บทที่ 131: บันทึกขององค์ปฐมเจ้าสำนัก
หลินฟานก้าวตามผู้อาวุโสเงาขึ้นไปตามบันไดไม้เก่าแก่ที่ทอดขึ้นไปสู่ชั้นสูงสุดของหอคัมภีร์
เอี๊ยด...
ประตูไม้เรียบๆ บานหนึ่งถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหลังประตูนั้นแตกต่างจากชั้นแปดโดยสิ้นเชิง มันไม่ได้เป็นห้วงมิติที่โอ่อ่าอลังการ แต่กลับเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียบง่ายและสงบอย่างถึงที่สุด ภายในห้องมีเพียงโต๊ะศิลาและเก้าอี้ศิลาอย่างละหนึ่งตัวเท่านั้น และบนโต๊ะศิลานั้น... มีม้วนคัมภีร์หยกโบราณเพียงม้วนเดียววางอยู่
ทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเต๋าที่ลึกล้ำและเก่าแก่ มันเป็นกลิ่นอายที่สงบนิ่งและเป็นธรรมชาติ ทำให้จิตใจของผู้ที่ได้สัมผัสรู้สึกปลอดโปร่งและรู้แจ้งขึ้นมาในทันที
"นี่คือชั้นที่เก้า" ผู้อาวุโสเงากล่าวเสียงเบา "และนั่นคือสิ่งเดียวที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่... 'บันทึกเมฆาเต๋าฉบับจิปาถะ' ผลงานเพียงชิ้นเดียวที่องค์ปฐมเจ้าสำนักได้ทิ้งไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง"
ผู้อาวุโสเงาอธิบายต่อ "มันไม่ใช่เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร... แต่เป็นบันทึกความคิด, ทฤษฎี, และเรื่องราวการผจญภัยของท่านในยุคบรรพกาล"
หลินฟานเดินเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ ด้วยความเคารพ เขานั่งลงบนเก้าอี้ศิลา แล้วค่อยๆ หยิบม้วนคัมภีร์หยกที่ถูกร้อยด้วยเส้นไหมทองคำขึ้นมา
เขาค่อยๆ คลี่มันออก... แล้วเริ่มอ่าน...
ทันทีที่จิตสัมผัสของเขากวาดผ่านอักขระโบราณตัวแรก...
[ติ๊ง! ท่านกำลังศึกษา "บันทึกเมฆาเต๋าฉบับจิปาถะ"!]
[ฟังก์ชัน "วิเคราะห์ทะลวงสวรรค์" ทำงาน! กำลังวิเคราะห์แก่นแท้แห่งปัญญาบรรพกาล!]
ความรู้และภาพมายาจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในจิตสำนึกของเขา! มันคือมุมมองของยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของสำนัก!
และในที่สุด... เขาก็ได้พบกับสิ่งที่เขากำลังตามหา!
บันทึกช่วงหนึ่งขององค์ปฐมเจ้าสำนักได้กล่าวถึงการต่อสู้กับองค์กรลับในยุคบรรพกาล...
"...พวกมันเรียกตัวเองว่า 'สาวกแห่งเงา' เคล็ดวิชาของพวกมันแปลกประหลาดอย่างยิ่ง สามารถเคลื่อนที่ผ่านเงามืดราวกับภูตผี และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือความสามารถในการสร้าง 'แดนเงา' ซึ่งเป็นมิติพกพาที่ซ่อนเร้นจากโลกภายนอก พลังของพวกมันมาจากต้นกำเนิดที่ชั่วร้าย... ข้าเรียกมันว่า 'วิถีแห่งเงา'..."
หลินฟานเบิกตากว้าง! นี่คือบัลลังก์เงาอย่างไม่ต้องสงสัย!
เขาอ่านต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ...
"...ข้าได้ต่อสู้กับพวกมันหลายครั้ง และได้ค้นพบ 'จุดอ่อน' ที่ร้ายแรงที่สุดของพวกมัน พลังแห่งเงานั้นถือกำเนิดขึ้นจากความมืดและความว่างเปล่า ดังนั้นศัตรูโดยธรรมชาติของมันจึงไม่ใช่แสงสว่างธรรมดา... แต่คือ 'พลัง' ที่สามารถสร้างและทำลายได้ในเวลาเดียวกัน... อสนีบาตบรรพกาล!"
"สายฟ้าที่แท้จริง... ไม่ใช่แค่การทำลาย... แต่คือการพิพากษา มันสามารถโจมตีเข้าใส่แก่นแท้ของวิถีแห่งเงาได้โดยตรง และสามารถทำลาย 'จุดยึดเหนี่ยว' ของแดนเงา ทำให้มิติพกพาของพวกมันไม่เสถียรได้!"
หลินฟานกำหมัดแน่น! หัวใจของเขาเต้นระรัว!
พลังของเขา... คือกุญแจสำคัญในการทำลายล้างพวกมัน!
เขายังได้พบกับทฤษฎีขององค์ปฐมเจ้าสำนักเกี่ยวกับวิธีค้นหา "แดนเงา" เหล่านี้อีกด้วย!
"...มิติพกพานั้นไม่ได้ลอยอยู่อย่างอิสระ... แต่มันต้องมี 'สมอ' ยึดเหนี่ยวไว้กับโลกแห่งความจริงเสมอ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นสถานที่ที่มีพลังงาน 'หยิน' หรือพลังงานแห่งเงามืดหนาแน่นที่สุด... หากสามารถค้นพบสมอเหล่านี้ได้... ก็จะสามารถหาทางแทรกแซงมิติของพวกมันได้..."
บัดนี้... จิ๊กซอว์ทั้งหมดได้ต่อเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ!
เขามีทั้ง "ความรู้" เกี่ยวกับศัตรู... และ "อาวุธ" ที่จะใช้ต่อกรกับพวกมัน!
นอกเหนือจากความลับของบัลลังก์เงาแล้ว... บันทึกในช่วงท้ายขององค์ปฐมเจ้าสำนักยังได้กล่าวถึงความเข้าใจของท่านเกี่ยวกับขอบเขตที่อยู่เหนือกว่าวิญญาณแรกก่อตั้ง... มันคือมุมมองและปรัชญาที่ลึกซึ้งซึ่งช่วยเปิดโลกทัศน์และเสริมสร้างจิตวิญญาณแห่งเต๋าของหลินฟานให้มั่นคงยิ่งขึ้นไปอีก!
หลังจากผ่านไปหลายชั่วยาม... หลินฟานก็ได้อ่านบันทึกทั้งหมดจนจบ
เขาวางม้วนคัมภีร์ลงอย่างช้าๆ... แล้วลุกขึ้นยืน...
ดวงตาของเขาในตอนนี้... ส่องประกายเจิดจ้าไปด้วยปัญญาที่ลึกล้ำ... และจิตสังหารที่เยือกเย็นจนถึงขีดสุด!
เขามีทุกสิ่งที่จำเป็นแล้ว
เขาโค้งคำนับให้ผู้อาวุโสเงาที่ยืนรออยู่หน้าห้องอย่างเงียบๆ "ขอบคุณท่านผู้อาวุโส... ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าต้องทำอะไร"
ผู้อาวุโสเงาเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ รอยยิ้มที่พึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของท่าน "ชะตากรรมของสำนัก... และอาจจะมากกว่านั้น... บัดนี้อยู่ในมือของเจ้าแล้ว"
หลินฟานเดินลงมาจากชั้นสูงสุดของหอคัมภีร์...
เขามีความรู้... เขามีพลัง... และตอนนี้... เขามีแผนการที่สมบูรณ์แบบ
ก้าวต่อไปของเขาคือ... การปิดด่านครั้งสุดท้าย!
เพื่อทะลวงสู่ขอบเขตวิญญาณแรกก่อตั้ง...
แล้วเริ่มต้น... การล่าสังหารครั้งสุดท้าย!