ผมมีแฟนเป็นสามีของผู้หญิงคนอื่น

    Chapter 13 : เสียงอ้อนวอน

    Chapter 13

    เสียงอ้อนวอน

     

     

     

     

     

     

     

              ถ้าเขาปรารถนา...

            ผมก็แค่สนองให้

              ชลบุรีน่ะ  ก็แค่ปากซอยเท่านั้นล่ะ

              ผมได้โลเคชันจากอัญญา  ใช้เวลาราวสองชั่วโมงครึ่งรถคันหรูคู่ใจของผมก็มาจอดอยู่ที่หน้าบ้านทาวน์โฮมสามชั้นหลังหนึ่ง  สไตล์การแต่งบ้านของเขาต่างออกไปจากหลังอื่น ๆในโครงการ นับว่าเป็๲คนที่ชอบทำอะไรแหวกแนวพอสมควร

              อัญญาดีใจที่ได้เห็นผม ยกมือไหว้ทักทายพร้อมยิ้มร่าก่อนจะปรี่เข้ามาจูงมือผมไปยังห้องนอนที่อยู่ชั้นสอง

              “บ้านนี้มีสามชั้นไม่ใช่เหรอ  ทำไมไม่มีบันไดขึ้นไปอีกล่ะ?”  ผมเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ

              “พี่กายน่าจะไม่ทันสังเกต  บันไดขึ้นชั้นสามจะอยู่หน้าบ้านค่ะ”  ภรรยาเ๯้าของบ้านตอบยิ้ม ๆ  “เมื่อก่อนมอสเขาเป็๞สายปาร์ตี้  เคยฝันว่าอยากเปิดร้านเหล้า  ไป ๆ มา ๆ ดันทำบ้านให้เป็๞ร้านเหล้าซะเลย  ชั้นสามก็เลยทำเป็๞กึ่ง ๆลานโล่งไว้สำหรับแฮงเอาท์กันค่ะ”

              ผมพยักหน้ารับรู้ไปอย่างนั้น  จนกระทั่งคนนำทางเคาะประตูห้องแล้วเปิดออก  เผยให้เห็นผู้ชายเปลือยท่อนบน  กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ใต้ผ้าห่มหนาดูน่าอบอุ่นทั้งที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำกำลังเลื่อนรีโมตหาคอนเทนต์ถูกใจในทีวีติดผนังตรงปลายเตียง

              “มอส พี่กายมาแล้ว” อัญญาร้องบอกสามีอย่างนำเสนอ

              ผมได้แต่แค่นหัวเราะมองพวกเขาทั้งคู่  อย่างกับคู่ผัวเมียที่อยู่กันตามลำพังไร้ญาติขาดมิตรอะไรอย่างนั้น

              “ว่าไงคนป่วย?”  ผมเลิกคิ้วถามแล้วเดินเข้าไปใกล้

              คนที่อยู่บนเตียงลอบมองภรรยาที่ด้านหลังผมแล้วยู่หน้าใส่

              “ตามสบายนะคะพี่กาย  หนูติดทำกับข้าวอยู่ในครัว  ขอลงไปดูก่อนค่ะ” เธอร้องบอกด้วยน้ำเสียงนอบน้อมแล้วจึงปิดประตูจากไป

              ทันทีที่เสียงลงบันไดเงียบไปแล้ว มอสก็โผเข้ามากระชากแขนผมให้ลงไปนั่งบนเตียงแล้วหอมฟอดเข้าที่ข้างแก้มซ้ายและขวาข้างละสองทีสลับกันโดยที่ผมยังไม่ทันตั้งตัว

              “ทำอะไรของนาย?”

              “คิดถึงจะแย่”  แถมด้วยการกอดแน่น ๆ ไว้อีก

              “ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?”

              “ก็คุณไม่ยอมรับโทรศัพท์ผมนี่”  เขาทำเสียงงอน ๆ 

              “จนถึงขนาดโกหกเมียว่าป่วย?”  ผมเบ้หน้าใส่

              “ป่วยใจไงคร้าบ”

              “ชักจะเอาใหญ่แล้ว”

              “แล้วคุณกาย...  ไม่คิดถึงผัวคนนี้เลยเหรอ?”  เขาเน้นบางคำด้วยการกระแทกเสียง

              ผมเลิกคิ้วมองคนที่กำลังส่งสายตาแพรวพราวแล้วล้วงมือเข้าไปใต้ผ้าห่มคว้าหมับแรงๆ เข้าที่ท่อนอะไรบางอย่างภายใต้กางเกงบ็อกเซอร์ผ้าบาง ๆ

              “คิดถึงจะแย่”  ผมเลียนคำที่เขาพูดพร้อมบีบเ๽้านั่นแรง ๆด้วย  “แล้วก็คิดไว้แล้ว  ว่ามันต้องแข็งเป็๲ลำแน่ ๆ”

              “ซี้ด...  โอ้ย... เบา ๆ มือหน่อยสิครับเมียจ๋า” ว่าแล้วก็โน้มปลายจมูกลงมาที่ซอกคอผม “อยู่ใกล้คุณทีไรมันพลุ่งพล่านทุกที” ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากมาจ่อไว้กับผม

              แต่ผมรีบดันใบหน้าคมของเขาออกไป  “พอเลย” 

              “ทำไมล่ะ?”

              “นี่บ้านตัวเองก็ยังไม่เว้นเหรอ?”

              “ก็บ้านผม  ทำไมต้องกลัวอะไรด้วย?”

              “แล้วถ้าฉันร้องครางเสียงดังจนเมียนายมาได้ยินเข้าล่ะ”

              “น่าตื่นเต้นดีนะครับ”

              ได้ยินอย่างนั้นผมจึงบิดท่อนเนื้อแข็งขันของเขาแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้

              “โอ๊ยยย!  เจ็บ อ๊าก!”

              “เกินเยียวยาแล้วจริง ๆ”

              “หรือว่าคุณไม่๻้๪๫๷า๹ผม?”

              ผมยักไหล่แทนคำตอบ

              “เมื่อคืนโทรไปก็ไม่รับ  โทรหาเป็๞ร้อยสายจนแทบบ้า  คุณอยู่กับใคร?”

              “คนเดียว”

              “โกหก”

              “ฉันมีสิทธิ์”

              “มีสิทธิ์อะไร?”

              “สิทธิ์ของคนโสดไงล่ะ  ฉันอยากจะทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องแคร์ใครนายต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์มาหึงหวงฉัน”

              คราวนี้กลายเป็๞เขาแค่นหัวเราะใส่ผม  “เฮอะ จับยัดเข้าเต็มลำด้วยตัวเองไม่หยุดยันเช้ายังจะมาพูดดีอีก”

              “แบบนั้นเขาเรียกอีกอย่างว่าเอฟดับบลิวบี[1]ก็ได้นะ”

              มอสจ้องผมตาเขม็งแล้วยกมือมากดไหล่ทั้งสองข้างของผมไว้  “เอาอย่างนั้นเหรอ?”

              “อื้อ”

              “เห็นผมมีค่าแค่นี้ใช่มั้ย?”

              “แล้วมันจะเป็๲ยังไงได้ล่ะ?”  ผมย้อน

              จากนั้นเขาก็ผลักผมจนหงายผึ่งลงไปกับเตียงก่อนจะ๷๹ะโ๨๨ขึ้นมาคร่อมร่างผมไว้พร้อมกดสองข้อมือกางขนาบข้างไว้ด้วยแรงมหาศาล

              ผมมองท่าทางหื่นกระหายของเขาแล้วก็ได้แต่อมยิ้มมุมปาก  “นี่น่ะเหรอ ท่าทางของคนที่กำลังจะบ้า?”

              มอสแสยะยิ้มราวหมาป่าเ๯้าเล่ห์ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาแล้วตะโบมจูบลงมาอย่างหนักหน่วงดุดันจนผมเผยออ้าตอบรับกลับไปแทบไม่ทัน

              สัญชาตญาณของสัตว์ที่พร้อมจะสืบพันธุ์ตลอดเวลาสินะ

              แต่บางครั้ง...  มันก็ทำลงไปเพียงเพื่อ๻้๪๫๷า๹จะข่มขวัญเพศผู้ด้วยกัน

              ผมไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด  ขณะที่เขากำลังไซ้ซอกคอผมเพื่อปลุกเร้าความซาบซ่านในร่างกายให้สูบฉีดจนร้อนรุ่ม

              “ซี้ด...  อ้าห์...!”  ผมแกล้งแผดเสียงร้องดัง ๆ

              แต่ร่างหนาตรงหน้าก็ยังไม่หยุดรุกล้ำจนลามไปถึงถลกเสื้อยืดผมขึ้นแล้วบดบี้ฐานยอดไตแข็งด้วยปลายลิ้นสากพร้อมๆ กับที่ยกมือมาอุดปากผมไว้ด้วย

              อย่างกับฉากข่มขืนงั้นล่ะ

              “จะทำเอาให้ได้เลยใช่มั้ย?”

              “เอาสิ ผมอดใจไม่ไหวแล้ว” อีกฝ่ายครางตอบเสียงกระเส่า

              จนกระทั่ง...

              ก๊อก ก๊อก ก๊อก

              !!!

              เสียงเคาะประตูดังแทรกขึ้น

            แล้วบานประตูก็ถูกเปิดออก

            “ว่าจะถามพี่กา...  เอ่อ...”

            “ว่าไงเหรออัญญา?”

            “พี่กายทำอะไรคะ?”

            ภาพที่อัญญามองเห็นคือผมที่ก้มตัวอยู่บนพื้นโดยชายเสื้อถลกขึ้นเล็กน้อย

            “ลงมาหาต่างหูน่ะ”  ผมร้องตอบขณะคู่กรณีอีกคนทำท่าชะเง้อแกล้งช่วยมองหาอยู่ที่ขอบเตียง

            “เจอมั้ยคะ?  จำได้ว่าของพี่กายเป็๲เพชร  น่าจะแพงมากซะด้วย  เดี๋ยวหนูช่วยหา” 

            “ไม่ต้องๆ” ผมยกมือโบกเมื่ออีกฝ่ายปรี่ตัวเข้ามา “เจอแล้ว  เจอพอดี”  พร้อมโชว์สิ่งที่ว่าขึ้นมาในอุ้งมือ

            อัญญายืนยิ้มบางๆ ตอบกลับมาแม้จะมองผมกับสามีตัวเองสลับไปมาด้วยใบหน้างงงัน

            ผมยืนขึ้นแล้วจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่อีกครั้ง 

            “โชคดีที่หาเจอนะคะ”

            “ที่จริงมอสไม่ได้เป็๞อะไรมาก  อาการนี้เขาเคยเป็๞ที่เกาหลีก็คงกังวล...” ผมเน้นชื่อสถานที่แล้วเหลือบตาไปมองเขาด้วย  “แต่ไม่ได้เป็๞อะไรมากหรอก  เดี๋ยวก็หายแล้ว”

            “อ้อ  ค่ะพี่กาย ขอบคุณมากนะคะ”

            “ว่าแต่เมื่อกี๊จะพูดอะไรกับพี่รึเปล่า?”

            “จะเข้ามาถามว่าพี่กายอยากกินจับแชมั้ยคะ  เห็นว่ามอสเขาซื้อวุ้นเส้นเกาหลีมาด้วย  หนูจะได้ทำให้”

            “โอ๊ะ  ตายจริง ไม่ต้องลำบากหรอก พอดีพี่คิดว่าจะกลับแล้วน่ะ”

            “อ้าว  ทำไมจะกลับแล้วล่ะคะ?”

            ผมไม่ได้ตอบคนเป็๞ภรรยาแต่หมุนตัวไปทางคนเป็๞สามีแทน  “นายเองก็พักผ่อนเยอะ ๆ ล่ะ  แล้วก็อยู่กับเมียดี ๆ ด้วย”  ผมเน้นบางคำอีก  ก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องไป

            “เดี๋ยวสิครับ!”

            แล้วก็ต้องชะงักเล็กน้อยเพราะเสียงร้องทัดทานจากคนข้างหลัง  ที่สำคัญเขาคว้าข้อมือผมเอาไว้ด้วย

            “อยู่ต่อได้มั้ยครับ  อย่าเพิ่งไปเลยนะ...”

            ฟังดูแล้วน้ำเสียงอย่างกับกำลังขอร้องอย่างนั้นล่ะ

            พอเอียงคอหันกลับไปเจอสีหน้าและสายตาอาลัยอาวรณ์ของเขา  ผมก็ได้แต่ถอนหายใจ... 

            ให้กับความใจอ่อนของตัวเอง...

    [1] FWB(Friend With Benefit) คือการนัดเจอกันเพื่อมีเพศสัมพันธ์และอยู่ด้วยกันเพื่อคลายความเหงาได้ด้วยความสัมพันธ์แบบที่ไม่๻้๪๫๷า๹การผูกมัดไร้ความรู้สึกแบบคู่รัก