จากนั้นก็นึกถึงคำสั่งจากลั่วชีเหนียง
“ช่วงนี้บ้านพักตากอากาศของเราเริ่มกระจายไปทั่วบริเวณนี้ เดาว่าคงมีเศรษฐีหรืออยากรู้อยากเห็นมาสอดส่องดู หากพวกเจ้าเห็นว่าเป็นคนแปลกหน้า จำไว้ว่าต้องยิ้มแย้มและบอกเล่าสิ่งดีงามของบ้านพักตากอากาศให้กับพวกเขาอย่างเป็นมิตรด้วย”
เฉียงจื่อเห็นตู้หมิงเจวียนกับที่เหลือแต่งกายไม่ธรรมดา บวกกับเป็นคนแปลกหน้าที่ชีเหนียงเอ่ยถึง ใบหน้าก็ยิ้มแย้มเบิกบาน
“ฮูหยินมาท่องเที่ยวที่บ้านพักตากอากาศของเราหรือขอรับ?” เฉียงจื่อเห็นพวกนางไม่พูดจา จึงรู้ว่าความเข้มงวดเมื่อครู่ของตนคงทำให้พวกนางกลัว จึงรีบอธิบาย “บ้านพักตากอากาศของเรายังสร้างไม่เรียบร้อยดี ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่เปิดกิจการกับคนภายนอก ไม่ทราบว่าท่านทั้งหลายมาด้วยเหตุใดหรือขอรับ?”
ตู้หมิงเจวียนเห็นใบหน้าของเขาเค้นรอยยิ้มออกมาอย่างแข็งทื่อ ท่าทางลำบากใจนี้เหมือนกับสมัยที่ชีเหนียงฝึกฝนคนที่ทำงานให้กับโรงชานมในตอนนั้นยิ่งนัก ขณะที่แอบมีความหวังว่าชีเหนียงจะอยู่ที่นี่เพิ่มอีก ฉับพลันก็ไม่ได้ร้อนใจถึงเพียงนั้น
“บ้านพักตากอากาศของพวกเจ้ามีจุดเด่นอะไรหรือ มิสู้ลองบอกเล่าให้ข้าฟังสักหน่อย”ตู้หมิงเจวียนชี้ไปยังถนนสามเส้นและถามเขา “สิ่งเหล่านี้มีความลึกลับอะไรบ้าง?”
เฉียงจื่อลูบศีรษะอย่างใสซื่อ “ฮูหยินหลักแหลมนัก ทว่าบอกไม่ได้ บอกไม่ได้ขอรับ!”
จากนั้นก็หันหลังและขึงเชือกกั้นที่อยู่ข้างถนนฝั่งซ้ายกับทางแยกฝั่งขวา
“อ้อ ฮูหยินอย่าได้กล่าวโทษ สองทางนี้ยังมีสิ่งอันตรายไม่ได้กำจัดออก ฮูหยินของเราบอกว่าจุดที่เป็นอันตราย ห้ามให้แขกเข้าไป หากฮูหยินสนใจ มิสู้ลองเดินเส้นทางนี้ก่อน”เฉียงจื่อพูดขณะเดินนำหน้าไปสองก้าว “ทางด้านนี้เก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว ส่วนมากจะเป็นสถานที่สำหรับพักอาศัยและรับประทานหาร เทียบกันแล้วจะปลอดภัยกว่า”
เฉียงจื่อไม่ให้พวกนางไปทางฝั่งซ้ายขวา พวกนางก็ยิ่งเกิดความสงสัยใคร่รู้ เพียงแต่ตลอดทาง ไม่ว่าบ่าวจะหลอกล่อเฉียงจื่ออย่างไร เขาก็ไม่ได้เปิดเผยแม้แต่น้อย
ตู้หมิงเจวียนไว้วางใจกับการปิดปากเงียบของเขาอย่างมาก คนที่ชีเหนียงหามานั้นพึ่งพาได้ คนประเภทนี้ ไม่ต้องคอยห่วงว่าเขาจะพ่นความลับอะไรออกไป แต่ตัวนางก็ใคร่รู้อย่างมาก! หากไม่ได้ก็ถามชีเหนียงโดยตรงดีกว่า นางมีหรือจะไม่บอก
คนทั้งหมดเดินทางตามที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะขึ้นเขา แต่กลับทำให้คนรู้สึกผ่อนคลาย โดยเฉพาะเสียงร้องของแมลงที่เหมือนกับปลดปล่อยเป็นอิสระท่ามกลามธรรมชาติ รอจนมาถึงด้านบนบันไดหินที่มีห้องปีกเรียงซ้อนตามลำดับสูงต่ำตรงหน้า
การออกแบบห้องปีกเหล่านี้มีกลิ่นอายของยุทธภพ บางส่วนมีกลิ่นอายความโอ่อ่าอลังการ กระทั่งยังมีสิ่งปลูกสร้างบางรูปแบบที่พวกนางไม่เคยเห็นมาก่อน
“นี่มัน…”
มองดูท่าทางตกตะลึงของพวกนาง เฉียงจื่อก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจอย่างน่าประหลาด!บ้านที่น่าทึ่งเหล่านี้มาจากฝีมือการปลูกสร้างของพวกเขาเหล่าพี่น้อง! เพียงแต่ตอนที่สร้างบ้านเหล่านี้ พวกเขาเองก็ตกใจและแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง
ห้องพักที่มีความสวยงามวิจิตรมีหนึ่งเดียว ถึงขั้นเกิดขึ้นด้วยน้ำมือเขา ตอนนี้ปฏิกิริยาของตู้หมิงเจวียนเติมเต็มความภาคภูมิใจของเฉียงจื่อได้อย่างสมบูรณ์
ตู้หมิงเจวียนรีบเดินไปสองก้าว “ชีเหนียงเก่งกาจจริงๆ!”
ยังไม่ต้องเอ่ยถึงว่าในนี้มีอะไรอย่างอื่นอีก เพียงแต่บ้านพักนี้คือสถานที่แรกในเมืองหลวง ไม่สิ ควรจะบอกว่าเป็นหนึ่งเดียวในทั่วแคว้นต้าชางโดยไม่ได้อวยจนเกินเหตุ อย่างน้อยนางก็ยังไม่เคยเห็นการปลูกสร้างที่พิเศษแบบนี้ได้จากที่อื่น แม้ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อหลอมรวมกัน กลับทำให้คนตื่นตาตื่นใจ
นางยิ่งเกิดความสนใจในบ้านพักตากอากาศอันหยาง
“เอ๋ ฮูหยินท่านนี้รู้จักกับฮูหยินของเราด้วยหรือขอรับ?” เฉียงจื่อได้ยินนางเอ่ยถึงชีเหนียง จากนั้นก็สับสนเล็กน้อย “เพียงแต่ฮูหยินมิได้กำชับกับพวกข้าว่าจะมีสหายมาเยี่ยมเยียน?”
“ข้านึกครึ้มใจจึงมากะทันหัน ตอนนี้ชีเหนียงอยู่ไหนหรือ? ข้าต้องการพบนาง!”
เฉียงจื่อได้ยินก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้จักกับลั่วฮูหยินจริง แต่ว่าไม่ได้! ลั่วฮูหยินไม่เคยบอกว่านางมีสหายสถานะเช่นนี้มาก่อน เขาจึงชี้ไปยังศาลาบนบันได “หรือไม่ฮูหยินไปนั่งพักรอที่นั่นก่อน ข้าจะไปเรียนกับฮูหยินก่อน”
ก่อนจากไปเหมือนจะยังไม่วางใจ จึงกำชับอีก “อ้อ ที่นี่เรามีกลไกที่ซ่อนไว้หลายแห่ง ขอได้โปรดฮูหยินอย่าเดินไปเรื่อย หากเกิดฮูหยินบาดเจ็บ คงจะไม่ดี”
กลไกเหล่านี้มีอยู่จริงๆ เพราะอดีตของค่ายอันหยางนั้นไม่ดีนัก เพื่อเลี่ยงไม่ให้คนมาสร้างปัญหาในภายหลัง ดังนั้นชีเหนียงจึงสร้างกลไกบางอย่างไว้ทุกสถานที่ หากเกิดวันใดมีคนมาหาเรื่องถึงที่ รับรองว่าพวกเขาจะไม่มีทางได้กลับไปอีกแน่
ตู้หมิงเจวียนถูกเฉียงจื่อระแวงและไม่เชื่อใจจนอึดอัด นางชี้ตามหลังของเฉียงจื่อและไม่พอใจ “เจ้าดูสิเขาหมายความเช่นไร? นี่กลัวว่าข้าจะแอบลอกเลียนหรือ?”
เยี่ยนรั่วซวงหลุดขำ “ท่านน้า ท่านพูดอะไรกัน ข้ากลับรู้สึกว่าคนผู้นี้ทำงานรัดกุมดี เราแต่งกายไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่ท่านคิดถึงน้าลั่วสิ นางแต่งกายเรียบง่ายมาตลอด ไม่ว่าอย่างไรก็คงคิดไม่ถึงว่าจะเกี่ยวข้องกับเราได้ คนเขาระวังตัวก็เป็นเรื่องสมควร”
พูดจบ ก็ถอนหายใจเล็กน้อย “น้าลั่วร้ายกาจนัก ไม่ว่าไปถึงไหนก็ต้องมีคนทำดีกับนางจากใจ นอกจากนี้บ้านพักตากอากาศอันหยางนี้ก็เยี่ยมยอดนัก ข้าชักสงสัยแล้วว่าที่นี่มีอะไรกันแน่”
ตอนที่ชีเหนียงได้ฟังคำบอกเล่าจากเฉียงจื่อ นางกำลังหารือกับจิ่งเฉินเรื่องควรไปเมืองหลวง เขาเสียเวลาที่นี่นานเกินไป ขืนยังอยู่ต่อไป เกรงว่าจะส่งผลต่อการสอบของจิ่งเฉินจากนี้ แม้ว่าที่นี่จะใกล้สร้างเสร็จแล้ว แต่รายละเอียดเล็กน้อยที่เหลือ ยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกที
“ต่อจากนี้แม่จะมาดูสถานการณ์ทุกเดือน คาดว่าสิ้นปีนี้คงจะจบงานได้ทั้งหมด” ครั้งนี้ชีเหนียงทำโครงการใหญ่ เรื่องที่นี่นางได้ส่งสาส์นไปถึงโจวย่าอวิ๋นกับลั่วจิ่งซีแล้ว อีกไม่กี่วันพวกเขาจะพาคนมา และก่อตั้งโรงชานมกับสถานความงามที่นี่ก่อน เรื่องการอบรมลูกจ้าง ถึงเวลาก็มอบหมายให้พวกเขาจัดการก็พอ
เรื่องราวความงามต้องยกให้เป็นหน้าที่สตรี ด้วยเหตุนี้ยังต้องรับสมัครคนงานหญิงอีก เมื่อได้ยินคำว่าคนงานหญิง ดวงตาของสิงเหล่าซื่อก็ลุกวาว ค่ายอันหยางไม่มีสตรีให้พบเห็นมานานมากแล้ว เมื่อได้ยินความคิดของลั่วฮูหยินที่จะรับสมัครคนงานหญิง ถึงเวลาเรื่องคู่ครองของเหล่าพี่น้องก็จะได้รับการแก้ไข
ลั่วฮูหยินช่างเหมือนกับพ่อแม่คนที่สองของพวกเขาจริงๆ!
มองดูท่าทางตื่นเต้นของเขา ชีเหนียงรู้สึกประหลาดใจชอบกล
“ฮูหยิน! ฮูหยิน! ด้านนอกมีสตรีสองคน บอกว่ามาหาท่าน!” เฉียงจื่อวิ่งหอบมา “ทว่าข้าให้พวกนางรออยู่ที่คุ้งส่องจันทร์”
คุ้งส่องจันทร์ก็คือชื่อที่พักซึ่งอยู่ด้านหลังบันไดหิน ที่แห่งนี้ถูกเรียกว่าคุ้งส่องจันทร์ ทั้งหมดก็เพราะเมื่อตกดึก สถานที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะมองไปเมื่อใด ดวงจันทร์ก็คล้ายกับเรือลำเล็กที่โค้งขึ้น ที่แห่งนี้จึงกลายเป็นจุดขายของบ้านพักตากอากาศ
เมื่อได้ยินคำนี้ ชีเหนียงกับจิ่งเฉินสบตากัน ข่าวที่พวกเขาอยู่ที่นี่ นอกจากจ้าวจือชิงกับลั่วจิ่งซีที่อยู่อำเภอเฉาที่รับรู้ คนอื่นน่าจะไม่ทราบ แล้วสหายของตนจะมาจากไหน
ทว่าในเมื่อผู้มาเยือนบอกว่ารู้จักตนเอง เช่นนั้นางก็ต้องไปดูว่าคือผู้ใดกันแน่
รอจนชีเหนียงมาถึงคุ้งส่องจันทร์ ก็เห็นสตรีที่นั่งชะเง้ออยู่ในศาลา
ไฉนจึงลืมนางไปได้
-----