ริ้วคลื่นสีทองที่สาดทอจากผืนฟ้า สาดส่องลงมาใส่ร่างชายหนุ่ม นามว่า หนานกงอวิ๋น จนร่างชายหนุ่มเด่นสะดุดตา ราวกับพวกเขาเห็นทวยเทพ สืบฝีเท้า ย่างก้าวลงมาเยือน ก่อนเงาแห่งความมืดจะเข้าปกคลุมไปทั่วลานประลอง พร้อมร่างฉาย มารอสูรผู้ชั่วร้ายแผ่รัศมี ความน่าหวาดกลัว ออกมาไม่ขาด
ส่งให้กายาพวกเขา ต่างก็สั่นเทิ้มอย่างหนักครั้นรับรู้ ถึงพลังของ หนานกงอวิ๋นบัดนี้ เขาเกือบจะไปแตะอยู่ในขั้นพลัง ครึ่งก้าวจักรพรรดิ จากแรงกดข่มที่บ้าคลั่งนั้น ต่างก็พาให้ผู้เข้าร่วมการประลอง ต่างก็หน้าตาเลิ่กลั่ก ตื่นกลัวขึ้นมา อย่างไม่เคยปรากฏขึ้นมาบนใบหน้ามาก่อน
“หืม!! หนานกงอวิ๋น เขาที่อยู่ขั้นราชันสวรรค์แรกเริ่ม เฉกเช่นเดียวกับข้า แต่เขากับมีพลังเกือบไปเทียบเคียง ขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” อวิ๋นซี กล่าวพูดขึ้นมาด้วยความไม่อยากเชื่อ ไม่คิดว่าเขาจะประเมิน หนานกงอวิ๋น ผู้นี้ที่ยังคงหลับตาพริ้ม ต่ำเกินไป
หมู่ชนเองก็ซุบซิบ เสียงดังออกมาไม่ขาดเช่นกัน ครั้นพวกเขาเห็นพลังของ คนเผ่าเทพมารเต็มสองตา แล้วยิ่งเห็นความโอหังของ หนานกงอวิ๋นด้วยแล้ว ฮูหยินอวิ๋นฉินอิน นางอดไม่ได้ที่จะห่วงบุตรชาย ขึ้นมาภายในกรอบสายตาที่วูบไหว ครั้นรับรู้บุตรชายของนาง กำลังเจอการทดสอบ ที่ยากจะผ่านมันไปได้ เมื่ออยู่ต่อหน้ากำแพงที่สูงใหญ่เสียดฟ้า
อวิ๋นซี กัดกรามแค่นเสียง ชิ!! ดังเล็ดลอดไรฟันออกมา ครั้นกระบี่สีเงินสว่าง ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของเขาในฉับพลัน ชายหนุ่มไม่รอช้า สำแดงร่างวิถีธรรม กระบี่เปลี่ยนรูปขึ้นมาทันที
ภาพที่อวิ๋นซี หวดฟาดกระบี่ออกไปเบื้องหน้า ด้วยท่วงท่าที่ทรงพลัง กระบี่นั้นขยายใหญ่ขึ้นมาหลายร้อยจั้ง พุ่งปราดเข้ากลืนกิน หนานกงอวิ๋น จนเกิดเสียงปังงง!! จากคลื่นความรุนแรงที่แพร่กระจาย ดังออกมากึกก้อง สนั่นไปทั่วท้องฟ้า
แต่หลายคนไม่คาดคิดเพียง หนานกงอวิ๋น โบกฝ่ามือ ขนนกสีดำ จู่ๆ ก็แตกกระจัดกระจาย ปลิวว่อนออกไปทั่ว จากร่างเงาที่สอดประสาน ที่ฉายทอดยาวลงมา ของหนานกงอวิ๋น
ส่งให้การโจมตีของ อวิ๋นซี เกิดการแตกร้าว ลุกลามอย่างรวดเร็ว จากขนนกที่ตกกระทบ ราวกับขนนกนั้น มันมีน้ำหนักหลายหมื่นชั่ง ก่อนมันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยวพริบตา ภาพนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก แม้แต่อวิ๋นซีเขายังไม่คาดคิด ว่าการโจมตีของเขา จะแตกสลาย ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ ริมฝีปากที่กระอักเลือด ออกมาคำใหญ่ รีบเช็ดเลือดออกจากริมฝีปากในทันใด
“เจ้าน่าจะรู้แล้วซินะถึงความห่างชั้นของขั้นพลัง ระหว่างเราทั้งสอง หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะถอยลงจากสนามประลอง ไปอย่างว่าง่าย”
อวิ๋นซี จ้องเขม็งมองชายหนุ่ม เบื้องหน้าเขาด้วยความเดือดดาล ครั้นเห็น หนานกงอวิ๋น ไม่แม้จะเปิดเปลือกตา ขึ้นมามองใบหน้าเขาเสียด้วยซ้ำ “เจ้าช่างโอหังนัก เอาการโจมตีของข้าไปกินเสีย”
แม้อวิ๋นซี จะรับรู้ถึงความห่างชั้นของพลัง แต่อย่างไรเขาก็อยากให้หนานกงอวิ๋น ต้องลำบากใจบ้างในยามนี้ คนอื่นๆ เองที่มองชมการประลอง พวกเขาต่างก็รับรู้ ถึงแรงกดดันนั้นของ หนานกงอวิ๋น เหมือนว่าพวกเขา จะอยู่ห่างจากชายหนุ่มผู้นั้นไปก้าวใหญ่ แม้ภายในใจลึกๆ จะไม่อยากยอมรับก็ตาม
อวิ๋นซี ที่ส่งการโจมตี คมกระบี่ออกมาอย่างบ้าคลั่ง มองเห็นแสงกระบี่ พร่างพราวฉาบไปทั่วผืนฟ้า กลับถูกฝ่ามือเพียงข้างเดียวของ หนานกงอวิ๋น สำแดงการป้องกัน ม่านพลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาป้องกัน การโจมตีที่บ้าคลั่งไว้อย่างง่ายดาย จากม่านพลัง ลักษณะคล้ายค่ายกล วงแหวนป้องกันที่ถูกขับเคลื่อน ส่งให้เศษปราณพลังแตกกระจัดกระจาย เกิดประกายไฟออกไปทั่ว
อวิ๋นซี ที่แค่นเสียง ย๊าก!! โจมตีด้วยความเดือดดาล เขาไม่เชื่อว่าจะเจาะการป้องกันของ หนานกงอวิ๋นไม่ได้ ฉับพลัน อวิ๋นซีที่หมุนวาดสองนิ้วมือ เข้าใส่ใบดาบ กระบี่ในฝ่ามือของเขา ก็เกิดการสั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง เต๋าธรรมต่างๆ แพร่กระจัดกระจายออกมาทันที แม้แต่ทั่วยอดเขายังเกิดการสั่นไหว เมื่อเห็นแสงกระบี่ โดยรอบก่อกำเนิดขึ้นมา ราวกับเป็นสุสานศาสตราวุธ
แม้แต่เหล่าจอมยุทธ์ ที่ถือศาสตราวุธอยู่ในมือ มันยังเกิดการสั่นไหว พร้อมจะหลุดออกจากฝัก จนพวกเขาต้องจับอาวุธ ภายในฝ่ามือของพวกเขาเอาไว้ให้มั่น จากแรงหมุนวาด กระบี่ของอวิ๋นซี จนบัดนี้รอบทิศทาง ทั่วสนามประลอง เต็มไปด้วยกระบี่แสงนับไม่ถ้วน มารวมตัวกันอยู่ที่อวิ๋นซี
เสียงหมู่ชนพูดคุยกันออกมาดังก้อง “นั่นหรือวิถีกระบี่เปลี่ยนรูป ของคุณชายอวิ๋นซี ที่หลายคนกล่าวขาน” แม้แต่อี้เฉิน ยังต้องขยับกายาหลบเลี่ยง กระบี่ที่พุ่งปราดเข้ามาใส่ใบหน้าเขา อย่างไม่ตั้งใจ
ทางด้านหนานกงอวิ๋น เขายังคงหลับตาพริ้ม แม้จะรับรู้ว่าเบื้องหน้า มีการโจมตี ที่บ้าคลั่งรอเขาอยู่ก็ตาม อวิ๋นซีที่เห็นเช่นนั้น ครั้นเขาแค่นเสียง ย๊าก!! ออกมาดังก้อง พร้อมด้วยท่วงท่า ร่ายรำกระบี่ที่ดุดัน กระบี่แสงนับแสนเล่ม พุ่งปราดเข้าโจมตี หนานกงอวิ๋น อย่างบ้าคลั่งชนิดที่ไร้ช่องว่างให้หลบหนีทันที
ภาพนั้นถึงกับทำให้หมู่ชน สูดลมหายใจเย็น เข้าไปเฮือกใหญ่ ครั้นได้ยินเสียงกระบี่ดังสนั่นก้องฟ้า พร้อมกับปีกสีขาวดำทั้ง3คู่ ของหนานกงอวิ๋นที่กลางออกมากว้างจากด้านหลัง พุ่งปราดแหวกอากาศหลบหนี ไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนร่างหนานกงอวิ๋น จะมาหยุดบนฟ้าสูง พร้อมริ้วคลื่นธาราสองขั้วที่แพร่กระจาย ออกมาท่วมท้นท้องฟ้า จากปราณพลังศักดิ์สิทธิ์ และความมืดที่ไม่มีทาง ประสานรวมกันเป็นหนึ่ง เฉกเช่นตัวเขาที่เป็นเผ่าเทพมาร
ในฉับพลันที่ฝีเท้า หนานกงอวิ๋นเหยียบย่ำอากาศ จนเกิดเสียงปัง!! เขตแดง ธาราสองขั้ว ก็ไร้ซึ่งอันตราย เข้ากล้ำกลายตัวเขาอีกต่อไป
เสียงเคร้ง!! จากคลื่นกระบี่แสง ที่ดังออกมาก้องสนั่นหวั่นไหว บัดนี้การโจมตีของอวิ๋นซี ไม่อาจทำอะไรหนานกงอวิ๋น ได้อีกต่อไป แม้แต่พวกอี้เฉินที่เห็นความโอหังของ หนานกงอวิ๋น พวกเขายังต้องกำฝ่ามือเอาไว้จนแน่น
อวิ๋นซีเขากล่าวพูด ออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ “หืม!! เจอการโจมตีข้า ไปตั้งมากขนาดนี้ เจ้าก็ยังไม่คิดจะเปิดเปลือกตาขึ้นมา ปรายตามอง ข้าอีกเช่นนั้นหรือ หนานกงอวิ๋น”
อวิ๋นซีประสาน การโจมตีเข้ากับวิชาระดับ ชั้นฟ้าของเขาในทันที เมื่อฝ่ามือของเขาหมุนโคจรปราณพลัง ขึ้นมาอย่างฉับไว กระบี่แสงนับแสนเล่ม พุ่งปราดเข้ารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง จนเกิดดาบยักษ์ ราวกับแท่งเสาศิลาขนาดใหญ่ปิดแผ่นฟ้า ก่อนเสียง ย๊ากกก!! จะถูกคำรามออกมาดังก้อง พร้อมกับดัน ดาบยักษ์ออกไปโจมตีชายหนุ่ม ที่ลอยอยู่บนฟ้าสูง
เสียงปัง!!ที่ดังสะเทือนออกมาก้องฟ้า ไม่มีขาด ส่งให้เขตแดนธาราสองขั้ว หนานกงอวิ๋น แตกเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยวพริบตา จนชายหนุ่มต้องเปิดเปลือกตา ขึ้นมามองเป็นครั้งแรก
หมู่ชนพวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อว่า หนานกงอวิ๋น เขายังไม่คิดจะหลบการโจมตีนั้น ของอวิ๋นซี แม้เขตแดนการป้องกัน ของเขาจะพังเสียหายแล้วก็ตาม ทว่าเมื่อหลายคนเห็นแสงวาบ ที่ฉายจากดวงตาคู่นั้นของ หนานกงอวิ๋น หมู่ชนที่มองชมการประลอง ไม่เว้นแม้กระทั้งผู้เข้าร่วมงานประลอง ต่างก็กายาเย็นเหยียบ หนาวสั่นขึ้นมา ด้วยความหวาดกลัว
“หืม!! เจ้าไม่เป็นอะไรเช่นนั้นหรือ?” หนานกงอวิ๋น ที่ปรายตามองออกไปรอบๆ ครั้นเห็นอี้เฉิน ไม่ถูกดวงตาของเขากดข่ม เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย ก่อนฝ่ามือของเขาจะแปรเปลี่ยน เป็นกรงเล็บหงส์เพลิง จากสุดยอดวิชาสมบัติโบราณ ที่เทียบเท่าวิชาระดับชั้นฟ้า
พุ่งปราดเข้าใส่ ดาบยักษ์ ราวกับแท่งเสาศิลา เมื่อมันปะทะเข้ากับกรงเล็บหงส์เพลิงอย่างรุนแรง เสียงปัง!! ดังออกมาก้องกัมปนาท สะเทือนก้องไปทั่วหล้า แม้แต่ยอดเขายังเกิดการถล่ม แม่น้ำเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง จากแรงระเบิดที่ฉีกสวรรค์สุราลัย ออกเป็นเสี่ยงๆ จนมิติเกิดช่องว่างใหญ่
อวิ๋นซี ริมฝีปากเขากระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ในทันใด ที่ส่งปราณพลังทั้งหมดออกไปขับเคลื่อนดาบยักษ์ เข้าโจมตี ก่อนมันจะค่อยๆ เกิดรอยแตกร้าวลุกรามออกไปทั่ว แล้วแตกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ ในไม่กี่เสี้ยวอึดใจ ดวงตาที่อิดโรยของ อวิ๋นซี เขาถึงกับฉายแววความไม่อยากเชื่อออกมา ว่าวิชาของเขาจะถูกทำลาย ไม่! ไม่! เป็นไปได้อย่างไร!