สายๆวันเสาร์ ผมอยู่ที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ออกมาจากบ้านบ้านแต่เช้า ล่ำลาพ่อกับแม่เรียบร้อย
“สำหรับกิจกรรมที่เราจะมาทำในวันนี้นั่นก็คือ ปีนเขา กรู๊วววว” ไอ้อั้มทักทายลูกเพจ Hr New Generation ของมัน ผมก็พึ่งรู้วันนี้และว่ามันมีการไลน์สดเชิงท่องเที่ยวด้วย ผมดูไลค์สดของมันผ่านสัญญาณมือถือที่น้อยนิด แต่มันก็ยังพยายามเนอะ คนดู 2-3 พันคนเลย แหม กูว่าเลิกเป็เหอะ Hr เนี้ย ทำเพจท่องเที่ยวเทน
ได้อั้มพยายามแนะนำเพื่อนแต่ละคนว่าขณะไลค์รวมถึงผมด้วย และคนสุดท้ายที่มันแนะนำก็คือไอ้เ้าบ่าว “ส่วนนี่นะครับ ผู้หมวดเ้าบ่าว เพื่อนร่วมแก๊งคนใหม่ ไม่รู้มาตามหาหัวใจอะไรแถวนี้”
ผมเหลือบเห็นหน้าจอไลค์สดมีคอมเมนท์เข้ามาเต็ม
…ผู้หมวดมีแฟนยังค่าาา…
…อยากอมของหลวงค่า… แหมมุกเก่าขนาดนี้ บอกอายุเลยนะเมิง
…มีเ้าบ่าวก็ต้องมีเ้าสาว ถ้าให้ดีเ้าสาวต้องเป็เรานะคะ…
…คุณตำรวจอยากมีแฟนเป็Hrมั๊ยคะ… พร่องงงง
ผมรีบปิดจอสมาร์ทโฟนของผม เดินถือเป้เดินนำไปก่อนเลย
“ไอ้อั้ม มึงจะเลิกเล่นได้ยัง เร็ว หรือมึงจะนอนรอที่รถ” ผมะโเร่งไอ้อั้มให้รีบตามผมขึ้นมา
ไอ้อั้มโบกมีให้จอมือถือ ปิดแล้วก็รีบเดินตามผมมาแล้วก็ตอบผม “มึงไปกินรังแตนไหนมาวะไอ้ตาม”
“แตนพร่อง รีบขึ้น รีบพัก มัวเล่นเชี้ยไร”
“ก็ข้างบนไม่มีสัญญาณ กูต้องทักทายลูกเพจ”
ส่วนคนอื่นๆ ก็ค่อยๆตามมา
ก่อนเข้ามาอุทยาน ผมและเพื่อนแวะกินข้าวเช้าเรียบร้อยส่วนมื้อกลางวันก็เป็ข้าวเหนียวหมูห่อ จะมีแค่มื้อเย็นกับมื้อเช้าที่ต้องทำกินกันเอง ซึ่งเสบียงก็คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งกล่องใหญ่ ผู้รับหน้าที่ถือโดยผู้หมวดเท่ห์ ส่วนลูกชิ้นหมูช้อนซ่อมเ้าบ่าวเป็คนรับผิดชอบ น้ำก็ถือขึ้นไปแค่ตัวเองพอดื่ม เ้าหน้าที่บอกว่าระหว่าทางมีถังน้ำให้เติมตลอดทาง อุปกรณ์จำเป็อื่นๆ เช่นถ้วยจานก็กะว่าจะไปเช่าเอา้า เพราะี้เีขน รวมถึงน้ำดื่มด้วย ไปซื้อ้า ถึงราคาจะสูงกว่าด้านล่างเล็กน้อย แต่ก็ดีที่ไม่ต้องแบกขึ้นไปเอง เต้นท์ก็แบ่งกันนอนเต้นท์ละ 2 คน ผมกับไอ้อั้ม วิทย์กับบอล และเ้าบ่าวกับเท่ห์ ผลัดๆกันถือไป ทางเดินขึ้นเป็ทางป่าครับ แต่ไม่ต้องกลัวหลง เพราะมีคนเดินขึ้นลงบ่อยๆ จึงเห็นได้ชีดว่าเป็ทางสำหรับขึ้นลง ป่าที่นี่ค่อนข้างยังอุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นๆ สบายๆ อุปสรรค์มีแค่อย่างเดียวคือทางค่อนข้างชัน หลายครั้งที่ต้องจับราวบันไดสำหรับขึ้น พวกผมเริ่มขึ้นเขากันั้แ่สิบโมงเช้า กว่าจะถึงก็บ่ายๆ ยิ่งโค้งสุดท้ายก่อนถึงนะ โอเค นั้มเบ้อวัน เหนื่อยแทบขาดใจ คนที่เหมือนจะไม่รู้สึกเหนื่อยเห็นจะมีแค่ไอ้เท่ห์กับไอ้เ้าบ่าวนั่นล่ะ ผมนั่งลงด้วยความเหนื่อยล้า ตรงจุดที่คิดว่าเราจะกางเต้นท์กัน
“น้ำไหมมึง” เสียงคุณตำรวจที่คุ้นเคยกระซิบถามผมเบาๆ
“ขอบใจมึง แล้วไอ้เท่ห์ไปไหนวะ” ผมถามกลับ
“ไปหาเช่าอุปกรณ์สำหรับทำอาหารคืนนี้ หายเหนื่อยก็กางเต้นท์นะเดี๋ยวไปเดินเที่ยวกัน”
ผมกับอั้มช่วยกันกางเต้นท์จนเสร็จ รวมถึงอีกสองคู่ด้วยเหมือนกัน หน้าเต้นท์มีกองไฟที่ทางเ้าหน้าที่อนุญาตให้ก่อไฟได้ ซึ่งทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว
“ขึ้นมาเพื่อกางเต้นท์ก่อกองไฟนี่อะนะ” ผมถามพวกเพื่อนๆด้วยความงง
“หน้าผาห่างจากจุดกางเต้นท์ประมาณหนึ่งกิโล กูถามพี่เ้าหน้าที่มา” เท่ห์ตอบรับคำถามของผม
“ไปดิ รออะไรล่ะ” ไอ้วิทย์เดินนำเพื่อนไปตามป้ายบอกทาง ตามด้วยบอล ผม และคนอื่นๆ
โอ้โห่ คือสวยมาก ที่พวกผมยืนอยู่เราเรียกว่าผานารายณ์ ลมเย็นๆพัดผ่านตัว อากาศที่สดชื่น เบื้องล่างมองลงไปเห็นเมืองสุโขทัยทั้งเมือง คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มที่เดินขึ้นมาได้ัักับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจะขึ้นมา้าต้องเดินขึ้นมาเอง ระยะทางค่อนข้างไกลและราดชันทำให้ผู้คนไม่ค่อยนิยมขั้นมา อย่างวันนี้ก็มีเพียงแค่ 4-5กลุ่ม รวมกลุ่มผมด้วย ทำให้ได้ััธรรมชาติแบบส่วนตัวเลยแหละ ดีมากๆ เท่ห์บอกว่า ถ้าตอนเช้าจะเป็ทะเลหมอก ซึ่งผมไม่พลาดแน่ๆที่จะตื่นมาดู
พวกคนอื่นๆกลับกันหมดแล้ว เหลือเพียงผมกับเ้าบ่าวที่นั่งกันอยู่สองคน พวกแมร่งก็รีบกลับกัน ยัดเยียดให้ผมอยู่กับไอ้เ้าบ่าวสองคนเนี่ย ในสถานการณ์แบบนี้ สถานที่แบบนี้ มึงคิดว่ากูจะไม่หวันไหวหรอ
“มึงจะกลับยัง” ผมเอ่ยถามคนที่นั่งข้างๆผม
“มึงอยู่เป็เพื่อนกูหน่อย”
“เพื่อนเขากลับกันหมดแล้ว มึงไปต้มมาม่าดิ”
“มาม่าไอ้อั้มบอกมันต้มได้ กูอยากอยู่กับมึงแบบนี้มากกว่า”
“ทำอย่างกับมึงกับกูไม่เคยอยู่ด้วยกัน”
“กูอยากอยู่กับมึงแบบนี้ไปตลอด จะให้อยู่อีกกี่ปีกูก็อยู่ได้”
“เวอร์แล้วมึง”
ลมหนาวเริ่มพัดผ่านมา ไอ้เ้าบ่าวขยับมาใกล้ผม แปลกนะครับ ที่ผมรู้สึกไม่อยากขยับหนีมันเลย
“หนาวมั๊ย” เ้าบ่าวเอ่ยถามผมขึ้นมา
“เริ่มหนาวแล้ว”
“เดี๋ยวก็ช่วยให้อุ่นนะ” พูดจบไอ้เ้าบ่าว เอาแขนข้างหนึ่งของมันคล้องเข้ามาในแขนอีกข้างหนึ่งของผมและโยกหัวของมันวางไว้บนไหล่ข้างหนึ่งของผม ไออุ่นจากตัวมัน กลิ่นที่คุ้นเคยทำให้ผมรู้สึอบอุ่น ทั้งกายและใจ ผมคิดว่ามันก็ดีเหมือนกันนะ ที่ผมได้อยู่กับมันแบบนี้
“ไอ้ตาม ไอ้เ้าบ่าว กินข้าว” เสียงไอ้อั้มะโมาแต่ไกล ผมกับไอ้เ้าบ่าวสะดุ้งผลักตัวออกจากกัน
“เออๆ กูกำลังไป” ผมรีบตอบรับเสียงเรียกจากเพื่อนผม
บนเขาสัญญาณโทรศัพท์ไม่มีเลย ผมและเพื่อนๆได้อยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่ คืนนี้ไม่มีน้ำเมา เพราะไม่มีใครขนขึ้นมา แต่ก็ดีเหมือนกัน อยู่ด้วยกันทั้งๆที่มีสติครบนี่แหละ ไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่แบบนี้
“มึงสองคนเป็แฟนกันยังวะ” ไอ้วิทย์เปิดประเด็น หันมาทางผม
ผมเอานิ้วขี้มาทางตัวเอง และถามแบบงงๆ “กูหรอ”
“เออ ก็มึงกับไอ้เ้าบ่าวไง”
ผมยังไม่ทันตอบอะไร ไอ้วิทย์ก็เปลี่ยสายตามไปทางไอ้เ้าบ่าว
“มึงฟันเพื่อนกูไปยัง” เชี่ยยยย ถามแบบนี้ฆ่ากูเถอะ
“ยังวะ” ไอ้เ้าบ่าวตอบด้วยท่าทางที่จริงจัง
“เอ้า มึงรออะไรวะ ไอ้ตามมันน่า...ขนาดนี้ เป็ก็กูจับใส่กุญแจมือขึงไปแล้ว”
“ไอ้เชี้ยวิทย์ มึงมันเหี้ยเกินคนไปแล้ว” ผมรีบแว๊ดขึ้นมา
“มึงมันก็เหี้ยเกินคนเหมือนกัน มันดีกับมึงขนาดนี้มึงยังไม่ยอมมันอีก กลับไปต้องจัดแล้วมึงไอ้เ้าบ่าว” ไอ้วิทย์ตอบกลับผมอย่างเร็ว
“ใจเย็นเพื่อนวิทย์ กูรักใครกูต้องให้เกียรติเขาว่ะ”
“เนี้ยยยยยยย” ไอ้วิทย์ ไอ้บอล ไอ้อั้ม ไอ้เท่ห์ อุทานออกมาพร้อมกัน คำพูดของไอ้เ้าบ่าวทำผมเขินเป็สาวน้อยตัวเล็กๆไปเลย
หลังจากนั้นผมก็พยายามเปลี่ยนเื่คุยครับ เื่ทะลึ่งบ้าง เื่การงานบ้าง ตามประสาเพื่อนรัก จนต่างคนต่างเริ่มง่วง และทยอยกันไปนอน
เช้าวันถัดมา หลังจากที่เดินชมธรรมชาติบนเขากันแล้วผมก็ลงจากเขากันเลย เวลาลงไม่ใช้เวลาเยอะเหมือนกับตอนขึ้น วิ่งกันเก่ง วิ่งเหมือนกับที่เขาบอกกันว่าวิ่งตามควาย ไม่ถึงเที่ยงก็ลงมาถึงตีนเขาเรียบร้อย
เป้าหมายต่อไปที่ผมจะไปกันสำหรับทริปนี้คือ มหาวิทยาลัยชื่อดังของภาคเหนือตอนล่าง ที่เป็ความทรงจำของผมและแก้งเพื่อนๆ มหาวิทยาลับแห่งแสงแดงและก็ยุง ผมขอใช้สิทธิ์เปลี่ยนคนขับรถครับ เพราะผมก็ไม่ไหว คันผมไอ้เ้าบ่าวจึงต้องรับบทคนขับรถ ส่วนอีกคันจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากกัปตันเท่ห์
ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเราก็เดินทางมาถึงดินแห่งแดนแสงและยุงแห่งนี้ สิ่งแรกที่พวกผมจะทำกันก็คือ … นอน
โห่ ก็แอร์เย็นๆ บวกกับความเหนื่อยล้า ขอพักสักสองชั่วโมงเหอะ คืนนี้ศึกหนักรับบทคนเมาอีกแล้ว ห้องพักผมจองไว้สามห้องเรียงกัน แต่ไอ้เ้าบ่าวมันย้ายมานอนห้องผม แล้วให้ไอ้อั้มกับไอ้เท่ห์นอนด้วยกันแทน แบบไม่มีเหตุผล ทั้งหมดเกิดจากการไอ้วิทย์ร่วมมือกับไอ้เท่ห์แกล้งผมชัดๆ ส่วนไอ้อั้มก็เอากับเขาด้วย พวกมึง ตาใครตามันนะ
เย็นๆวันนั้นผมตื่นมาบนอ้อมแขนของไอ้เ้าบ่าว นับว่าเป็ครั้งแรกที่ผมตื่มก่อนไอ้เ้าบ่าวก็เข้าใจแหละทั้งขึ้นเขาทั้งขับรถ
แต่แมร่ง แล้วก็กอดกูไว้ซะแน่นเลย ไอ้พวกเพื่อนรักของผมนั้นก็จริงๆ เหลือห้องเตียงเดี๋ยวห้องเดียว ความซวยก็เลยต้องตกเป็ของผม ห่าาาา พวกนี้ อย่าหาทำ
ผมเลื่อนมือไปกดหน้าจอมือถือ เพื่อดูเวลา หน้าจอมือถือปรากฎเลข 16.05 ผมลุกขึ้นหยิบแขนใหญ่ๆ ของไอ้ตำรวจที่วางอยู่บนตัวผมกลับไปวางที่ที่มันควรจะอยู่ ผมจึงหยิบมือถือ ขึ้นมาปัดดูปรากฎข้อความของไอ้อั้มผ่านแอพไลน์
“พวกกูออกไปกินข้าวก่อนนะ เคาะห้องแล้ว พวกมึงหลับไม่อยากกวน มึงก็พาเพื่อนมึงไปกินข้าวด้วย สามทุ่มเจอกัน” ไอ้ห่าาา พวกนี้ ทิ้งกันไปอีก
ผมเดินไปอาบน้ำแล้วก็ปลุกไอ้เ้าบ่าวอาบต่อ ระหว่างแต่งตัวคุณตำรวจอยู่ๆก็พูดขึ้นมา
“มึงพากูไปโรงพยาบาลมอได้ไหมวะ”
“ทำไมมึง ไม่สบายหรอ”
“กูมีความทรงจำที่นั่น”
“จริงดิ มึงเคยมาที่นี่หรอวะ”
“กูแอดมิชชันติดวิศวะที่นี่ เคยมาตรวจร่างกาย มาเรียนแล้วด้วย แต่ตอนนั้นผลสอบนายสิบออกพอดี พ่อกูอยากให้เป็ตำรวจมากกว่า กูเลยออกไปเรียนตำรวจ แล้วก็เรียนมหา’ลัยเปิดไปด้วย แล้วก็พึ่งสอบติดนายร้อยเนี้ย”
“เออ ไปดิ”
ก่อนไปกินข้าวผมจึงต้องพาคุณตำรวจ ออกมาโรงพยาบาล ข้างๆโรงพยาบาลเป็สวนหย่อมของทางมหาวิทยาลัยที่เป็ที่ตั้งของสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวมหาวิทยาลัยที่นี่ ผมทั้งคู่หลังจากสักการะเรียบร้อยก็พากันเกินตรงไปที่หน้าโรงพยาบาล
“มึงแอบชอบพยาบาลโรงบาลมอป่าววะ” ผมก็กวนตีนไอ้ตำรวจไป
“ป่าว”
“แล้วตรงไหนล่ะที่ความทรงจำมึง”
“ตรงนี้และ” ผมทั้งคู่นั่งลงตรงม้าหินอ่อนที่วางอยู่
… บทสนทนาของเราเงียบไปสักครู่หนึ่ง ทั้งคู่ต่างเสพความทรงจำของตัวเองที่มี ณ ที่แห่งนี้
“กูขอถ่ายรูปได้ไหมวะ” อยู่ๆไอ้เ้าบ่าวก็พูดขึ้นมา
“ได้ดิ จริงๆกูอยากให้มึงเป็แบบให้มานานแล้ว” ผมพูดพร้อมเตรียมจับกล้องที่ห้อยคอมาด้วย
“กูหมายถึง ถ่ายรูปคู่กับมึง”
ไม่ทันจะตอบอะไร ตำรวจแรงควายก็เอาแขนมากอดคอผม ดึงหน้าผมไปคู่กับมันแล้วหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ผมยังทำหน้าบูดเบี้ยวอยู่เลย มันกดชัดเตอร์ไปแล้ว
“กูยังไม่หล่อเลย มึงถ่ายใหม่ดีๆดิ”
“ถ่ายกี่ครั้งก็เหมือนเดิมและ”
“ดูหน้ามึงดิ ดูดีจังวะ”
“กูหล่อของกูอยู่แล้ว”
ผมกับนายตำรวจเดินกับมาที่รถ ไม่คุยกันสักกะคำ แปลกดีที่ไอ้เ้าบ่าวเดินกดมือถือมาตลอดทางเลย แต่ก็เื่ของมัน ไม่เกี่ยวกับผม มั้ง…
Azzzzz…
เสียงสั่นแจ้งเตือนสั้นๆที่ออกมาจากมือถือผม หน้าจอปรากฎการแจ้งเตือนของไอ้อั้มผ่านแอพพลิเคชันอินสตาร์แกรม
AumAum : @Toomtamza ตกลงเปิดตัวแล้วหรอวะ
ไอ้เ้าบ่าวรับหน้าที่คนขับรถ เพื่อพากันไปกินข้าว ผมเลยได้โอกาสหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู เข้าไปต้นโพสที่ไอ้อั้มแท็กชื่อมา
ไอ้เชี่ยยยยยยย รูปคู่ที่ไอ้เ้าบ่าวถ่ายกับผมเมื่อตะกี้ พร้อมสเตตัสว่า ‘เมื่อทุกอย่างวนมาที่เดิม และเพิ่มเติมคือฉันและเธอ’ อี๋จะอวก IGครับรบกวนทำปุ่มกดอี๋มาให้ผมหน่อยได้มั้ย
ผมมองไปทางไอ้เ้าบ่าว ก็ยังทำท่าไม่รู้หนาวไม่รู้ร้อน แต่ใน IG นี่กำลังจะลุคเป็ไฟแล้วครับ IGไอ้เ้าบ่าว ปกติมันจะไม่ค่อยโพสรูปตัวเอง มีบ้างแค่2-3รูป นอกนั้นจะเป็รูปทะเล ป่า และเขา ต่างจากผมมากที่โพสต์แทบจะทุกการกระทำ แต่น่าแปลกที่คินกดติดตามมันนับหมื่น ลงรูปไม่กี่นาที ไลค์ก็ปาไปหลายร้อยแล้ว ยิ่งคอมเมนท์อีก โดยเฉพาะจากพวกเพื่อนผม
PrawitNaja : เนี้ยยยยย แฟนหรอครับคุณตำรวจ
ตำรวจจอมจุ้น : @PrawitNaja ป่าวครับ เขาไม่ยอมเป็แฟน
SnowBall : มีรูปคู่แล้วหลาววววววว
KabtanCool : เพื่อนกูจะแต่งงานกันไหมวะ
แล้วก็คอมเมนท์จากคนอื่นๆอีกหลายคน ส่วนใหญ่จะเป็แนวที่ชมไอ้ตำรวจว่า หล่อ หน้าตาดี ขอเป็แฟน พวกนี้ ส่วนใหญ่มันก็ไม่ค่อยตอบหรอก น่าจะตามมาตอบทีหลังมั้ง แต่ผมไปสะดุด หนึ่งคอมเมนท์
John_Witsawa : เขายังน่ารักเหมือนเดิมเลยวะ
ตำรวจจอมจุ้น : @John_Witsawa ยังเหมือนครั้งแรกที่เจอ
ผมเข้าไปดูในโปรไฟล์ ปรากฎเป็ผู้ชายที่ใส่เสื้อช็อบคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเดียวกับผม ปัจจุบันเป็วิศวกรของบริษัทน้ำมันชื่อดัง แล้วคำว่า‘เหมือนเดิม’คืออะไร สรุปไอ้เ้าบ่าวเคยเจอผมกี่ครั้งแล้ว เคยเจอที่มหา’ลัยนี่หรอ หรือเจอที่ไหนกันแน่