เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 62 ดาบมารมุรามาสะ

    “ นี่หมายความว่า กำลังมีอันตรายจะเกิดขึ้นกับคนในตระกูลของเราหรือ” ท่านย่ารีบเอ่ยถามทันที

    “ เรื่องนี้เป็นความลับสวรรค์ คงบอกใครไม่ได้ ท่านย่าไม่ต้องห่วง หากมีปัญหาเมื่อไร หลานจะบอกย่าเป็นคนแรก” เทียนเอ่ยออกไปตามรู้สึกที่แท้จริง

    จากนั้นเทียนก็กลับไปบอกพ่อเก้า ว่าพร้อมจะเซ็นอนุญาตให้แล้ว ให้พวกคณะกรรมการของตระกูลเตรียมเอกสาร ได้เลย พ่อเก้าดีใจมาก เพราะไม่อยากให้เทียนมีปัญหากับท่านปู่และคนอื่น ๆ

    “ พ่อ ผมจะไปเรียนวิชาแพทย์กับซินแสจงหมิง ทุกเสาร์ และอาฑิตย์ พ่อกับแม่ว่าดีไหม” เทียนลองถาม พ่อกับแม่ ที่เวลานี้อยู่กันพร้อมหน้า

    “ ก็ดีนะ แล้วเรื่องเรียนที่โรงเรียนของลูกจะไหวไหม” แม่เจนเป็นห่วง

    “ ไม่มีปัญหาครับ วิชาแพทย์หากเรายิ่งเรียนเร็ว โอกาสสำเร็จ ก็เร็วยิ่งขึ้น ความจริงผมได้เรียนรู้จากตำรามามากแล้ว ที่โรงเรียนก็เข้าชมรมหมอฝึกหัด รักษาแผลหรืออาการป่วยเบื้องต้นมาแล้ว ส่วนซินแสจงหมิงผมก็ตามไปดูการรักษากับแกมาบ้าง แต่ว่าไม่ได้บอกพ่อกับแม่ เพราะแค่ไปไม่นาน” เทียนไม่อยากให้พ่อกับแม่สงสัย

    “ อยากเรียนก็เรียนไปเถอะ แล้วพ่อจะพูดกับซินแสจงหมิงเป็นทางการอีกที”

    “ ก็ดีนะ โตขึ้นลูกแม่จะได้เป็นหมอเก่ง ๆ แบบ ท่านหมอซู” แม่เจนเริ่มคิดถึงอนาคตของเทียน

    “ ได้เป็นแน่ครับ” แล้วเทียนก็บอกแม่ว่าจะไปญี่ปุ่นสองวันกับซินแสจงหมิง พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

    “ ลูกแม่โตแล้ว ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ ซินแสพูดอะไรก็ต้องเชื่อฟังท่านนะ” แม่เจนเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

    รุ่งเช้า ซินแสจงหมิงก็มารับเทียน ตามที่เทียนบอกเอาไว้

    “ ซินแสจงหมิง ฝากหลานฉันด้วยนะ ” ท่านย่ารู้ว่าเทียนจะไปญี่ปุ่นเลยออกมาส่ง เทียนกอดท่านย่าแล้วหอมแก้มซ้ายขวาเหมือนเคย

    “ ไปแค่สองวันก็กลับแล้ว ท่านย่าไม่ต้องห่วงนะ” แล้วเทียนก็เข้าไปหอมแก้มซ้ายขวาแม่เจนอีกคน แล้วโบกมือบ๊ายบายทุกคน

    “ ต้องรบกวนซินแสด้วยนะครับ” พ่อเก้าเอ่ยฝากซินแสจงหมิงอีกครั้ง ซินแสจงหมิงได้แต่ยิ้มไม่กล้าพูดอะไร

    พอขึ้นรถเทียนตวัดมือแวบเดียว กระเป๋าเดินทางของเทียนหายวับไปกับตา ซินแสได้แต่มองอย่างตะลึง

    “ ท่านเซียน ตกลงกระเป๋านี่มันหายไปไหนแล้วขอรับ” ซินแสเอ่ยด้วยความสนใจ

    “ อยู่ในกระเป๋ามิติ คนที่จะใช้ได้ต้องมีพลังเทพ ซินแสจงหมิงอยากได้ต้องฝึกพลังเทพให้ได้ แล้วผมจะทำให้”

    “ ผมอายุขนาดนี้ก็ฝึกได้ด้วยหรือ”

    “ ได้ซิ เดี๋ยวผมจะสอนขั้นพื้นฐานให้” จากนั้นระหว่างทางที่ไปญี่ปุ่น เทียนก็สอนให้ซินแสจงหมิง ฝึกเดินลมปราณ แล้วบอกถึงญี่ปุ่นเมื่อไรเทียนจะเปิดจุดชีพจรให้ จะได้ช่วยในการฝึกโดยเร็ว ซินแสจงหมิง รีบกล่าวคำนับเทียนเป็นอาจารย์ทันที พอไปถึงสนามบินฮะเนดะ ที่โตเกียว ก็มีคนถือป้าย มาต้อนรับเทียนกับซินแส

    แล้วพาเทียนไปขึ้นรถคันใหญ่สีดำ เทียนรู้สึกว่า รถพวกนี้เหมือนแก๊งยากูซ๋ายังไงไม่รู้ นั่งรถไปประมาณ สิบกว่ากิโลก็เข้ามาในเมืองโตเกียว คนขับรถพาเทียนเข้าไปในบ้านใหญ่ หลังหนึ่ง เทียนสังเกตเห็นรถเข้ามาจอดในที่แห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก เหมือนกับว่าที่นี่กำลังจัดงานบางอย่าง พอเดินเข้าไปใน เขตบ้านก็พบคนแต่งชุดสีดำเป็นจำนวนมาก ที่แท้ กำลังจัดงานศพนี่เอง

    คนขับรถให้เทียนยืนรอก่อน แล้วเข้าไปด้านในไม่นานก็มีหญิงสาววัย 18 ปีเดินออกมาและเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษแปลได้ว่า

    “ สวัสดี ฉันชื่อ ยูกิ พอดีที่บ้านมีงานศพ ต้องขออภัยด้วย ทางเราจะไม่ให้คุณทั้งสองต้องเสียเวลา เชิญตามมาทางนี้” สาวน้อยยูกิพาเทียนมาสถานที่แห่งหนึ่งในบ้าน ตกแต่งคล้ายกับศาลเจ้า มีดาบโบราณ ตั้งอยู่

    “ รอก่อนนะคะ ยูกิจะไปเชิญท่านพ่อ ออกมา” จากนั้นยูกิให้เทียนนั่งรอที่ห้องนี้กับคนของยูกิอีก สี่คน ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนกลดังขึ้นมา หลายชุด ปัง ๆๆๆๆๆๆ เทียนรีบออกไปดูพบว่าคนที่ยิงปืนกลเข้าใส่คนในงาน ไม่ทราบจำนวน กระโดดขึ้นรถหนีไปแล้ว เทียนเห็นมีคนไล่ตามกันไป แต่เทียนมองไปที่คนเจ็บ ที่ถูกยิง ลงไปนอนร้องครวญครางไปกับพื้น อยู่หลายคน จึงรีบเข้าไป ช่วยทันที แล้วตะโกนเป็นภาษาญี่ปุ่น ว่าตัวเขาเป็นหมอ ให้ทุกคนช่วยเคลื่อนคนเจ็บเข้ามาในกลางห้องโถงใหญ่ทันที เทียนเริ่มรักษาคนเจ็บที่ถูกกระสุนปืนยิงใส่

    เทียนเริ่มรักษาโดยเอากระสุนออกก่อนโดยใช้พลังเทพดึงกระสุนออกมา แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์รักษาทีละคนแต่ละคนที่ถูกยิงนั้นโชคดี ที่ไม่มีใครถูกยิงที่สมอง หรือ หัวใจ หากโดนสองจุดที่สำคัญคือตายคาที่ เทียนก็ไม่สามารถชุบชีวิตกลับมาได้ เทียนรักษาคนถูกยิงจนหายกลับมาเป็นปกติได้ทั้งหมด จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนทุกคนต่างคำนับขอบคุณเทียน ไม่เว้นแม้แต่ยูกิ ที่ไม่คิดว่าเทียนที่ดูแล้วมีอายุเพียงแค่11ปี จะมีวิธีรักษาได้อย่างมหัศจรรย์เช่นนี้ ท่านพ่อของยูกิเข้ามาขอจับมือกับเทียน อยากรู้ว่าเทียนคือใครมาจากไหน

    “ ท่านพ่อ ท่านผู้นี้เขามาจากเมืองไทย มาขอซื้อที่ดินของบรรพบุรุษที่ประกาศขายเอาไว้”

    “ ผมชื่อ ยามากูชิ เป็นหัวหน้าตระกูล โตโจ รุ่นที่ 40 ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

    “ ผม หลี่เทียน ยินดีเช่นกันครับ” ท่านหัวหน้าตระกูลพาเทียนเข้ามาในห้อง พิเศษที่ไว้ต้อนรับ แขกคนสำคัญ โดยมีเพียง ยามากูชิ กับ ยูกิ แล้วคนสนิทอีกสองคนเท่านั้น

    “ งานศพวันนี้ เป็นงานศพของลูกชายคนที่สอง ส่วนคนโต เวลานี้อยู่โรงพยาบาลอาการสาหัส ผมเห็นวิชาแพทย์ของ คุณหลี่ ผมอยากขอให้คุณหลี่ไปช่วยรักษาลูกชายของผมที่โรงพยาบาล ได้โปรดเถอะครับ” ยามากูชิ ลุกขึ้นยืนโค้งคำนับเทียนอีกครั้ง เทียนจึงต้องบอกว่าไปไม่ต้องคำนับขนาดนี้ก็ได้ ให้รีบพาเขาไปโรงพยาบาลเลยดีกว่า

    ท่านยามากูชิ กับ ยูกิรีบพาเทียนไปที่โรงพยาบาลทันที โดยมีซินแสหมิงจงเดินทางไปด้วยด้วยความแปลกใจ ที่เทียนทำไมพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดีขนาดนี้ ระหว่างทางเทียนถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมคนร้ายถึงได้อุกอาจ ขนาดนี้

    “ พวกมันเป็นคนของแก๊ง มังกรโกเบ มันคุมท่าเรืออยู่โกเบ มันกำลังขยายเขตอำนาจมาทางโตเกียว ซึ่งเป็นเขตที่แก๊งพยัคฆ์โยโกฮาม่า ของเราคุมอยู่”

    “ อยู่กันมาตั้งนาน ทำไมถึงเพิ่งมาทำการขยายเขตอำนาจในช่วงนี้” เทียนสงสัย

    “ ตั้งแต่พวกมันมี นินจาเทพ เข้ามาเป็นพวก ทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น พวกเราไม่อาจต้านทานพวกมันได้เลย เวลานี้สาขาที่เรามีถูกพวกมันยึดไปเกือบหมด พวกเราเหลือที่มั่นสุดท้ายคือที่โตเกียวเท่านั้น”

    “ นินจาเทพมันต่างกับนินจาทั่วไป อย่างไร” เทียนสงสัย

    “ นินจาเทพ พวกมันเหาะเหิน เดินอากาศได้ หายตัว เคลื่อนไหวรวดเร็ว มีเวทย์มนต์ สร้างมายาทำให้เรากลัว แล้วใช้อาวุธลับสังหาร ไม่เคยมีใครรอดจากการสังหารของพวกมัน ลูกชายคนรองของผม ก็ถูกนินจาเทพ สังหาร” ยามากูชิเอ่ยด้วยความแค้นใจ

    “ ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียว” เทียนไม่ค่อยเชื่อเท่าไร พอถึงโรงพยาบาลเทียนก็ไปที่ห้องของลูกชาย ยามากูชิ พบคนเจ็บนอนอยู่ในห้องไอซียู มีสายยางต่างๆ รอบตัวเต็มไปหมด เทียนขอดูประวัติคนเจ็บกับพยาบาล ที่มีแต่ภาษาญี่ปุ่น ยูกิอึ้งที่เทียนอ่านภาษาญี่ปุ่นรู้เรื่องด้วย เทียนดูประวัติจบก็รู้ว่าคนเจ็บ มีบาดแผลถูกแทงหลายแผล แต่ไม่โดนจุดสำคัญ แต่สมองโดนฟาดด้วยของแข็ง ขาและแขนหัก จนต้องเข้าเฝือก มีรอยแผลคล้ายถูกอาวุธลับ หลายจุด เทียนเข้าไปในห้องคนเจ็บที่เป็นห้องกระจกใส แล้วค่อยตรวจชีพจร แล้วจ้องมองไปที่สมองส่วนบน เส้นโลหิตในสมองแตกอีกแล้ว เลือดคั่งเต็มไปหมด หมอคงกำลังเตรียมการผ่าตัด เทียนเริ่มรักษาเส้นเลือดที่แตก แล้วดูดเลือดเสียทีอยู่ในสมองออกมาไว้ในแก้ว จากนั้น

    ก็รักษาแผลที่หัว และทั่วร่างกาย จากนั้น ก็ใช้นิ้วกรีดเฝือกที่แขน และขา ออกทั้งหมด แล้วทำการจี้สะกัดจุด ป้องกันการเจ็บปวด แล้วค่อยๆ จับกระดูกเรียงให้เข้าที่ แล้วปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์รักษาไป ในที่สุดคนเจ็บก็เริ่มรู้สึกตัวและก็ค่อย ๆหายกลับมาเป็นปกติ

    พยาบาลที่ยืนอยู่ มองด้วยความตะลึง ไม่คิดว่าคนเจ็บจะหายได้ อย่างมหัศจรรย์เช่นนี้ ท่านยามากูชิ เห็นลูกชายลุกมานั่งได้ ก็สวมกอดลูกชายเอาไว้ ยูกิก็เข้ามากอดพ่อกับพี่ชายแล้วร้องไห้ ไม่คิดว่าพี่ชายจะหายมาเป็นปกติได้เร็วขนาดนี้

    ซาโต้ บุตรชายยามากูชิ หันมาเอ่ยขอบคุณเทียนเป็นภาษาญี่ปุ่น

    “ ไม่เป็นไร ผมเป็นหมอ นี่เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” เทียนตอบกลับไปเป็นภาษาญี่ปุ่น

    “ ไม่คิดเลยคุณจะเป็นหมอที่เด็กที่สุด และเก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา” ยามากูชิเอ่ยกับเทียนอีกครั้ง ขณะยืนรอให้ซาโต้เปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะรับกลับบ้านไปพร้อมกัน

    “ เรื่องที่ดินผมอยากจะยกให้คุณหมอจริงๆ แต่คำสั่งบรรพบุรุษนั้น ผมขัดไม่ได้ ต้องรบกวนให้คุณหมอ ไปชักดาบออกจากฝักให้ได้ ตามพินัยกรรมที่บรรพบุรุษได้ทำเอาไว้ แต่ที่ผ่านมาคนที่มาชักดาบ ต่างเลือดออกทวารทั้งเจ็ด ต้องนอนโรงพยาบาลกันทุกคน” ยามากูชิเตือนเทียน

    “ ไม่เป็นไร ทำตามที่บรรพบุรุษสั่งเอาไว้เถอะ” เทียนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเทียน

    พอซาโต้เดินออกมาพร้อมที่จะกลับก็มีคุณหมอท่านหนึ่ง รีบเดินมาหาซาโต้ แล้วขอให้หยุดก่อน แล้วจับแขน จับขา ตรวจหัวใจ จับชีพจร แล้วหมุนร่างซาโต้ แล้วพูดออกมาอย่างตกใจ

    “ พระเจ้า นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุนถึงได้กลายเป็นคนปกติได้ พรุ่งนี้หมอจะผ่าหัวของคุณแล้วนะ” หมอที่รักษาประจำเอ่ยอย่างตกใจ

    “ คุณพ่อพาคุณหมอมารักษาผมจนหายดีแล้ว คนนั้นไง” ซาโต้มองมาที่เทียน

    หมอญี่ปุ่นเดินเข้ามาหาเทียนทันที

    “ คุณเด็กขนาดนี้ รักษาแบบนี้ได้ยังไง” หมอเอ่ยถามเทียน

    “ ผมเป็นหมอเทวะ เรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายอยู่แล้ว” เทียนบอกไปแบบนั้นแล้วก็เดินจากมาพร้อมกับทุกคน ทิ้งให้หมอญี่ปุ่นพึมพัมอยู่คนเดียว

    กลับมาถึงบ้าน ทุกคนจะเลี้ยงต้อนรับเทียน แต่ว่าเทียนขอไปลองชักดาบดูก่อน ไม่อยากเสียเวลา ท่านยามากูชิ เลยต้องยอมให้เทียนเข้าไปทดสอบดู

    เทียนมาถึง ท่านยามากูชิก็ให้คนยกแท่นวางดาบซามูไรโบราณเล่มหนึ่งออกมา ฝักดาบเป็น ไม้สีดำฝังมุก ขอบสีทอง ด้ามจับทำจากหนังปลากระแบน มองแล้วสวยงามยิ่ง เทียนใช้ ดวงเนตรสวรรค์ เพ่งมองดาบเล่มนี้ ก็พบว่าเป็นดาบ ที่สำนักมุรามาสะ ได้ตีขึ้นมาจริง ๆ เพราะมีไอแห่งความชั่วร้ายปกคลุมรอบ ๆตัวดาบเอาไว้

    เทียนปล่อยแสงพุทธะออกมา ไอวิญญาณชั่วร้ายที่ปกคลุมดาบ ก็หายไป เทียนจับดาบแล้วดึงออกมา ปรากฏมีเงาวิญญาณออกจากตัวดาบขึ้นมา เป็น ชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายกับทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ สอง พอปลดปล่อยเขาออกมาได้ เขาก็ก้มโค้งคำนับให้เทียน แล้วเอ่ยเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า

    “ ขอบคุณที่ช่วยปลดปล่อยผมออกมาจาก ดาบเล่มนี้” วิญญาณทหารเอ่ยออกมา

    “ คุณถูกขังในดาบนี้ได้อย่างไร”

    “ ดาบมุรามาสะเล่มนี้ เป็นดาบมารหากใครใช้มันจะทำให้กลายเป็นปีศาจฆ่าคนไม่เลือก จากนั้นมันก็ค่อยดูดกลืนพลังชีวิตของคนที่ใช้ดาบ หลังจากที่ผมทราบเรื่องนี้ ก็พยายามไม่ใช้มันอีก แต่ว่าสุดท้ายสงครามครั้งสุดท้ายที่ปะทะกัน ผมก็ถูกยิงตายแต่วิญญาณของผมกลับถูกดูดมาขังเอาไว้ในดาบเล่มนี้ “ วิญญาณทหารเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ภายในห้องไม่เห็นวิญญาณ แต่ได้ยินเทียนพูดอยู่คนเดียวแต่ทุกคนฟังไม่รู้เรื่อง เทียนใช้ภาษาวิญญาณคุยกัน จึงไม่มีใครฟังออก

    “ แล้วใครเป็นคนตั้งกฏเรื่องชักดาบออกจากฝักได้ ถึงจะขายที่ดินให้”

    “ อาจเป็นน้องชายคนเล็ก เขาเป็นนักบวชเขาอาจรู้เรื่องที่ผมถูกกักขังวิญญาณไว้ในดาบเล่มนี้”

    “ คุณอยากจะฝากบอกอะไรกับ ทายาทของคุณไหม”

    “ ผมไม่อยากให้พวกเขาเก็บดาบมุรามาสะ เพราะมันเป็นดาบมารร้าย ผมไม่อยากให้พวกเขาเป็นอย่างผมอีก”

    “ ก็ได้ ผมจะบอกพวกเขา ได้เวลาคุณไปผุดไปเกิดได้แล้ว” เทียนเอ่ยจบก็ปล่อยแสงพุทธะเข้าใส่ ร่างวิญญาณของบรรพบุรุษตระกูลโตโจ ก็กลายเป็นสะเก็ดดาวหายไปบนท้องฟ้า เทียนลืมตาทันที ทุกคนเริ่มเข้ามาถามว่าเทียนรู้สึกเช่นไร

    “ ที่แท้ดาบเล่มนี้ ได้กักวิญญาณของบรรพบุรุษของพวกคุณเอาไว้ ตอนนี้ท่านได้ไปสู่สวรรค์แล้ว” เทียนบอกกับทุก ๆคน

    “ เรื่องนี้บรรพบุรุษของเราได้เคยเล่าให้ฟังมาบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง

    ในเมื่อคุณหมอได้ดึงดาบออกจากฝักได้ พวกเราก็ทำตามสัญญา เราจะทำการโอนเปลี่ยนชื่อที่ดินที่เมืองไทยเป็นของคุณหมอโดยเร็ว แต่ก่อนคุณหมอจะไป ผมอยากจะพาคุณหมอไปพบกับ บรรพบุรุษของเราอีกท่านหนึ่ง” หัวหน้าตระกูลโตโจ ได้พาเทียนมาที่วัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง เพื่อมาพบนักบวชชราดูอายุน่าจะ 90 กว่าปีแล้ว เทียนมองเห็นท่านนั่งสมาธิอยู่ พอเทียนไปถึงท่านก็ลืมตาทันที

    “ ในที่สุดโยมก็มาเสียที อาตมารอโยมอยู่นานแล้ว”

    “ ท่านคงเป็นน้องชาย ของวิญญาณที่อยู่ในดาบมุรามาสะ?” เทียนลองทายดู

    “ ใช่แล้ว พวกเรามีกันอยู่สามคนพี่น้อง วิญญาณที่ถูกกังขังเป็นพี่ชายคนรอง อาตมาเป็นคนสุดท้อง ส่วนพี่ชายคนโตยังถูกกักขังอยู่เช่นกัน อาตมาอยากให้โยม ช่วยเหลือเขาด้วย” นักบวชชราเอ่ยกับเทียนตามตรง

    “ หลวงพ่อ อยากให้ผมช่วยอย่างไร เขาถูกดาบมารกักขังไว้เหมือนกันหรือ?”

    “ เขาถูกกักขังด้วย พลังเวทย์ที่ประเทศไทย ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ คงมีแต่โยมเท่านั้นที่จะช่วยได้”

    “ แล้วท่านทราบไหมว่าเขาอยู่ที่ใด ผมกลับไปผมจะไปช่วยเขาทันที”

    “ เขาอยู่ในที่ดินแปลงนั้น โยมนำดาบมารเล่มนี้ไป มันจะชี้ทางพาโยมไปเอง”

    “ ได้ครับ ผมกลับไปถึง จะไปช่วยทันที” เทียนเข้าใจแล้ว ก็กำลังจะกล่าวลาแต่ว่านักบวชชรา บอกให้เทียนอยู่ก่อนอย่าเพิ่งไป แล้วให้ทุกคนออกไปให้หมด เหลือเทียนเพียงคนเดียว

    “ มีเรื่องหนึ่งอาตมาต้องบอกโยมเอาไว้ สาเหตุที่พี่ชายคนโตถูกกักขังด้วยพลังเวทย์ เพราะว่าเขาเป็นผู้รักษาทองคำของชาติญี่ปุ่น ที่ได้นำมาจากหลายๆ ประเทศแล้วมาเก็บเอาไว้ในที่ดินผืนนั้น อาตมาหวังว่า โยมจะใช้ทองคำ เหล่านั้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ทั่วไปด้วย”

    “ ทองคำ ทางการญี่ปุ่นไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยหรือ” เทียนสงสัยว่ายังมีทองคำญี่ปุ่นยังหลงเหลือถึงป่านนี้ได้ยังไง

    “ ไม่มี ทุกคนล้วนตายในการรบครั้งสุดท้ายกันหมด อาตมาฝากโยมไว้ด้วย”

    “ ทำไมหลวงพ่อไม่บอกกับทายาทของตระกูลโตโจ แต่กลับมาบอกผม”

    เทียนยังสงสัย หลวงพ่อเผยรอยยิ้ม แล้วเอ่ยออกมาว่า

    “ พวกเขาเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่มีปัญญาที่จะหาเจอ หรือแม้แต่จะเก็บรักษา

    ไม่เหมือนโยม เป็นถึงเทพเจ้าถึงสามโลกแล้วยังยอมเลือกที่จะมากำเนิดใหม่อีก”

    เทียนฟังเช่นนั้นก็ตกใจ ไม่คิดว่าหลวงพ่อจะรู้เรื่องราวของเขา

    “ หลวงพ่อรู้ได้อย่างไร ว่าผมเป็นใคร”

    “ อาจารย์ของอาตมาก่อนสิ้นใจ ได้ทิ้งคำทำนายไว้ให้กับอาตมาว่าท่านเทพเจ้าทั้งสามโลกจะกำเนิดใหม่ จะมาช่วยปลดปล่อยพี่ชายทั้งสองของอาตมา และจะช่วยให้ตระกูลโตโจ ให้พ้นเคราะห์กรรมในครั้งนี้ด้วย”

    เทียนฟังจบได้แต่นึ่งอึ้ง ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกมาอีก...