คนวุ่นวาย
เช้าวันรุ่งขึ้น ปริมตื่นขึ้นมายืดเส้นยืดสายเล็กน้อยให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น รู้สึกสบายใจสบายกายที่วันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนวันหยุดนี้เธอตั้งใจว่าจะมาร์คหน้า ทำการบ้าน กินและนอนอย่างมีความสุขขณะที่เธอมาร์คหน้าอยู่นั้น เธอรู้สึกหิวข้าวพอดี จึงเดินออกจากห้องนอนเพื่อลงมาทานอาหารเช้า เมื่อเธอลงมาที่โต๊ะอาหาร เธอหยิบจาน ช้อน แล้วตักอาหารอย่างสบายใจอยู่นั้นเปรมก็มาจับมือเธอ ขณะที่อาหารกำลังจะเข้าปากอยู่แล้ว
“พี่ปริม วันนี้เพื่อนๆเปรมจะเข้ามานะมาช่วยกันทำการบ้าน โครตยาก” เปรมเอ่ย น้ำเสียงคือจริงจังมาก
“แล้วแต่สิ มาบอกอะไรพี่” ปริมเอ่ยคร้านจะใส่ใจกับน้องคนนี้
“ก็บอกไว้ก่อน เดี๋ยวพี่บ่นผมอีก”เปรมลากเสียง
“จะบ่นอะไร ออกไปได้แล้วพี่จะกินข้าว” ปริมพูดแล้วเธอยังตักอาหารต่อ
ยังไม่ทันไรเสียงกริ่งก็ดังขึ้นคาดเดาว่าเพื่อนของเปรมน่าจะมากันแล้ว
“ไปๆ ไปเปิดประตู เพื่อนๆมากันแล้วเนี่ย” ปริมบอกเธอทำน้ำเสียงเลียนแบบเปรมก่อนหน้า
ปริมยังคงกินข้าวต่อไปไม่สนใจคนมาใหม่เสียงดังเจี๊ยวจ๊าว เธอยังคงกินข้าวไปเรื่อยๆ แต่หางตาดันไปเห็นคนหน้าคุ้นเข้านั่นก็คือฮีล เธอหันขวับไปหาเขา เพื่อความมั่นใจ
“นี่นายมาได้ไงเนี่ย” เธอมองเขาอย่างไม่น่าเชื่อ
“พี่ปริม ไปพูดกับพี่ฮีลแบบนี้ได้ไงวันนี้เขาเสียสละเวลามาสอนการบ้านพวกผมเลยนะพี่” เปรมกล่าว
เธอมองหน้าเขา เขามองหน้าเธอเธอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอดูจะสบายๆมากเกินไปก็รีบวางช้อนลง แล้วเริ่มถอยออกมาแล้วรีบเดินขึ้นห้องไป เมื่อเธอปิดประตูห้องลงก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกนี่เธอเป็อะไรไป*-* ทำไมต้องหลบหน้าเขาด้วยเธอจึงตัดสินใจไปล้างหน้าล้างตา อาบน้ำ แต่งหน้าเบาๆเล็กน้อยและแต่งตัวหมุนซ้ายหมุนขวา คิดว่าคนรู้จักก็ทำให้ดูดีขึ้นสักหน่อยสินะ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเธอจึงลงมาชั้นล่างเห็นฮีลกำลังนั่งสอนเปรมและเพื่อนๆของน้องชายตนเองอยู่เหมือนฮีลจะเห็นว่าเธอมองเขาอยู่ ่เวลาที่ทุกคนกำลังตั้งใจทำการบ้านอย่างตั้งใจฮีลก็ส่งยิ้มให้เธอ เธอจึงยิ้มตอบแบบไม่ตั้งใจ ยีฟันครบทุกซี่เป็การส่งยิ้มอีกรูปแบบ เธอเลือกที่จะทำตัวปกติ นี่คือบ้านเธอแล้วเธอจะทำตัวให้สบายๆที่สุด
เธอกลับไปหาอะไรกินใหม่อีกครั้ง และนั่งหน้าโซฟาเปิดทีวีอย่างสบายใจเมื่อเวลาผ่านไปแม่ของเธอกลับมาจากธุระที่ออกไปั้แ่่เช้าเมื่อเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับวัตถุดิบทำอาหารมากมายเหมือนแม่จะรู้ว่าวันนี้เปรมพาเพื่อนๆมา ดูแล้วเธอจะรู้เพียงคนสุดท้าย
แม่ของเธอเดินเข้าห้องครัวไปแล้วและดูเหมือนฮีลและเพื่อนของเขาจะสอนการบ้านกันเสร็จแล้วต่างคนต่างนั่งกินขนมกันในมุมห้องรับแขก เธอก็อยู่ในมุมห้องนั่งเล่นต่อไป
ขณะที่เธอนั่งกินขนม ดูทีวีฮีลก็เดินไปยังห้องครัว ปริมหันขวับไปมองทันที ฮีลไปช่วยแม่เธอทำกับข้าว ดูท่าทางคล่องแคล่วเหมือนจะทำอาหารเป็อย่างไม่น่าเชื่อเธอเผลอมองเขาอยู่นานจนคนเป็แม่มองเห็นเข้า
“มัวแต่มองมาช่วยกันหน่อยสิปริม”แม่เธอหันมาพูดเสียงดังเล็กน้อย
เมื่อเธอไม่มีทางเลือก จึงลุกขึ้นไปช่วยแม่ของเธอเมื่อเดินเข้าไปในครัวจึงสบตาเข้ากับฮีลเข้าพอดี เธอมองเขาแวบเดียวขณะทีฮีลยกยิ้มมุมปาก เธอคว้าผักในถุงไปล้าง
“ฮีลเรียนห้องเดียวกับปริมใช่ไหมถ้ามีอะไรที่ฮีลแนะนำได้ก็บอกปริมนะ ปริมย้ายโรงเรียนมาก็จะไม่ทันเพื่อนเอาเห็นปริมบอกว่าบางวิชาก็เคยเรียนแล้ว แต่บางวิชาของเทอมที่แล้วยังไม่เรียนทางโรงเรียนก็มีเรียนเมื่อเทอมที่แล้วอาจจะเรียนไม่ครบจะมีปัญหาเื่สอบเข้าเอาได้” แม่เธอกล่าว น้ำเสียงเป็ห่วงปริมแต่เธอไม่อยากให้แม่มาฝากฝังคนแบบนี้เลย
“แม่ไม่ต้องเป็ห่วงเลยนะครับ ผมจะช่วยแนะนำให้ปริมเรียนห้องเดียวกับผมด้วยครับ” ฮีลเอ่ยพูด
“อ้าว ดีจังแม่ก็นึกว่าเรียนชั้นเดียวกันเฉยๆ”แม่พูดน้ำเสียงดีใจ
ฮีลไปสนิทกับแม่ของเธอั้แ่เมื่อไรทั้งสองคนคุยกันถูกคอคุยกันไปมา จนอาหารทุกอย่างเสร็จพร้อมเสิร์ฟสำหรับมื้อกลางวันนี้ที่ก่อนหน้านี้เธอกินจนอิ่ม ระหว่างทำอาหารก็ย่อยไปหมดแล้ว
เมื่อจัดเรียงอาหาร ทุกอย่างพร้อมรับประทานอาหารทุกคนในโต๊ะอาหารก็ตั้งหน้าตั้งกินเสียงสนทนาก็ดังขึ้นเป็ระยะ แต่ดูเหมือนแม่ของเธอจะประทับใจฮีลมากจนกระทั่งตักอาหารให้เขา ซึ่งเป็อาหารที่อร่อยสำหรับแม่ที่สุดเธอเห็นแล้วยังคิดๆอยู่ว่าใครคือลูกแม่กันแน่ เธอและเปรมมองหน้ากัน เปรมยักไหล่เล็กน้อย
เมื่อถึงเวลาร่ำลาทุกคนกลับบ้านกันหมดแล้วแม่และเปรมมองหน้าเธอพร้อมกันส่วนพ่อเพิ่งกลับมาจากที่ทำงานกำลังถอดรองเท้าและเข้ามาในบ้าน
“ลูกชอบฮีลไหม” แม่ถามประโยคคำถามนี้แทบจะสำลักอาหารที่เธอเพิ่งกินออกมา
“แม่คะ...” ปริมถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ลูกเรียนหนังสืออยู่ จะมาพูดแบบนี้ได้ยังไง”พ่อเธอก็เอาบ้าง
“พ่อ เงียบไปเลย” แม่สั่งพ่อก็เงียบเสียงตามใจแม่ทันที ส่วนเธอก็ยืนมองหน้าแม่อึ้งไปเลย*-*
“แม่ คนที่ปริมไม่ชอบก็นายคนนี้นี่ล่ะ”พูดจบเธอก็เดินขึ้นบันไดหนีเข้าห้องไปเลย