เมื่อฉินจุนเริ่มตั้งสติได้แล้วนั้น เขาก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบมากมาย ทั้งการแจ้งเตือนถึงอันตรายและการแจ้งเตือนถึงภารกิจใหม่
ถ้าเขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้เขาคงจะดีใจไม่น้อยที่มีภารกิจใหม่ของระบบเข้ามาเสียที แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้นั้นการดีใจกับภารกิจนี้มันดูจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเนื้อหาของภารกิจมันคือให้เขาหลบหนีออกจากสถานการณ์นี้นั่นเอง นั่นหมายความว่าคู่ต่อสู้ของเขาในครั้งนี้แข็งแกร่งและน่ากลัวมากจนตัวเขาในตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะได้นั่นเอง
หลังจากตั้งสติได้แล้วนั้นเขาก็ได้เริ่มมองไปรอบๆ และเขาก็ได้หยุดลงในทิศทางหนึ่ง ทิศทางนั้นมีสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดบางอย่างยืนอยู่กลางอากาศอย่างยิ่งใหญ่
สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดตนนี้มีความสูงราวๆ 5 เมตรแขนขายาวผิดรูป มันลอยอยู่ในอากาศและถืออาวุธไว้ในมือ อาวุธในมือของมันนนั้นก็คือกระบองนั่นเอง และถ้าฉินจุนเดาไม่ผิดสิ่งที่โจมตีเขาก็คงเป็นกระบองในมือของสิ่งมีชีวิตประหลาดตนนี้เป็นแน่
เมื่อฉินจุนมองเห็นอีกฝ่ายอย่างเต็มตานั้นเขาก็ตกใจขึ้นมาทันที เพราะสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดตนนี้ก็คือเผ่าปีศาจนั่นเอง เขาอาจจะเคยเจอเผ่าปีศาจมาแค่ครั้งเดียวและมันก็นานมาแล้วแต่เขาไม่มีวันลืมกลิ่นอายรวมถึงบรรยากาศรอบๆตัวของมันโดยเด็ดขาด และยังมีความแปลกประหลาดทางด้านรูปร่างอีกที่ทำให้เขาไม่มีทางลืมพวกมันได้ลง
แต่ที่เขาไม่เข้าใจก็คือทำไมเผ่าปีศาจตนนี้ถึงกล้าออกมาโจมตีเขาอย่างตรงๆเช่นนี้ จากเรื่องที่เขาฟังมาจากหลี่ชางกงพวกเผ่าปีศาจนั้นมันกำลังวางแผนทำอะไรบางอย่างอยู่ แต่พวกมันจะไม่เปิดเผยตัวง่ายๆเพราะพวกมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังล่าพวกมันอยู่นั่นเอง
"เผ่าปีศาจรึ! ทำไมเผ่าพันธุ์ปีศาจถึงได้โผล่มาที่นี่กัน หรือว่า..." หลังจากคิดอยู่สักพักเขาก็จำได้ว่าพวกคนของนิกายวารีสังหารนั้นก็มีกลิ่นอายที่แปลกและน่าขยะแขยงเช่นเดียวกัน
"พวกคนจากนิกายวารีสังหารได้ร่วมมือกับเผ่าปีศาจอย่างนั้นรึ! นี่มันเรื่องใหญ่มากไม่ใช่หรือไงกองกำลังระดับพิเศษกลับมาร่วมมือกับเผ่าพันธุ์ที่เป็นศัตรูกับเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นนี้ และอีกอย่างไอ้เจ้าพวกนั้นมันเป็นทั้งเจ้านิกายและเหล่าผู้อาวุโสของนิกายทั้งนั้นเลยไม่ใช่หรือไง พวกนิกายวารีสังหารคงจะเข้าร่วมกับเผ่าปีศาจหมดแล้วสินะ" ฉินจุนพึงพำออกมา
ในระหว่างที่ฉินจุนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่นั้นเอง ปีศาจตนนั้นก็ได้พูดออกมาอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆ เจ้ามนุษย์เอ๋ย เจ้าจงกลับไปกับข้าแต่โดยดีเถอะ เพราะถ้าเจ้าไม่ยอมเจ้าจะได้เจ็บตัวอย่างแน่นอนฮ่าๆๆ" ปีศาจตนนั้นพูดออกมา
"กลับกับเจ้ารึ? เจ้าไม่ได้ต้องการจะฆ่าข้าหรอกรึ?" ฉินจุนถามออกมาด้วยความงงงวย
"ฆ่ารึ? ถ้าตอนแรกก็ใช่อยู่ แต่ตอนนี้ตัวเจ้ามันมีค่ามากเกินไปที่ข้าจะฆ่าแล้วยังไงล่ะ" ปีศาจตนนั้นพูดด้วยความอารมณ์ดี
"หมายความว่าอย่างไง ที่ว่าข้ามีค่ามากเกินไป?" ฉินจุนถามด้วยด้วยความอยากรู้
"เรื่องนั้นถ้าเจ้าอยากรู้ก็ตามกลับไปกับข้าซะสิแล้วเจ้าก็จะได้รู้มันเองฮ่าๆๆ" ปีศาจตนนั้นพูดอย่างรู้ทัน
ฉินจุนถึงกับพูดไม่ออกที่ปีศาจตนนี้รู้ความคิดของเขาด้วย แน่นอนว่าเขาพยายามจะล้วงความลับของอีกฝ่ายแล้วหาทางหลบหนีนั่นเอง แต่เหมือนปีศาจตนนี้จะไม่ได้โง่มันจึงมองแผนการของเขาออกนั่นเอง
"แล้วทำไมข้าจึงต้องกลับกับเจ้าด้วยล่ะ เจ้าปีศาจ!" ฉินจุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
"ฮ่าๆๆ ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดีพอสินะเจ้ามนุษย์" ปีศาจพูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นเหยียบ
จากนั้นปีศาจตนนี้ก็ได้ระเบิดพลังออกมา ทำให้ตัวของฉินจุนรู้ได้ทันทีว่ามันอยู่ในระดับครึ่งก้าวราชาศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น
แต่จะมองแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียวเพราะว่าเมื่อเผ่าปีศาจมาที่โลกนิรันดร์นั้นพวกมันจะถูกลดขอบเขตการบำเพ็ญลงหนึ่งขั้นใกญ่นั่นเอง นั่นหมายความว่าปีศาจตนนี้นั้นระดับบ่มเพาะที่แท้จริงของมันคือครึ่งก้าวจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง และที่รู้ๆกันอยู่ว่าเมื่อระดับการบ่มเพาะของเผ่ามนุษย์และปีศาจเท่ากันนั้นเผ่าปีศาจจะมีความแข็งแกร่งกว่าเผ่ามนุษย์หลายเท่าตัวด้วยกัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าคู่ต่อสู้ในครั้งนี้ของฉินจุนนั้นทรงพลังขนาดไหน
ฉินจุนได้สัมผัสพลังของอีกฝ่ายตัวเขาก็เกิดอาการขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ถึงพลังที่อีกฝ่ายปลดปล่อยออกมานั้นจะอยู่ในระดับเพียงครึ่งก้าวราชาศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น แต่พลังของมันช่างเข้มข้นและชนให้อึดอัดจนน่ากลัวยังไงไม่รู้
ฉินจุนถึงกับตั้งท่าและตั้งสมาธิในการต่อสู้ในทันที เขารู้ดีว่าโอกาสที่เขาจะหนีรอดในตอนนี้นั้นมันเหลือน้อยแค่ไหน ถ้าเกิดเขาหันหลังให้อีกฝ่ายเมื่อไหร่ตัวของเขาจะหมดสิทธิ์ต่อต้านในทันที ถ้าเป็นอย่างนั้นคำตอบมันก็เหลือเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือต้องต่อสู้กันเอง
"โฮ้ เจ้าจะต่อสู้รึ ช่างกล้าหาญเสียจริง ไม่สิความกล้ากับความโง่มันก็มีเพียงเส้นบางๆกั้นเอาไว้เพียงเท่านั้นนี่นา ข้าว่าเจ้าน่าจะอยู่ในข้างคำว่าโง่มากกว่าคำว่ากล้านะเจ้ามนุษย์" ปีศาจพูดเหยียดหยามฉินจุนออกมา
ฉินจุนไม่ได้พูดตอบโต้อีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาเพียงแค่จ้องมองอีกฝ่ายก็เพียงเท่านั้น และสมาธิของเขาก็อยู่ในระดับดีมากอีกด้วย ตอนนี้นั้นเขาอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุดในชีวิตตั้งแต่ที่เขาเคยประสบมาเลย เพราะฉะนั้นเขาจะต้องมีสมาธิและสติอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะตั้งรับอีกฝ่ายได้ทันท่วงทีนั่นเอง
"ฮ่าๆ เจ้ามนุษย์เอ๋ย ถ้าในเมื่อเจ้าเลือกที่จะต่อต้านแล้วล่ะก็...ก็จงทำให้ข้าผู้นี้ได้สนุกหน่อยก็แล้วกันฮ่าๆๆ!!" ปีศาจตนนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ฉินจุนไม่ได้พูดตอบโต้สิ่งใดเพียงแค่มองอีกฝ่ายด้วยความจริงจังก็เพียงเท่านั้น
หลังจากนั้นการโจมตีจากปีศาจตนนั้นก็ได้พุ่งมาถึงตัวของฉินจุนอย่างรวดเร็วและรุนแรง การฟาดกระบองของปีศาจนั้นได้เข้าถึงตัวของฉินจุนอย่างรวดเร็ว
ฉินจุนไม่สามารถมองเห็นการโจมตีของอีกฝ่ายได้ทันเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้โคจรวิชากายาระฆังทองอย่างสุดความสามารถ แต่ถึงแม้ว่ากายาระฆังทองนั้นจะเป็นวิชาระดับราชาและฉินจุนก็ฝึกมันถึงขั้นสูงสุดแล้วก็ตามแต่มันก็ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้มากนัก เพราะการโจมตีในครั้งนี้มันก็ยังส่งตัวเขาลอยกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตรอยู่ดี
บูมมมมม~!
ตู้มมมมม~!
"อักกกก!!!"
ฉินจุนกระอักเลือดกำโตออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นั้นดูเหมือนเขาจะมีภูมิต้านทานจากครั้งแรกทำให้เขายังไม่ได้สติพร่าเลือนเหมือนกับครั้งแรกนั้นเอง แต่ตัวเขาก็ยังคงได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี
"บ้าเอ้ย! ทั้งๆที่ตอนนี้มันมีระดับการบ่มเพาะอยู่ระดับใกล้เคียงกับเราแท้ๆ แต่ทำไมมันถึงแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้กันนะ!!" ฉินจุนพูดออกมา
และดูเหมือนว่าปีศาจตนนั้นจะไม่ยอมให้ฉินจุนได้พักผ่อนฟื้นฟูตัวเองเลยแม้แต่น้อย เพราะตัวของมันได้ลอยเข้ามาหาเขาแล้วนั่นเอง
"เรามาต่อกันเลยไหมเจ้ามนุษย์" ปีศาจพูดอย่างยิ้มๆ