นักเขียนบทยังติดใจเื่ราวระหว่างสองครอบครัวพอเปรยออกไปแม่แก้วคุยให้ฟังว่าก็ประหลาดอยู่ สองบ้านมีอะไรกลับกันไปมา ตอนเราอยู่ปราสาทบ้านนั้นอยู่กระต๊อบพอเราอยู่กระต๊อบบ้านนั้นอยู่ปราสาทแม่เป็ลูกชาวสวนได้ตบแต่งเอิกเกริกกับลูกชายคหบดี แม่ตาอ้วนนั่นผู้ดีลุ่มแม่น้ำเ้าพระยามาได้กับหนุ่มชาวบ้านหน้าตาพ่อแม่ก็อีก เทียบกับเทพีทุเรียนเมืองคอนอย่างแม่ คุณหญิงห่างบานตะไทแต่คุณอู๋เป็ผู้ชายที่หล่อจนบอกไม่ถูก หล่ออย่างพระเอกหนังฮอลลีวูดยุคขาวดำขนาดดอกฟ้าเจอโฉมโดมผู้จองหอง ถอนหัวใจไม่ขึ้นปักสมอจอดสนิทส่วนคุณจ่างหน้าตาพอไปวัดไปวาตอนสาย ๆ สองเพื่อนรักเออออคล้อยไปทางเดียวกันเป็สายน้ำไหลขนาดตายยังตามกันไป แต่แม่กับคุณหญิงคนละแบบเหมือนดินกับฟ้า
“ยังไงเหรอแม่”ลูกนุ่นอยากรู้
“อย่างการเลี้ยงลูกถึงคุณหญิงตกอับอยู่อย่างชาวบ้านแต่เลี้ยงลูกแบบผู้ดีไม่เคยตีสักแปะเวลาดุใช้สายตามองนิ่งเสียงงี้เย็นเฉียบ ส่วนแม่โหวกเหวกเลี้ยงตามภาษาบ้าน ๆเ้าจ้าก็เกเรเกตุงตามประสา ให้เคร่งครัดมีวินัยไม่ตัวเองก็ลูกต้องคลั่งก่อนสักคน ทำโทษกักบริเวณแม่ไม่เป็หรอกถึงทำเ้าจ้าก็ปีนหน้าต่างหนี ชะดีชะร้ายตกมาคอหักตายเปล่า ๆ”
“แม่มาถูกทางแล้วเลี้ยงแบบนั้นเ้าจ้าเฉาตายพอดี”
“ปู่กับพ่อเลี้ยงเ้าจ้ายังกับลูกเทวดาแต่ใครก็ไม่หนักเท่าพ่อตาอ้วน เห็นดีเห็นงามไปหมด ใครแตะไม่ได้เลย...แปล๊กแปลกโอ้ย มีแต่คนพะเน้าพะนอ แม่นี่แหละคอยกระหนาบอยู่คนเดียว ของตาอ้วนเอาเข้าจริง ๆคุณหญิงกับคุณอู๋ทำงานไม่ลืมหูลืมตา มุ่งสร้างฐานะพิสูจน์ตัวเอง เพราะมีครอบครัวโดยผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับตาอ้วนมาขลุกอยู่กับแม่ เรียกว่าเลี้ยงคู่มากับหนูจ้า แต่ก็กลับกันอีกคนนึงเป็เทวดาองค์น้อยทั้งที่แม่เขาไม่เคยตีซักแปะลูกตัวเองไล่กวดไล่ตีแทบตายได้ลิงเกเรมาแทน”
ลูกนุ่นเอียงคอเท้าคางฟังนึกภาพตามพลางพึมพำ
“ชะตากลับกันไปกันมาอย่างแม่ว่า...”
“ของแม่เองไม่คิดอะไรมากหรอกนะนุ่นไป ๆ มา ๆ มันก็แค่กลับมาตรงที่ที่เคยอยู่ ก็เป็แม่บ้านบ้าน ๆ ของเราไปแม่ตาอ้วนก็ทำนองเดียวกัน เขาแค่กลับไปอยู่ที่เดิมแม่สงสารก็แต่ลูก...เขาเคยพรั่งพร้อม”
ตกเย็นเมื่อเ้านายกลับจากทำงานหนูแด่นกระดิกหางรับเ้าดิ่งเ้าดิ้นเตาะแตะตาม นักเขียนบทมาต่อแถวตามขบวนหมากับเป็ดเข้าครัว หล่อนคุยกับแม่แก้วแล้วไม่แคล้วเสียดายความหลังอันน่าจดจำของสองบ้านพอคนหัวขบวนเปิดตู้เย็นหยิบกระบอกน้ำกับชามชมพู่มาที่โต๊ะหล่อนคว้าชมพู่มางับพร้อมยิงคำถาม
“ตอนคุณอ้วนเพิ่งไปอังกฤษถ้าแกพยายามติดต่อและได้ขอโทษงาม ๆ สักที เื่คงไม่เป็อย่างนี้”
เ้าของเื่บ่นงึมว่าถามซ้ำซากแต่ดื่มน้ำอึกใหญ่แล้วก็ลงนั่งนึกย้อนความหลัง เดือนแรก ๆเธอวิ่งออกมาหน้าบ้านทุกครั้งที่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ หากเป็คนส่งไปรษณีย์จะชะเง้อคอมองกระทั่งเลยบ้านไปอีกทั้งหมั่นแวะเวียนไปแง้มดูตู้จดหมายหน้าบ้านเดิมซึ่งเวลานั้นปิดตายอยู่ แม่เคยถามว่ามีจดหมายจากพี่อ้วนไหมเธอไม่กล้าบอกจึงเฉไฉไปว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่เขียนจดหมายแต่ใช้อีเมลพอแม่ขออ่านบ้างก็เลี่ยงอีกว่าเธอใช้คอมพิวเตอร์ที่โรงเรียน
“ไม่รู้ที่อยู่จะติดต่อที่ไหนแล้ว่ไปใหม่ ๆ ยังวางใจด้วยว่ายังไงเขาต้องติดต่อมาก่อน” เธอตอบในที่สุด
่มัธยมปลายเธอมีคอมพิวเตอร์ใช้ที่บ้านแล้วแม่อยากอ่านอีเมลของพี่อ้วน เธออึกอักว่าไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตแม่จึงขอให้ขยันเล่าว่าพี่อ้วนเขียนมายังไงบ้าง เธอเออ ๆ ออ ๆปนปัดว่าเขาเรียนหนัก นาน ๆ จะเขียนมาทีกระทั่งเธอเรียนมหาวิทยาลัยได้สองปีที่บ้านจึงติดอินเทอร์เน็ต แม่ขออ่านอีเมลอีกหนนี้เลี่ยงว่าเขาเขียนมาเป็ภาษาอังกฤษ แม่ฝากบอกให้เขียนภาษาไทยบ้างเธอเบี่ยงเบนอีกว่าคอมพิวเตอร์เขาไม่ได้ติดแป้นอักษรไทยพิมพ์ลำบาก
คนฟังวิเคราะห์“สุดท้ายก็หายไป แต่ถ้าเจตนาตัดขาดจะกลับมาให้กระอักกระอ่วนทำไมหรือหากมาเยี่ยมแม่เพราะหมดทางเลี่ยงต้องมาดูแลธุรกิจ ทักทายเสร็จไม่หายไปล่ะหรือเขามีเื้ัเบื้องลึกซ่อนเร้น”
“ไม่รู้สิมาไม่เลิกบ้าหรือเปล่า แต่ไม่มีอะไรพิสดารล้ำลึกหรอกมั้ง”
“แต่นึกอีกทีเขาทำไม่รู้ไม่ชี้ก็ดีอยู่เพราะถ้าไม่กลับมาแกโดนแม่ซักหนักเข้าว่าเมื่อไหร่พี่อ้วนจะกลับวันนึงไอ้ที่ปดแม่ไว้ต้องแตกแหงม ๆ”
เ้าของเื่เกาหูแกรกๆ คิดตามและชักเห็นคล้อย
“งั้นอย่าไปแตะมันเลยปล่อยตามน้ำก่อนละกัน”
“แต่ก็น่าเห็นใจแม่อยู่หนาผูกจิตผูกใจกับเื่หมายหมั้นมาก ตอนยังไม่รู้ความจริงฉันก็เชียร์แกกับพี่อ้วนสุดลิ่มทิ่มตำ”
“พอเขาห่างหายคงเลิกคิดเองให้แม่ค่อย ๆ ยอมรับความจริงดีกว่าหักดิบ เขาปลื้มตาอ้วนของเขามาก”
เธอลุกไปเปิดช่องแช่แข็งหยิบถาดหวานเย็นความหลังไม่ได้มีแต่สวยงามครั้งนั้นโกหกแม่เื่อีเมลแล้วเธอปิดฝาเปียโนซึ่งไม่มีใครเล่นอีกต่อไป นำกรอบรูปมาตั้งเรียงค่อย ๆ แอบเก็บรูปถ่ายเขาทีละใบ รวมทั้งภาพคู่วัยเด็กในวันเปิดไอโซรา เพิร์ลด้วย
ถึงเวลานอนคืนนั้นเธอเข้าห้องตามปกติพี่นุ่นกำลังยืนถือแผ่นหนังสือพิมพ์เก่าจนเหลืองหม่นเธอล็อกประตูบ่นว่ารื้อเตียงให้รก
เ้าตัวเขย่าแผ่นกระดาษในมือบอกว่าจะเก็บข้อมูลและข่าวนี้เก่าสุดในบรรดาที่เก็บไว้
เปิดตัวหนุ่มน้อยเข้าทำเนียบทายาทผู้ดีเมื่อคุณตา ม.ร.ว. ภาติยุทธ์ มอบนามสกุลเก่าแก่รับกับชื่ออันไพเราะว่า ภารินธรสิรินเภตรา เจิมให้ครบเครื่องหนุ่มหล่อ รวย นามสกุลหรู รับขวัญที่ ม.ล.ภาวดี แอบหมกไว้ภูเก็ตจนเป็หนุ่ม สงสัยกลัวสาว ๆ รุมตอมเพราะนายหัวน้อยหล่อเคาะพิมพ์นายหัวผู้พ่อที่ล่วงลับ
เ้าของห้องไปนั่งที่โต๊ะหนังสือข่าวเปิดตัวทายาทเป็ข่าวคราวแรกของคุณอ้วนที่เจอหลังเขาไปต่างประเทศได้ระยะหนึ่งเธอรับหนังสือพิมพ์ที่หน้าบ้านกวาดตาดูข่าวสังคมและพบข่าวนี้แม่ร้องดังจากในครัวว่าเก็บหนังสือพิมพ์เข้ามาก่อนไปโรงเรียนด้วยเธอลนลานดึงหน้าข่าวนั้นมาพับใส่กระเป๋านักเรียนแล้วจึงนำทั้งฉบับไปให้แม่
เวลานี้พี่นุ่นกำลังถือกระดาษคู่นั้น“แกโตมากับคุณอ้วน รู้แต่เด็กหรือเปล่าว่าแม่เขาเป็ลูกใคร นามสกุลเดิมอะไร”
เธอส่ายหน้า“เื่ของผู้ใหญ่เขาไม่พูดให้เด็กฟัง รู้เลา ๆแค่ว่าครอบครัวเดิมมีฐานะอยู่กรุงเทพฯ จนคุณอ้วนไปเรียนเมืองนอกแล้วหายเงียบไปจ้าจะหาข่าวคราวเลยถามแม่ถึงพื้นเพของคุณแม่เขาเพิ่งรู้ว่าเป็หม่อมหลวงก็ตอนนั้นแหละ ั้แ่นั้นก็เริ่มตามข่าวสังคมไม่ถามแม่ก่อนอาจไม่สะดุดข่าวนี้หรอก จ้ารู้จักแต่ ภารินธร เอื้อบุญ”
หมดเื่จะเล่าเธอตักหวานเย็นกิน
นับจากวันที่ตระหนักว่าไม่มีพี่ชายอยู่ในชีวิตอีกต่อไปเธอกลับพบในไม่ช้า...เขายังฝังอยู่ในใจดังเดิมแตกต่างตรงทุกครั้งที่คิดถึงไม่อบอุ่นสดใสเหมือนเคยแต่เป็ความอ้างว้างเย็นเยือกแทนที่
และที่ร้ายกาจกว่าถูกทิ้งนั่นคือ...คอยหาย
ภายในภวังค์นึกมีบางสิ่งแวบเข้าตามันแฝงปนกับข้าวของที่วางทับรกบนโต๊ะ เธอนิ่วหน้าเพ่ง...มันคือโทรศัพท์สีไลแลค