รถบัสแล่นมาจอดที่หน้าหอประชุมใหญ่เราก็เหมือนกับคนอื่นๆอีกเกือบหลายคนที่มารอ " คนรัก " ที่พึ่งกลับมาจากค่ายอาสาด้วยงานศูนย์ที่เยอะเกือบท่วมหัว เราก็ออกจะแต่งตัวแบบงงๆสักหน่อย ใส่เสื้อชาวเลสีน้ำเงินขาดนิดหน่อยพร้อมกับกางเกงยีนฮาร่าที่พี่นิศายกให้ เรานั่งรอพร้อมกับคนอื่นๆแล้วเฝ้ารอให้แก้วลงมา
ลูกแก้ว : ปาย! (โบกมือ)
ปาย : แก้ว! (วิ่งไปกอด)
ลูกแก้ว : กอดเราแน่นจัง คิดถึงขนาดนั้นเลยหรอ?
ปาย : คิดถึงสิ แก้วไม่อยู่ด้วยแล้วเราเหงาสุดๆเลย
ลูกแก้ว : แล้วปายเป็ไงบ้าง ยังเจ็บตรงไหนอีกไหมเนี่ย
ปาย : เราไม่เป็ไรแล้ว ว่าแต่แก้วเถอะนั่งรถมาไกลเหนื่อยไหม?
ลูกแก้ว : ก็เหนื่อยนะ แต่พอมาเจอหน้าปายแล้ว เราหายเหนื่อยเลยอ่ะ
ปาย : จริงหรอ? (ปัดปอยผม)
ลูกแก้ว : จริงสิ
นิศา : อะแฮ่มๆ มาช่วยพี่ขนของก่อนเนาะ อย่าพึ่งหวานกันเลยพี่ขอร้อง
ปาย : โห้พี่นิศา ชอบขัดแต่พวกเราอยู่เรื่อยเลย
ลูกแก้ว : เอาน่าปาย ช่วยพี่นิศาขนของเถอะเดี๋ยวเรารอ
ปาย : อืม รอเราแปบนะ
หลังจากเก็บของเสร็จเรากับแก้วก็เดินกลับหอ นี่เป็ครั้งแรกที่เราเดินกลับหอด้วยกันในรอบเดือนและเป็ครั้งแรกในฐานะคนรัก บรรยากาศทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนเพียงแต่บรรยากาศนั้นกลับถูกเติมเต็มไปด้วยความหวานชื่น หวานจนไม่รู้ว่าหวานไปถึงไหน เราอาบน้ำทำภารกิจส่วนตัวจนเสร็จสรรพเหมือนทุกๆครั้งแต่วันนี้ไม่รู้ยังไงเราสองคนกลับมานั่งซบไหล่กัน เราสองคนนั่งจมดิ่งไปด้วยความเหงา ไม่อาจจะไม่ใช่ความเหงาแต่มันเป็อะไรสักอย่างที่เราสองคนก็ตอบไม่ได้
ลูกแก้ว : ปาย
ปาย : หืม มีอะไรหรอ?
ลูกแก้ว : เราขอถามปายหน่อยสิ
ปาย : อืมได้สิ
ลูกแก้ว : ถ้าปายเรียนจบแล้ว ปายจะกลับบ้านที่ขอนแก่นใช่ไหม?
ปาย : อืม เราต้องกลับเพราะต้องไปช่วยพ่อทำงานที่บ้าน แล้วแก้วล่ะ?
ลูกแก้ว : เราก็จะกลับบ้านที่ชุมพรเหมือนกันแต่........
ปาย : ทำไมหรอ?
ลูกแก้ว : เราไม่อยากห่างจากปาย เรากลัวว่าถ้าวันใดวันหนึ่งเราสองคนรู้สึกไม่เหมือนเดิมความสัมพันธ์ของเราจะหายไป เรากลัวว่าวันหนึ่งเราจะเดินหนีจากกัน
ปาย : เราก็กลัว เราก็กลัวอย่างที่แก้วคิด
ลูกแก้ว : ..............
ปาย : แต่ยังไง..........แก้วก็เป็ของเราอยู่ดี
สายตาของเราสองคนยังคงจ้องกันแทบไม่กระพริบแต่เราก็เลือกที่จะเป็ฝ่ายรุกเข้าหาแก้ว เรากดแก้วจูบลงกับเตียงอย่างแรงจนแก้วแทบคอหัก เราก็ไม่รู้ว่าหิวกระหายแบบนี้มาจากไหนแต่ก็ดูเหมือนว่าแก้วก็จะชอบ
ปาย : ชอบไหม?
ลูกแก้ว : ชะ ชอบ ปาย กัดเราที กัดเรา
ปาย : จะไม่เจ็บใช่ไหม?
ลูกแก้ว : แค่ปายทำเราก็ไม่เจ็บ
เราเริ่มกัดแก้วั้แ่หู คอ แขน ตัว ท้อง ของแก้ว แรกๆดูเหมือนแก้วจะไม่เจ็บแต่อยู่ๆแก้วก็ร้องขึ้นมา
ลูกแก้ว : อ๊า....
ปาย : เจ็บหรอ?
ลูกแก้ว : อย่าหยุดสิ เรากำลังรู้สึกดีนะ
ปาย : งั้นเราทำต่อนะ
ลูกแก้ว : อืม
เราเริ่มเอามือลูบไปทั่วร่างกายของแก้วอย่างไม่รู้ทิศทางจะจับก็ไม่จับ มือเราเอื้อมไปปลดที่ตะของเสื้อในของแก้วอย่างชำนาญแล้วเราก็เริ่มไซร้คออย่างดูดดื่มแต่เราก็ยังไม่ลืมมือของเราที่ค่อยๆเคลื่อนไปยังจุดซ่อนลับของแก้ว
ลูกแก้ว : ปะ ปาย
ปาย : มีอะไรหรอ? ทำไมชอบขัดจังหวะจัง
ลูกแก้ว : อย่าพึ่งไปยุ่งกับตรงนั้นได้ไหม?
ปาย : ทำไมหรอ?
ลูกแก้ว : เราไม่เคย เรากลัวเจ็บ
ปาย : เราสัญญาว่ามันจะไม่เจ็บ
ลูกแก้ว : จริงนะ
ปาย : อืม เราจะค่อยๆทำนะ
ลูกแก้ว : อ๊ะ......ปะ......ปาย..........เรา........เจ็บ
ปาย : ชู่วว อยู่เฉยๆ
ลูกแก้ว : อย่า..........มันเร็ว..........ไป
ปาย : เราบอกให้อยู่นิ่งๆ
ลูกแก้ว : อ๊า ปาย.........
ปาย : (มืออุดปาก) เราบอกให้เงียบ
ลูกแก้ว : อ๊ะเรา.......เจ็บ.......
ปาย : ใกล้แล้ว ใกล้แล้วแก้ว
ลูกแก้ว : ช่วย.......เรา........ด้วย.....
จุดซ่อนลับของลูกแก้วที่ถูกกระตุ้นกับอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นมามันยากที่จะทำให้หายไปได้ ั้แ่เย็นเราทำกันจนแทบจะไม่ทำอะไรต่อแม้แต่ข้าวเย็นเราสองคนก็ยังไม่แตะ เราอยากให้เวลามันหยุดลงไปตรงนี้ ตอนนี้ ไม่อยากให้่เวลานี้มันหายไป อยากจะละทิ้งอุดมการณ์ทุกอย่าง อยากปิดทุกอย่างไว้ ตรงนี้ ที่นี่ ประเทศนี้ โลกนี้ มีแค่เราสองคน
ปาย : ชอบไหม?
ลูกแก้ว : ชอบสิ แค่มีปายทำให้อะไรๆเราก็ชอบหมดนั้นแหละ
ปาย : จริงหรอ? เราทำอีกได้ไหม?
ลูกแก้ว : พอแล้ว
ปาย : ไม่อะ ไม่พอ (หอมแก้ม)
ลูกแก้ว : ปายพอแล้ว
ปาย : (หอมแก้ม) ทำไมอะ เรายังอยากทำต่อหนิ
ลูกแก้ว : เก็บไว้วันอื่นบ้างก็ได้ ยังไงเราก็เป็แฟนกันแล้วนะ
ปาย : ก็ได้งั้นไว้วันหลังก็ได้ เตรียมตัวไว้เลย
ลูกแก้ว : บ้านอนได้แล้ว
ปาย : ฝันดีนะคะคุณแก้ว
ลูกแก้ว : ฝันดีเหมือนกันนะคะคุณปาย
/////
(ก็อกๆ...........ก็อกๆ.............ก็อกๆ)
ลูกแก้ว : ปายเปิดประตูหน่อยสิ ใครมาเคาะก็ไม่รู้
ปาย : หืม ได้ๆ (ก็อกๆ) กำลังไปค่า
นิศา : ปาย
ปาย : พี่นิศามีอะไรรึเปล่าค่ะ?
นิศา : มีสิ ถ้าไม่มีจะมารึไง ว่าแต่ทำไมพวกแกต้องแก้ผ้ากันด้วยหรือว่า............
ปาย : เอ่อ.........
นิศา : แกได้กันแล้วใช่ป่ะ?
ปาย : เอ่อ.........
นิศา : ช่างเถอะ พี่ติดต่อแกไม่ได้เลยมาตามตอนนี้ศูนย์เรียกประชุมด่วน
ปาย : เื่อะไรค่ะ?
นิศา : พระถนอมกลับมานะสิ
ปาย : ห้ะ เื่จริงหรอค่ะ?
นิศา : อืม เป็พระด้วยยังไงก็รีบๆนะแล้วบอกแก้วด้วยว่าองค์การเรียกประชุมเหมือนกัน
ปาย : ได้ค่ะเดี๋ยวบอกให้
นิศา : พี่ฝากด้วยนะ (ปิดประตู)
ปาย : แก้วตื่นเร็ว
ลูกแก้ว : มีอะไรหรอ? ทำไมดูรีบจัง
ปาย : พี่นิศามาบอกว่ามีประชุมด่วนน่ะสิ แล้วก็องค์การเรียกประชุมด่วนด้วย
ลูกแก้ว : ห้ะ จริงดิ
ปาย : อืม
ลูกแก้ว : งั้นรอแก้วแต่งตัวแปบหนึ่งนะแล้วเราค่อยออกไปพร้อมกัน
ปาย : อืมเร็วๆนะ
เมื่อเราย่างก้าวเข้ามาในมหาวิทยาลัยเราก็พบกับผู้คนที่มายื่นล้อมหน้าตึกองค์การและที่ทำการศูนย์ ทั้งเรากับแก้วก็ขึ้นไปเพื่อเข้าไปประชุมตามที่พี่นิศาบอกไว้เมื่อตอนเช้า
ศักดิ์ : ในเมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วพี่ขอเริ่มพูดกันเลยก็แล้วกัน เมื่อตอนรุ่งสางเผด็จการถนอนกลับเข้ามาในไทยพร้อมกับบวชเป็พระเข้ามา มีกระทิงแดง นวพล แล้วก็คนของพระราชินีนาถไปเข้ากราบที่วัดบวรฯ
ตปก. : ห้ะ จริงหรอค่ะ?
ศักดิ์ : จริง แล้วตอนนี้คนของเราที่อยู่แทบหน้าวัดบวรฯก็รายงานมาว่ามีพวกกระทิงแดงกับลูกเสือชาวบ้านล้อมเต็มวัด
นิศา : แล้วทำไมมันเป็แบบนั้นไปได้
ศักดิ์ : ทางศูนย์เราก็ตั้งคำถามเหมือนกันแต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีฝ่ายทางนู้นออกมาพูดหรือว่าโต้ตอบอะไรเลย
นิศา : แต่ว่าตอนนี้ที่น่ากังวลที่สุดคือ เราถูกวิทยุโจมตีทุกทางถ้าเราจะทำการแถลงออกไปตอนนี้คงไม่ทัน
ศักดิ์ : ตอนนี้เท่าที่บอร์ดกลางประชุมออกมาเสนอให้ให้ทำแบบเดิม
ตปก. : ก็ดีนะ ทำแบบเดิมเหมือนทุกๆครั้ง
ปาย : แต่หนูว่าครั้งนี้ถ้าเราทำแบบเดิมเราจะไม่โดนปราบใหญ่หรอค่ะ? เพราะครั้งนี้สถานการณ์มันดูเหมือนไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นยิ่งการชุมนุมของเรามันเป็การเรียกมวลชนออกมามันจะไม่ยิ่งเสี่ยงพาประชาชนมาตายชัดๆ หนูเสนอว่าเราใช้วิธีการชุมนุมเงียบเหมือนตอนเดือนกรกฎาดีกว่านะคะ
ศักดิ์ : แต่ถ้าเราทำกิจกรรมเงียบมันก็เท่ากับเราขาดเสียงมวลชนในการกดดันกับรัฐนะ
ปาย : มันก็จริงค่ะ แต่เวลานี้หนูว่าเราควรรักษาชีวิตประชาชนไว้ก่อนเพราะที่ผ่านมาเราชุมนุมแต่ละครั้งมีแต่คนตายกับาเ็ตลอด หนูแค่กลัวว่าถ้าเราเรียกชุมนุมไปอีกประชาชนจะไม่เอาด้วยเพราะกลัวตาย
ศักดิ์ : แต่พวกพี่มั่นใจ มั่นใจว่ามวลชนพร้อมตายไปกับเรา เราสู้มาจนถึงตอนนี้แล้ว เราทุกคนไม่มีอะไรจะเสียแม้แต่ชีวิตพวกพี่ก็พร้อมตาย
เราทุกคนในที่ประชุมก็ลงมติกันที่จะใช้การชุมนุมสองแบบคือใช้การเคลื่อนไหวแบบเงียบในเขตต่างจังหวัดและใช้การชุมนุมประท้วงในเขตกรุงเทพ เราเริ่มตั้งการปราศรัยที่จุฬาั้แ่วันที่ยี่สิบสองกันยาและที่ต่างจังหวัดกลุ่มเคลื่อนไหวก็เริ่มจัดกิจกรรมอย่างเป็ระบบซึ่งมีการกล่าวถึงและโจมตีพระถนอนโดยตรงโดยประชาชนยังให้ความสนใจเหมือนเดิมจนกระทั่ง.......
เต้ : พวกนาย พวกนาย
ปาย : เห้ยเต้ค่อยๆเดินดิเดี๋ยวก็ล้มหรอก
เต้ : ก็อยากจะเดินนะแต่มีเื่ด่วนอะดิ
ประชา : เื่ไรว่ะทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย
ลูกแก้ว : อืมนั่นดิ
เต้ : ที่นครปฐมกลุ่มเคลื่อนไหวถูกทำร้าย
ปาย : แล้วไงก็ปกติหนิขนาดพวกเรายังเคยโดนมาก่อนเลย
เต้ : แต่นี้มันถึงตายแล้วมันเอาศพไปแขวนประจานบนประตูอะดิ
ปาย : นี่แกพูดจริงหรอ?
เต้ : ก็จริงนะสิ นี่รูป
เราทุกคนต่างตกตะลึงอย่างมากกับภาพตรงหน้ามันโหดร้ายทารุณเกินกว่าพวกเราจะรับได้ ทุกคนที่ล้อมยืนล้อมวงต่างพากันด่าสาปแช่งคนที่ทำอย่างโกรธเคืองและแค้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนในที่สุดวันที่สามตุลาคมเราก็ตัดสินใจชุมนุมประท้วงอีกครั้งโดยใช้มธ.เป็ที่ทำการโดบคณะเราเริ่มนัดหยุดสอบเป็คณะแรก
นิศา : นี่เราก็ชุมนุมเข้าวันที่สองแล้วนะยังไม่ค่อยมีคนเลย
ปาย : นั่นสิค่ะแบบนี้เราคงขาดแรงหนุนแน่ๆเลย
ศักดิ์ : เอาน่าไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีละครจากชมรมศิลป์มาแสดงเดี๋ยวคนก็มาเอง
ปาย : ละคร? ละครอะไรค่ะ?
ศักดิ์ : พี่ก็ไม่รู้พี่ก็ได้ยินมาน่ะ
.
.
.
.
.
4 ตุลาคม ณ ลานแห่งหนึ่ง
.
.
.
.
.
เวลาค่อนบ่ายโมงทุกสายตาจับจองไปที่การแสดงของชมรมศิลป์ เรา พี่นิศา พี่ศักดิ์ ประชา ยืนดูการแสดงนั้นด้วยความลุ้นว่าจะเป็ยังไง ใน่เวลาเดียวกันก็ยังมีอีกหลายคนยังไม่หยุดสอบ การแสดงนั้นคือการแสดงล้อเลียนการแขวนคอประจานช่างไฟฟ้านครปฐมซึ่งเรากับทุกคนก็ต่างบอกว่ามันดูไม่ค่อยจริงสักเท่าไหร่แต่ก็เอาเถอะมันก็สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยจนกระทั่งลูกแก้วลงมาจากตึกองค์การและมาแจ้งข่าวให้พวกเรารู้
ลูกแก้ว : ทุกคนเรามีข่าวไม่สู้ดีจะมาบอก
ปาย : อะไรหรอแก้ว?
ลูกแก้ว : มหาลัยยกเลิกการสอบวันที่หกออกไปและปิดวิทยาเขตอย่างไม่มีกำหนด
ปาย : แล้วเราจะใช้ที่ไหนชุมนุมล่ะ
นิศา : พวกพี่พูดกันแล้วว่าจะใช้สนามหลวง ถ้าใช้มหาลัยพวกพี่ก็กลัวว่าเสี่ยงโดนล้อมปราบน่ะ
ปาย : ก็จริงค่ะ แล้วเราจะเริ่มชุมนุมกันวันไหนค่ะ
นิศา : น่าจะพรุ่งนี้แหละ ปายก็มาเตรียมช่วยพี่หน่อยนะวันนี้
ปาย : ถ้างั้นหนูกลับหอไปเตรียมของนะคะ
นิศา : อืม กลับไปพักก่อนเถอะ
ปาย : แก้วกลับกัน
ลูกแก้ว : อืม
เราอสงคนกลับไปที่หอโดยเรากลับมาเตรียมของไปที่มหาลัยต่อส่วนแก้วเลือกที่จะอยู่หอ เรากะจะงีบสักพักแล้วให้แก้วปลุกแต่ดูเหมือนว่าแก้วดูมีท่าทีแปลกๆซึ่งมันต่างจากทุกครั้ง
ปาย : แก้ว แก้ว แก้ว
ลูกแก้ว : หืม อะไรหรอ?
ปาย : แก้วเป็อะไรรึเปล่า? ทำไมดูเหม่อแปลกๆ
ลูกแก้ว : ป่าวหรอก แต่เรามีเื่หนึ่งที่อยากบอกปาย
ปาย : เื่อะไรหรอ?
ลูกแก้ว : ปายไม่ไปชุมนุมได้ไหม?
ปาย : ทำไมแก้วถึงห้ามเราล่ะ ปกติแก้วไม่เคยห้ามเราสักครั้งหนิ
ลูกแก้ว : เราสังหรณ์ใจแปลกๆ เราว่าครั้งนี้มันจะรุนแรงจน.......
ปาย : แก้วฟังเรานะ ทุกอย่างมันต้องแลกด้วยอะไรสักอย่าง บางทีเราอาจต้องเอาความตายเข้าแลก ถ้าแก้วไม่อยากไปแก้วก็รอปายที่นี่นะ
ลูกแก้ว : ปายจะกลับมาใช่ไหม?
ปาย : อืมเราจะกลับมาแน่นอน (เปิดประตู)
ลูกแก้ว : ปายเดี๋ยวก่อน
ปาย : ยางรัดผมของแก้วหนิเอามาให้เราทำไมหรอ?
ลูกแก้ว : เป็ตัวแทนของเราเวลาปายคิดถึงเรา
ปาย : อืม ขอบคุณนะ (หอมแก้ม)
ลูกแก้ว : ตาบ้า
ปาย : ไปก่อนนะ
เราออกจากหอพักตอน่ประมาณทุ่มซึ่งเราก็ใช้ทางลัดเหมือนทุกๆครั้งที่มาเรียน แต่ว่าครั้งนี้เรากลับเห็นคนไม่คุ้นหน้าและไม่เคยเห็นแถวนี้เดินวนเวียนอยู่ด้านหลังเหมือน้าสำรวจอะไรบางอย่างแถวด้านหลังมหาวิทยาลัย จนเราเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยคนกลุ่มนั้นถึงจะขึ้นรถแล้วพากันออกไป
ปาย : พี่นิศา
นิศา : อ้าวมาแล้วหรอ? แล้วแก้วล่ะ?
ปาย : แก้วไม่มาค่ะ หนูให้แก้วรออยู่ที่หอดีกว่า
นิศา : ออ ไม่มาก็ไม่เป็ไรหรอก
ปาย : แล้วไหนพี่นิศาบอกว่าชุมนุมที่สนามหลวงไงค่ะ แล้วทำไมถึงย้ายมาในมหาลัยล่ะ
นิศา : ก็เราขอไฟ ขอแสงสว่าง ของตำรวจมาดูการชุมนุมกรุงเทพก้ไม่ให้อะไรมา ศูนย์ก็เลยย้ายเข้ามาเพราะดูปลอดภัยกว่า
ปาย : แล้วหนูต้องประจำจุดไหนค่ะ
นิศา : หน่วยสวัสดิการกับพี่ก็ได้ เอาของไปเก็บแล้วก็มาช่วยพี่เร็ว
เราประจำหน่วยตามที่ได้รับมอบหมายซึ่งเราก็ช่วยกันตระเตรียมของทุกอย่างเพื่อรองรับมวลชนที่จะมาชุมนุมในวันพรุ่งนี้ทำให้เราต้องค้างที่ศูนย์อีกครั้ง ในใจก็เป็ห่วงลูกแก้วที่ต้องอยู่หอคนเดียวแต่อีกใจหนึ่งเราก็ต้องทำเพื่อสังคมส่วนรวม เห้อ เลือกอะไรไม่ได้สักอย่าง
/////
การชุมนุมเริ่มลากยาวั้แ่เช้าจนตอนนี้ก็เกือบบ่ายเราซึ่งกำลังเหนื่อยล้าจากการเตรียมชุมนุมเมื่อคืนก็นอนหมอบพร้อมกับคนอื่นๆอีกไม่น้อยที่ต่างเหนื่อยไม่แพ้กัน แต่เรากลับถูกสะกิดอย่างรุนแรงด้วยแก้วน้ำสีแดงและคนในดวงใจ
ปาย : เห้ย ใครว่ะ?
ลูกแก้ว : เราเอง นี่ด่าเราหรอเนี่ย?
ปาย : อ้าวแก้วมาทำอะไรที่นี่ แล้วไหนบอกจะรอที่หอไง
ลูกแก้ว : ก็คนมันเป็ห่วงปายไง กลัวจะลืมกินข้าวกินน้ำจนเป็ลมเป็แล้งไปอีก
ปาย : เป็ห่วงเราขนาดนั้นเลยหรอ?
ลูกแก้ว : จะไม่ห่วงได้ไงก็ปายเป็แฟนเราหนิ
ปาย : ปากหวาน
ลูกแก้ว : แล้วนี่จะชุมนุมถึงตอนไหนหรอ?
ปาย : น่าจะลากยาวประมาณสองสามวันแหละ เห็นว่าศูนย์กำลังเจรจากับรัฐบาลอยู่ แถมวันนี้คนก็เยอะด้วย
ลูกแก้ว : งานหนักเลยนะเนี่ย
ปาย : แล้วแก้วจะกลับเลยไหมหรือจะอยู่ต่อ
ลูกแก้ว : อยู่ต่อสิอุตส่าห์มาถึงแล้ว จะกลับก็เสียดายแย่ แล้วอีกอย่างเราก็อยากอยู่ใกล้ๆปายด้วย
ปาย : นี่คลั่งเราขนาดนั้นเลยหรอ?
ลูกแก้ว : ก็มากพอที่จะกินได้เลยแหละ
ระหว่างที่เรากำลังคุยกันนั้นเราก็เห็นกลุ่มคนจับกลุ่มอ่านหนังสือพิมพ์อย่างจดจ่อและแปลกใจที่เห็น เราก็เจอภาพเหตุการณ์แบบนี้มานักต่อนักแล้วเราเลยไม่ค่อยสนใจอะไรขนาดนั้น เราเลยเอื้อมไปเปิดวิทยุด้านข้าง
" ขนาดนี้ครับ เราได้เห็นแล้วว่าศูนย์นิสิตกำลังทำการิ่พระบรมเดชานุภาพซึ่งเป็การเหยียบย่ำหัวใจของคนไทยทั้งชาติ เรายอมไม่ได้ใช่ไหมครับทุกคน ทางพวกเราใคร่ขอให้ประชาชนที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมพลที่พระบรมรูปทรงม้า ขอให้ทุกท่านพึ่งตระหนักว่าสิ่งที่พวกเราทำคือการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ "
ทุกคนที่อยู่บริเวณรอบๆเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีนักเพราะวิทยุคลื่นนี้เริ่มเรียกระดมพลทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็ กระทิงแดง นวพล ลูกเสือชาวบ้าน เข้ามาที่มหาวิทยาลัยเราและพระบรมรูป แต่ในขณะเดียวกันทุกคนหลังจากที่ได้ฟังกลับมีสีหน้าที่ผิดแปลกจากก่อนหน้านี้ทุกคนกลับยิ้มแย้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ทุกคนกลับทำสิ่งที่ไม่ควรทำคือ
" การบอกลา "
เวลาล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืนของวันที่หกยังมีมวลชนเข้ามาชุมนุมอยู่เรื่อยๆซึ่งเรากวาดสายตามองอาจจะอยู่ประมาณสามพันคน บางคนนั่งกินข้าว บางคนเริ่มนอนหลับพักผ่อน ส่วนพวกเราก้ยังทำหน้าที่เพื่อบริการดูแลสวัสดิการให้นักศึกษาและประชาชน แม้ว่าด้านหน้าจะมีเสียงปืน เสียงความวุ่นวาย แต่ทุกคนที่นั่งอยู่กลับไม่หวั่นไหวต่อเสียงกลับยังนั่งอยู่อย่างสงบ ซึ่งมันเป็เวลาที่พอให้เราได้หลบพักผ่อน
ลูกแก้ว : เป็ไงเหนื่อยไหม?
ปาย : ไม่เหนื่อยหรอก แค่มีแก้วอยู่ที่นี่ มีมวลชนสนับสนุน ได้ทำงานให้มวลชนแค่นี้เราก็หายเหนื่อยแล้ว
ลูกแก้ว : ปาย
ปาย : มีอะไรหรอ?
ลูกแก้ว : ถ้าเราไม่รอดจากการชุมนุม ปายจะยังมีความสุขไหม?
ปาย : ไม่รู้สิแก้ว ถ้าเราไม่รอดจากการชุมนุมครั้งนี้เราว่าเราคงมีความสุขแล้วแหละ ได้อยู่กับแก้วที่นี่เราก็มีความสุขมากพอแล้ว แล้วแก้วล่ะถ้าไม่รอดแก้วยังจะมีความสุขไหม?
ลูกแก้ว : เราก็คงคิดเหมือนปายแหละ แค่ได้อยู่ปายเราก็มีความสุขแล้ว เราขอซบไหลปายหน่อยนะ
ปาย : อืม เอาสิ
ยอดโดมสูงเด่นดั่งยอดเขา หลังคาสีดำที่แสนจะทมิฬตา หน้าต่างคณะบัญชีที่เป็เอกลักษณ์ หอประชุมใหญ่ที่เปรียบเหมือนเกราะป้องกันภัย ่เวลาต่อจากนี้ไปทุกอย่างจะกลายเป็..............