
ตอนที่125 ดวงตามหาเวทย์
ด้วยแรงอัดของพลังสีทองรอบตัวของเจ้ามอเตอร์ไซค์คันงาม ร่างของจอมปีศาจถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เผาผลาญแม้พลังบอลดวงจิตเศษเสี้ยววิญญาณของภูตจอมปีศาจใต้บาดาล ก็ถูกดูดซับเข้าไปในตัวบิ๊กไบค์ของกริชเพชร
"เฮ้อๆ ..อันติมันโคตรโหดจัด..ปลัดบอก"
บิ๊กไบค์ส่งแสงวูบวาบก่อนที่จะวิ่งกลับมา ให้กริชเพชรกระโดดขึ้นไปขับขี่มัน เขารู้สึกว่าพลังของเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้มันเพิ่มขึ้น หลังจากที่ได้ดูดซับเหล่าวิญญาณ ที่มันล้างผลาญฆ่าดับสูญลง
มันกำลังเติมเต็มพลังที่ร้ายกาจเข้าไปชายหนุ่มรู้สึกพึงพอใจกับท่าอันติของเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้ มันรุนแรงมีพลังมหาศาล เหมือนจะเขย่าแกนโลกได้ด้วยตัวของมันเอง
"ท่านสามารถปลุกวิญญาณอาวุธวิเศษขึ้นมาได้ ข้ายอมรับว่าท่านมีความสามารถจริงๆ พลังจิตอสูรของท่านช่างโดดเด่นเหนือธรรมดา"
เสียงแม่ทัพสาวอาณาจักรแดนใต้บาดาลร้องคำราม
"คาถาสะกดวิญญาณ.."
เสียงของหญิงสาวคำรามออก ตาของนาง ฉับพลันก็เป็นสีดำสนิท ส่องหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นม้วนเข้าหากริชเพชร
เฮือก..!!!
กระแสสีดำเป็นเมฆหมอกเหมือนม่านมิติ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก ยกมือใช้อาวุธถุงมือดำเนรมิตของเขา สร้างเกราะป้องกันตัวจากมิติสีดำที่หมุนวนเข้าหา ฉับพลันเมื่อมันควบคุม เขาก็เหมือนถูกสต๊าฟทุกอย่างหยุดนิ่งลง
หญิงสาวค่อยๆ เดินมาหาเขาในมือของนางถือสามง่ามอันคมกริบสีขาวนวล ค่อยๆ เสือกแทงเข้าไปที่ดวงตาของชายหนุ่ม
เกราะเกล็ดอาวุธเทพมังกรโลกันตร์ของเขาเหมือนถูกปิดกั้นอยู่ตรงนั้นเช่นกัน มันหายวับไปกับตาสูญสิ้นประสิทธิภาพการป้องกันอย่างสิ้นเชิง
ปลายสามง่ามกำลังจะเจาะเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม ก่อนที่สามง่ามนั้นจะทะลุเข้าไปในเบ้าตาของเขา ฉับพลันดวงตาสีดำของนางก็กะพริบขึ้นกลายเป็นตาปกติอีกครั้ง
เฮือก! ควับ!
"อ้ารรรรซ์! "
กริชเพชรสะดุ้งเฮือกเห็นปลายสามง่ามห่างจากดวงตาของเขาไม่ถึงสองนิ้ว ชายหนุ่มเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ รียกเกราะเกล็ดมังกรโลกันตร์บรรพกาลขึ้นมาป้องกันตัวอย่างรวดเร็ว ทะลึ่งพรวดถอยหลังแบบสุดความสามารถ
เมื่อสักครู่เขาเหมือนถูกสตาฟแช่แข็งไว้ ช่วงเวลา ทุกอย่างในร่างกาย มันหยุดทำงานโดยสิ้นเชิงรอให้สามง่ามนั้นทะลุหัวเขาไปมันช่างเป็น อะไรที่ทำให้ชายหนุ่มเกือบหัวใจวาย ความตายมาอยู่ตรงหน้าไม่ถึงคืบ
"คิกๆ!! ..เฮ่อ..ทำไม? ข้าถึงใจอ่อน..สงสัยข้าจะแก่แล้วจริงๆ "
เสียงหัวเราะคิกคิกพร้อมกับเสียงถอนใจของหญิงสาวดังขึ้นเบาๆ
"ชู้รักของข้า..จิตใจของข้าช่างไม่อาจตัดใจฆ่าเจ้าลงได้จริงๆ เพียงแต่ข้าขยับข้อมือเพียงนิดเดียวหัวเจ้าก็จะระเบิดเป็นจุล แต่ข้าก็ไม่อาจจะให้โลกอสูรขาด ผู้ชายที่มีเสน่ห์อย่างเจ้าไปได้.."
นางพูดด้วยเสียงอันหยาดเยิ้ม
"เมื่อสักครู่ข้าได้ใช้คาถาสะกดจิตเจ้าด้วยดวงตามหาเวทย์ ที่ข้าสามารถชนะสงครามได้ทุกครั้ง เพราะดวงตาดวงนี้ มันจะสะกดทุกอย่างที่แสงมันสัมผัส หยุดทุกสิ่งลง ภายในสามวิไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ จะพ้นอำนาจสะกดจิตของมันได้ ท่าน
สามารถฆ่าจอมปีศาจที่ยิ่งใหญ่ของโลกบาดาล หรือว่าท่านเป็นผู้ที่ถูกเลือกให้ครอบครองอาวุธวิเศษทั้งหมดในดินแดนบาดาลแห่งนี้ ข้าก็คงจะไม่อาจฝืนลิขิตสวรรค์ปลิดชีวิตเจ้าลงได้ เอาเถอะข้าขอมอบดวงตามหาเวทย์นี้ให้กับท่าน..องค์ชายสิบสี่.."
นางพูดจบก็ควักดวงตาข้างหนึ่งของนางออกมา มันดำสนิททั้งดวง
"ดวงตามหาเวทย์นางรำพึงขึ้นอีกครั้ง"
ตาของชายหนุ่มที่กำลังเพ่งมองหญิงสาวอยู่ก็ ถูกม่านตาสีดำนั้นดูดดึงความรู้สึกทั้งสิ้นของเขา สตาฟอยู่กับที่อีกครั้ง นางขยับเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
ควับ!
ซรั๊วบส์!
นางส่งมันเข้าไปในเบ้าตาของชายหนุ่มมันละลายตัวเป็นหมึกสีดำเคลือบเข้าไปในดวงตาของเขา กริชเพชรรู้สึกเย็นว่าไปทั้งตัว แล้วปรากฏอักษรอักขระโบราณ ประทับลงไปในมันสมอง ของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วมันคือคาถาเปิดดวงตามหาเวทย์
"คิกๆ ..องค์ชายสิบสี่..ท่านมิอาจใช้มันได้บ่อยๆ ..เพราะมันกินพลังอสูรทั้งหมดของท่านห้าส่วนทุกครั้ง ถ้าใช้ในการต่อสู้จะต้องมั่นใจว่าจะเอาชนะคู่ต่อสู้ ภายในการลงมือเพียงครั้งเดียว ไม่เช่นนั้นพลังกายอสูรพลังทั้งหมดที่ลดลงครึ่งหนึ่งมันจะทำให้ท่านเกิดอันตรายถึงชีวิตถ้าพ้นสามวินาทีไปแล้ว"
หญิงสาวหัวเราะคิกๆ ก่อนที่จะถอยหลังไปทรุดนั่งลงกลับพื้น
"วิญญาณของข้าต้องได้รับการปลดปล่อยแล้ว ภาระของข้าได้สิ้นสุดลงวันนี้ ใจจริงของข้าอยากอยู่เคียงกายท่าน แต่ข้าเหนื่อยล้าเหลือเกินตลอดหลายปีต้องทนว้าเหว่ ปกป้องขุมทรัพย์อาวุธวิเศษเหล่านี้มาเนิ่นนาน"
นางพูดพร้อมกับชำเลืองดูชายหนุ่มแวบหนึ่งด้วยดวงตาข้างเดียว
"วันนี้ข้าได้พบผู้สืบทอดอาวุธนครใต้บาดาลแล้วองค์ราชินี"
นางคุกเข่ากับพื้นก้มศีรษะลงคำนับโลงแก้วอีกครั้ง แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น มามองชายหนุ่มด้วยดวงตาสีดำขลับที่เหลือ
"อาวุธชิ้นสุดท้ายคือดวงตามหาเวทย์แห่งนครใต้บาดาล ข้าได้มอบให้ท่านแล้วจงกลับออกจากนครแห่งนี้ไปเถอะ เมื่ออิทธิฤทธิ์ของดวงตามหาเวทย์ที่คุ้มครองโลกใต้บาดาลแห่งนี้ถูกท่านนำขึ้นไป โลกบาดาลก็จะดับสูญสลาย จะไม่มีดินแดนอมนุษย์อีกต่อไป"
หญิงสาวหันไปมองมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ยกยิ้มขึ้นสูง
"ข้ารู้สึกว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์พลังจิตขั้นเพชรของข้า มันเหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก เจ้าสามารถต่อสู้ได้เด่นล้ำกว่าข้าหลายเท่า เสียดายในวันนั้นถ้ากองทัพองค์ราชินีเงือกแห่งดินแดนใต้บาดาล มีแม่ทัพอย่างท่าน พวกเราอาจจะดำรงเผ่าพันธุ์อยู่มาในโลกแห่งนี้อีกตราบนานเท่านาน.."
เสียงหญิงสาวพูดอย่างเหม่อลอย
"ชีวิตของข้าเป็นผู้ปกป้องดินแดนนี้มานับหมื่นปี สุดท้ายก็ค้นพบ ผู้ที่จะมาสืบทอดอาวุธเหนือโลก และอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับเพชร ของนครใต้บาดาล ตามคำสั่งขององค์ราชินีเงือก ที่นางยอมเสียสละตัวเอง
นำเศษเสี้ยววิญญาณของพระองค์ที่ใช้เชื่อมต่อกับอาวุธเหนือโลก ไปซ่อนไว้ในปลานิรันดร์สหายของนาง รอวันคำทำนายของเทพอมนุษย์พลังจิตผู้หยั่งรู้ฟ้าดินให้สำเร็จ
เจ้าเหมาะสมแล้วที่จะครอบครองมัน ข้าก็จะกลับไปเกิดใหม่ ขอบคุณสำหรับความสุขที่เจ้ามอบให้ข้า..คิก! คิก..."
เสียงของนางหัวเราะเยือกเย็น ก่อนที่ร่างของมัมมี่สาวจะระเบิดออกเป็นละอองหิมะ จิตวิญญาณของนางกลายร่างเป็นหญิงสาวที่เปลือยเปล่า จ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาหยาดเยิ้มมีเสน่ห์ เหมือนตอนที่กริชเพชรเคยเห็นขณะร่วมหลับนอนกับนาง
"ขอบคุณองค์ชายอีกครั้งสำหรับความสุขที่ข้าได้รับ..ลาก่อนหนุ่มน้อย."
วาบๆ ๆ!! แวบบบ!!!
ร่างหิมะที่แสนสวยงามของหญิงสาวก็อันตรธานหายไปในอากาศ เศษเสี้ยวจิตวิญญาณขนาดเล็กของนางส่งประกายแวววับ มันให้พลังชีวิตที่มีเล็กน้อยเหลือเกิน
แต่พลังจิตของกริชเพชรก็สามารถสัมผัสได้ ชายหนุ่มร่ายคาถาส่งภูตวิญญาณไปเกิด ส่งเสริมนางให้มีชีวิตในภพภูมิหน้า
ตอนนี้กริชเพชรรู้แล้วว่าทำไม? กิริยาท่าทางของหลงไป๋เปลี่ยนไป เพราะนางถูกแม่ทัพแห่งนครใต้บาดาลเข้าสิง
และรู้อีกอย่างแม่ทัพแห่งนครดินแดนใต้บาดาลนางก็คือภูตอสูรเขากวางคอยปกป้องภายนอกอาณาจักร เพื่อรอวันให้มีคนที่เหมาะสมมาสืบทอดอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของนครใต้บาดาล
เพราะพวกเขารู้ดีว่าไม่สามารถชนะสงคราม ระหว่างที่ต่อสู้กับพวกอสูรและพวกปีศาจ สองพงศ์พันธ์นี้เมื่อผนึกกำลังกันแล้ว อาณาจักรคนอมนุษย์ที่อยู่ใต้พื้นพิภพ ก็ต้องถูกลบจากแผนที่โลกอสูรแห่งนี้ไป
แม้จะมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับเหนือโลกมากมายแต่ก็ไม่อาจ ยับยั้งความสูญเสียแห่งเผ่าพันธุ์ลงไปได้ปล่อยให้ อสูรและปีศาจครองโลกนี้นับหมื่นปีต่อมา
กริชเพชรคว้าตัวหลงไป๋ยัดเข้าไปในถุงนิมิตขั้นเทพของเขา ก่อนที่จะกระโดดขึ้นบิ๊กไบค์ขับทะยานออกจากประตู มุ่งตรงไปห้องบรรทมขององค์ราชินีเงือกอมนุษย์คนครึ่งปลา เมื่อชายหนุ่มย้ายของศักดิ์สิทธิ์อาวุธเทพ ที่สะกดวิญญาณปีศาจใต้นครบาดาลที่ตกตายสมัยสู้รบ มันถูกสะกดไว้เป็นผู้พิทักษ์อาวุธวิเศษ
ตามรายทางที่กริชเพชรขับรถผ่านจึงมีเหล่าอสูรน้อยใหญ่ ออกมาขัดขวางเขาชายหนุ่มใช้โซ่จากถุงมือสีดำสะบัดตรงไปข้างหน้า ทำลายพลังวิญญาณปีศาจเหล่านั้นแตกสลายไป รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของเขา พุ่งชนปีศาจที่ขวางทางแตกสลาย
ดูดซับพลังของพวกมันเพิ่มเข้าไปในตัวอาวุธศักดิ์สิทธิ์พลังจิตขั้นเพชรอย่างรวดเร็ว กริชเพชรกับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ไม่กี่อึดใจก็ผ่านดวงวิญญาณปีศาจ ผู้พิทักษ์นครบาดาลมาได้อย่างสบาย เพราะบอสหัวหน้าใหญ่ของพวกมันพากันตายหมดสิ้น ส่วนที่เหลือก็เป็นเพียงเหล่าทหารองครักษ์ธรรมดาเท่านั้น
บรื๊นๆ ๆ ๆ!! ควับๆ ๆ!!
ตูมๆ ๆ!! โครมๆ ๆ!! ปุ๊ๆ ๆ ๆ!!
รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ทะยานเข้าไปในห้องขององค์ราชินีคนครึ่งปลา กริชเพชรเรียกมันกลับคืนไปในถุงนิมิต ตามเดิมแล้ววูบหายเข้าไปในกระสวยเคลื่อนย้าย ส่งเขาขึ้นไปเบื้องบนทันที
วูบบบบ!!
ครืนนนน! โครมมมม!
"กริ๊ดดดดด!! .อ๊ากกกกก! "
เมื่อตัวลิฟท์เคลื่อนขึ้นเสียงลั่นสั่นสะเทือนในเมืองบาดาลดังระงม เหมือนสิ่งก่อสร้างจะถูกกดทับหักพังลงอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะขาดฤทธิ์อำนาจของอาวุธระดับเหนือโลก ที่เคยค้ำยันนครแห่งนี้ไม่ให้ล่มสลาย
เสียงหวีดร้องโหยหวนของเหล่าปีศาจใต้นครบาดาลก้องกังวาลไปทั่วใต้พื้นพิภพ กริชเพชรต้องถอนหายใจนึกถึงชีวิตเหล่านั้นที่ต้องดับสูญไปพร้อมกับนคร ที่เหล่าอสูรให้ขนานนามมันว่านครที่สูญหาย บัดนี้มันสูญหายสมชื่อแล้วจริงๆ
กริชเพชรออกมายืนอยู่หน้าซอกเขาเล็กๆ ชายหนุ่มกลับมายืนบนโลกอสูรอีกครั้ง อดใจที่จะหันกลับไปมองทางออกนั้นอีกไม่ได้ ม่านมิติที่ใช้ปกปิดช่องทางก็สูญสลายไปเช่นกัน เหลือทิ้งไว้แต่ห้องหินเล็กๆ ห้องหนึ่ง มันขาดพลังในการส่งกระสวยลงไปสู่เบื้องล่าง โลกบาดาลแห่งนี้ถูกตัดขาดกับโลกอสูรโดยสิ้นเชิง
ชายหนุ่มร่ายคาถากลายร่างเป็นหนอนชิเมโจได๋ขั้นสี่ แล้วก็ใช้กระสวยมิตินั้นกลับไปที่สำนักหลงแห่งตลาดมืด ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เจ้าสำนักหลงรู้เกี่ยวกับ อาวุธเหนือโลกที่เขาได้มาพร้อมกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับเพชร
ชายหนุ่มตอบแทนเจ้าสำนักหลงด้วยการมอบอาวุธขั้นเทพ และแท่งผลึกเนตรมรกตให้สำนักหลงหนึ่งกล่อง เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาได้เข้ามาในเขตปกครองของสำนักหลง และได้อาวุธเหนือโลกเป็นสมบัติของตัวเอง
เจ้าสำนักหลงดีใจที่ได้สิ่งตอบแทนอันมีมูลค่าเป็นยี่สิบล้านดอร์ หลังจากเสร็จภารกิจแล้วชายหนุ่มก็ร่ำลาสองพ่อลูกและสี่องครักษ์จตุรเทพของสำนักหลง กลับนครหลวงรอวันที่เขาจะเข้าชิง องค์รัชทายาทขององค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ ซึ่งสำนักใหญ่ทั้งห้าตระกูลก็ต้องเข้าร่วมงานพิธีครั้งนี้ด้วย
"องค์ชายสิบสี่พรุ่งนี้เจอกัน"
หลงไป๋กล่าวพร้อมกับยกมือคารวะร่ำลาองค์ชาย สิบสี่ ใบหน้าของนางยังเมินเฉยอยู่เหมือนน้ำแข็งดังเดิม
'แล้วตกลงตอนที่เรานอนกับนาง หลงไป๋รู้ตัวหรือเปล่านะ..'
กริชเพชรนึกในใจขณะยิ้มให้กับหญิงสาวเขาไม่รู้จริงๆ ว่า นางรู้เรื่องความสัมพันธ์ที่มีกับเขาในนครใต้บาดาลหรือไม่ เพราะหญิงสาวไม่มีท่าทีอาลัยอาวรณ์หรือห่วงหาเขาแม้แต่น้อย
.............................................................................................................................................................................................