ณ ศูนย์บัญชาการหลักในอาณาจักรศิขา
“ตรวจพบพลังเวทมนตร์ธาตุแสงค่ะ” ผู้หญิงในชุดทหารสีแดงเพลิงวันทยหัตถ์พร้อมกล่าวรายงาน
“ในที่สุด เจ้าหมอนั่นก็โผล่หัวออกมาหลังจากหายไปห้าปี” เสียงที่ฟังดูเย็นชาดังมาจากชายชุดเกราะที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ “มันอยู่ที่ไหน?”
“จากตำแหน่งล่าสุด เขาอยู่ที่วิหารพฤษภในอาณาจักรวสุธาค่ะ” ทหารหญิงตอบคำตอบ
“วิหารพฤษภ? หรือว่าแม้แต่เจ้านั่นก็ยังต้องการหาแหล่งพลังงานให้กับเจ้าสิ่งนั้นอย่างนั้นหรือ?” ชายในชุดเกราะแดงเพลิงขมวดคิ้วอย่างสงสัย แล้วเขาก็ถามทหารหญิงว่า “มีใครอยู่แถวนั้นบ้าง?”
“ไม่ไกลจากวิหารพฤษภ ขุนพลลงทัณฑ์กำลังนำทัพตีป้อมมณีไพรอยู่ค่ะ” ทหารหญิงรายงานด้วยเสียงราบเรียบ
“ถ่ายทอดคำสั่งไป ให้เขาส่งคนไปตามดูเจ้าหมอนั่น ถ้าเขาปลอมตัวก็ต้องรู้ให้ได้ว่ากลายเป็นใคร และห้ามลงมือเด็ดขาด ถ้ายังไม่อยากตาย”
“รับทราบค่ะ”
หลังจากแยกกับปลายฝนและดิเรก ทีมสองได้กลับมายังโรงเรียนทหารวารีมนตรา ทันทีที่ส่งตัวคนบาดเจ็บไปยังห้องพยาบาลและแยกกับอานนท์ ดารินรีบไปหาผอ.ธาวิสที่ห้องทำงานทันที
“ตัวตนอานนท์คือใครกันแน่คะ?” ดารินยิงคำถามใส่ผอ.ธาวิสทันทีที่พบหน้า
“อ้าว เป็นอย่างไรบ้าง? ภารกิจราบรื่นดีไหม? ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าจะกลับกันมาเร็วขนาดนี้” ผอ.ธาวิสยิ้มทันทีที่เห็นดาริน เขาถามคำถามสวนโดยไม่สนสิ่งที่ดารินถามเลย
“เกือบตายกันหมดค่ะ แต่...” ดารินสีหน้าแย่ลงทันที เธอพูดต่อด้วยเสียงที่เบาลง “แต่ทีมสามตายกันหมดค่ะ”
ผอ.ธาวิสมีสีหน้าที่ตกใจ เขาถาม “ทีมสาม? ทำไมทีมสามถึงตายกันหมด?”
ดารินถอนหายใจก่อนจะตอบ “พวกเขาเข้ามาสอดในภารกิจโดยไม่บอกไม่กล่าวแล้วโดนกลุ่มศัตรูสังหารหมดค่ะ”
“แล้วพวกเธอล่ะ มีใครเป็นอะไรไหม? ไม่มีใครตายใช่ไหม? แล้วไอ้เกรียงเดชล่ะ ยังปลอดภัยดีไหม?” ผอ.ธาวิสถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่มีใครถึงขั้นตายค่ะ” ผอ.ธาวิสถอนหายใจโล่งอกเมื่อได้ยินคำตอบจากดาริน เขาบ่นออกมา “นี่เขาอยู่เฉย ๆ โดยไม่ช่วยอะไรเลยงั้นเหรอถึงได้มีบาดเจ็บล้มตายกันแบบนี้?”
“นี่ท่านผอ. กำลังพูดถึงใครอยู่คะ? ใช่อานนท์หรือเปล่า? แล้วสรุปว่าตัวตนอานนท์คือใครกันแน่คะ?” และแล้วดารินก็ได้โอกาสถามคำถามที่เธอตั้งใจมาถาม
“ก็...นักเรียนของพวกเราไง เธอก็เพิ่งร่วมงานกับเขาไปนี่ จำไม่ได้เหรอ?” ผอ.ธาวิสยิ้มให้กับเธอ
เมื่อได้ยินทำตอบดารินสูดลมหายใจเข้าไปก่อนจะถามอย่างจริงอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามใหม่ แล้วอานนท์ผมสีเงินคือใครคะ?”
ผอ.ธาวิสมีสีหน้าที่ประหลาดใจก่อนจะทำหน้าเหมือนคนเจอสิ่งที่น่าสนใจ “สุดท้ายเขาก็ยอมใช้ด้ามดาบอนันต์มนตราสินะ”
“ด้ามดาบอนันต์มนตรา? หมายถึงด้ามดาบสีดำ ๆ นั่นหรือคะ?”
ผอ.ธาวิสพยักหน้า “ใช่ เธอไม่รู้จักเหรอ?”
ดารินส่ายหน้าทันที เธอรอให้ผอ.ของเธอพูดต่อ
“ขนาดเธอยังไม่รู้จัก แสดงว่าคนรุ่นใหม่เริ่มจะไม่รู้จักตำนานของมันแล้ว ว่าแต่ทำไมพวกศิขาถึงได้รู้จักมันกันนะ?” เขาพูดพลางจับคางทำท่าทางกำลังคิด
“ศิขา? พวกศิขาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย?” ดารินสับสน
ผอ.ธาวิสครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมา “เธอแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าอยากรู้สิ่งที่ถามออกมา? เพราะสิ่งที่ฉันจะพูดต่อจากนี้ ชีวิตของเธออาจจะไม่พบกับสงบสุขอีกต่อไป”
ดารินเงียบไปชั่วขณะ เธอมองผอ.ของเธอด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่นและตอบว่า “ค่ะ”
ผอ.ธาวิสมีสีหน้าที่พอใจก่อนจะพูดต่อ “เธอรู้จักอาณาจักรอาภาไหม?”
“ท่านผอ. หมายถึงอาณาจักรแห่งแสงในตำนานที่ว่าล่มสลายไปกว่าสองพันปีก่อนนั่นหรือคะ?” ดารินมีสีหน้าที่สงสัย
ผอ.ธาวิสพยักหน้าแล้วถามต่อว่า “แล้วเธอรู้จักเกาะอมนตราไหม?”
ดารินพยักหน้าตอบ “แน่นอนสิคะว่าต้องรู้จัก ใครบ้างจะไม่รู้จักเกาะที่ใครก็ตามที่เข้าไปแล้วก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้แบบนั้น”
ตอนนี้เธอเริ่มสับสนแล้ว อาณาจักรอาภา เกาะอมนตรา มันเกี่ยวอะไรกับคำถามที่ถามถึงตัวตนของอานนท์กันแน่?
“งั้นเธอก็คงเคยได้ยินเรื่องที่พวกศิขาส่งคนไปถล่มเกาะอมนตราราวห้าถึงหกปีก่อนใช่ไหม?” ผอ.ธาวิสยังคงตั้งคำถาม