หลังจากทำเครื่องหมายไว้บนต้นผิงกั่วแล้วพวกนางสองคนก็เดินลึกเข้าไปในป่า ยิ่งพวกเขาเดินเข้าป่าไปเรื่อย ๆ แสงจากดวงอาทิตย์ก็ส่องเข้ามาก็ยิ่งน้อยลงบรรยากาศในป่าเริ่มมืดครึ้มเพราะโดนเหล่าต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงจากดวงอาทิตย์
ร่างเล็กของหนิงหลงเริ่มเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็พี่แบบไม่รู้ตัวเมื่อมีลมพัดผ่านอากาศรอบตัวก็ยิ่งเย็นลงเขาจึงเดินไปจับชายแขนเสื้อของนางไว้แน่น ส่วนหนิงหนิงที่คุ้นชินกับบรรยากาศพวกนี้ดีแล้วนางจึงไม่ได้มีปัญหาเหมือนกับน้องชาย
เด็กสาวคอยมองหาสมุนไพรไปตามทางเจอนางก็เดินเข้าไปเก็บจนได้สมุนไพรมาเกือบเต็มย่ามที่สะพายอยู่ แถมทุกต้นก็ยังอยู่ในสภาพดีอีกโดยที่รากหรือส่วนอื่น ๆไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด
จนกระทั่งพวกเขาเดินมาถึงลำธาร ซึ่งเป็จุดสิ้นสุดของเส้นทางพวกชาวบ้านที่เดินขึ้นมาหาของป่าดวงตากลมจ้องมองไปที่อีกฟากฝั่งของลำธารด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“นี่ท่านคงไม่ได้คิดที่จะข้ามไปอีกฝั่งหรอกใช่หรือไม่”หนิงหลงอดถามออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทางอยากรู้อยากเห็นของผู้เป็พี่สาว
“แล้วไปไม่ได้รึ?”หนิงหนิงที่ได้ยินแบบนั่น นางก็หันไปถามเขา
“ไม่ใช่สักหน่อยข้าแค่เคยได้ยินมาฝั่งตรงข้ามนั้นมีพวกร้ายอยู่ แต่ข้าหาได้กลัวพวกมันไม่ข้าแค่คิดว่าหากเราไม่รีบกลับตอนนี้มันจะมืดค่ำก่อนต่างหากเล่า”ร่างเล็กที่ปากบอกไม่กลัวแต่กลับจับแขนเสื้อนางไว้จนแน่นนั่น จนทำให้หนิงหนิงได้แต่มองดูด้วยความเอ็นดูก่อนจะเปลี่ยนไปดึงมือเขามากุมไว้แทน
“ไปอีกไม่ไกลหรอกพี่แค่จะลองข้ามไปดูว่า พวกเราจะสามารถหาอะไรมาขายได้บ้างหรือไม่ก็เท่านั้น” หนิงหนิงเอ่ยบอกกับน้องชายแล้วเดินจูงมือกันข้ามไปอีกฝั่งของลำธารที่นางเห็นอะไรบางอย่างอยู่ไม่ไกล ด้วยความรู้และประสบการณ์ของนางมันบอกนางว่าสิ่งที่นางเห็นนั้นคือสิ่งที่จะทำให้นางบรรลุเป้าหมายมีเงินเก็บได้
เมื่อมาข้ามลำธารมาได้แล้ว หนิงหนิงก็รีบจูงมือน้องชายไปยังซากต้นไม้ที่นางเห็นทันที เมื่อมาถึงนางก็ต้องร้องออกมาด้วยความดีใจ
“ดูสิเสี่ยวหลงพวกเรากำลังจะรวยแล้ว” ร่างบางร้องออกมาอย่างตื่นเต้น เมื่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของนางคือต้นโสม
“สิ่งนี่คืออันใดหรือขอรับ”หนิงหลงพูดออกมาด้วยความสงสัย เพราะเขาเองก็เห็นอีกต้นอยู่ไม่ไกล
“มันคือโสมอย่างไรเล่าเสี่ยวหลงช่วยส่งมีดในตะกร้ามาให้พี่หน่อย”
หนิงหนิงบอกน้องชายก่อนจะปลดย่ามและธนูวางไว้บนพื้นแล้วรับมีดจากน้องชายมา แล้วเริ่มลงมือขุดบอกตามตรงว่านางเองก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ไม่สามารถเอามันไปเพาะเองได้แต่ถึงอย่างงั้นด้วยสถานการณ์ความเป็อยู่ในตอนนี้ เื่เงินจึงจำเป็ต้องมาก่อน
ผ่านไปราวหนึ่งเค่อ เด็กสาวก็สามารถขุดโสมที่ดูมีอายุราว50ปีขึ้นมาได้ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่ว่าส่วนไหนไม่เสียหายซึ่งมันก็สร้างความแปลกใจให้แก่ร่างเล็กที่กำลังยืนมองอยู่ใกล้ๆ
“ท่าน..นี่ท่านทำได้อย่างไรขนาดพี่หยางจื่อยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย”เด็กน้อยพูดออกมาอย่างลืมตัวแต่ชื่อหยางจื่อดันไปสะกิดต่อมความหงุดหงิดของเด็กสาวเข้าอย่างจัง
“พี่หยางจื่อ?”หนิงหนิงถามออกมาด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะชื่อนี้ถือเป็หายนะของนาง
“ขอรับเขาเป็ชื่อลูกชายของท่านหมอชุนไงขอรับพี่หญิงท่านจำมิได้หรือ”หนิงหลงเอ่ยตอบพี่สาวออกไปโดยไม่สังเกตว่าน้ำเสียงที่พี่สาวพูดกับตนนั่นเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“อื้อ..ก็นิดหน่อยว่าแต่น้องยังเห็นต้นแบบนี้อีกหรือไม่” นางเอ่ยตอบแบบเลี่ยงๆก่อนจะหันไปถามน้องชายแบบนั้น เพราะนางเห็นว่าน้องชายมักจะมองไปทางทิศๆนึงเสมอ
“ขอรับมันอยู่ทางนั้นอ่ะไม่ใช่ว่าข้ากำลังช่วยท่านหรอกนะ ข้าก็แค่ทำเพื่อที่จะได้กลับเร็วๆก็เท่านั้น”หนิงหลงพูดพร้อมกับเบือนหน้าหนี ส่วนคนฟังนั้นเดินยังไปยังเป้าหมายนานแล้วจึงไม่ทันได้เห็นปลายหูที่แดงๆของเขา
“อ่ะพี่หญิงรอข้าด้วย”ร่างเล็กรีบเดินตามไปเมื่อเห็นว่าร่างบางของพี่สาวเดินนำไปไกลแล้ว
เมื่อเก็บโสมต้นที่สองเสร็จแล้ว ซึ่งคราวนี้ที่โสมนางขุดได้ดูมีอายุราวๆ100ปีเพราะมันเริ่มมีรูปร่างเหมือนคนแล้วจึงทำให้หนิงหนิงตัดสินใจว่าจะขายต้นที่อายุน้อยกว่าส่วนต้นนี้นางจะเก็บไว้เพื่อเอาไปปลูก
เมื่อเก็บโสมเสร็จแล้วหนิงหนิงจึงเดินไปจูงมือน้องชายเพื่อพากันกลับบ้าน สองพี่น้องเดินจูงมือกันเดินกลับไปยังทางเดิมเมื่อข้ามลำธารมาได้แล้ว
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินกลับไปตามทางเดิมพวกเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในพงหญ้า ซึ่งหนิงหนิงก็เตรียมง้างธนูรอหากแต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้ร่างบางถึงกับช็อก
“!!!!”หนิงหนิง
“*^*”งูแสงอาทิตย์ จะเอ๋มนุษย์ งูตัวน้อยมองทั้งสองคน
“นั้นมันงูอะไรหรือ....”แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดจบ
หนิงหลงก็รู้สึกว่าเขากำลังบินได้แถมยังบินเร็วมากอีกด้วย ในขณะที่หนิงหลงผู้ซึ่งยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกลากโดยผู้เป็พี่อยู่หนิงหนิงผู้ซึ่งกลัวงูเป็ชีวิตจิตใจ ต่อให้ในใจของนางจะรู้ว่างูตัวนั้นไม่มีพิษแต่เพราะความหลังมันฝั่งใจ จึงทำให้นางจับมือน้องชายแล้ววิ่งหนีออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
“งู!!!!!”เสียงกรีดร้องพร้อมกับขาที่ใส่ไปอย่างเต็มแรง เพื่อวิ่งหนีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่กำลังมองไปทางมนุษย์สองคนด้วยความสงสัย ว่าพวกเขาเป็อันใดกัน
“....”งูมนุษย์ข้าน่ากลัวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
.
.
.
อีกด้านนึง
“พี่หญิงช้าหน่อยข้าจะไม่ไหวแล้ว” หนิงหลงเอ่ยกับผู้เป็พี่ที่เอาแต่วิ่งหน้าตั้ง หนีงูตัวเล็กๆที่ขนาดเขายังไม่กลัวมันเลย
แต่ถึงอย่างนั้นหนิงหนิงก็ไม่ได้หยุดแต่อย่างใด กลับกันนางกลับวิ่งเร็วขึ้นจนทำให้ทั้งสองคนกลับถึงบ้านโดยใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเค่อเท่านั้น
หนิงหลงที่โดนลากมาตลอดทางเมื่อมาถึงหน้าบ้านเขาก็โดนพี่สาวปล่อยทิ้งไว้ ส่วนเ้าตัวก็หนีเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตูอย่างแ่า
“....”หนิงหลงพี่สาวกลัวงูถึงขนาดนี้เลยรึ?
และในคืนนั้นเองที่หนิงหนิง นอนฝันว่าตัวเองกำลังถูกงูตัวใหญ่รัด ซึ่งนางก็ละเมอร้องะโออกมาจนทำให้น้องชายอย่างหนิงหลงที่นอนอยู่ห้องข้างๆ ได้แต่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงของนาง
“ไม่น้าอย่าเข้ามา!!”หนิงหนิงละเมอะโออกมาด้วยความกลัว
“....”หนิงหลงที่นอนห้องข้างๆ พี่สาวเมื่อไหร่ท่านจะเงียบเสียที ข้าจะนอน
โรงละคร
หลายปีต่อมา
สามี:ภรรยาเ้าช่างนอนดิ้นเสียจริง//กอด
หนิงหนิง:อื้อ...ฝันว่าโดนงูรัด//พยายามดิ้น
สามี:กอดแน่นขึ้น