เมื่อต้องการตามหาพวกมนุษย์ มันไม่ยากที่จะค้นหาเพราะตอนนี้สื่อต่างๆกำลังถ่ายทอดสด มันเป็นเรื่องโด่งดังระดับมู แม้แต่ประเทศต่างๆก็สนใจเรื่องนี้และยังส่งคนมาคอยดูสถานการณ์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกันแต่พวกเขาก็เป็นพันธมิตร เพราะถึงอย่างไรไม่ว่าจะเป็นที่ไหนมาจากประเทศใดก็ยังถือว่าเป็นชาวมูนัน
มันก็เหมือนกับโลกที่มีหลายประเทศแต่ก็มีบางสิ่งที่ถูกเรียกเหมือนกันคือ มนุษย์
มู เป็นชื่อดาวเคราะห์ดวงนี้
มิวจูขับรถโดยมีโจนั่งอยู่ข้างๆ ที่ที่พวกเขากำลังไปเป็นลานกว้างของห้างชื่อดัง
เมื่อมาถึงเธอก็จอดรถและโจในฐานะผู้ชายเขาต้องเป็นคนแบกกระเป๋าหนังที่ใส่เสื้อผ้าไว้ข้างในอย่างเรียบร้อย ทั้งสองคนเดินไปยังใจกลางลานกว้างซึ่งมีคนจำนวนหลายพันคนแออัดกันที่นั่น
จิตสัมผัสของโจกวาดผ่านไปทั่วลานเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคุ้นเคยตรงใจกลางหมู่คน มันจะเป็นใครไปได้อีกนอกจากพวกมายด์และมิ้นต์ ดูเหมือนว่าพวกเธอกำลังจนปัญญาที่จะหนีออกไปจากสถานการณ์นี้
เนื่องจากพวกเธอเป็นหญิงสาวต่างดาว แน่นอนว่าย่อมทำให้ชาวมูนันสนใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะพวกผู้ชาย และมันถึงกับมีผู้ชายหลายคนสารภาพรักกับพวกเธอ ทำเอาโจกลั้นขำแทบไม่ไหว
กว่าทั้งสองจะแทรกเข้าไปได้่ก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง ในขณะนั้นมิวจูก็เอากระเป๋ามาจากโจและเปิดมันออกมาพร้อมกับหยิบชุดเดรชสีชมพู มันเป็นชุดเดียวกับที่เธอใส่และมันยังเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเธออีกด้วย ด้วยชุดเดรสนี้ทำให้เธอมีความมั่นใจมากขึ้น
“ขอโทษนะคะ” มิวจูกล่าวขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง เธอไม่อยากให้คนต่างดาวไม่พอใจ
มายด์และมิ้นต์หันมาตามเสียงแต่ในขณะนั้นพวกเธอก็เห็นชายหนุ่มอยู่ข้างๆ ในขณะที่พวกเธอกำลังจะเอ่ยทักอยู่นั้นโจได้ขยิบตาทำให้พวกเธอรีบปิดปากและทำตัวตามปกติ
“ว่าไงคะ?” มายด์ยิ้มขณะหันไปทางมิวจู
“นี่เป็นของขวัญจากฉันในฐานะชาวมูนัน ได้โปรดรับไว้ด้วยนะคะ” มิวจูกล่าวขณะยื่นชุดเดรสสีชมพูที่พับอย่างเรียบร้อย
มายด์และมิ้นต์เห็นชุดเดรสดวงตาก็เป็นประกายด้วยความชื่นชอบ แน่นอนว่าในฐานะผู้หญิงโดยเฉพาะชุดสวยๆย่อมดึงดูดพวกเธอได้ไม่ยาก
“ขอบคุณมากนะคะ” มายด์กล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจขณะกางชุดออกมาดู เธอตกหลุมรักมันทันที
มิวจูเห็นท่าทางของทั้งสองก็โล่งใจ หลังจากนั้นเธอก็รีบนำเอาชุดทั้งหมดมอบให้พร้อมกระเป๋าหนัง
มายด์และมิ้นต์รู้สึกเกรงใจไม่น้อย อย่างไรก็ตามชุดสวยๆเหล่านี้ก็ยากที่จะทำให้เธอปฏิเสธจึงยอมรับพวกมันมาแต่โดยดี นี่เป็นชุดที่ถูกทำขึ้นโดยชาวต่างดาว จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสเป็นเจ้าของ!!
หลังจากกล่าวลาทั้งสอง มิวจูก็แสดงความดีใจจนกระโดดโลดเต้น “โจ เห็นไหมพวกเขายอมรับชุดของฉันด้วยล่ะ!!”
“เห็นแล้ว” โจยิ้ม
หลังจากนั้นไม่นานมายด์และมิ้นต์ก็จากไปพร้อมกลุ่มคนที่เดินตามพวกเธอราวกับแฟนคลับตามไอดอล
“โจ ไหนๆก็มาที่นี่แล้วเราไปหาอะไรทานกัน” มิวจูพูดขึ้น แน่นอนว่าโจไม่ปฏิเสธ
ผ่านไป 8 วัน โจใช้ชีวิตแบบสบายๆ เขากลับขึ้นไปพักผ่อนบนยานและลงมาเมื่อถึงตอนเช้า เขาไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากดูพฤติกรรมของชาวมูนัน กินข้าวและเที่ยวกับมิวจู
วันนี้โจได้ไปหาพวกคนแคระอีกครั้ง
“เป็นไงบ้าง?” โจกล่าวถามทันทีที่เจอบีบี
บีบีพยักหน้าเล็กน้อย “อีกสองวันเสร็จ ตอนนี้เหลือแค่ปรับแต่งนิดหน่อยกับเทสระบบต่างๆ”
“อืม…ผมแจ้งไปที่สหพันธ์เรียบร้อยแล้ว พวกเขากำลังรอการกลับไปของพวกคุณ” โจกล่าว
“แล้วพวกเขาว่ายังไงบ้าง?" บีบีถามด้วยความสงสัย
โจส่ายหัว “ไม่ได้ถามอะไรเลย”
หลังจากนั้นโจก็ออกมาจากบังเกอร์พร้อมกับมิวจูที่โทรเข้ามา
“โจ ไปทานข้าวกันค่ะ” มิวจูพูดขึ้นทันทีที่โจรับสาย แน่นอนว่าโจไม่สามารถปฏิเสธได้
หลังจากวางสายเขาก็พึมพำ “บอกเธอเลยก็แล้วกัน”
อีกสองวันเขาก็จะจากไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะบอกมิวจูว่าตัวเองเป็นใคร
เมื่อวานนี้กองกำลังจากชายแดนได้มาเติมพลังงานยานอวกาศให้แล้ว ดูเหมือนว่าทางสหพันธ์ต้องการให้พวกเขากลับไปโดยเร็วจึงอนุมัติเร็ว
สิบนาทีต่อมาโจได้มาถึงร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง เมื่อเขาเข้าไปก็เห็นหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาว เธอดูเหมือนนางฟ้าตัวน้อย
“รอนานมั้ย?" โจกล่าวถามขณะนั่งลง
“ไม่นานเลยค่ะ ฉันเองก็เพิ่งมาถึง” มิวจูตอบด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองสั่งอาหารและพูดคุยกันเล็กน้อยระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ เมื่ออาหารมาถึงพวกเขาก็จัดการอาหารตรงหน้า หลังจากที่เสร็จสิ้นโจก็กล่าวขึ้นมาว่า “ผมมีบางอย่างจะบอกคุณ”
มิวจูได้ยินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “เรื่องอะไรเหรอคะ?” มิวจูมองโจด้วยสายตาคาดหวัง
โจไม่รู้ว่าสายตาที่เธอมองมาหมายความว่าอะไร แต่เขาก็ยังคงเลือกที่จะพูดต่อไปว่า “จริงๆแล้วผมไม่ใช่ชาวมูนัน ผมเป็นมนุษย์”
แม้ว่าคำพูดของโจจะไม่ใช่สิ่งที่เธอรอคอยแต่มันก็ยังทำให้เธอตกใจ “จริงเหรอคะ?”
โจไม่พูดยืนยันเขาเพียงปิดระบบปลอมตัว ทันใดนั้นเส้นขีดสีดำก็หายไป มิวจูจ้องใบหน้าโจด้วยความตะลึงงัน
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเธอจะตื่นเต้นมากกว่าเดิม ‘นี่เรา นี่เราแอบชอบชาวต่างดาวเหรอเนี่ย!!’ มิวจูหน้าแดงด้วยความเขินอาย แม้เธอจะรู้แล้วว่าโจไม่ใช่ชาวมูนันแต่ก็ไม่ได้ลดความรู้สึกที่มีให้น้อยลงไปเลย
“เอ่อ เป็นอะไรหรือเปล่า?” โจทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายของหญิงสาว
“เปล่าค่ะ” มิวจูคืนสติและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ดีจังเลย ที่โจเป็นมนุษย์อย่างน้อยก็ไม่ต่างจากฉัน”
โจไม่รู้ว่าเธอหมายถึงอะไรแต่เขาก็พยักหน้า
“มีอีกเรื่อง พวกเราจะออกเดินทางในอีกสองวัน” โจกล่าว
ได้ยินเช่นนั้นเธอก็มีสีหน้าหม่นหมองราวกับสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไป “โจจะไปแล้วเหรอ…”
เห็นสีหน้าของเธอเขาก็ยิ้มและพูดขึ้นมาว่า “ไม่ต้องห่วง พวกเราจะได้พบกันอีกแน่นอน ไม่น่าจะเกิน 3 ปี”
ด้วยความรู้และยานอวกาศที่สร้างขึ้นของคนแคระเพื่อให้ชาวมูนันได้ศึกษา เขาคาดว่าชาวมูนันจะสามารถท่องอวกาศได้อีกไม่เกินสามปี
สิ่งที่คนแคระทิ้งไว้ให้ไม่ใช่โครงสร้างทุกอย่างเพียงแต่ให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและการคำนวนพื้นฐานสำหรับการสร้างยานอวกาศกับพลังงานของยาน นี่เป็นสิ่งที่สามารถหาได้ทั่วไปในอวกาศ อย่างไรก็ตามชาวมูนันจะต้องศึกษาสิ่งเหล่านี้และนำไปต่อยอดเพื่อสร้างวิทยาการของตัวเอง
ที่พวกคนแคระทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ชาวมูนันสร้างวิทยาการที่แตกต่างออกมา
ยิ่งวิทยาการหลากหลาย โอกาสในการต่อสู้กับสเปคก็ยิ่งมีโอกาสชนะมากขึ้น