ฉับพลันรอบด้าน ต่างก็พากันเงียบงัน ราวกับพวกเขาเห็นแสงพลังศักดิ์สิทธิ์ ของจักรพรรดิอี้เทียนหรง ทับซ้อนกับเด็กหนุ่ม นามว่าสงครามน้อย อยู่แวบหนึ่งก็มิปาน ทำให้ใบหน้าของเหล่าผู้อาวุโสชรา ดำมืดทะมึนไม่น้อย ครั้นนึกถึงจักรพรรดิชรา จนบัดนี้พวกเขาไม่อาจ มองข้ามเด็กหนุ่มผู้นี้ได้อีกต่อไป
โดยเฉพาะ ชายแก่ขี่วัวซวนซี ที่ถือน้ำเต้าในฝ่ามือ เตรียมจะดื่มต้องพลันแข็งค้าง เขาไม่คิดว่าศิษย์อนุชนตำหนักเทพ ของเขา จะมาพ่ายแพ้ให้กับสำนักหุบเขาบรรพชน ของอี้เฉิน ในรอบรองชนะเลิศเช่นนี้ บรรยากาศที่อึมครึมหนักอึ้ง ยิ่งส่งให้ผู้คนอุดปากเงียบ ไม่กล้าพูดอะไรสุ่มๆ ออกมา กลัวว่าจะทำให้ราชาอมตะชรา เกิดโทสะขึ้นมา
...ระหว่างพักเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ชายชราขี่วัว ซวนซี ส่งคำพูดปราณจิต ออกไปบอกกล่าว ซื่อซื่อ ที่ไม่คิดจะลงประลอง บอกกล่าวตัวเขาในทันใด “อย่างไรพวกเราจะต้องชนะการประลองนี้ให้ได้ ไม่อาจให้ศิษย์สำนักไอ้เวรอี้เฉิน เป็นอันดับหนึ่ง ของอนุชนรุ่นใหม่ได้”
เด็กหนุ่มนาม ซื่อซื่อที่หลับตาพริ้ม ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง จู่ๆ เขาก็เปิดเปลือกตา ชำเลืองมองชายแก่ ด้วยสายตาคมกล้า ก่อนเด็กหนุ่ม จะส่งคำพูดปราณจิต ออกไปด้วยความโอหัง “ช่างสามหาวนัก ถึงกับสั่งให้ข้า ลงประลองให้พวกเจ้าเชียวหรือ ไอ้พวกคนดินแดนเทพ”
ชายชราขี่วัว ซวนซี ที่รับรู้ถึงแรงบีบคั้น จากน้ำเสียงปราณจิต ของหัวหน้าองครักษ์ หยุนฟ่านซื่อ ภายในร่างเด็กหนุ่มนามซื่อซื่อ ทำให้จิตวิญญาณ ภายในร่างชายแก่ สั่นไหวน้อยๆ ด้วยความหวาดกลัว ทว่าเขาไม่มีทางให้ถอยหนีอีกต่อไป ก่อนชายแก่จะเอ่ยพูด มันออกมาอีกครา
“หัวหน้าองครักษ์ หยุนฟ่านซื่อ เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว อย่างไรจะให้ชื่อเสียง ของสำนักหุบเขาบรรพชน เป็นอันดับหนึ่งไม่ได้ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก เอาในภายหลัง”
“ข้าเข้าใจแล้วน่า” หัวหน้าองครักษ์ หยุนฟ่านซื่อภายในร่างเด็กหนุ่ม ครั้นลดทิฐิของตนเองลงมาได้ เขาจึงกล่าวตอบออกไป ราวกับเป็นเรื่องไม่ใส่ใจ มองว่าการประลองนี้ไม่ได้ ให้ความท้าทายตัวเขาแม้แต่น้อย แต่ต่อจากนี้ไปต่างหาก ที่ตัวเขารอคอยมาตลอดจนเนื้อเต้น
เมื่อหัวหน้าองครักษ์ หยุนฟ่านซื่อ ภายในร่างเด็กหนุ่ม คลี่ยิ้มชั่วร้าย ออกไปมองอี้เฉินอยู่แวบหนึ่ง ยังจดจำยามที่ร่างปราณจิต ของเขาหนีตาย จากอี้เฉินได้ไม่มีวันลืม ความเจ็บแค้น ยังคงฝังอยู่ในอก ไม่มีทางลบเลือนจางหายไป จนเขาต้องเก็บอาการดีใจ ที่จะได้ฉีกเนื้ออี้เฉินเป็นชิ้นๆ แทบไม่ไหวอีกต่อไป
...ไม่นานเมื่อเสียงประกาศกร้าว รอบชิงชนะเลิศดังขึ้นมาก้อง จากเสียงผู้อาวุโสชรา ประกาศรายชื่อสำนักดังออกมากู่ก้อง เหล่าอนุชนที่ใจจดใจจ่อ เห็นอนุชนสำนักศาลาซากศพ นามว่า ซื่อซื่อลงประลอง เด็กหนุ่มจึงเป็นที่จับตาของ หมู่ชนในทันใด ไม่เว้นแม้แต่เหล่าผู้อาวุโสสำนักต่างๆ
ครั้นเมื่อสำนักหุบเขาบรรพชน ของอี้เฉิน มายืนประจันหน้า กับศิษย์อนุชนสำนักศาลาซากศพ พวกเขาต่างก็ปะทุ ปราณพลังที่บ้าคลั่ง ออกมาอย่างไม่เก็บออม ราวกับภูเขาไฟที่ระเบิดปะทุ ออกจากกายา ส่งริ้วคลื่นปราณพลัง ซัดสาดออกมาทั่ว จนทั่วบึงน้ำรอบสนามประลองกลางน้ำ เกิดการสั่นไหวขึ้นมา
ทว่าเมื่อฝีเท้า ซื่อซื่อเหยียบพื้นอย่างรุนแรง มันก็ทำให้ร่างของ สงครามน้อย เจียวหยาง อาเม่ย ต่างก็ได้รับแรงกดดันอย่างหนัก กันแทบทั้งสิ้น
เหล่าอนุชนที่ดูชมการต่อสู้ กล่าวพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาของพวกเขา “ซื่อซื่อผู้นั้น หรือว่าเขาจะจบการประลอง ด้วยเสียงฝีเท้าอีกครา ทว่านี้มันรอบชิงชนะเลิศนะ การโจมตีของเขาช่างโอหังยิ่งนัก”
หลายคน ได้ยินคำพูดเหล่านั้น ต่างก็พยักหน้าเห็นตรงกัน เมื่อเห็นร่างเด็กหนุ่ม เดินสืบฝีเท้าออกมา ทว่าทุกการย่างก้าว ของเสียงฝีเท้า นั้น แฝงไว้ด้วยเต๋า ธรรมที่กระจัดกระจาย กดข่มออกไปทั่วทิศ ราวกับหมู่ชนเห็น ราชันสวรรค์หนุ่มผู้รุ่งโรจน์ สืบฝีเท้ามาจากอดีต ข้ามผ่านปัจจุบัน มายืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาก็มิปาน
ปัง! ปัง! ปัง! พร้อมคลื่นปราณพลังไร้รูปลักษณ์ อัดกระแทก เข้าใส่ร่างพวกเขาทั้งสาม จวนกระดูกภายในร่างลั่นไปทั่วตัว ทว่าบัดนี้มีเพียง สงครามน้อยเท่านั้น ที่ไม่ล้มลงกับพื้นเบื้องล่าง แต่ก็ฝืนยืนอยู่ด้วยความยากลำบาก
ก่อนสงครามน้อยจะหันปรายตาไปมองมิตรสหายของเขา เอ่ยถามออกมาด้วยความยากลำบาก “พวกเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง อาเม่ย เจียวหยาง”
ครั้นในกรอบสายตา สงครามน้อย เห็นมิตรสหายกระอักเลือด ออกมาไม่หยุด ร่างหมอบคลานลงไปกับพื้นเบื้องล่าง โทสะจึงปรากฏขึ้นที่ดวงตา จนแจ่มชัด
“หืม!! เจ้ายังไม่ล้มลงกับพื้นอีกเช่นนั้นหรือ” ซื่อซื่อ เด็กหนุ่มกล่าวด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าเด็กผู้นี้ ยังจะให้เขาต้องลงมืออีกครา
ฉับพลันเสียงเอ่ยเตือน อาเม่ย กับเจียวหยางก็ดังออกมาก้อง “สงครามน้อยระวังตัวด้วย!!”
ในเสี้ยวพริบตา ฝีเท้าเด็กหนุ่มผู้โอหัง ส่งฝีเท้าเหยียบ เข้าใส่ศีรษะสงครามน้อย จนหน้าผากมีโลหิต ไหลซึมออกมา ยังดีที่อาเม่ย กับเจียวหย่าง หมุนวาดฝ่ามือ ส่งปราณพลังเข้าไปป้องกัน
ทำให้สงครามน้อยไม่บาดเจ็บมากนัก ทว่าริมฝีปาก ของอาเม่ย กับเจียวหย่าง กระอักเลือดไม่หยุด จากแรงบีบอัดที่รุนแรง จากฝีเท้า นั้น ก่อนม่านพลัง จะแตกกระจัดกระจาย ออกมาดังกึกก้อง แม้แต่หลินเฟยที่ดูชม นางยังมีสีหน้าเป็นกังวล ส่งออกไปหาผู้เป็นสามีของนาง
“เจ้า! เจ้า!” ด้านสงครามน้อยที่เลือดขึ้นหน้า ครั้นเห็นมิตรสหาย ของเขาบาดเจ็บหนัก ฝ่ามือที่โคจรปราณพลังขึ้นมา ก่อร่างฉายภาพกวนอิมพันกร ส่งฝ่ามือตบร่างเด็กหนุ่ม ผู้โอหังในทันใด
ปังงง!!
แม้มันจะเป็นภาพฉายที่เลือนราง ทว่ามันก็ถือเป็นร่างวิถีธรรม ระดับสูงที่ก่อร่างขึ้นมา ของจักรพรรดิอี้เทียนหรง ส่งให้ หัวหน้าองครักษ์ หยุนฟ่านซื่อ ในร่างเด็กหนุ่ม ซื่อซื่อ กายาถอยร่นออกไป สองสามก้าว ริมฝีปากมีเลือดไหลซึม ออกมาน้อยๆ
“ช่างสามหาวนัก” หัวหน้าองครักษ์ หยุนฟ่านซื่อ ในร่างเด็กหนุ่ม ซื่อซื่อ เขาแค่นเสียงคำราม ออกมาด้วยโทสะ ปราณพลังภายในร่างปะทุ ขึ้นมาอย่างหนัก จนดวงตาแปลเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท อายสังหารโพยพุ่ง ไม่คิดว่าเขาจะมาบาดเจ็บ ให้กับอนุชนคนรุ่นหลังเช่นนี้
“ไอ้เด็กเวรนี่มัน ช่างเหมือนอาจารย์ของมันไม่มีผิดเพี้ยน” ทันใดที่เด็กหนุ่ม เอ่ยพูดเสร็จสิ้น ร่างของเขาก็หายวับ เข้าไปเตะตัดขา สงครามน้อย จนเสียหลัก ก่อนส่งฝ่ามือ อัดกระแทกใบหน้าเด็กหนุ่ม ติดสนามประลอง ร้อง อ๊ากกก!! พร้อมเสียงปัง!!ดังออกมาก้อง เลือดที่กระอัก จากริมฝีปากสงครามน้อย กระเซ็นออกมายาว ย้อมพื้นสนามประลอง เป็นโลหิตสดในทันใด
ทว่าด้วยความเร็วระดับนี้ แม้แต่ผู้อาวุโสชรายังตื่นตะลึง จากภาพที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ร่างของเจ้าสงครามน้อย ก็ลงมาหมอบคลาน กับพื้นสนามประลองเบื้องล่าง มองว่า มีบางอย่างไม่ถูกต้อง
แม้แต่ศิษย์อนุชนสำนักศาลาซากศพ พวกเขาต่างก็ยืนนิ่งอึ้ง ไม่อยากเชื่อภาพเบื้องหน้าที่พวกเขาเห็น พวกเขาแทบไม่ต้องลงแรง เพียงซื่อซื่อ เพียงผู้เดียวก็สามารถจัดการ อนุชนสำนัก หุบเขาบรรพชน ได้อย่างง่ายดาย
อี้เฉินเขาหดดวงตาจนเล็กแคบ พร้อมกับใบหน้าที่มืดทะมึน ครั้นเห็นดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ของเด็กหนุ่มนามว่าซื่อซื่อ มันช่างรู้สึกคุ้นตา ตัวเขายิ่งนัก
ในเสี้ยวพริบตา ที่หัวหน้าองครักษ์ หยุนฟ่านซื่อ ในร่างเด็กหนุ่ม ซื่อซื่อ คว้าหมับจับเข้าที่ขาสงครามน้อยไว้แน่น พร้อมเสียงเอ่ย “ยอมแพ้” ของอาเม่ย เด็กสาวที่กล่าวพูดอย่างแผ่วเบา พร้อมกับริมฝีปากที่กระอักเลือด เต็มไปด้วยความอิดโรย
ทว่าเหมือนว่าผู้คนจะไม่ได้ สนใจเสียงของนางเท่าใดนัก ครั้นเห็นร่างสงครามน้อย เตรียมจะถูกฟาดลง พื้นสนามประลองเบื้องล่าง เมื่อเด็กหนุ่มคลี่ยิ้มออกมากว้าง “เจ้านำหน้าอาจารย์ ของเจ้าไปก่อนแล้วกัน ย้า!!”
อาเม่ย นางคำรามออกมาก้อง พร้อมน้ำตาที่ไหลรินออกมาเป็นสาย “ไม่! ไม่!” ครั้นเห็นร่างสงครามน้อย เตรียมจะถูกฟาดลงใส่สนามประลอง อย่างรุนแรง ต่อหน้าครรลองสายตาของเด็กสาว