Pioneer Era

    ตอนที่ 151 บอสใหญ่ปรากฏตัว!?! (1)

    ***ว่าที่ราชันแห่งสรรพสัตว์ [ไพไรต์]

    "หน่อยแน่! "

    ผมคำรามลั่น พร้อมกับฟันด้วยดาบเล่มโตไปที่คริสตัลสีฟ้าตรงช่วงแขนของศัตรู

    เกิดเสียงเกราะศิลากับเสียงแก้วคริสตัลแตกดังเสนาะกระทบใบหู

    ผมร่อนลงพื้นหลังจากทำลายส่วนแขน ก้มตัวลงต่ำหลบท่อนปืนใหญ่ที่ถูกฟาดลงมาจากด้านบน

    กลิ้งหลบออกมา แล้วตั้งท่าเตรียมพุ่งโจมตีอีกครั้ง

    แต่ในเวลาเดียวกัน เกราะแขนที่พึ่งทำลายไป ก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ด้วยแกนคริสตัลชิ้นใหม่ที่มันนำออกมาใช้แทนที่ของเดิมที่ถูกทำลายไป



    ต้องสู้แบบนี้ไปอีกนานเท่าไหรกันเนี่ย…

    เป็นเวลาถึงหนึ่งชั่วโมงแล้วที่พวกเราต่อสู้กับยัยอสูรกายขนาดยักษ์

    ทั้งเราและมัน ต่างไม่มีใครอ่อนด้อยฝีมือไปกว่ากันแม้แต่น้อย

    แต่ทว่าทิศทางลมกลับเริ่มพัดเทไปที่ฝ่ายศัตรูแทน



    "แฮก… แฮก… ฮ่า…"

    เสียงหอบหายใจของพรรคพวกกำลังดังขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด

    แรงที่จะจับอาวุธก็เริ่มไม่มี

    ซุนไกท์แทบจะไม่มีแรงวิ่งเหลืออีกแล้ว

    วานาดิไนต์ที่ไม่อาจแม้แต่จะยกขวานสงครามขึ้นมาเหวี่ยงได้

    โทแพซที่นอนนิ่งเหน็บชาเพราะยิงต่อเนื่องไม่มีหยุดพักมาตลอดหนึ่งชั่วโมงเต็ม

    แม่แต่โนอาร์ที่เคลื่อนไหวได้ดีที่สุด ก็ยังเริ่มมีออกอาการแปลก ๆ ให้เห็นเช่นกัน



    จากที่ต่อสู้ด้วยรอยยิ้ม (?) ไปพร้อมกับโทแพซ จู่ ๆ เธอก็เริ่มแสดงสีหน้าตึงเครียดให้เห็นเมื่อราวครึ่งชั่วโมงที่ผ่าน

    หลังจากนั้นเธอก็เริ่มโจมตีใส่ศัตรูอย่างร้อนรน ขาดซึ่งความเยือกเย็นอย่างที่เธอควรจะเป็น

    "แย่ละสิ นี่เจาะเข้าระบบมาได้ลึกขนาดนี้เลยเรอะ? ต้องรีบออกจากบาเรียบ้า ๆ นี้กลับไปที่ยานเสียแล้ว! "

    แถมยังพึมพำอะไรสักอย่างออกมาคนเดียวจนรู้สึกหวาดกลัวอยู่หน่อย ๆ



    "ท่านไพไรต์ ทุกคน รบกวนถอยออกมาด้วยค่ะ! "

    ในตอนนั้นเองที่โนอาร์สั่งให้ทุกคนถอย พร้อมกับกระโดดขึ้นท้องฟ้า

    สีหน้าของเธอตอนนี้ดูร้อนรนยิ่งกว่าเคย แถมยังซีดเซียวไร้วิญญาณ

    กระแสลมเริ่มผันผวน ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มปลิวทวนกระแส

    ร่างของโนอาร์กำลังห่อหุ้มไปด้วยแสงสีแดง กับกระแสลมพายุที่รุนแรงจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า



    " พลังหมัดแมววายุคำราม! เนี๊ยว~"

    ชื่อท่าวรยุทธยังคงฟังดูน่ารักผิดตามเคยแฮะ…

    พายุขนาดใหญ่ถูกปล่อยตรงออกไปใส่ร่างของอสูรยักษ์

    พลังของมันรุนแรงจนขุดหน้าดินตรงหน้าให้กลายเป็นหลุมลึกมากกว่าสิบเมตร

    การโจมตีวงกว้างที่ไร้ซึ่งหนทางหลบหนี ได้เข้าปะทะร่างของเจ้าอสูรกายเต็ม ๆ

    ส่วนโนอาร์นั้น อาจเป็นเพราะใช้พลังมากเกินไป เธอเลยร่อนลงมายืนชันเข่าหมดแรงอยู่กับพื้นแทน

    "แค่สายลมอ่อน ๆ ค่ะ"

    แต่ทว่าศัตรูของเรากลับไร้ซึ่งความเสียหายเกิดขึ้น

    ถึงจะบดขยี้เกราะศิลาที่หุ้มร่างกายได้ แต่ก็ไม่มากพอจะฆ่าหรือสร้างบาดแผลให้กับมันได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว



    "พายุของจริงต้องแบบนี้ค่ะ"

    มันกางปีกออกมา แล้วสร้างลมพัดตีกลับ สลายลมพายุของโนอาร์จนหายไปสิ้น

    "สัตว์ประหลาดชัด ๆ "

    ไม่มีทางเอาชนะเจ้าอสูรกายตัวนี้ได้…

    "กร๊อด! "

    แต่จะมายอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

    ผมกัดฟันพร้อมกับง้างดาบขึ้นเหนือหัว

    ถีบขาพุ่งทะยานออกไป โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องเจ็บปวดของร่างกาย



    "จะบุกเข้ามาตรง ๆ เลยหรือ? ต้องขอบอกว่าไร้ประโยชน์ค่ะ"

    " อั๊ก! "

    การโจมตีของผมถูกปัดออกด้วยปลายแขนของศัตรู ก่อนจะถูกแขนที่เหลืออีกสามข้างทุบใส่ใจกลางลำตัว

    ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย

    ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะชุดเกราะตัวนี้ ร่างกายคงแยกออกเป็นสามส่วนไปแล้ว

    จะแพ้แบบนี้หรือ?

    พวกเรา… จะแพ้พวกเผ่าอสูรกายอีกแล้วหรือ!?

    ไม่มีวัน!



    "ย๊ากกกกก! "

    "หึ ต่อให้จะมาไม้ไหน ก็ไม่มีวันชนะ---... ตอนนี้เลย? เอาจริงดิค่ะคุณแฟต? "

    ผมพยายามที่จะลุกขึ้นมายืนด้วยขาทั้งสองข้างอีกครั้ง

    แต่ว่าเหมือนจะได้ยินชื่อที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากปากของศัตรูแฮะ



    "..."

    "? "

    จู่ ๆ ศัตรูก็ยืนนิ่งไปซะงั้น

    มันคิดจะทำอะไร---

    "กรี๊ดดดดด!!! อ๊ากก!?! เจ็บ! ช่างเป็นการโจมตีที่รุนแรงอะไรเช่นนี้! มันบอบช้ำไปถึงจิตใจของฉัน! ตะ-- ตายแน่ค่ะ! อ๊อก! …"

    ในตอนนั้นเองที่เจ้าอสูรกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว

    น้ำเสียงของมันฟังดูแข็งทื่ออย่างแปลกประหลาด

    หลังสิ้นเสียงกรีดร้อง มันก็ล้มตัวลงนอนแน่นิ่งไปอย่างหน้าตาเฉย…

    ตรูยังไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วทำไมมันถึงตายได้ฟะ?



    "... "

    ไหนลองเข้าไปเช็คดูซิ?

    จิ้ม… จิ้ม…

    ไม่ขยับ…

    ตายแล้วจริง ๆ ด้วย?

    เอาจริงดิ?

    เดียวก่อนนะ!?!

    เกิดบ้าอะไรขึ้นกันวะเนี่ย!?

    จะบอกว่าหัวใจวายตายไปเองตามธรรมชาติอย่างงั้นเรอะ!?!

    บทจะไปก็ไปกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยเรอะเฮ้ย!?!



    ***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]

    "เป็นการแสดงละครแกล้งตายที่ห่วยแตกสุด ๆ ไปเลยดอง! "

    "เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ…"

    ฉันกับพรุนต่างวิจารณ์เหตุการณ์บนลานกว้างหน้าโรงเรียนกันอย่างออกรส

    "แต่ถ้ายัยนั่นแกล้งตาย แสดงว่าพวกดิวซ์ทำสำเร็จแล้วใช่หรือเปล่า? "

    "จริงด้วยสิ! โฮปพูดถูก! สงครามจบแล้วสินะดอง! ไชโย~! "

    แสดงว่าที่ขอพรกับดาวตกเมื่อกี้นี้มันได้ผล

    ว่าแล้วก็ต้องขอเต้นรำเพื่อฉลองสักหน่อย!

    ฉันคว้าคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมาเต้นรำด้วยกัน

    " เอ๊? อ๊ะ? ค่ะ? "

    ซึ่งคน ๆ นั้นคือเพื่อนกระต่ายผู้มีใบหูนุ่มนิ่มน่านวย [เอท] นั่นเอง



    "ตามแผนแล้ว อีกเดียวแฟตจะออกไปแสดงตัว พร้อมกับส่งซิกให้โนอาร์ แล้วเริ่มการสงบศึกสงคราม เอาละ งั้นก็หมดเวลาคุยเล่นกันแล้ว รีบลงไปที่ลานกว้างเพื่อทำงานคุ้มกันให้แฟตกันเถอะ"

    " อืม! "

    โฮปว่าเช่นนั้น แล้วกระโดดลงจากหลังคาลงไป

    อาคารนี่มันสูงห้าชั้นเลยนะโฮป…



    โฮปกระโดดลงไปที่ข้างล่างอาคารของหอพักเป็นคนแรก แล้วตามด้วยพรุนกับเจ้างูขี้เรื้อน

    สมกับที่เป็นยอดนักรบ กระโดดลงจากตึกสูงห้าชั้นได้โดยไร้ซึ่งบาดแผลเลยแฮะ

    " พวกเราเองก็รีบตามไปกันเถอะเจ้าค่ะ"

    เอทปล่อยมือที่แสนนุ่มนิ่มไปจากฉัน ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในอากาศที่ว่างเปล่า

    คนนี้ก็ไปได้สมกับที่เป็นอดีตสุดยอดสายลับเช่นกัน…



    "ไฮเจน มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ รีบไปที่ลานกว้างกันเถอะดอง~"

    ตอนนี้บนดาดฟ้าเหลือเพียงแค่ฉันกับไฮเจนเพียงสองคน

    พวกเราสองคนกะใช้วิธีบินตัดท้องฟ้าไปเอา

    ไม่ใช้วิธีเสียงตายอย่างการกระโดดตึกห้าชั้นเหมือนพวกโฮปหรอกนะดอง~

    "... ลี่ ฉันว่าสงครามยังไม่จบค่ะ"

    "ดอง? "

    ไฮเจนชักสีหน้าเครียด แล้วยกปีกสีขาวชี้ตรงไปที่ทิศเหนือของเมือง

    "สัญชาตญาณของฉันกำลังกรีดร้องอยู่ ว่าอันตรายยังไม่จบเพียงแค่นี้ค่ะ"



    ***

    ทันทีที่ราชินีอสูร (แกล้ง) ตาย กองทัพของชนเผ่ามนุษย์สัตว์ก็เริ่มโฮ่ร้องอย่างยินดีราวกับคนบ้า

    "พวกเขาชนะบอสใหญ่ของเผ่าอสูรได้แล้ว! "

    "สรรเสริญแด่ท่านเทพของพวกเรา! "

    ไม่แปลกที่พวกเขาจะคิดเช่นนั้น

    สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่มาพร้อมกับอาวุธน่าเกรงขาม ไม่ว่าจะมองยังไง ก็ไม่ต่างไปจากบอสใหญ่ของศัตรู

    เรียกได้ว่าเหล่านักรบถูกรูปลักษณ์ภายนอกของควีนหลอกเข้าให้เต็ม ๆ ตามอย่างที่แฟตปราถนาเอาไว้



    แต่วีรบุรุษของพวกเขากลับไม่รู้สึกถึงรสชาติที่เรียกว่า [ชัยชนะ] เลยแม้แต่น้อย

    "โนอาร์! เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงหน้าซีดแบบนั้น!? "

    หนึ่งในพรรคพวกของเขาเริ่มมีอาการที่ไม่สู้ดีแสดงให้เห็น

    บุรุษสิงโตรีบปัดความสงสัยในชัยชนะอันน่ากังขาออกจากหัว แล้ววิ่งเข้าหาสตรีคนสำคัญของตัวเอง เพื่อประคองร่างของเธอที่หมดเรี่ยวแรง



    "... ท่านไพไรต์ แย่แล้วค่ะ… พวกเราถูกหลอก… เป้าหมายของศัตรู… ไม่ใช่การเอาชนะพวกเราค่ะ"

    "... หมายความว่ายังไง? "

    "ยานโนอาร์… ถูกยึดไปแล้วค่ะ"

    โนอาร์กล่าวด้วยความรู้สึกผิด



    เธอรู้แต่แรกแล้วว่าพวกแฟตยังไม่ตาย ตั้งแต่ที่เห็นพวกดิวซ์ไปปรากฏอยู่ในยานอพยพโนอาร์

    แต่เป็นเพราะมองออกถึงวัตถุประสงค์ของพวกเขา เธอจึงตัดสินใจจัดการเอาเองโดยไม่บอกเจ้านายของเธอ

    เพราะเธอไม่อยากให้เจ้านายของเธอเกิดความสับสนในช่วงสงครามนั่นเอง



    แต่ทว่าเธอพลาดท่า

    เธอประเมินฝีมือของผู้รุกรานต่ำเกินไป

    เธอประเมินศัตรูที่ต่อสู้ด้วยต่ำเกินไป

    เพราะต้องแบ่งสมองส่วนหนึ่งไปกับการต่อสู้ เลยทำให้เธอไม่สามารถป้องกันการรุกรานได้อย่างมีประสิทธิภาพพอ

    ด้วยความโอหังที่คิดว่าเอาอยู่ สุดท้ายจึงสูญเสียทุกอย่างไปแทน

    ในอาร์ในตอนนี้ คือโนอาร์ที่ถูกตัดขาดจากระบบหลักอย่างสมบูรณ์แบบ

    ถึงจะมีสองจิตใจ แต่สุดท้ายแล้วกลับมีดวงวิญญาณเพียงหนึ่งเท่านั้น

    แล้วด้วยสภาพเช่นนี้ เธอจะไปเอาพลังที่ไหนมาสนับสนุนเจ้านายของเธอได้กันละ?



    "ขอโทษด้วยค่ะ… นายท่าน…"

    เธอเริ่มหลั่งน้ำตาออกมา

    เพราะว่าเธอพ่ายแพ้ จึงทำให้ไม้ตายที่เรียกว่า [อาวุธโบอราณ] สูญสิ้นไปทั้งหมด

    "... หมายความว่ายังไง? "

    แต่บุรุษสิงโตไม่เข้าใจสิ่งที่โนอาร์พูดเลยสักนิด



    "สวัสดีค่ะคุณไพไรต์"

    ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความสับสนของบุรุษหนุ่มสิงโต

    "เสียงนี้… ไม่จริง!? เธอยังมีชีวิตอยู่หรือ! "

    เสียงที่คุ้นเคยนั้น มันดังขึ้นมาจากข้างหลังของเขา

    เขารีบหันหลังกลับ เพื่อเผชิญหน้ากับเสียงที่คุ้นเคยนั้น

    "แฟต! เธอยังไม่ตาย!? "



    บุรุษสิงโตยิ่งสับสนหนักขึ้นมากกว่าเดิม

    เพราะสหายต่างเผ่าที่คิดว่าตายไปแล้ว กลับมาปรากฏตัวในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะจนเกินไป

    "แฟต ทำไมเธอถึงมาอยู่---"

    "ฉัน [แฟต] ตัวแทนเผ่าทั้งห้าจาก [ทวีปคริสตัล] หรือที่พวกท่านรู้จักกันในนามของ [เผ่าอสูรกาย] ! "

    เสียงของแฟตที่ถูกขยายด้วยเครื่องเสียงได้ดังกังวาลไปทั่วเมือง กลบเสียงทุกสรรพสิ่งจนหายไปสิ้น



    "ต้องขอขอบคุณพวกท่านที่มาปลอดปล่อยพวกเราจากราชินีไร้นามผู้ชั่วร้าย! "

    ว่าแล้วบาเรียสีฟ้าที่ปกคลุมเหนือโรงเรียนก็จางหาย พร้อมกับมีภาพฉายของแมลงขนาดยักษ์เกิดขึ้นที่ใจกลางอากาศ

    ภาพของอสูรแมลงที่มีรูปร่างน่ากลัวนอนอย่างสงบอยู่บนพื้น ได้ถูกฉายไปทั่วทั้งเมือง

    "คนที่สั่งการให้โจมตีพวกคุณคือเธอคนนี้

    คนที่จับชนเผ่าท้องถิ่นให้มาคุมขังคือเธอคนนี้

    และคนที่ทำลายหอคอยโนอาร์ ก็คือเธอคนนี้"

    แฟตกำลังพูดโกหกคำโต

    สิ่งที่ควีนทำ มีเพียงแค่สั่งควบคุมเมืองจากการยึดอำนาจ แล้วเตรียมพร้อมทำสงครามกับชนเผ่าสัตว์เท่านั้น

    การโจมตีหอคอยโนอาร์ มันเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะเข้ามายึดอำนาจ

    แต่แฟตต้องการโยนความผิดทุกอย่างให้กับคนที่ (แกล้ง) ตาย

    ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่า [ความแค้น] ของตนได้ถูกชำระล้างไปแล้ว



    " ต้องขอบคุณคณะผู้นำของท่าน ขอบคุณเทพเจ้าของท่านที่มาช่วยพวกเรา! "

    แฟตเดินเข้าไปใกล้ไพไรต์ที่ประคองตัวโนอาร์

    แล้วก้มคำนับขอบคุณให้พวกเขาด้วยทวงท่าที่สง่างาม

    ภาพนั้นยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของชนเผ่าสัตว์ ว่าพวกเขาได้รับชัยชนะที่สำคัญมาแล้ว

    แต่ไพไรต์กลับยิ่งสับสนมากขึ้นกว่าเดิม

    ส่วนโนอาร์นั้น เธอรู้ได้ในทันที ว่าตัวเลือกของเธอในเวลานี้ มีแต่จะต้องยอมเล่นไปตามละครของคนที่ชื่อว่าแฟตเท่านั้น



    แฟตยึดระบบควบคุมของยานไปเป็นของเธอเองแล้ว

    คิดว่ายังจะสู้ต่อได้อีกหรือไม่?

    คำตอบคือ [ไม่]

    คำกล่าวขอบคุณของแฟต สำหรับโนอาร์แล้ว มันไม่ต่างอะไรไปจากการดึงสถานะของไพไรต์เป็นตัวประกัน



    "ถ้ายังไม่อยากให้ไพไรต์เสียหน้า ก็จงเล่นตามน้ำไปซะ"

    โนอาร์ตีความคำขอบคุณของแฟตเป็นเช่นนี้

    "... ขอบคุณค่ะ นายท่านไพไรต์ มารร้ายได้ถูกปราบลงแล้วอย่างที่ท่านผู้นี้ว่าค่ะ"

    สุดท้ายเธอจึงยอมเล่นตามน้ำไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บแค้น

    "ฮะ… ฮืม? แอะ? อืม? "

    ส่วนไพไรต์ เขายิ่งสับสนหนักขึ้นกว่าเดิมต่อท่าทีของโนอาร์ที่ที่แสดงต่อแฟตในเวลานี้



    ภาพในอุดมคติของไพไรต์คือจบสงครามด้วยชัยชนะของชนเผ่าสัตว์ เพื่อผลประโยชน์ของชนเผ่า

    แต่เวลานี้กลับเป็นชัยชนะจอมปลอมที่แฟตสร้างภาพขึ้นให้กับไพไรต์แทน

    แค่คิดว่าหลังจากนี้จะถูกเรียกร้องอะไรบ้างเพื่อรักษาสถานะภาพไพไรต์ในเผ่า โนอาร์ก็เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว



    แฟตเองก็รู้ว่าโนอาร์รักไพไรต์มาก

    รักจนถึงขั้นบ้าคลั่ง

    ในขณะที่ไพไรต์เป็นคนซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง

    เธอจึงใช่วิธีนี้เพื่อควบคุมพวกเขาทั้งสองคน ในการควบคุมชนเผ่าสัตว์เพื่อจบสงครามครั้งนี้

    และเธอยังทำมันสำเร็จเสียด้วย

    เวทีการต่อสู้หลังจากนี้จะถูกย้ายไปสู่โต๊ะเจรจา ที่มีปากกับปากกาเป็นอาวุธในการสู้ศึกแทน

    โดยที่แฟตมีความยานอพยพโนอาร์ทั้งลำเป็นตัวต่อรอง



    ชนเผ่าสัตว์ได้ลิ้มรสชาติของชัยชนะที่แฟตจัดวางไว้ให้

    ส่วนแฟตเองก็ได้ควบคุมชนเผ่าสัตว์ กับยืนยันความปลอดภัยของเผ่าตัวเอง ด้วยการใช้ยานอพยพโนอาร์ควบคุมโนอาร์กับไพไรต์อีกต่อหนึ่ง

    สงครามได้จบลงแล้ว

    ใช่… มันควรจะจบลงแค่นี้---

    "เจอตัวนายท่านแล้วค่ะ~"

    "มาถึงโรงเรียนแล้วปิว! "

    ---ถ้าหากว่าไม่มีกองกำลังแห่งราคะมาปรากฏตัวขึ้นอะนะ…

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน