ตอนที่เก้าสิบเจ็ดถวายคืนตราหยก 4
นี่อาจจะเป็นสิ่งที่คนที่เชี่ยวชาญฮวงจุ้ยปัดเป่าเคราะห์ภัย เรียกโชคลาภไม่ได้กล่าวถึงหรืออาจะลืมถามคำถามบางประการ
เคราะห์ภัยที่ปัดเป่าจะไปรวมที่ไหนต่อ?
โชคลาภหากไม่กั้นไว้จะเดินไปแห่งใด?
หากมองว่าใต้ฟ้าบนดิน โลกเบื้องบนมิต่างกับเบื้องล่าง สรรพสิ่งสะท้อนกันก็อาจจะแปลว่า
การทำฮวงจุ้ยให้กับบ้านไม่ต่างกับการสร้างเขื่อน
มันคือการทำให้กระแสของทางน้ำหรือโชคชะตาไม่เป็นไปตามธรรมชาติ
ไม่ได้หมายความวว่าการเป็นไตปามธรรมชาติจะเป็นเรื่องที่ดีแต่มันก็อาจจะหมายความวว่าเราอาจจะต้องรับความผิดบาปที่เคยผ่านมาหากเขื่อนกั้นน้ำพังทลายเช่นกัน
มีคนคำนวณว่า
Doom of Valyria
หายนะของวาลีเรีย
ที่อาณาจักรแห่งมังกรที่รุ่งเรืองด้วยเวทย์และเทคโนโลยีล่มสลายลงถูกกลืนด้วยไฟในทีเดียวน่าจะเพราะ
God come tocollect their due
เทพเจ้าทวงหนี้ที่ติดค้าง
จากความรุ่งเรืองที่มีมานานล่มสลายในคืนเดียวเพราะชำระหนี้ไม่สำเร็จ
ฮวงจุ้ยขนาดใหญ่ที่ดีกักเก็บโชคชะตาได้ดี
มันแปลว่าถ้าเขื่อนแตกหรือดูแลรักษาไม่ดีมันจะทำให้ทุกคนตายหมู่
ที่ผมทำอาจจะพยายามเมหือนวิดน้ำหรือปะซ่อมเขื่อนขนาดยักษ์ที่อาจจะปะซ่อมไม่ได้
แต่การปล่อยกระแสไฟฟ้าหรือความซวยและพลังงานบางส่วนออกไปมันก็จะช่วยยืดระยะเวลาของความหายนะได้สักเสี้ยววินาทีหนึ่งก็ยังดีสำหรับผม
และผมราวกับมีพลังไร้ขีดจำกัดเพราคล้อยตามฟ้า
เพราะพลังราชันย์สีม่วง(ความซวย)นี้ราวกับอยากจะปลดปล่อยมานานแล้ว
เหมือนเขื่อนที่กักเก็บพลังงานน้ำไว้มหาศาลที่ขอเพียงมีรูเล็กๆก็พร้อมที่จะปล่อยออกมาเป็นพลังทำลายล้างมหาศาล
ผมแค่เป็นคนชี้เป้าให้พลังราชันย์รัศมีม่วงนี้เท่านั้นในการให้ร่างกายของขุนนางที่มาร่วมพิธีรับพลังสายฟ้าไปอย่างถ้วนหน้า
แบ่งๆกันไป
ฮ่องเต้สั่งให้ตายขุนนางมิอาจไม่ตาย
ฮ่องเต้ทุกข์ทรมานใจ ขุนนางมิอาจจะมีชีวิตอยู่
ผมแค่ทำให้พวกเขาไม่กลายเป็นคนโกหกโดยให้พวกเขาแบ่งเบาภาระของฮ่องเต้จริงๆนั่นเอง
ขุนนางบางคนมีรอยแผลไหม้เป็นรอยสายฟ้าบ้างก็ที่มือ บ้างก้ที่แก้ม บางคนหนวดเคราไหม้เกรียม บางคนสิ้นสติสมประดี
และมีบางคนที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้
อย่างเช่นโจโฉเป็นต้น