[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    128 จงเสพติด

    “ เถ้าแก่เฉิน มีจดหมายส่งมาหาคุณครับ ”


    เฉินห่าวรับซองจดหมายจากผู้จัดการโรงแรมหรูอี้ เช้านี้มีจดหมายจากชายสวมชุดสูทสีดำส่งมาให้เขาอีกแล้ว เฉินห่าวไม่รู้ว่าเนื้อหาของจดหมายระบุเอาไว้ว่าอย่างไรเขาคิดว่ามันคงเกี่ยวข้องกับเด็กสาวทั้ง 15 ที่เขาได้แนะนำไปเมื่อไม่นานมานี้แน่นอน


    เมื่อเปิดอ่านเนื้อหาภายในจดหมายดวงตาของเฉินห่าวถึงขั้นเบิกกว้าง ดูเหมือนว่าเขาจะตกได้ปลาตัวใหญ่เกินกว่าที่คาดหวังเอาไว้


    เหยื่อที่เขาล่อไปไม่ได้ตกครอบครัวของเด็กสาวทั้ง 15 เขาตกได้ปลาทั้งบ่อเพราะตอนนี้ผู้อำนวยการหวังรุ่ยทาบทามให้เขาไปเป็นอาจารย์สอนพิเศษให้กับมหาวิทยาลัยชิงหัวหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศในตอนนี้


    “ ป๊ะป๋ามียัยเหยอ ”


    เป่าเป้ยน้อยอ่านหนังสือไม่ออก เธอจึงอยากรู้ว่าพ่อกำลังอ่านอะไร ไม่ว่าจะลองเอียงคอดูยังไงเธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี


    “ เรากำลังจะได้ไปเล่นกับพี่สาวและพี่ชายที่มหาวิทยาลัยกันแล้วครับ ”


    “ อะยัยคือมหาวิทาทายัยเหยอ ” บนใบหน้าของเป่าเป้ยยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยเช่นเดิม


    “ มันคือสถานที่ที่อยู่สูงกว่าโรงเรียนไงล่ะ หลังจากที่หนูเข้าโรงเรียนแล้วหนูก็ต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยเพื่อนใหม่มากมาย ”


    วู้


    เด็กน้อยทำตาโต เมื่อเห็นว่าพ่อต้องทำงานแล้วจึงลงไปขี่หลังอันอันให้พาเดินทั่วโรงแรมเพื่อเล่นกับพี่สาวพนักงาน


    เฉินห่าวปล่อยให้เป่าเป้ยน้อยเที่ยวเล่นในตัวโรงแรมหรูอี้เพราะตอนนี้เขาปลอมตัวให้เธอเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าเป็นหมูน้อยตัวสีชมพู มีเพียงใบหน้าที่โผล่ออกมาบริเวณหน้าท้องของชุดลูกหมูตัวอ้วนๆเพียงเท่านั้น


    “ เป็นอาจารย์เหรอ  ฉันจะทำได้ดีเหมือนเมื่อก่อนไหมนะ ไม่สิต้องทำให้ดีกว่าเมื่อก่อนไม่งั้นคงมีคนตาย ”


    เฉินห่าวฉีกยิ้มกว้างเมื่อเขารู้ว่าตนเองกำลังจะเข้าสู่พื้นที่ได้เปรียบในการทำสงคราม  จะเกิดอะไรขึ้นหากว่าเขาสามารถโน้มน้าวลูกหลานขุมอำนาจต่างๆให้มาอยู่ฝ่ายเดียวกันกับตนเองได้


    ความโกลาหนเล็กๆสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เขาส่งข้อมูลบางอย่างให้กับเด็กเหล่านี้


    อย่างไรก็ตามเขาจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังในการสอนให้มากยิ่งขึ้น ต่อให้โลกใบนี้นักศึกษาจะเป็นฮันเตอร์มีความสามารถในการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง พวกเขาไม่ใช่เซียน เมื่อเทียบกันแล้วกระดูกของพวกเขาไม่ได้แข็งเหมือนเซียนหากได้รับการสั่งสอนจากตัวของเขาอาจจะตายเสียก่อน


    เฉินห่าวนั่งลงบนโต๊ะทำงานที่อยู่ภายในฟิตเนสชั้น 35 ในระหว่างรอให้ฮันเตอร์เข้ามาเข้าใช้งานคอร์สประจำวันเขาก็เริ่มฉีกยิ้มหวาน


    สาเหตุที่เขาหุบยิ้มไม่ได้ก็เพราะว่าเส้นทางการสร้างอำนาจดูเหมือนจะเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์เอาไว้


    ถึงแม้การสร้างอำนาจจะไม่ใช่การรวมทุกขุมอำนาจมาไว้ที่เดียวกันเหมือนที่เคยทำในโลกเซียน


    เขาจะไม่ทำลายสำนักของใครเพื่อนไล่ต้อนให้มาอยู่รวมกัน สิ่งที่เขาต้องการทำในประเทศนี้คือการลดระยะห่างระหว่างขุมอำนาจขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมไปถึงขุมอำนาจขนาดเล็กลง จนทุกคนดูไม่ต่างจากคนธรรมดาในสายตาของเขา


    เมื่อถึงช่วงเวลานั้นการจะเล่นงานไม่ใช่เรื่องยากเลย เขาสามารถทำอะไรก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น พาภรรยากลับมาอยู่กับเขา โดยใช้เส้นสายผ่านกลุ่มคนที่เข้าใช้งานฟิตเนส


    ระดับของสมาชิก ไม่ได้แค่ใช้สำหรับเล่นเครื่องออกกำลังกาย เขาจะใช้งานมันเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความสัมพันธุ์ อย่างน้อยอำนาจที่เขาสร้างจะต้องพูดคุยได้ในวันที่เขาอยากให้ช่วยเหลือ


    การที่เขาไม่รวมอำนาจมาไว้ที่ตนเพียงคนเดียว สาเหตุเป็นเพราะเขาค่อนข้างเบื่อหน่ายกับการตัดสินใจหลายๆอย่างด้วยตัวคนเดียว  ดังนั้นจึงอยากจะเปลี่ยนวิธีใหม่เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นจนเขาสามารถเรียกใครให้มาช่วยเหลือก็สามารถทำได้ง่ายๆ


    “ หึหึ จงเสพติดความแข็งแกร่งที่ฉันมอบให้ซะ เสพจนไม่สามารถหยุดได้ ”


    เฉินห่าวหลับตาเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นฟ้าพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด  ความแข็งแกร่งคือสิ่งที่ทำให้ผู้คนกลายเป็นบ้า เขาเปรียบเปรยเช่นนี้ก็เพราะว่าทุกคนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่ง


    อุปกรณ์ในฟิตเนสของเขาไม่ใช่สารเสพติดมันกลับสามารถทำให้ฮันเตอร์เสพติด ต่อให้จะมีฮันเตอร์อัพค่าสถานะได้ครบ 10 หน่วยแล้วเขายังมีอุปกรณ์เลเวล 2 ไว้ล่อให้กลับมา


    ถ้าหากว่าผู้คนส่วนใหญ่เพิ่มค่าสถานะครบ 20 หน่วยแล้วจากไป เขาก็จะเรียกกลับมาด้วยอุปกรณ์เลเวล 3 


    อย่างไรก็ตามการทำเช่นนี้มักมีปัญหาตามมาในภายหลังเพราะคนที่คบเขาเพื่อประโยชน์มีเยอะเช่นเดียวกัน การที่เขาจะดึงคนเหล่านี้ให้อยู่กับตัวได้นานๆจนกล้างัดกับตระกูลหานและตระกูลเจียง เขาจำเป็นต้องมีคนคอยค้ำความสัมพันธ์เอาไว้


    คนค้ำความสัมพันธ์จะกลายเป็นสมาชิกพิเศษ พวกเขาจะได้สิทธิให้เล่นอุปกรณ์เลเวลสูงสุดเทียบเท่ากับเขา ด้วยสิ่งนี้จะทำให้คนค้ำความสัมพันธ์ให้ค่ากับเขามากยิ่งขึ้นจนไม่กล้าทิ้งเขาไปเพราะเขามีของที่คาดไม่ถึงมายื่นให้ตลอดเวลา


    “ ต้องเอาเป่าเป้ยน้อยไปด้วยสินะ ปล่อยไว้บ้านไม่ได้ด้วยเดี๋ยวแอบไปเล่นใกล้ๆตระกูลเจียง ”


    เฉินห่าวคิดวิธีที่จะพาเป่าเป้ยน้อยเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยชิงหัวร่วมกันกับเขาไม่นานก็มีแผนหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวจนเขาฉีกยิ้มกว้างออกมาเบาๆ การที่เป่าเป้ยยังเป็นเด็กน้อยจึงไม่ยากที่เขาจะปลอมตัวด้วยการแต่งชุดต่างๆ เขาจึงคิดว่าจะเปลี่ยนชุดให้เป่าเป้ยไม่ซ้ำกันแล้วพาไปเดินเล่นที่มหาวิทยาลัย ส่วนตัวของเขาแค่ปลอมตัวเพียงเท่านี้ทุกอย่างก็สำเร็จแล้ว


    “ ต้องติดต่อผู้อำนวยการหวังรุ่ยเอาไว้ด้วยสินะ ”


    เฉินห่าวจำเป็นต้องปกปิดตัวตนเองไว้ก่อนเพราะผู้เสพเครื่องออกกำลังกายของเขายังไม่เยอะพอจะเปิดเผยความจริง ด้วยจำนวนคนที่แวะเวียนกลับมาเล่น 300 คนต่อวันยังไม่พอจะต้านทานคำขู่ของขุมอำนาจใหญ่ได้


    เขาจึงต้องเพิ่มคนให้ถึงหลักพันให้ได้เสียก่อน อย่างน้อยหากตระกูลเจียงและตระกูลหานยื่นคำขาดว่าจะคว่ำบาตรกับโรงแรมของเขา ในกลุ่มสมาชิกน่าจะมีผู้ที่โหยหาความแข็งแกร่งกลับเข้ามาใช้งาน ซึ่งกลุ่มที่เดินทางกลับมาจะกลายเป็นคนโปรโมทร้านของเขาได้เป็นอย่างดี


    ภายในพื้นที่ล่าพวกเขาจะแสดงฝีมือที่ทุกคนจะต้องตกใจ สุดท้ายคำขู่ของตระกูลใหญ่ก็ไม่สามารถคว่ำบาตรฟิตเนสของเขาได้เพราะมีผู้เสพติดความแข็งแกร่งเดินทางมาเพิ่มเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดจะเกิดกลุ่มคนที่กล้าคานอำนาจกับขุมอำนาจใหญ่


     “ เถ้าแก่ ”


    เฉินห่าวสะดุ้งโหยงหลังจากมีชายคนหนึ่งยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วปลุกเขาจนออกมาจากความคิด


    “ บ้าเอ้ย อย่าไปทำแบบนี้กับใครที่ไหนอีกนะ ไม่งั้นคอได้หักแน่ เกือบไปแล้วไหมล่ะ ”


    “ ผมเรียกเถ้าแก่ 3 ครั้งแล้วนะแต่เถ้าแก่ก็เอาแต่มองเพดานแล้วยิ้ม คิดถึงใครอยู่เหรอ ”


    เฉินห่าวกระชับเสื้อสองสามทีแล้วนั่งตัวตรงเปลี่ยนลุคของเขาให้นิ่งขึ้น


    “ อะแฮม แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยเหรอ ”


    “ ผมมาต่อจากเมื่อวานเถ้าแก่ หลังจากที่ฟังคำแนะนำแล้วผมก็ลองกลับไปฝึกแต่ก็ติดบางอย่าง ช่วยดูให้หน่อย ”


    เฉินห่าวช่วยดูทักษะให้กับชายตรงหน้าแล้วเริ่มปรับแก้ไขให้ทีละเล็กทีละน้อย อย่างไรก็ตามมีบางจุดที่อีกฝ่ายผ่านไปไม่ได้ มันจะต้องใช้การผ่าตัดใหญ่ช่วยเหลือเพราะเขามีข้อบกพร่องจากกล้ามเนื้อ เฉินห่าวจึงใช้วิธีเดียวกันกับการรักษาผู้เฒ่าทั้ง 5 แทงจิตแห่งดาบเข้าไปสลายกล้ามเนื้อส่วนที่ประหลาดแล้วรักษามันให้กลับมาเป็นของใหม่โดยใช้สกิลเทรนเนอร์นำทาง


    ชายที่ถูกแทงขามองใบหน้าเถ้าแก่เฉินด้วยความตะลึงงัน เมื่อครู่เขาคิดว่าตัวเองจะต้องเสียขาไปแล้ว


    เถ้าแก่บอกเพียงแค่ว่าจะปรับแต่งจุดที่เกิดข้อผิดพลาดให้ เขาไม่คิดว่าเถ้าแก่จะเล่นผ่านหัวเข่าแล้วทำลายกล้ามเนื้อด้วยการจิ้มตั้งแต่หน้าแข้งไปจนถึงนิ้วเท้า หากเขาไม่ดื่มยาชาเข้าไปคงกรีดร้องออกมาแน่


    “ เอาล่ะลองเคลื่อนไหวดูหน่อย ”


    “ เถ้าแก่ แน่ใจนะว่าผมไม่ต้องไปหาหมอก่อน ”


    “ ก็แค่มีคนทำน้ำแดงหกใส่ขา อย่าไปคิดมากลุกๆได้แล้ว ”


    ชายรูปร่างกำยำค่อยๆลุกขึ้นยืน ส่วนขาของเขายังคงชาด้านจึงให้เพื่อนใช้สกิลลบล้างค่าสถานะออกไปก่อนจะทำสีหน้าแปลกใจ ขาข้างขวาราวกับว่าไม่ใช่ของเขา มันเบาสบายราวกับติดตั้งขาใหม่เข้าไป เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่ให้ลองฝึกทักษะใหม่เขาจึงทำตามก่อนจะตกใจเมื่อพบว่าจุดที่ผิดพลาดก้าวข้ามได้แล้ว


    “ ไปไป  ไปฝึกให้มันเสร็จๆแล้วค่อยกลับมา เอาล่ะคนต่อไปจะให้ช่วยอะไร ”


    “ เถ้าแก่ผมฉันร่วง ”


    “ เอาผมปลอมมาใส่สิ ฉันปลูกผมไม่ได้นะ ”


    “ ล้อเล่น ฉันฝึกทักษะตามที่คุณแนะนำได้แล้ว จึงมาขอส่วนต่อไป คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่ามีวิธีใช้ที่ดีกว่านี้ ”


    เฉินห่าวเริ่มชี้แนะแนวทางที่จำเป็นให้กับฮันเตอร์ที่ลงคอร์ส ใครที่มาปลุกพรสวรรค์ล้วนแล้วหน้าแดงเมื่อรู้ว่าจะต้องไปทำเรื่องน่าอาย อย่างไรก็ตามเฉินห่าวแนะนำให้พวกเขาหาที่ลับตาคน ไม่อย่างนั้นโรงแรมของเขาอาจจะมีเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาตรวจสอบอีก


    ---------------------------------------------------------------


    “ อันอัน เยาไปข้างนอกกันไหม ”


    สิงโตขาวส่ายหน้ารุนแรง คำสั่งของเถ้าแก่ห้ามไม่ให้มันพาคุณหนูออกไปข้างนอก


    “ ไปไหม ”


    สิงโตขาวยังคงส่ายหน้ารัวๆ มันกลัวเถ้าแก่ไม่น้อย เพียงแต่ว่าเด็กน้อยที่อยู่บนหลังกำลังทำหน้าตาราวกับกำลังจะร้องไห้ บนดวงตาเริ่มปรากฎน้ำสีใสๆราวกับกำลังจะมีหยดน้ำตาออกมา


    “ เป่าเป้ยอยากออกไปเล่นข้างนอกอา ”


    สิงโตขาวส่ายหน้าเช่นเดิม มันยังคงยืนยันว่าจะไม่ออกไปจากโรงแรมหรูอี้เด็ดขาด 


    เป่าเป้ยเห็นว่าอ้อนอันอันไม่ได้เธอจึงถอนหายใจแล้วเดินช้าๆไปเกาะกระจกของชั้นที่ 100 พลางมองไปยังจุดที่เต็มไปด้วยพลังงานสีม่วงอมดำดูน่ากลัว ภายในสถานที่แห่งนั้นมีพลังอันคุ้นเคยอาศัยอยู่ ป๊ะป๋าบอกแล้วว่าที่นั่นมีมาม้าซึ่งเธอเห็นอีกฝ่ายแล้วเพียงแค่ไปหาไม่ได้


    “ ไปหาป๊ะป๋ากานดีกว่า ”


    เป่าเป้ยตัดสินใจขึ้นหลังสิงโตขาว เธอคิดถึงมาม้ามากจึงอยากจะขอร้องให้พ่อพาเดินทางไปสถานที่ทำงานของมาม้า





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน