แต่ยังมีพลังบางส่วนที่ฝังลึกลงในไขกระดูกและเส้นวิญญาณของหลานชาย เขาไม่สามารถชะล้างได้หมด เพราะเขาไม่ใช่ผู้มีพลังด้านการรักษาโดยตรง แม้เขาจะมีวิธีกำจัดพลังนี้... แต่การรักษาคืออีกศาสตร์หนึ่งที่เขาไม่ถนัดในการใช้งานจริงเท่าไหร่
เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง มองไปยังชายชุดทองกับอีกคนในชุดดำที่เฝ้ามองเขาอยู่จากระยะไกล
“อีกไม่นานข้าจะไปหาตัวจริงของพวกเจ้า ดังนั้นจงเตรียมหัวไว้ให้ข้าด้วยก็แล้วกัน”
ชายชุดทองหัวเราะเบา ๆ เสียงขบขันที่เจือไปด้วยความยั่วยุ
“พูดแบบนี้น่ากลัวจังเลย ข้าละกลัวจนนอนไม่หลับแล้วนะ น่ากลัว น่ากลัว”
ชายชราเพียงแค่ยิ้มเท่านั้น ไม่แม้แต่จะเถียงกลับ มือของเขาถูกยกขึ้นอีกครั้ง และก็สะบัดมันเบา ๆ เพียงหนึ่งครั้ง
เสียง ฉึก ดังขึ้นพร้อมกับมิติที่บิดเบี้ยว
คลื่นดาบสีฟ้าเข้มตัดผ่านมิติพุ่งตรงไปยังชายทั้งสองอย่างแม่นยำ ร่างของพวกเขาถูกตัดเป็นสองท่อนในทันที ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง ไม่แม้แต่จะมีโอกาสได้ตั้งตัว พลังชีวิตทั้งหมดดับลงเหมือนเทียนโดนน้ำสาด
ร่างของทั้งสองร่วงลงสู่พื้นเหมือนใบไม้ร่วงกลางฤดูหนาว เงียบ ง่าย และสิ้นสภาพ ชายชรายังคงยืนอยู่ตรงนั้น ก่อนจะดึงเลือดของพวกมันมาคนละหยด