ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 119


              ..ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย (มุมมองของปิงปิง)..

              “..ปิงปิง เธอจะเอาอะไรไปสู้กับเขากันล่ะ...” ปิงปิงที่นอยตัวเองจนถึงขีดสุดกล่าวพร้อมกับน้ำตาที่ซึมๆออกมาเธอยังคงวนเวียนกับเรื่องที่เธอไม่สามารถเป็นคนที่ดีพอที่จะอยู่กับเคียงข้างเขาได้เธอรู้ตัวเองได้เลยว่าตัวเองนั้นยังไม่เหมาะสมกับเขาเพราะตอนนี้เขาอยู่สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมมือไปถึง..

              “ปิงปิง.. เธอจะต้องเข้มแข็งเข้าไว้.. เธอจะต้องเก่งขึ้น เธอจะต้องดูดีขึ้น..เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างเขาได้อย่างสง่าผ่าเผย..”ปิงปิงปัดคราบน้ำตาของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างตั้งใจเหมือนว่าเธอมีเป้าหมายแล้วที่จะทำให้ตัวเองสูงขึ้นทั้งหมดนั้นก็เพื่อผู้ชายคนหนึ่งและเป็นผู้ชายที่เธออยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าไปด้วยกัน

              “..หึหึ.. งั้นเราควรมาลองกันดูสักหน่อยไหมสาวน้อย..” เสียงที่จู่ๆก็ดังมาจากข้างหลังเบาะคนขับปิงปิงตกใจก่อนจะรีบเลื่อนสายตามองที่กระจกมองหลังและเธอก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก

              “แกเป็นใคร?.. ต้องการอะไร?..” ปิงปิงตั้งสติเพื่อที่จะไม่ให้รถของเธอเสียการทรงตัวจากความตกใจเมื่อครู่เธอกล่าวถามออกไปพร้อมกับชะลอความเร็วรถของตัวเองเข้าจอดข้างทาง..

              “ใจเย็นๆก่อนสาวน้อย.. เธอต้องขับตรงไปที่ซอยด้านหน้าตรงนั้นแม้ว่าเธอจะสวย และดูดี แต่ทว่ามันเป็นที่น่าเสียดายที่เธอดันเป็นเป้าหมายของพวกเราเสียได้ถ้าเธอเสียหายไปสักนิด.. ตาคุณชายนั่นคงจะหมดความสนใจและไม่ยอมเล่นเกมนั้นกับเราแน่ๆ..” ชายคนนั้นกล่าวบ่นพึมพำอะไรสักอย่างที่ปิงปิงไม่เข้าใจ

              “แกพูดเรื่องอะไรของแกกัน.. แล้วทำไมฉันต้องฟังสิ่งที่แกบอกด้วย..” ปิงปิงกล่าวถาม

              “ที่คุณหนูน้อยสุดสวยจะต้องฟังเรา มันก็เพราะว่าฉันมี..ปืน ยังไงล่ะถ้าคุณหนูยังเฝ้าฝันที่จะได้ใช้ชีวิตคู่กับตาคุณชายนั่นก็จงเชื่อฟังสิ่งที่ฉันพูดจะดีกว่านะ... เอาล่ะ เข้าซอยข้างหน้านั้นได้แล้ว!.” ชายคนนั้นกล่าวก่อนจะหยิบยกปืนขึ้นมาโชว์ให้กับปิงปิงเห็นแน่นอนว่าหางตาของเธอเห็นมันอย่างชัดเจน และเธอก็ไม่มีทางเลือกมากนักในวินาทีนี้เธอต้องทำตามสิ่งที่เขาต้องการเสียก่อน..

              “ก็ได้.. ซอยซ้ายมือนี้ใช่ไหม” ปิงปิงกล่าวและมองไปยังซอยที่เธอกำลังจะเข้าไป เท่าที่ฟังจากปากของตาผู้ชายคนนี้เธอคิดว่าเขาคงจะต้องการจับตัวของเธอแลกกับค่าไถ่ตัว และดูเหมือนว่าจะมีความแค้นอะไรบางอย่างกับ‘ตาคุณชาย’ นั่นที่เขาเรียกค่อนข้างมาก

              “ดีมากขอรับคุณหนู.. ทีนี้ก็เริ่มชะลอความเร็วลง.. ช้าๆ อ๋า..อย่างนั้นแหละ!ถูกต้อง! ช้าๆ..” ชายคนนั้นไม่ว่าเขาจะกล่าวอะไรปิงปิงก็ยอมทำตามแต่โดยดี แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อมีรถอีกคันที่แล่นตามเข้ามาแต่เมื่อมองกระจกหลังดีๆก็พบว่ามันเป็นรถของตระกูลสุวรรณภูมิ

              “ทำหน้าเหมือนกำลังดีใจเลยนะขอรับคุณหนู.. แต่เสียใจด้วยนะ” สิ้นเสียงของชายปริศนาแล้ว กระสุนจำนวนมหาศาลพุ่งตรงเข้าใส่รถของตระกูล ณสุวรรณภูมิในทันที แม้ว่ารถจะเป็นรถที่หุ้มเกราะมาชั้นหนึ่งแล้วแต่กระสุนมันก็ยังทะลุทะลวงเข้าไปข้างในหาพวกบอดี้การ์ดที่อยู่ในรถทั้งหมด..

     

              เพราะมันเป็นกระสุนชนิดพิเศษที่แม้แต่รถของประธานาธิบดีสหรัฐยังกันมันไม่ได้กระสุนที่ถูกพัฒนาโดยองค์กรของพวกเขา มันช่างเป็นอะไรน่าภูมิใจจริงๆบอดี้การ์ดในรถดังกล่าวนั้นยังไม่ทันได้ตอบโต้หรือทำอะไรเลยพวกเขาก็ตกตายคาที่ไปแล้ว ซึ่งปิงปิงก็ไม่สามารถสงบจิตสงบใจได้อีกต่อไปเธอเผลอเหยียบคันเร่ง และกรี๊ดร้องตื่นกลัว ก่อนที่รถของเธอจะพุ่งตรงชนกับกำแพงด้านหนึ่งในซอยนี้

              “โอ๊ยยย! เจ็บเหมือนกันแฮะ.. ไม่น่าประมาทเลยแท้ๆแต่ก็น่าตกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เลย..แล้วไอ้ยาสลบที่เตรียมมานี่ คงจะไม่ต้องใช้แล้วล่ะมั้ง” ชายปริศนากล่าวพร้อมกับเช็กตัวเองสักเล็กน้อยแม้ว่ามันจะไม่ใช่การชนที่รุนแรง แต่มันก็เล่นเอาเขาเสียศูนย์ได้เช่นกัน ก่อนจะพูดอย่างติดตลกเล็กน้อยและโดยรวมมันก็ถือว่าภารกิจลักพาตัวในครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี..

              “อ่าวๆๆ ใครอยู่ข้างนอก มาช่วยกันหน่อยสิโว้ยยย” ชายปริศนากล่าวกับลูกน้องที่ถืออาวุธจำพวกอาวุธหนักอาวุธสงครามพร้อมรบเต็มอัตราศึก และที่น่าตกใจไปมากกว่านั้น พวกเขามีคนมากถึง 20คนด้วยกันเลยทีเดียว ตัวของชายปริศนาที่ออกมาจากรถที่เสียบติดกำแพงได้เขาก็เดินมาเช็กความเรียบร้อยของงานสักหน่อย และมันก็ต้องยิ้มออกมาเพราะว่ามันเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ..

              “กลุ่มอื่นๆ รายงานด้วย.. ทางนี้เรียบร้อยดี” ชายปริศนากล่าวผ่านทางวิทยุเครื่องหนึ่งที่เพิ่งจะได้รับมาจากลูกน้องอีกคนหนึ่งของเขา..

              “เรียบร้อยดีขอรับหัวหน้า!.. ไอดอลไอนะถูกจับตัวแล้วส่วนยัยผู้จัดการนั้นเรามัด และทิ้งเธอเอาไว้ในห้องเก็บของครับ..” เสียงของกลุ่มที่หนึ่งรายงานความคืบหน้า และมันก็ประสบผลสำเร็จดีแต่ก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกันที่กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่

              “..ทางนี้ก็เรียบร้อยดีครับหัวหน้า!.. ยัยผู้หญิงสองคนนี้ถูกจับกุมตัวแล้วเช่นกัน”กลุ่มที่สองรายงานถึงความสำเร็จมันจึงทำให้ชายปริศนาแทบจะกระโดโลดเต้นอย่างดีใจแทบจะในทันทีที่แผนของมันประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดีหนี่งขั้นตอนใหญ่แล้วแถมยังไม่มีใครเลยที่ได้รับรู้เรื่องราวที่พวกมันกำลังก่อเหตุและมันก็อยากจะเห็นการแสดงสีหน้าของคุณชายนั้นแล้ว

              “มันจะทำหน้ายังงไงกันนะ.. ชักอยากจะเห็นแล้วล่ะสิ!.. เอ้า! พวกเราเริ่มแผนต่อไปกันดีกว่า..” ชายปริศนากล่าวพร้อมกับลูกน้องของมันจะเริ่มเคลื่อนย้ายตัวของปิงปิงขึ้นรถตู้ที่จอดปิดซอยนี้และรถของพวกมันก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ..

     

              ตัดภาพกลับมาที่เหตุการณ์ปัจจุบันโอ๊ตมองที่จอโทรศัพท์ของตัวเอง ซึ่งมันระบุว่าเป็นในรูปแบบของการวีดิโอคอลและเขาต้องใช้เวลาเล็กน้อยในการปรับอารมณ์ และสีหน้าของตัวเองเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายนั้นสังเกตสีหน้าของเขาว่ากำลังคิดหรือกำลังรู้อะไรอยู่โอ๊ตกลับมาเป็นมาดหนุ่มกวนๆเหมือนกับปกติพร้อมกดรับสาย..

              “สวัสดีครับปิงปิง.. ถึงบ้านแล้วเหรอครับ” โอ๊ตกล่าวก่อนจะยกมันมาแนบที่หูของตัวเองและเขาก็เลือกที่จะกล่าวตอบไปเหมือนกับว่าเขายังไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นจนอีกฝ่ายนั้นถึงกับมึนงงว่าคุณชายคนนี้ต้องการจะมาไม้ไหน..

              “สวัสดีท่านชายภาวิน.. เออ..ท่านทราบใช่หรือไม่ว่ามันเป็นแบบวีดิโอคอลน่ะขอรับ”ชายปริศนากล่าวทักท้วงกับคุณชายในทันที..

              “หืออ เออ..มีภาพด้วยแฮะ! อ่อ อันนี้เหรอคือวีดิโอคอล..เดี๋ยวนะ! แล้วแกเป็นใครกันฟ่ะ!” โอ๊ตกดโทรศัพท์ขึ้นมาดูรายชื่อว่ามันเป็นเบอร์ของใครและเขาก็ต้องแสดงทำเป็นหน้ามึนงงสงสัยกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและกล่าวถามกับผู้ชายที่แต่งตัวเป็นชุดสีแดงล้วนพร้อมกับหน้ากากตัวตลกอย่างสงสัย..

              “กระผมขออนุญาตแนะนำตัวสักเล็กน้อย..กระผมมีชื่อว่า ‘เซ็ท’...” ชายปริศนานามว่าเซ็ทโค้งตัวแนะนำตัวกับท่านชายภาวินในทันทีแต่ทว่าสิ่งที่มันไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นนั้นก็คือการที่อีกฝ่ายกล่าวแทรกการแนะนำตัวของเขาขึ้นมา..

              “โทษทีนะ! พอดีฉันไม่รู้จักนายน่ะ แล้วก็ไม่อยากรู้จักด้วย..บาย!... มันวางสายตรงไหนกันฟ่ะเบื่อจริงๆเลยพวกคนโทรมาขายประกันอะไรอย่างนี้ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้มุขพวกแกนะเว้ยยปุ่มวางสายคงจะตรงนี้แหละมั้ง.. อืมมๆ” โอ๊ตกล่าวบ่นพร้อมกับทำสีหน้าไม่พอใจก่อนจะกดวางสายไป

     

              ชายปริศนานามเซ็ทถึงกับคิ้วกระตุกในทันทีที่ได้ยินเขาไม่คิดเลยว่าคุณชายท่านนี้จะคิดว่าเขาเป็นคนขายประกันชีวิตอะไรอย่างนั้นเลยไม่พอมันยังกล้าที่จะตัดสายของเขาทิ้งอีกเขาถึงกับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเลยทีเดียวมันเป็นเพราะว่าเขานั้นรู้จักกับโอ๊ตเป็นอย่างดี..

              “ฮ่าๆๆ แกนี่ยังคงทำตัวฮาอย่างนี้ตลอดเลยนะ ฮ่าๆ..ไอ้เราก็ลืมไปเลยว่ามันเคยใช้แต่มือถือรุ่นเก่า..” เซ็ทกล่าวพร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อยเขาจะต้องกลับมานั่งคิดว่าจะพูดยังไงให้มันเข้าใจดีและมันก็คงต้องใช้เวลาสักนิดหน่อย ในขณะเดียวกันที่ห้องของพิชญ์ซึ่งตอนนี้เจ้าของห้องอย่างพิชญ์นั้นกำลังหัวเราะลั่นห้อง..

              “ฮ่าๆๆ นายนี่มันจริงๆเลยนะ.. ฮ่าๆ พวกมันคงจะหัวร้อนน่าดู...” พิชญ์กล่าวหัวเราะจนแทบจะท้องแข็งกันเลยทีเดียวส่วนทางด้านของโอ๊ตเขาทำตัวนิ่งๆ หลังจากวางสายไปแล้วเขาต้องรีบกุมคางของตัวเองคิดในทันทีเพราะเสียงที่เขาได้ยินนั้นมันช่างคุ้นหูเสียจริงๆ

     

              ‘ทำไมกันล่ะ.. ทำไมถึงเป็นเขาไปได้.. ภาวนาให้เราฟังเสียงผิดเถอะ!.’ โอ๊ตกล่าวกับตัวเองในความคิดเขามั่นใจว่ามันเป็นเสียงของคนคนนั้นแน่นอน แต่เขาไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไปอยู่ฝ่ายนั้นได้กันทั้งๆที่เขาดูไม่น่าจะใช้คนที่เลวร้ายอะไร ทั้งๆที่โอ๊ตนิยามให้เขาเป็นคนดีเสียสละแท้ๆ แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้ว..

     

              “จะให้ดำเนินการต่อไปอย่างไรดีขอรับคุณชาย..” กิตติกล่าวถาม

              “รอ!.. เราทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น..ฉันอยากจะมั่นใจอะไรบางอย่างเสียก่อน..” โอ๊ตกล่าวก่อนที่จะจ้องมองที่โทรศัพท์ราวกับว่ารออะไรบางอย่างอยู่ทุกคนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่หันมามองหน้ากันและกันอย่างไม่เข้าใจกับการกระทำของโอ๊ต

              “ภาวิน.. นายกำลังสงสัยว่าจะเป็นคนใกล้ตัวอย่างนั้นสินะ..” พิชญ์กล่าวถาม

              “ก็มีความเป็นไปได้สูงครับ.. แต่ก็ยังไม่อยากจะฟันธงว่าเป็นใครแต่ก็เอาเถอะ! ผมไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว.. กิตติแกเปิดภาพที่เกิดเหตุมาหน่อย” โอ๊ตเลื่อนตาไปตอบกับพี่พิชญ์ก่อนจะหันมาเอ่ยสั่งกับกิตติต่อในทันทีเขาต้องดูพื้นที่ก่อเหตุเป็นองค์ประกอบ..

              “ขอรับคุณชาย..” กิตติกล่าวก่อนที่ภาพที่เกิดเหตุนั้นจะแสดงภาพบนจอทีวีขนาดใหญ่พิเศษนี้โอ๊ตตั้งใจดูแบบดวงตาแทบไม่กะพริบก่อนที่เขาจะเห็นภาพรวมของจุดต่างๆในมุมกว้างของที่เกิดเหตุ

              “หยุด!.. หยุดภาพเอาไว้ตรงนี้ก่อน.. แปลกมาก! ถนนเส้นนี้มันไม่ได้ไปทางบ้านของเธอนี่นา..” โอ๊ตกล่าวก่อนจะจับผิดสังเกตแรกคนอื่นก็คิดตามที่โอ๊ตกล่าวออกมา กิตติรีบเร่งเทียบถนนนั้นกับบ้านของชุนตงในทันทีซึ่งผลมันก็ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน..

              “ใช่ขอรับคุณชาย.. มันเป็นคนละทางกับทางกลับบ้านของคุณหนูปิงปิงแน่นอนขอรับ..คำถามคือทำไมเธอถึงต้องเข้าไปยังถนนเส้นนี้.. ทางลัดก็ไม่น่าจะใช่..” กิตติกล่าวพร้อมกับใช้ความคิด..

              “..เป็นไปได้ไหมที่จะมีคนบอกให้เธอทำเช่นนั้น...” พิชญ์กล่าวออกความคิดเห็น..

              “ใช่! และคนคนนั้นไม่ว่ามันจะเป็นใครมันจะต้องอยู่ในรถพร้อมกับปิงปิงในเวลานั้นแน่นอน” โอ๊ตกล่าว

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน