ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    ระดับครึ่งเซียน

    หลังจากพวกฟางเฉินได้สมุนไพรทั้งหมดในสวนสมุนไพรจากพวกฟางเหิงแล้ว พวกฟางเฉินก็ตกลงกันที่จะเก็บตัวบ่มเพาะสักพักเพราะเมื่อเวลาที่ทุ้งหญ้าแห่งการสังหารเปิดเวลานั้นจะเป็นเวลาที่กลุ่มของระดับสวรรค์ และระดับครึ่งเซียนที่เข้ามาในเส้นทางวิญญาณจะมารวมตัวกัน และด้วยพลังของพวกฟางเฉินในตอนนี้ยังยากที่จะเอาตัวรอดจากระดับครึ่งเซียนหรือเซียนก่อนอื่นข้าต้องร่างโครงสร้างของร่างเซียนเอาไว้ก่อนจึงค่อยเพิ่มกฎสายเซียน ซึ่งร่างเซียนนั้นจำเป็นต้องสร้างเอาไว้เพื่อกักเก็บกฎสายเซียนเพราะถ้าไม่มีร่างเซียนละก็กฎสายเซียนก็จะกระจัดกระจายกันออกไปจนมั่วไปหมดอย่างแน่นอน“เส้นทางบ่มเพราะของข้า อย่างแรกที่ข้าฝึกฝนคือ เส้นด้าย เพราะงั้น ร่างเซียนร่างแรกของข้าคือหมื่นด้ายสังหาร” ฟางเฉินนั่งจมอยู่ในความคิดและเริ่มก่อรูปร่างเซียนอย่างช้า ๆร่างเซียนร่างหนึ่งที่มีรูปร่างโปร่งใสปรากฏในจิตใจของฟางเฉิน ร่างเซียนร่างนี้ถือเส้นด้ายอยู่ทั้งสองมือ และเมื่อมือทั้งสองนั้นเคลื่อนใหวเส้นด้ายก็จะปรากฏและเคลื่อนใหวตามความนึกคิดของร่างเซียน“น่าจะใช้ได้แล้ว” ฟางเฉินพึมพำเมื่อร่างเซียนของกฎเส้นด้ายถูกสร้างมาแล้วฟางเฉินก็สร้างร่างเซียนร่างอื่น ๆต่อ ทั้งร่างเซียนเพลิง ร่างเซียนดาบ ร่างเซียนดวงตา ซึ่งร่างเซียนดวงตาค่อนข้างมีความพิเศษอย่างมากเพราะในร่างเซียนมีดวงตาสามดวงและดวงที่สามปรากฎขึ้นที่หว่างคิ้วเมื่อสร้างร่างเซียนขึ้นมาแล้วฟางเฉินก็มาผลเซียนทั้งหมดและสมุนไพรเซียนออกมาทันที“การจะทะลวงเข้าสู่ครึ่งเซียนจำเป็นต้องสร้างกฎสายเซียนให้ได้ 100 สายเสียก่อนแล้วเมื่อไปถึงระดับครึ่งเซียนขั้นต้นแล้วจำเป็นต้องบ่มเพาะให้กฎสายเซียนไปถึง 500 สายจึงจะสามารถทะลวงระดับขั้นกลางได้ ส่วนขั้นสูงคือ 2000 สาย ขั้นสูงสุดคือ 5000 สายและการจะทะลวงระดับเซียนได้จะต้องมีกฎสายเซียนอย่างน้อย 1 หมื่นสาย” ฟางเฉินอ่านข้อมูลที่ราชาเซียนเต้าจีให้มาอย่างละเอียดและสำหรับคนทั่วไปที่ฝึกฝนเพียงอย่างเดียวพวกเขาจะง่ายต่อการยกระดับอย่างมากเพราะพวกเขาสามารถสร้างกฎสายเซียนของร่างเซียนแค่ร่างเดียว แต่ฟางเฉินนั้นไม่ใช่ฟางเฉินจำเป็นต้องสร้างกฎสายเซียนให้ร่างเซียนทั้ง 4 ร่างซึ่งสามารถบอกได้ว่าเส้นทางในอนาคตของฟางเฉินนั้นจะยากมากว่าคนอื่นหลายเท่าแต่มันก็มีข้อดีข้อหนึ่งคือในระดับเดียวกันฟางเฉินจะเป็นผู้ไร้พ่าย ทางด้านเย่เซียนนั้นนางฝึกฝนเพียงแค่วิถีกระบี่ และจิตวิญญาณของนางก็คือกระบี่เพราะงั้นจึงไม่แปลกที่นางจะมีร่างเซียนแค่ร่างเดียว แต่อู่เย่หลานนั้นไม่ใช่ อู่เย่หลานฝึกฝนพลังน้ำแข็งควบคู่ไปกับเก้าทัณฑ์ทำให้นางมีร่างเซียนสองร่างฟางเฉินกินผลเซียนชำระและผลเซียนดวงใจไปอย่างต่อเนื่องทำให้กฎสายเซียนในร่างของฟางเฉินเพิ่มขึ้นมาสองร้อยสาย แต่ว่าฟางเฉินต้องกระจายกฎสายเซียนไปให้ร่างเซียนทั้ง 4 อีกทำให้ฟางเฉินยังไม่อาจทะลวงระดับได้“เจ้านี่จะละโมบจริงถึงสร้างร่างเซียนขึ้นมาถึง 4 ร่าง” หวู่เถียนอี้ที่อยู่ใกลๆกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเย้ยหยันเพราะสำหรับนางที่เป็นต้นหวู่ถงกฎสายเซียนในร่างของนางก็มีเพียงแค่ร่างเดียวเช่นกันฟางเฉินยังกินผลเซียนสัจจะต่อจากผลเซียนทั้งสองเข้าไป เมื่อฟางเฉินได้รับกฎสายเซียนเข้าไปอีกห้าร้อยสายทำให้ร่างของฟางเฉินเปล่งแสงออกมา สิ่งสกปรกที่อยู่ในร่างถูกขับออกมาทันที“ในที่สุดข้าก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นครึ่งเซียนแล้ว” ฟางเฉินแสดงสีหน้าดีใจออกมา“แต่เจ้าอย่าลืมว่าการจะทะลวงขั้นต่อไปอย่างต่ำเจ้าต้องใช้กฎสายเซียนอีก 2 พันสาย และยิ่งไม่ต้องพูดถึงขั้นสูงของระดับครึ่งเซียนเจ้าต้องใช้กฎสายเซียนถึง 8 พันสายเลยทีเดียว” ความโลภกล่าวด้วยรอยยิ้ม“นั่นสินะ” ฟางเฉินมองกองสมุนไพรข้างหน้าเพราะต่อให้ดูดซับพวกมันจนหมดเขาก็ไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นกลางได้อยู่ดีฟางเฉินไม่สนใจและรีบดูดซับทันที เวลาผ่านไป 5 เดือน พวกฟางเฉินก็บ่มเพาะจนเสร็จ เย่เซียนทะลวงเข้าสู่ขั้นกลางของระดับครึ่งเซียนได้อย่างสวยงาม ซึ่งพวกอู่เย่หลานเองก็เข้าสู่ขั้นกลางได้เช่นเดียวกัน“น้องชายฟางเฉินทำไมเจ้ายังอยู่แค่ขั้นต้นของระดับครึ่งเซียนละ” อู่เย่หลานกล่าวด้วยความแปลกใจ“น้องชายเจ้ามีร่างเซียนกี่ร่าง” ถังเจี่ยรับรู้ได้ว่าฟางเฉินจะต้องมีร่างเซียนมากกว่า 2 ร่างเป็นแน่ฟางเฉินไม่ตอบเพียงแค่ยิ้มออกมา แค่ถังเจี่ยก็ยังไม่ยอมแพ้และขบคิดก่อนจะกล่าวออกมา“สามร่างงั้นเหรอ” ฟางเฉินยังส่ายหน้า“เป็นไปไม่ได้เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ เจ้าจะบอกว่าเจ้ามีร่างเซียนสี่ร่างงั้นเหรอ นั่นมันมากเกินไปแล้วถ้าเป็นลูกหลานเทพที่มีทรัพยากรที่ไร้ขีดจำกัดก็ว่าไปอย่างแต่เจ้าเป็นเพียงแค่มนุษย์เดินดินนะ” ถังเจี่ยสั่นสะท้านก่อนจะโวยวายออกมา“เอาน่า ข้ารู้ตัวดีว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่เพราะเส้นทางของข้ามันถูกกำหนดให้ลำบากมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว” ฟางเฉินกล่าว“ถ้างั้นก็ตามใจเจ้า แต่ว่าในแดนศักดิ์สิทธิ์แม้แต่อัจฉริยะอันดับ 1 ยังมีร่างเซียนแค่ 3 ร่างเท่านั้นเอง แต่เจ้ากลับเฮ้อ” ถังเจี่ยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ“แล้วเราจะเอายังไงต่อ” เย่เซียนกล่าว“ตอนนี้ทุ้งหญ้าแห่งการสังหารยังไม่เปิดเราน่าจะมีเวลาในการเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นอยู่นะ” อู่เย่หลานกล่าว“จากที่ข้ารู้มา ดูเหมือนว่าทางทิศเหนือจะมีสถานที่ซึ่งเป็นน้ำตกอยู่ที่นั่นถูกเรียกว่าน้ำตกมรกต และใต้น้ำตกมีดอกบวก 5 กลีบอยู่ ลองไปดูที่นั่นก่อนใหม” ฟางเฉินกล่าว“นั่นสอนะอะไรที่ช่วยให้เราแข็งแกร่งขึ้นได้เราก็ควรจะใช้” อู่เย่หลานกล่าว“หืม นั่นใคร!!!!!!!” ในตอนนั้นเองฟางเฉินก็สัมผัสได้ถึงตัวตนที่ไม่รู้จักซึ่งฟางเฉินใช้เนตรสวรรค์ตลอดเวลาทำให้ฟางเฉินมีการรับรู้ที่มากกว่าคนอื่นหลายเท่า“ฮ่า ฮ่า ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนูที่ดูอ่อนแอที่สุดในกลุ่มจะเป็นคนรู้ตัว ดูเหมือนว่าข้าคนนี้จะประเมินเจ้าผิดไปจริง ๆ” เสียงที่ชั่วร้ายดังขึ้นก่อนที่ชายสวมผ้าคลุมดำและมีหน้ากากกระดูกสวมอยู่“ลัทธิเทพอสูรงั้นเหรอ!!!!!!!!!!!!!!” ฟางเฉินแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“เจ้าพวกนั้นเข้ามาในเส้นทางวิญญาณได้อย่างไร” อู่เย่หลานกล่าว“ไม่ อย่าได้ลืมว่าเมื่อเร็วๆนี้มี 1 ทวีปที่ถูกพวกอสูรยึดครองไปแล้ว และพวกลัทธิเทพอสูรเองก็น่าจะใช้โอกาสนี้ร่วมมือกับพวกอสูรเข้ามาในเส้นทางวิญญาณ” ฟางเฉินกล่าว“ฮ่า ฮ่า ถูกต้องข้าเข้ามายังเส้นทางวิญญาณผ่านทวีปแห่งนั้นแหละ เอาละตอนนี้ก็หมดเวลาตอบคำถามกันแล้วเพราะพวกเจ้าจะต้องกลายเป็นหุ่นเชิดของข้าผู้นี้” ชายหน้ากากอีกาแบกโรงศพเอาไว้ด้านหลังก็เริ่มเคลื่อนใหวกลิ่นอายแห่งความตายกระจายออกมาทำให้พวกฟางเฉินต้องตื่นตระหนก  

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน