หลังจากการประชุมสิ้นสุดลงคลิปและรูปภาพในห้องประชุมถูกเผยแพร่เต็มแอดมีอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆมากมาย กระแสแตกออกเป็น 2ฝั่งอย่างชัดเจนมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับซีคอร์ปสื่อทั้งไทยและต่างประเทศต่างก็นำเสนอข่าวแบบเจาะลึกเล่นข่าวนี้เป็นหลัก
ข้อมูลในแง่มุมต่างๆเริ่มทะยอยเผยแพร่ออกมามากมายอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเรื่องร้อนในสังคมไทยแฮชแท็กล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น #ซีคอร์ป#เจนจิรา, #ลุงชัย,#ป้าเพียร, #พี่นิดและแฮชแท็กที่ติดอันดับ 1 ตอนนี้คือ #หน้าตาก็ดีนะแต่ทำไมโหดเหี้ยมขนาดนี้!!!!กระแสวิจารณ์ตอบโต้ไป-มาระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ม๊อบทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง!ไปกดดันซีคอร์ปได้งัย ก็ในเมื่อบริษัทโฟร์อัสปิดไปแล้วจะให้ซีคอร์ปมารับผิดชอบทั้งหมดมันถูกต้องแล้วเหรอ?!!!”
“พวกที่ไปด่าเขานะดูเงินในบัญชีด้วย...งานนี้กระเช้าสวยๆ ต้องมาแล้วล่ะ 5555”
“งานนี้กูยอมติดคุกรวยล้นฟ้าขนาดนี้ วันๆ เอาแต่ช้อปแบรนด์เนมล่ะสิ ...กูไม่ได้เอ่ยชื่อใครนะกูพูดลอยๆ ไม่ต้องมาร้อนตัว!!!”
“ขอให้คุณเจนเห็นความเดือดร้อนของพนักงานบ้างเหอะเธอจะรับรู้ความเดือดร้อนของพนักงานกินเงินเดือนบ้างไหมเนีย?”
“ข่าวลงเต็มแอดมีขนาดนี้ไม่เห็นก็บ้าแล้วล่ะ...ประเด็นคือเห็นแล้วจะสนใจหรือเปล่านางแค่ยอมโดนด่าสักอาทิตย์ เดี๋ยวคนก็ลืมกันหมดแล้ว”
“ไม่เข้าใจตรงที่คุณเจนสามารถช่วยคนได้ทั้งหมดทำไมนางไม่ช่วย นางก็ร่ำรวยขนาดนี้”
“เกิดมารวยเพราะพ่อตัวเองจะไปรู้เรื่องอะไรกับความเดือนร้อนของคนจนที่ต้องมาตกงานตอนอายุมาก”
“แค่นางเกิดมาชีวิตนางก็ถึงเส้นชัยแล้ว นางไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าชีวิตที่ต้องหาเงินเดือนชนเดือนหนักหนาสาหัสขนาดไหนแล้วยิ่งเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ยิ่งไปกันใหญ่”
“กูก็หมั่นไส้พวกคนรวยเหมือนกัน...คุณเจนรวยก็จริงแต่ต้องมารับผิดชอบอะไรแบบนี้ด้วยเหรอวะ? กูว่าไม่แฟร์เหมือนกันว่ะ”
“ข่าวที่บอกว่าซีคอร์ปเป็นบริษัทที่ให้โอกาสคนมันก็แค่คำโฆษณานี่หว่า?”
“จะไปแข่งหน้าตากับนางก็ไม่ได้เพราะว่านางสวยจริง จะไปแข่งเรื่องความเก่งก็ไม่ได้อีกนางก็เก่ง...แข่งความรวยยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่ นางก็รวยติดอันดับโลก...แพ้นางทุกอย่าง555”
“แล้วลูกๆของพี่นิดจะทำยังงัยดี ใครก็ได้ช่วยลูกพี่นิดด้วย ขอร้องล่ะ กูรับไม่ได้จริงๆ ว่ะ”
“ชี้ทางรวยฮะเปิดร้ายขายกระเช้าดอกไม้ตอนนี้ รวยเก๋ๆ 5555”
“มึงก็ตลกเกิน!!! คนกำลังจะอดตายนะมึง ถ้าเกิดกับคนในครอบครัวมึงบ้างกูว่าตลกไม่ออกว่ะ”
“พวกเราดูคลิปนี้...3ปีที่แล้วมีรายการทีวีไปถ่ายบ้านคุณเจนจิรา เนื้อที่โครตใหญ่อ่ะ 200 กว่าไร่ ใหญ่มากจนต้องใช้รถกอล์ฟเดินทางระหว่างบ้านแต่ละหลังลองเลื่อนไปดูตรงช่วงเวลา 13.41 สิ คุณวรวิทย์ทำห้องนอนให้คุณเจนคนเดียว 15 ห้อง15 สไตล์ ใช้เงินไปแค่ 2 พันกว่าล้าน...แม่เจ้า!!!ห้องนอนแก้เบื่อของลูกสาวคนเดียวราคาแค่2 พันล้านอ่ะ!!!”
“มีข่าวว่าปีที่แล้วซีคอร์ปได้กำไรเกือบๆ 5 หมื่นล้านเหรียญ ถ้านางมีหุ้นแค่ 50% นางจะได้ส่วนแบ่ง2.5 หมื่นล้านเหรียญ ลองคิดเป็นเงินบาท นางรวยขึ้นเกือบๆ 8 แสนล้าน ก็แค่รวยเพิ่มขึ้นวันละ300 ล้านบาทเอง...แล้วมาเทียบกับครอบครัวพี่นิด เหลือเงินแสนกว่าๆ กับลูก 3 คน...คนที่มันรวยก็รวยจนนับตัวเลขไม่ถูกส่วนคนจนก็ดิ้นไปสิ หาอนาคตตัวเองไม่เจอ คิดแล้วโครตเจ็บใจ!”
“ผมไม่เข้าใจความคิดพวกคนรวยจริงๆตอนนี้คุณเจนมีทรัพย์สินเกิน 10 ล้านล้านบาทไปแล้วมั๊งปีที่แล้วรวยเพิ่มจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทเกือบๆ 8 แสนล้านบาท เพิ่งเป็นซีอีโอแบบยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำแต่มีรายได้เกือบ2 พันล้านบาทต่อปี มีเงินมากมายขนาดนี้ช่วยคนแค่นี้แทบไม่กระทบกระเทือนอะไรสักนิด!!!!!”
“เอาง่ายๆถ้าคุณเธอคิดแบบพวกเรา คุณเธอก็ไม่รวยอ่ะสิ 5555”
“นี่ยังไม่นับดอกเบี้ยจากเงินฝาก...คิดเป็นปีน่าจะตาลายต้องคิดว่าได้ดอกเบี้ยวันละเท่าไรดีกว่า”
“คุณเจนได้ค่าจ้างวันละ6 ล้านบาท ในขณะที่เด็กทำพาร์ไทม์ในร้านอาหารได้ชั่วโมงละ 50 บาทส่วนพนักงานหน้าร้านเดือนละ 16,000 ถึง17,000 บาทคิดดูละกันว่ารายได้เหลื่อมล้ำขนาดไหน ห่างกันตั้งกี่เท่า”
“โห!!...คนยิ่งมียิ่งรวยยิ่งได้เยอะ ส่วนคนไม่มีก็ดิ้นรนเดือนชนเดือนไม่จบไม่สิ้นจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจ คุณเจนมีเงินเยอะขนาดช่วยได้ทุกคนอยู่แล้วไม่ต้องคิดอะไรมากมายเลยอ่ะ”
“ถ้าคุณเจนเห็นโพสต์นี้อยากให้คุณเจนพิจารณาปรับค่าจ้างพาร์ทไทม์ได้ไหมครับ? หลานผมอยู่ปี2 ทำมาตั้งแต่อยู่ปี 1 ครับ หลานผมตั้งใจทำงาน ไม่เคยขาดงานไม่เคยไปทำงานสายแม้แต่ครั้งเดียว บางครั้งทำงานเกินเวลาช่วยพี่ๆเคลียร์ร้านด้วยครับ หวังว่าคุณเจนจะเห็นความตั้งใจของหลานผม ตอนนี้เรียนการตลาดอยากทำงานที่ซีคอร์ปด้วยครับ”
“คุณเจนหน้าตาก็ดีเก่งด้วยรวยด้วย แต่ทำไมถึงใจดำขนาดนี้ คนกำลังจะอดตายไม่ยอมช่วย อย่างว่าแหละ รวยแล้วก็อยากกอบโกยอีก...ช่วยคนแค่นี้ไม่ทำให้จนลงหรอกถ้าเป็นกูรวยขนาดนี้ กูจะจ่ายชดเชยให้คนละ 10 ล้านยังไหวอ่ะ”
“วันก่อนอ่านข่าวฝรั่งประเมินว่าน่าจะมีทรัพย์สินประมาณ 3.17 แสนล้านเหรียญคิดเป็นเงินไทยตัวเลขกลมๆ 10 ล้านล้านบาท น่าจะรวยอันดับ 3ของโลก...ถ้าใช้เงินวันละ 100 ล้านทุกวัน ต้องใช้เงินถึงชาติหน้าเงินยังไม่หมดด้วยซ้ำคิดดูละกันว่ารวยขนาดไหน!!!”
“ใครมีเบอร์บัญชีพี่นิด,ป้าเพียร, ลุงชัยบ้าง แม้ว่าจะไม่รวยแต่อยากช่วยเหลือให้เด็กๆ ก็ยังดี”
“พวกมึงจะไปหวังอะไรกับคนที่รวยเพราะพ่อ555”
“จริงอยู่ว่าการรวมกิจการต้องมีการให้คนออกไปแต่ก็ควรคิดถึงมนุษยธรรมกันบ้าง ตกงานกันตอนอายุ 40, 50 ปี ไม่สนุกเลยนะครับ อยู่ๆก็ตกงานแบบนี้ ไหนจะภาระผ่อนบ้าน, ผ่อนรถ, ค่าใช้จ่ายแต่ละวัน, เลี้ยงลูกอีก,ส่งลูกเรียนอีก...แค่แค่คิดก็สยองแล้วครับ”
“กูโครตสงสารพี่นิด,ป้าเพียรแล้วก็ลุงชัยจริงๆ ว่ะ กูว่าพวกเราร่วมกันช่วยบริจาคกันดีเปล่าวะ?คนละนิดก็ยังดี”
“เฮ้ยๆๆเล่นโยนความผิดไปให้ซีคอร์ปแบบนี้ แรงไปเปล่าเนียยยยย!!!!!”
“เมื่อก่อนเคยดูข่าวบริษัทนางอยู่ข่าวหนึ่งจำได้แม่นเลย...พวกร้านอาหาร, ภัตตาคาร, ร้านบุฟเฟ่ต์ต่างๆ ที่อยู่ในเครือบริษัทซีคอร์ปต้องส่งตัวอย่างวัตถุดิบกับอาหารต่างๆ ให้ผู้บริหารระดับสูงตรวจสอบคุณภาพอยู่ตลอดทั้งปีลองคิดกันเล่นๆ ว่า ถ้าเรามีร้านอาหารแค่ทั่วประเทศไทย ก็ชิมกันไม่ไหวแล้วแต่ของนางอ่ะ มีร้านอาหารทั่วโลก...นางเป็นซีอีโอบริษัทได้กินอาหารนานาชาติทุกวันกินฟรีอีกต่างหาก นี่ขนาดไม่พูดถึงเรื่องความรวย ชีวิตยังน่าอิจฉาขนาดนี้...ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าชีวิตนางยังจะเอาอะไรอีก...นางสามารถช่วยทุกคนได้ทันทีแต่อยากรู้ว่าจะช่วยไหม? จะมีข้ออ้างอะไรอีก นางหน้าตาก็ดี รวยเก่งด้วย จะใจดำไปถึงไหนกัน”
“ไม่ต้องอิจฉาชีวิตคุณเจนกันหรอกตอนนี้ขนาดคุณส้ม หนูยังอิจฉาเลย...ได้เป็นเพื่อนกับคุณเจน มีเพื่อนรวยระดับโลก ส่วนตัวหนูตกงานตอนอายุ37 ปี ออกมาขายของก็ไม่ดี แฟนที่คบกันมา 12 ปี หวังที่จะได้แต่งงานมีครอบครัวเล็กๆก็ทิ้งไปมีแฟนใหม่ ชีวิตไม่มีอะไรดีสักอย่าง มีแต่หนี้เหนื่อยกับชีวิตนี้เหลือเกิน อยากมีโอกาสดีๆ ในชีวิตเหมือนคุณส้มบ้าง...ถ้าคุณเจนเห็นโพสต์นี้ถ้าอยากได้คนล้างห้องน้ำที่บริษัทบอกได้นะคะ หนูอยากทำค่ะ”
“พวกเราจำข่าวลือเรื่องยอดเงินฝากธนาคารของนางได้ป่ะเห็นบอกว่าอาจจะสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท นางรวยระดับ 10 ล้านล้านบาทการมีเงินฝากในบัญชี 1.5ล้านล้านก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร...คิดดูนะดอกเบี้ยเงินฝาก 2% ต่อปีนางได้ดอกเบี้ยปีละ 3 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยได้ดอกเบี้ยวันละ 82 ล้านบาท นี่ขนาดคิดแค่เรื่องดอกเบี้ยอย่างเดียวผมทำงานทั้งชาติยังมีเงินไม่เท่ากับดอกเบี้ยแค่วันเดียวของนาง”
“คุณเจน!! คุณมีเงินมากพอที่จะช่วยได้ทุกคนการช่วยคนอื่นทำไมต้องใช้เวลาคิดนานขนาดนี้ คุณช่วยทุกคนได้แต่คุณไม่ช่วย!!!!...รู้ไหมว่าคุณใจร้ายมากกกกกก!!!”
“ผมแปลกสุดๆตอนคุณเจนเป็นติวเตอร์อ่ะ เด็กๆ ทุกคนบอกเหมือนกันหมดว่าพี่เจนใจดีมาก นิสัยก็ดีแต่พอเป็นซีอีโอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ เสียความรู้สึกสุดๆ”
“เห็นด้วยกับเมนต์นี้มากเคยไปติวกับคุณเจน 2 คอร์ส หนูยืนยันเลยว่าพี่เจนตอนนั้นใจดีจริงๆแต่ทำไมตอนนี้ถึงใจร้ายขนาดนี้”
“เขียนตรงใจมากเข้าใจนะว่าเป็นแผนธุรกิจ แต่บางทีก็ต้องนึกถึงเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วยเปล่า? เคยเป็นติวเตอร์ดีไม่ได้แปลว่าจะเป็นซีอีโอดีก็ได้ กลายเป็นคนละคนไปแล้ว”
เจนจิรา,พลอยและส้มยังคงนั่งอ่านเอกสารและตรวจสอบข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจำนวนมากถูกส่งมาจากหลายๆ แผนกจนทำให้แต่ละคนแทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรกันเท่าใดนักในบางจังหวะต้องมีการพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงหลายคนเป็นระยะๆ
“เจนๆๆ...พี่นุ่นขอเข้าพบ”พลอยหันไปเห็นสัญญาณแสดงผลบนหน้าจอมอนิเตอร์ตัวหนึ่ง
“พี่นุ่นเหรอ?...น่าจะมีเรื่องสำคัญเร่งด่วน โอเคให้เข้ามาตอนนี้!”
หลังจากที่ได้รับอนุญาตพี่นุ่นเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะทำงานของเจนพร้อมกับยกมือไหว้“ขอโทษค่ะที่พี่เข้ามารบกวนการทำงานของคุณเจนค่ะ...พอดีมีข่าวลือที่พี่คิดว่าคุณเจนต้องทำหนังสือชี้แจงค่ะ”
“ข่าวลือ!!...ข่าวลือเรื่องอะไรเหรอคะพี่นุ่น?”
“มีข่าวลือออกมาว่าคุณเจนจิราคิดจะฟ้องร้องแกนนำอดีตพนักงานโฟร์อัสที่มาร้องขอความเป็นธรรมเมื่อเช้าค่ะพี่คิดว่าถ้าไม่ชี้แจงเรื่องนี้ เกรงว่าจะไม่เป็นผลดีค่ะ”
“ฟ้องร้อง?...หนูจะไปฟ้องใคร หนูไม่เคยคิดจะฟ้องร้องใครเลยนะคะ”
“ก็แบบนี้แหละมีพวกมือที่สามชอบมาปั่นข่าวมั่วๆ”พลอยให้ความเห็นเสริมทันที
“โอเคค่ะพี่นุ่นทำหนังสือชี้แจงแล้วส่งเข้ามาได้เลย เดี๋ยวหนูอนุมัติหนังสือทันทีค่ะ”
“ขอต้อนรับเข้าสู่รายการเศรษฐกิจยามเย็นกันเป็นประจำนะคะจูน-กมลชนกทำหน้าที่เป็นพิธีกรเช่นเดิมค่ะ วันนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์มาตั้งแต่ช่วงเช้าค่ะก่อนอื่นเลยดิฉันต้องบอกก่อนว่ามีประชาชนจำนวนมากโทรกระหน่ำเข้ามาที่ทีมงานจำนวนมากให้เกาะติดเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดวันนี้ขอให้ทุกคนติดตามรายการให้ดีนะคะ มีความคืบหน้าหลายประเด็นเลยค่ะ และที่สำคัญในช่วงท้ายรายการพลาดไม่ได้เรามีสกู๊ปพิเศษ ดิฉันสปอยล่วงหน้าว่า สะเทือนใจและหดหู่อย่างมากค่ะ”
“ก่อนอื่นเลยดิฉันขอทบทวนเหตุการณ์ก่อนนะคะเมื่อช่วงเช้าวันนี้มีพนักงานจำนวน 897คนไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับคุณเจนจิราที่มหาวิทยาลัยเรื่องที่ถูกเลย์ออฟจากกรณีที่บริษัทโฟร์อัสทราเวลถูกซื้อกิจการโดยบริษัทซีคอร์ปเรื่องนี้มีที่มาที่ไปคือ ต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ประมาณปีที่แล้วคุณสัญญาซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทโฟร์อัสทราเวลประกาศเลื่อนการชำระหนี้กว่า 3,300ล้านบาทเศษออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทราบข้อมูลในเวลาต่อมาว่า ทางบริษัทโฟร์อัสทราเวลประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างหนักในท้ายที่สุดคุณสัญญาจำเป็นต้องขายกิจการ”
“ในวันแถลงข่าวคุณสัญญาเสียใจอย่างหนักสีหน้าอารมณ์ท่าทางเห็นชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้บริษัทนี้ล้มละลาย จึงติดต่อไปที่คุณวรวิทย์ซีอีโอของซีคอร์ปที่เป็นเพื่อนสนิท ขอให้ช่วยซื้อกิจการโดยมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างแปลกมากคือตกลงขายกิจการในราคาเพียง 1 บาทเท่านั้น แต่ขอให้ทางซีคอร์ปรับผิดชอบหนี้สินประมาณ12,000 ล้านบาทเศษ คุณสัญญาบอกแต่เพียงว่าเขาไม่ต้องการให้เจ้าหนี้ทุกรายเดือดร้อนและไม่ต้องการปิดบริษัทที่เขารักรวมไปถึงพนักงานทุกคนที่ทำงานกับบริษัทมาอย่างยาวนาน”
“บริษัทโฟร์อัสทราเวล มีทรัพย์สินหลักๆ คือ โรงแรม 5 ดาวอยู่ 4แห่งอยู่ที่ภาคเหนือกับภาคตะวันออก แล้วก็มีรีสอร์ตกับบ้านพักตากอากาศกับร้านอาหารอีกจำนวนหนึ่งกิจการเคยมีมูลค่าสูงสุดถึง 14,000 ล้านบาทเศษ แต่ในภาวะเศรษฐกิจซบเซาต่อเนื่องยาวนานกว่า2 ปี ผู้เชียวชาญประเมินว่า ในขณะที่ขายกิจการให้กับซีคอร์ปน่าจะมีมูลค่าเหลือแค่ราวๆ7,000-7,500 ล้านบาทเศษ แต่มีหนี้สินสูงกว่า 12,000 ล้านบาททำให้กิจการขาดสภาพคล่องอย่างหนักเดินหน้าต่อไม่ได้”
“ขั้นตอนการซื้อกิจการใช้เวลาปีกว่าๆเสร็จสมบูรณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในยุคการบริหารของคุณเจนจิรา พวกเรายังไม่ทราบว่าบริษัทโฟร์อัสทราเวลอยู่ในฐานะใด อาจจะเป็นบริษัทในเครือซีคอร์ปหรือปิดบริษัทก็ได้ตรงนี้ยังไม่มีข้อมูลใดๆ ออกมาจากซีคอร์ปค่ะยังไม่แน่ใจว่านโยบายของคุณเจนจิราที่มีต่อโฟรอัสเป็นอย่างไร”
“ปัญหาเมื่อเช้านี้เกิดขึ้นมาจากแผนควบรวมบริษัทต้องมีการเลย์ออฟพนักงานโดยประมาณ1,200-1,300 คน มีพนักงานส่วนหนึ่งยอมรับเงินชดเชยเท่าที่ดิฉันตรวจสอบพนักงานกลุ่มนี้ประมาณ 300 คน เป็นพนักงานที่มีอายุไม่มากส่วนพนักงานอีกกลุ่มหนึ่ง 897 คนมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับคุณเจนจิรา...ดิฉันพยายามสอบถามแหล่งข่าวเพื่อยืนยันว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบกรณีนี้ มีแนวโน้มว่าเป็นความรับผิดชอบของซีคอร์ปโดยตรงเพราะว่ากระบวนการควบรวมกิจการเสร็จสิ้นแล้วและจำเป็นต้องมีการเลย์ออฟพนักงานนี่คือที่มาของเรื่องราวเมื่อเช้านี้นะคะ”
“ข้อมูลที่ได้มาจากการประชุมเมื่อเช้านี้ดิฉันขอสรุปสั้นๆ อีกครั้งแยกเป็นประเด็นต่างๆ นะคะ เรื่องนี้คุณเจนจิราอาจจะยังไม่ทราบรายละเอียดหรืออาจจะทราบแต่ไม่ครบถ้วนโดยมีคุณพลอยเป็นคนดูแลเรื่องนี้ในขั้นต้น เธอยอมรับว่ามีแผนที่ต้องเลย์ออฟพนักงานจำนวนหนึ่งจริงค่ะ”
“ตลอดทั้งวันที่ผ่านมาเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆมากมายเกิดขึ้นในโลกโซเชียลค่ะ พรรคพวกในวงการสื่อพูดเหมือนกันหมด โดนกระหน่ำโทรให้เกาะติดเรื่องนี้กันหมดทุกรายการที่เพจของทางสถานีล่มไปหลายรอบแล้วค่ะ ต้องบอกเลยค่ะว่าแม้ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการจ้างงานของซีคอร์ปภายในก็จริงแต่เรื่องนี้กลายเป็นกระแสทางสังคมปนเข้ามาแล้วนะคะ”
“แม้ว่าเรื่องจะผ่านมาเพียงแค่7 ชั่วโมงเท่านั้น ตอนนี้เราเริ่มทราบผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ 897คนแต่กลายเป็น 897 ครอบครัวไปแล้วค่ะ...บางคนตกงานตอนอายุมากต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ตอนอายุ 30, 40, 50 ปีไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะหลายคนอาจจะทำได้แต่อีกหลายคนอาจจะทำไม่ได้”
“มีข่าวBreaking News แทรกเข้ามานะคะ...เกิดเหตุผู้หญิง2 คนทราบในภายหลังว่าอายุ 35 ปีและ 39ปีเดินขึ้นสะพานลอยข้ามถนนแห่งหนึ่งที่ย่านจตุจักร กำลังจะกระโดดลงมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสา 6 คนเข้าไปเกลี้ยกล่อมนานถึง 40 นาทีขณะนี้อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่แล้วนะคะ...ทั้ง 2 คนเป็นอดีตพนักงานโฟร์อัสที่ตกงานจากกรณีควบรวมกิจการกับซีคอร์ปแล้วเกิดภาวะเครียดจัดในขณะนี้เจ้าหน้าที่พาทั้ง 2 คนส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วค่ะ”