"เป๊าะ"
เมื่อมาถึงไป๋เฉินก็ดีดนิ้วเพื่อกางม่านพลัง ทำให้ในรัศมีสิบกิโลเมตรมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่คงอยู่ ณ ที่แห่งนี้ และจะไม่มีใครเข้ามารบกวนพวกเขาได้
"เอาล่ะ ฉีเอ่อร์เรียกยัยหนูชิงชิงออกมาได้" ไป๋เฉินหันไปกล่าวกับลูกชายหลังจากที่เตรียมการทุกอย่างจนเสร็จสิ้น
ส่วนทางด้านของไป๋ฉีเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย เขาทำการอัญเชิญชิงชิงออกมาในทันใด ทำให้เบื้องหน้าปรากฏเด็กหญิงผมสีฟ้าหน้าตาน่ารักน่าชัง
"ท่านพ่อ" สาวน้อยกระโดดเข้าไปสวมกอดไป๋ฉีอย่างร่าเริงและรักไคร่
"ชิงชิงลูกพ่อ ดูสิว่าคนที่อยู่ข้างหลังของลูกคือใคร"ไป๋ฉีกล่าวอย่างแผ่วเบา ทำให้ชิงชิงต้องหันไปมองยังด้านหลัง
เมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มผู้หล่อเหลาและหญิงสาวผู้งดงาม เธอก็ยิ้มร่าออกมา
"ท่านปู่ ท่านย่า" เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใส ทั้งฟางถงและไป๋เฉินที่ได้ยินหัวใจก็เริ่มพองโตขึ้นมา จากนั้นลอยไปลูบผมสีฟ้าของเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความเอ็นดูจับใจ
"เด็กดี เจ้าพร้อมที่จะวิวัฒนาการหรือยัง"ไป๋เฉินเอ่ยปากถาม ชิงชิงก็พยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย เพราะตัวของเธอได้รับรู้เรื่องการวิวัฒนาการนี้จากไป๋ฉีผู้เป็นพ่อตั้งแต่ตอนที่อยู่ในมิติสัตว์อัญเชิญแล้ว
"ดีมาก ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า"ไป๋เฉินกล่าวอย่างอ่อนโยน และในเสี้ยววินาทีนั้นดวงเนตรจุติจักรวาลของปรากฏขึ้นมา
"ฉีเอ่อร์ นำโลหิตอสรพิษบรรพกาลรวมไปถึงดวงตาของอสรพิษหยกขาวมาให้พ่อ แล้วถอยห่างออกจากบริเวณนี้" ไป๋ฉีทำตามในทันที ส่งมอบสมบัติทั้งสองชิ้นให้กับผู้เป็นพ่อ จากนั้นก็บินถอยห่างไปไกล
"เด็กดีของปู่ ผ่อนคลายเอาไว้นะเข้าใจไหม"ไป๋เฉินปลอบเด็กหญิงตัวน้อยเบื้องหน้าของตัวเองในทันใด
ชิงชิงพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีสบายๆ "ท่านปู่ลงมือได้เลยเจ้าค่ะ"
ได้ยินหลานสาวเอ่ยปาก ไป๋เฉินพลันยิ้มบางและเริ่มการวิวัฒนาการให้กับเด็กหญิงตัวน้อยเบื้องหน้า ด้านบนท้องฟ้าในเวลานี้อยู่ดีๆก็มีดวงเนตรจุติจักรวาลขนาดใหญ่ถูกฉายขึ้นมา
"ทักษะแห่งพระเจ้า ห้วงฝันอนันต์" สิ้นเสียงของไป๋ฉีดวงเนตรจุติจักรวาลบนท้องฟ้าก็จับจ้องไปที่ชิงชิงและทำให้เธอตกสู่ห้วงฝัน
ภายใต้สภาวะนี้เด็กหญิงตัวน้อยจะไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือทรมานแต่อย่างใด
ไป๋เฉินจึงใช้จังหวะนี้ในการปลูกถ่ายดวงตาของอสรพิษหยกขาวให้กับชิงชิง จากนั้นก็นำโลหิตของอสรพิษบรรพกาลจำนวนสิบหยดทาบนร่างกายของเธอและรอดูอาการ
"อึก!"
ผ่านไปไม่นานนักตัวของชิงชิงก็เริ่มสั่น เนื่องจากโลหิตอสรพิษบรรพกาลทั้งสิบหยดนั้นเริ่มกลืนกินสายเลือดเก่าและแตกตัวเป็นสายเลือดใหม่ หากผ่านกระบวณการนี้ชิงชิงจะไม่ใช่อุโรโบรอสหรืออสรพิษวารีอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นสัตว์อสูรต่างมิติลำดับที่ 5 อสรพิษบรรพกาลโดยสมบูรณ์
"โห อย่างที่คิดแม้จิตวิญญาณจะอยู่ในห้วงฝัน แต่ร่างกายก็ยังตอบสนองต่อความร้อนและความเจ็บปวดอยู่ดี"ไป๋เฉินเอ่ยปากกล่าวขึ้นมา ในตอนนี้แม้แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น ทางด้านของไป๋ฉีและฟางถงที่กำลังเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ก็จับจ้องไปยังร่างของเด็กสาวผมสีฟ้าด้วยความห่วงใย
วันเวลาราวกับสายน้ำที่หลั่งไหล ในที่สุดก็ผ่านไปแล้วถึงเจ็ดวัน ร่างน้อยๆของชิงชิงหยุดสั่น จากนั้นแสงสีฟ้าครามก็ปรากฏขึ้นมาและห่อหุ้มร่างกายของเธอจนกลายเป็นไข่ที่มีลวดสายสุดแสนงดงาม
"สำเร็จ ที่เหลือก็แค่รอให้ไข่ฟักตัวเท่านั้น" ไป๋เฉินกล่าว ก่อนที่จะปลดทักษะห่วงฝันนิรันดร์ของตัวเองออกไป และใช้พลังโอบอุ้มไข่ขนาดใหญ่บินหาพวกไป๋ฉี
"เรียบร้อยแล้ว เจ้าต้องดูแลเด็กคนนี้ให้ดีเข้าใจหรือไม่"เมื่อมาถึงไป๋เฉินเอ่ยปากกล่าว บังคับให้ไข่ลอยไปหาลูกชาย
ไป๋ฉีพยักหน้าตอบรับด้วยความดีใจ เขาเก็บไข่เข้ามิติสัตว์อัญเชิญก่อนที่จะโค้งตัวทำความเคารพท่านพ่อเพื่อเป็นการขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ไป๋เฉินเองก็พยักหน้าตอบรับราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ทั้งสามพากันเปิดมิติกลับตึกของผู้อำนวยการ ไป๋เฉินรีบขอตัวกลับไปยังศูนย์บัญชาการ ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงแค่ฟางถงและไป๋ฉี
"ท่านแม่สี่ หากไม่มีอะไรแล้วลูกขอตัวก่อนนะขอรับ"ไป๋ฉีก้มหัวทำความเคารพและเตรียมจะเดินออกไป ทว่าในตอนนั้นเองเสียงของฟางถงก็ดังขึ้นมา
"เดี๋ยว! เจ้าหนู แม่มีภารกิจให้เจ้า"
"ท่านแม่ มีอะไรอย่างนั้นหรือขอรับ" ด้วยความฉงนสงสัยไป๋ฉีจึงหันกล่าวถามว่า
"หึหึ! นิยายเรื่องนี้ที่เจ้าส่งมาให้พวกแม่อ่านสนุกใช้ได้ ซึ่งภารกิจที่แม่จะให้มันก็เกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้"ฟางถงกล่าว พร้อมกับเปิดนิยายที่ไป๋ฉีส่งให้ขึ้นมา
"เอ่อ.....ท่านแม่คงไม่ได้อยากให้ข้าไปสังหารหญิงสาวในหนังสือนั่นหรอกใช่ไหม"
ได้ยินคำถามนี้ ฟางถงก็ระเบิดเสียงหัวเราะในทันใด "ฮ่าๆๆ นี่เจ้าคิดว่าท่านแม่ของเจ้าเป็นคนโหดเหี้ยมอมหิตหรือไงกัน"
"อ้าว แล้วท่านแม่จะให้ข้าไปทำอะไรงั้นหรือขอรับ"ไป๋ฉีกล่าวถามด้วยความสงสัย
ฟางถงจึงเริ่มอธิบาย "หลังจากที่เจ้าส่งข้อมูลนิยายเรื่องนี้มาให้พวกแม่ได้อ่าน พวกแม่ก็เริ่มสงสัยว่าท่านพ่อตัวดีของเจ้าเคยไปก่อเรื่องหลอกลวงอะไรใครไว้อีกหรือไม่ จึงได้สอบถามท่านพี่ไป๋อิง ปรากฏว่ายังมีหญิงสาวอีกสามคนที่โดนท่านพ่อของเจ้าหลอกให้รักแล้วจากไป"
"หา! เมื่อก่อนนี้ท่านพ่อของข้าเป็นคนที่ร้ายกาจปานนั้นเลยงั้นหรือ?"ไป๋ฉีรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเท่าไรนัก
"เหอะๆท่านพ่อของลูกเมื่อก่อนนี้เรียกได้ว่าไร้หัวใจก็ไม่ผิดนัก เพื่อที่จะทำภารกิจให้สำเร็จเขาไม่เคยเลือกวิธีการ จะมีเพียงการฆ่าคนบริสุทธิ์เท่านั้นที่เขาไม่เคยทำ"ฟางถงกล่าว เมื่อนึกถึงเรื่องเก่าๆเธอก็อดหมั่นใส้สามีตัวดีไม่ได้
"แล้วภารกิจที่ท่านแม่จะให้ข้าไปทำคืออะไรอย่างนั้นหรือขอรับ"ไป๋ฉีกล่าวถามโดยฉับไว เขาอยากจะรู้จริงๆว่าพวกท่านแม่คิดจะจ้างเขาให้ไปทำอะไรกัน
"ง่ายดายมาก ลูกก็แค่ไปพาตัวหญิงสาวทั้งสามคนมาให้แม่เพียงเท่านั้น"
ได้ยินเสียงของฟางถง ชายหนุ่มที่ได้ยินก็ถึงกับผงะไป "เอ่อ....ท่านแม่ หากข้าคาดการณ์ไม่ผิดเหตุการณ์พวกนี้มันเกิดมาหลายพันปีแล้วไม่ใช่หรือไงกัน หญิงสาวทั้งสามคนนั้นตอนนี้ระดับพลังคงพุ่งทะยานไปไกล หากพวกเธอไม่ยอมกลับมากับข้าแล้วข้าจะไปบังคับพวกเธอได้อย่างไร"
ฟางถงทำหน้ามุ่ย"เจ้าเด็กโง่ ในจักรวาลแห่งนี้ไม่มีใครที่ระดับพลังพุ่งะยานขึ้นพรวดพราดได้ในเวลาอันสั้นเหมือนกับลูกหรอกนะ นี่คือข้อมูลของหญิงสาวเหล่านั้น"
กล่าวจบก็เปิดข้อมูลให้ไป๋ฉีดูโดยพลัน ชายหนุ่มก็กวาดสายตาอ่านในทันที
"คนแรก ซ่งอู่จี้ ระดับนักรบแห่งดวงดาวขั้นที่เก้า ตำแหน่งหัวหน้าหอพิพากษา สังกัดดวงไร้นาม เขตชายแดนฝั่งตะวันออก"
"คนที่สอง เซี่ยหยุนจิง ระดับนักรบแห่งดวงดาวขั้นที่เก้า ตำแหน่งหัวหน้าหอหิมะโปรย สังกัดดวงไร้นาม เขตชายแดนฝั่งตะวันออก"
"คนที่สาม จูหนิงเอ่อร์ ระดับนักรบแห่งดวงดาวขั้นที่เก้า ตำแหน่งหัวหน้าหออัคคี สังกัดดวงไร้นาม เขตชายแดนฝั่งตะวันออก"
"หืม พวกเธอทั้งหมดอยู่ในสถานที่เดียวกันงั้นหรือขอรับ ผ่านมาหลายพันปีทำไมระดับของพวกเธอถึงได้เพิ่มขึ้นมาเพียงแค่นี้กัน"ไป๋ฉีกล่าวถามด้วยความสงสัย
ฟางถงจึงได้อธิบายเพื่อไขความกระจ่าง "บริเวณเขตชายแดนมีลมปราณจักรวาลเบาบางเอามากๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ระดับของพวกเธอจะถูกจำกัดเพียงแค่นี้"
"จากที่ฟังท่านพี่ไป๋อินเล่ามา ดูเหมือนท่านพ่อของเจ้าจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหญิงงามทั้งสามคนนี้ในครั้งที่ไปทำภารกิจเพื่อสืบหาต้นต่อของกองกำลังลึกลับ เมื่อทำภารกิจเสร็จก็ออกจากที่นั่นโดยไม่ได้ร่ำลา"
"หลังจากที่แม่ไปสืบมา ดูเหมือนว่าทั้งสามคนนั้นยังไม่ได้แต่งงานกับคนอื่นและยังคงรอคอยพ่อของลูกอยู่"
"แล้วท่านพ่อล่ะขอรับ เขามีความเห็นอย่างไรในเรื่องนี้"ไป๋ฉีหันไปถามอีกครั้ง
"เหอะๆ พ่อของลูกน่ะหรือ แม้เขาจะกลับมาเป็นผู้เป็นคนแล้วก็ตาม แต่สำหรับเรื่องพวกนี้ก็ยังเรียกได้ว่าเป็นคนที่ซื่อบื้อคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ผู้ชายคนนั้นยังไม่ค่อยกล้าเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองเสียเท่าไร"
"ยกตัวอย่างเช่นกรณีของแม่ หากไม่มีเรื่องของลูกกับอินเอ่อร์มีหรือที่เขาจะมาง้อแม่ในตอนนั้น"ฟางถงกล่าวขึ้นมา
ไป๋ฉีก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ "ดังนั้นการที่พวกท่านแม่ให้ข้าไปรับหญิงสาวทั้งสามคนมา ก็เพราะอยากจะสร้างสถานการณ์บีบบังคับให้ท่านพ่อเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเอง ทั้งยังทำให้พวกเขาได้ปรับความเข้าใจกัน"
"ฉลาดมาก นี่คือแผนยิงกระสุนนัดเดียวได้นกถึงสองตัวอย่างไรล่ะ พวกแม่ยอมไม่ได้หรอกนะที่จะต้องเห็นหญิงสาวตาดำๆต้องเสียใจกับการกระทำของสามี"
ได้ยินเช่นนี้ไป๋ฉีก็ทำความเคารพฟางถงในทันใด "ลูกรับภารกิจนี้ขอรับ แล้วลูกจะรีบพาทั้งสามคนนั้นกลับมาโดยเร็วไว"
ฟางถงอมยิ้ม "ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ เพราะเจ้าไปครั้งนี้ไม่ได้ไปทำภารกิจของพวกแม่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องไปฝึกงานที่นั่นเป็นเวลาสามปี"
"หา สามปี!!"
ไป๋ฉีถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เขาก็รู้อยู่หรอกว่าเหล่านักศึกษาจะต้องออกฝึกงาน แต่โดยปกติมันต้องฝึกที่ศูนย์วิจัยกลางไม่ใช่หรือ แล้วทำไมตัวเขาต้องไปฝึกงานไกลถึงเขตชายแดนกัน