(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 148 สอบเสร็จแล้วก็ไปติวกันต่อ

     

    ตอนที่ 148 สอบเสร็จแล้วก็ไปติวกันต่อ

     

     

    การสอบของโรงเรียนธาราบุรีได้เริ่มต้นขึ้น บรรยากาศในโรงเรียนล้วนเงียบสงัด เพราะนี้คือการสอบเก็บคะแนนปลายภาครอบสุดท้ายของปีนี้แล้ว เหล่าคณะอาจารย์เองก็เตรียมตัวสำหรับวันนี้มาเป็นอย่างดี พวกเขาได้จัดครูที่เฝ้าสอบไว้ถึงห้องล่ะสองคน

    ทำข้อสอบออกมาสลับข้อกันไปมาถึงสามชุด เพื่อป้องกันการทุจริตที่ต้องยอมรับว่าเด็กนักเรียนในประเทศไทย มีค่าเฉลี่ยการโกงข้อสอบอยู่ที่ 50% เลยทีเดียว

     

    การสอบได้เริ่มต้นขึ้น คุณครูสองคนที่อยู่ประจำห้องสองได้เดินแจกข้อสอบให้กับเด็กๆ นักเรียน “เริ่มทำข้อสอบได้!” กริ่งสัญญาณของโรงเรียนได้ดังขึ้น

     

    เด็กนักเรียนพลันก้มหน้าก้มตา เริ่มทำข้อสอบ…เวลาได้ผ่านไปอย่างช้าๆ ปฏิกิริยาของครูผู้คุมสอบในห้องสอบ ที่ได้มาคุมสอบห้อง ม.6/2 ก็เริ่มจ้องมองทุกคน ด้วยแววตาที่แปลกประหลาด

    ปกติแล้วเด็กนักเรียนห้องนี้ที่มีเด็กเกเรอยู่ในห้อง จะพยายามหาทางโกงข้อสอบอยู่ตลอดเวลา ‘ขอเข้าห้องน้ำบ้างล่ะ ขอยืนยางลบกับดินสอกันบ้างล่ะ หรือบางครั้งก็ชอบทำเสียงไอแปลกๆ และที่หนักไปกว่านั้นชอบนั่งท่าแปลกๆ เพื่อแอบเปิดข้อสอบให้กับคนข้างๆ ที่ได้ชุดข้อสอบเดียวกัน

    แต่ทว่าวันนี้ เด็กนักเรียน ม.6/2 กลับนั่งทำข้อสอบกันอย่างสงบนิ่ง ไม่มีแม้แต่เสียงขยับโต๊ะ เก้าอี้เพื่อรบกวนคนอื่นเลย

     

    ‘แปลกจัง เด็กพวกนี้ทำไมวันนี้ไม่กระโดกกระเดก ทำตัวลับล่อๆ เหมือนการสอบที่ผ่านๆ มาเลย’

    ครูสองคนมองหน้ากันไปมา ก่อนที่คนหนึ่งจะเดินตรวจข้อสอบของนักเรียนตามปกติและก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง ที่เด็กหลายๆ คนทำข้อสอบได้ถูกต้อง ถึงแม้ว่าข้อสอบจะมีการสลับชุด A B C แล้วก็ตาม

     

    ‘จริงเหรอ…ทำได้หลายคนเลยเหรอ ห้องสองของฉันเป็นผู้เป็นคนกับเขาแล้ว’ ครูในห้องสอบหนึ่งในนั้นเป็นครูประจำชั้นของห้องนี้ เธอรู้จักเด็กนักเรียนของเธอดีและรู้ว่าห้องนี้มีเด็กที่เรียนเก่ง เรียนดีอยู่ไม่น้อย

     

    ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นเด็กนักเรียนที่ไปเรียนเสริมพิเศษจากสถาบันกวดวิชาข้างนอก แต่ในการสอบครั้งนี้ เด็กนักเรียนทั้งห้องของเธอกำลังตั้งใจทำข้อสอบอยู่ นี้เป็นเรื่องที่เธอทั้งดีใจ ทั้งปลื้มใจมากจริงๆ

    การสอบวิชาแรกผ่านไปแล้ว ต่อไปเป็นวิชาภาษาอังกฤษและตามด้วยคณิตศาสตร์ ก่อนที่ในวันต่อมาจะเป็นวิชาแยกย่อยของนักเรียนสายวิทย์ ที่ต้องสอบ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ

    และก็เป็นอีกครั้งที่ครูประจำชั้นและครูประจำห้องสอบต้องประหลาดใจกับเด็กนักเรียนของเธอ ที่ทุกคนล้วนมีสมาธิไปกับการทำข้อสอบ จวบจนกระทั่งการสอบได้จบลงในเย็นวันนั้น

     

    แน่นอนทันทีที่การสอบจบลง จะต้องใช้เวลาในการตรวจข้อสอบประมาณ 2 วัน นั้นก็คือช่วงเสาร์ อาทิตย์

     

    “เตรียมตัวแพ้หรือยัง? ไอ้ห้องขยะ” กลุ่มเด็กห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นก๊วนเดียวกับมายด์ได้เรียกนักเรียนจากห้องสองว่า ห้องขยะ ราวกับว่าเตรียมรออีกฝ่ายที่ต้องมาทำความสะอาดให้ห้องของพวกเธอนั่นเอง

    “ใครเป็นห้องขยะ มันก็ไม่แน่หรอกนะ…แต่ถ้าเกิดเด็กห้องคิง ต้องมาทำความสะอาดให้กับห้องของฉัน ฉันก็ไม่ถือสาหรอกนะ” พลอยยิ้มร่าและได้จ้องมองอีกฝ่ายกลับไป โดยมีกลุ่มเด็กเกเรจากห้องสอง ยืนคุมเชิงให้กับพลอยอยู่ด้านหลัง แน่นอนนักเรียนกลุ่มนี้ที่ถูกเรียกว่าเด็กวิทย์เถื่อน ย่อมทำให้เด็กจากห้องหนึ่ง ค่อนข้างกลัวเด็กพวกนี้อยู่พอสมควร พอรู้ว่าพลอยมีเพื่อนกลุ่มนี้ช่วยดูเชิงให้ จึงเปลี่ยนจากการด่าเหมารวมทั้งห้อง เป็นการกระแหนะกระแหนกันเอง

     

    ‘มายด์การสอบในครั้งนี้ เธอคิดว่าจะได้คะแนนรวมเท่าไรดี? จะเอา 1-3 ของระดับชั้นเลยไหม’

    ‘ครั้งที่แล้วที่มายด์สอบได้ที่ 7 เป็นเพราะว่าตอนนั้นเป็นประจำเดือน เลยไม่มีสมาธิในการทำข้อสอบเท่าไร แต่รอบนี้ฉันคิดว่ามายด์น่าจะทำคะแนนได้ดีจนติด 1 ใน 3 อย่างแน่นอน’

    เพื่อนของมายด์ต่างหัวเราะกันคิกคัก ซึ่งตัวของมายด์ที่อยู่กลางวงล้อมก็หัวเราะคิกคักตามไปด้วย “ไม่รู้สิ ฉันก็คิดว่าน่าจะได้ล่ะมั้ง เพราะรอบก่อนที่ได้ที่ 7 ที่บ้านของฉัน ไม่ค่อยพอใจเท่าไร รอบนี้เขาเลยส่งฉันไปติวเสริมที่สถาบันของอาจารย์ท็อปในกรุงเทพเลย แถมไม่ได้เรียนผ่านวิดีโอด้วย เรียนกับครูท็อปตัวจริงเลย” มายด์โอ้อวดออกมา หวังให้เด็กห้องสองพากันอิจฉา

    เพราะเด็กในห้องสองบางคน ก็เรียนเสริมกับสถาบันของอาจารย์ท็อปเหมือนกัน แต่ทว่าได้แค่เรียนผ่านวิดีโอเท่านั้น ไม่ได้เรียนกับอาจารย์จริงๆ เหมือนกับของมายด์

     

    อาจารย์ท็อปถือเป็นสถาบันติวหนังสือที่ดังมากๆ ในสายวิทย์และคณิต ทำให้มีสาขาเปิดไปทั่วประเทศไทย ใครที่อยากเข้ามหาลัยดังๆ เข้าคณะที่เกี่ยวกับสายวิทย์ ล้วนต้องเรียนกับอาจารย์ท็อปผู้นี้

     

    โดยสถิติของ 5 ปีที่ผ่านมา เด็กนักเรียนที่ติวกับสถาบันของอาจารย์ท็อปผู้นี้ มีผู้ที่สอบเข้าคณะแพทย์และวิศวะ ได้มากถึง 58% มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของสถาบันกวดวิชาทั้งหมดเลยทีเดียว

     

    “จริงเหรอมายด์ ได้เรียนกับอาจารย์ท็อปตัวจริงเลยเหรอ? ฉันเองก็อยากไปเรียนกับเธอบ้างจัง แต่น่าเสียดายที่จองได้ยากมาก ว่ากันว่าหากไม่มีเส้นสายที่แน่นเหมือนกับมายด์แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้ติวกับอาจารย์คนนี้” เพื่อนของมายด์โอ้อวดกันเต็มที่ หวังให้มายด์ช่วยคัดลอกสมุดโน้ตที่มายด์ไปเรียนพิเศษมาให้กับพวกเธอบ้าง

    “ได้สิ แต่ไว้หลังจากวันจันทร์นะ เพราะอีกเดี๋ยวพี่ชายของฉันก็จะมารับแล้ว” มายด์แสร้งทำเป็นไม่สนใจคำพูดของเพื่อนในกลุ่ม พลางเดินจากไปเพื่อไปขึ้นรถ BMW ของครอบครัวเธอที่ได้ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

     

    ‘เอาเถอะ…มายด์คงไม่อยากให้สมุดโน้ตของเธอกับพวกเราหรอก ปกติของแบบนี้ใครจะให้กันง่ายๆ จริงไหม’ เพื่อนในกลุ่มของมายด์พยายามปลอบใจกันและกัน ก่อนจะนั่งตรวจทานข้อสอบกันเอาเองว่าพวกเขาทำผิดหรือถูก

     

    ผิดกับฝั่งของเด็กนักเรียนห้องสอง ปกติพวกเขาจะจับกลุ่มคุยกันมากกว่านี้ ระบายว่าทำข้อสอบไม่ได้กันอยู่นานสองนาน แต่ทว่าวันนี้หลังจากทุกคนสอบเสร็จ นักเรียนเกือบครึ่งห้องก็ได้จากไปหมดแล้ว พวกเขาได้เรียกรถแท็กซี่กันไปหลายครั้ง นำโดยพลอยและเบลล์

     

    หน้าห้องของพวกเขาจึงเหลือเพียงแค่กลุ่มเด็กนักเรียนที่เรียนกวดวิชาตามสถาบัน นั่งมองกันด้วยความงุนงง

     

    ‘ก่อนหน้านี้ก็เข้าใจนะว่าพวกเขา จับกลุ่มติวหนังสือกันส่วนตัว…ส่วนพวกเราไปเข้าร่วมกับพวกเขาไม่ได้เพราะพวกเรา มีเรียนกวดวิชาที่อื่น แต่ไม่คิดว่าสอบเสร็จแล้วจะแยกกลุ่มไปกินเลี้ยงกันแบบนี้โดยไม่ชวนพวกเราเลยสักคำ’

    ‘ทำแบบนี้เกินไปหน่อยไหม ไปเลี้ยงฉลองหลังสอบเสร็จโดยไม่ชวนกันเลย พวกเขาคิดจะแยกกลุ่มในห้องเหรอ?’

    ‘เปล่านะ! เมื่อกี้ฉันได้คุยกับหัวหน้าห้อง (นักเรียนชายที่ได้ท็อปของห้อง) เขาบอกว่าวันนี้พวกเขาไม่ได้ไปเลี้ยงฉลอง พวกเขาไปติวหนังสือกันตามปกติ เพราะเดือนหน้าก็จะสอบเข้ามหาลัยกันแล้ว เขาไม่อยากเสียเวลา’

     

    กลุ่มเด็กนักเรียนห้องสองที่เรียนเสริมจากสถาบันกวดวิชาข้างนอกได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งแปลกใจ เพราะหลังสอบเสร็จตามปกติแล้ว ทุกคนในห้องจะไปกินหมูกระทะเพื่อเลี้ยงฉลองกัน

    แต่วันนี้ทุกคนกลับใช้เวลาที่ควรจะพักหลังสอบเสร็จไปติวหนังสือกันอีก? ขนาดกลุ่มเด็กเกเรในห้อง ก็ยังไปติวหนังสือด้วย

     

    “พวกเขาไปติวหนังสือกันที่ไหนเหรอ? วันนี้ฉันไม่มีเรียนเสริม ได้พักยาวเสาร์-อาทิตย์ พวกเราไปหาพวกเขาไหม เผื่อจะได้แบ่งสมุดโน้ตที่ได้จากการเรียนเสริมมาแบ่งปันกัน” เพื่อนในห้องคนหนึ่งเสนอ ซึ่งเพื่อนๆ ในห้องที่เหลือก็เห็นด้วย

    พวกเขาไม่มีเรียนเสริมกันอีกแล้ว เพราะได้หยุดพักเสาร์-อาทิตย์ ดังนั้นหลังจากสอบเสร็จพวกเขาเลยสามารถไปฉลองกับเพื่อนในห้องได้ในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมานั่นเอง

     

    “เห็นว่าไปติวกันที่ร้าน Chicky CPF ที่ข้างมหาลัย” เพื่อนคนหนึ่งนึกขึ้นมาได้ว่า หัวหน้าห้องเคยชวนเธอไปติวด้วยกัน แต่เธอได้ปฏิเสธไปเพราะมีติวพิเศษอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นก็พอจะรู้ว่าทุกคนไปติวกันที่ไหน

     

    เพื่อนในห้องได้ยินแบบนั้นก็ตกลงนั่งรถไปที่มหาลัยธาราบุรีทันที เมื่อทุกคนมาถึงหน้าร้าน Chicky CPF ก็รีบโทรหาพลอย เบลล์และหัวหน้าห้องทันที

     

    ‘พวกเราอยู่หน้าร้านไก่ทอดแล้ว พวกเธอไปติวกันที่ไหนเหรอ? แวะมากินไก่ทอดกันสักหน่อยไหม’ เพื่อนอีกสิบกว่าคน จับกลุ่มยืนอยู่ที่หน้าร้าน

    ซึ่งพลอยที่รับโทรศัพท์ก็แอบตกใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินว่าเพื่อนร่วมห้องทั้งชั้น กำลังอยู่หน้าร้านของพี่ชายเธอ “พวกเธอรอฉันก่อนนะ เดี๋ยวฉันลงไปรับ” พลอยรีบวางสายก่อนจะรีบวิ่งลงไปข้างล่างพร้อมกันกับเบลล์

     

    เพื่อนที่จับกลุ่มรออยู่ก็พากันสับสน อะไรคือการบอกว่าจะลงมารับ? แต่ในชั่วอึดใจพลอยกับเบลล์ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หลังร้านไก่ทอด

     

    “พวกเธอมาทางนี้” พลอยกวักมือเรียกเพื่อนของเธอ ทุกคนเดินตามกันไปยังหลังร้านด้วยความสับสนที่หนักกว่าเดิม เพราะพวกเขากำลังเข้าทางหลังร้านของร้านไก่ทอด Chicky CPF จริงๆ ไม่ใช่ตึกที่ซ่อนอยู่ทางด้านหลังตามที่พวกเขาคิด

    พลอยได้พาทุกคนขึ้นมายังชั้นบนของร้าน กินไก่ทอดยังคงลอยหอมฟุ้งอยู่ตลอดทั้งชั้น

     

    ‘ไหนบอกไม่ได้มากินเลี้ยงกันไง ทำไมต้องโกหกกันด้วย?’ มีเพื่อนในห้องที่รู้สึกน้อยใจและยังเข้าใจว่า เพื่อนมนห้องของเธอมากินเลี้ยงกันที่ร้านไก่ทอดโดยไม่บอกพวกเธอ

     

    “พลอยนี้พวกเธอติวหนังสือกันที่นี่เหรอ?!” เมื่อมาถึงชั้นติวหนังสือแล้ว เพื่อนในห้องที่เหลือก็พากันช็อก เพราะที่นี่คือร้านขายไก่ทอด แต่กลับกลายเป็นว่าชั้นบนของร้านคือห้องที่ไว้ใช้สำหรับติวจริงๆ

    มีหนังสือ มีโต๊ะอ่านหนังสืออย่างดีวางตั้งอยู่ในห้อง ขนาดเด็กเกเรก็ยังมาติวด้วย โดยเด็กพวกนี้กำลังกินไก่ไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วยอยู่เลย

     

    “ใช่พวกเราติวกันที่นี่แหละ” เบลล์พูดบ้างและจากคำพูดของเบลล์มันก็ทำให้เพื่อนทั้งกลุ่มพากันอิจฉา ป่นระคนอยากรู้อยากเห็น

    “แต่นี้มันร้านไก่ทอดนะ ทำไมถึงได้มีที่ติวหนังสืออยู่ที่นี่ด้วย” เพื่อนในกลุ่มต่างพากัน เดินเข้าไปสำรวจห้องติวหนังสือของพลอย พลางจ้องมองโต๊ะส่วนตัวที่มีคอมพิวเตอร์และชุดหูฟังอย่างดีๆ ตั้งเรียงกันอยู่ในห้องนั้น

    “ร้านนี้เป็นร้านของพี่ฉันเอง พวกเธอคงเคยได้ยินข่าวเรื่องแอป Easy Food กันมาก่อนใช่ไหม คนนั้นเป็นเจ้าของร้านไก่ทอด Chicky CPF และคนนั้นก็คือพี่ชายฉันเอง” พลอยฉีกยิ้มกว้างด้วยความภูมิใจที่ได้อวดพี่ชายของเธอ

     

    “. . .” และการโอ้อวดนี้มันก็ทำให้เพื่อนในห้องของเธอพากันช็อกตาตั้งไปหมดแล้ว

     

    “พี่พีทเขาช่วยสร้างโปรแกรมสำหรับติวหนังสือให้กับพวกเรา ที่ไม่มีเงินไปเรียนพิเศษ แถมพี่พีท พี่ของพลอยยังคิดเมนูไก่ทอดให้กับพวกเราด้วย ดูสิ! ข้าวยำไก่แซ่บ นี้ยังไม่วางขายที่หน้าร้าน แต่พวกเราได้กินก่อนคนทั้งประเทศเลย ฮ่าฮ่า ที่สำคัญทุกอย่างฟรี ขอแค่ตั้งใจเรียนก็พอ” หัวหน้าแก๊งเด็กเกเรโชว์ข้าวยำไก่แซ่บให้กับเพื่อนอีกครึ่งห้องได้ดู

     

    การโอ้อวดแบบนี้ มันทรงพลังมาก…พี่ชายของพลอยยอดเยี่ยมถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?

     

    น้อยคนนักที่จะรู้ว่าพี่ชายของพลอยเป็นใครและทำธุรกิจอะไร ตอนแรกพวกเขาก็ไม่คิดว่าพลอยจะมีพี่ที่สุดยอดแบบนี้ จนได้มาเห็นมันกับตา

    แทบกับพี่ของมายด์แล้ว พี่ชายของพลอยเหนือกว่าทุกด้าน จะมีก็แต่รถส่วนตัวเท่านั้นแหละที่ไม่ค่อยน่าโอ้อวดเท่าไร

    แต่ใครล่ะจะสน? เป็นเจ้าของธุรกิจชื่อดังขนาดนี้จะเปลี่ยนรถเมื่อไรก็ได้

     

    “ไหนๆ ก็มากันแล้ว มาทดสอบโปรแกรมที่พวกเราใช้ติวกันหน่อยไหม มาแข่งกันหน่อยว่าพวกเธอจะได้เท่าไร” หัวหน้าแก๊งเด็กเกเรเอ่ยคำท้า ก่อนจะพาเพื่อนผู้หญิงในห้องที่ตัวเองสนิทด้วย มานั่งทดสอบโปรแกรมติวของพวกเขา

    พร้อมกับสอนให้พวกเธอสมัครเข้าใช้งานโปรแกรม…และปล่อยให้พวกเธอได้ทดสอบแบบประเมิน เฉกเช่นเดียวกับที่พวกเขาทุกคนในที่นี่เคยผ่านแบบทดสอบนี้กันมาแล้วนั่นเอง

     

    เพื่อนที่ผ่านการทดสอบจากโปรแกรมติวนี้มาแล้ว ต่างเฝ้ารอเพื่อนของพวกเขาที่กำลังทำแบบทดสอบกันอยู่

     

    ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดผลคะแนนก็ออกมาแล้ว ‘ฉันได้ 88 คะแนน , ฉันได้ 85 คะแนน , ฉันได้ 77 คะแนน โปรแกรมบอกว่าฉันควรเรียนปรับพื้นฐานใหม่’ เพื่อนของพลอยที่ทำการทดสอบกว่า 15 คน มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ผ่านมาตรฐานของโปรแกรม

     

    ส่วนที่เหลืออีก 13 คนล้วนไม่ผ่านเกณฑ์และถูกโปรแกรมบังคับให้ไปเรียนปรับพื้นฐานใหม่

     

    แน่นอนเกิดเสียงแตกขึ้นในทันที เพราะเด็กกลุ่มนี้คือ เด็กนักเรียนที่ไปเรียนติวพิเศษจากสถาบันกวดวิชาเลยนะ อีกทั้งบางคนยังเรียนแบบตัวต่อตัวกับอาจารย์ที่พ่อแม่จ้างมาอีกด้วย

     

    “โปรแกรมนี้มันใช้งานได้จริงๆ เหรอ? มันมั่วหรือเปล่า ฉันเนี่ยนะต้องเรียนปรับพื้นฐาน” หนึ่งในกลุ่มที่สอบไม่ผ่าน ร้องโวยวายขึ้นมา

    แต่กระนั้นไม่มีใครตอบโต้หรือเถียงกับเธอ เพราะพีทเคยเตือนพวกเขาเอาไว้ในก่อนหน้านี้แล้วว่า คนที่ได้คะแนนน้อยอาจจะไม่เชื่อว่าในคะแนนที่ได้…แต่ความจริงมันจะปรากฏขึ้นมาเองตอนที่ทุกคนเข้าห้องสอบ

     

    ฉะนั้นตอนนี้ใครจะเชื่อหรือไม่ พวกเขาไม่สนใจ…พวกเขาแค่ติวกันไปตามปกติและค่อยมาดูกันวันจันทร์ วันที่โรงเรียนประกาศผลสอบก็พอแล้ว!

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

    วันนี้ มีตอนแถมให้นะครับ ลงนิยายตอน 2 ทุ่มเช่นเดิม

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน