***ว่าที่ราชันแห่งสรรพสัตว์ [ไพไรต์]
"หน่อยแน่! "
ผมคำรามลั่น พร้อมกับฟันด้วยดาบเล่มโตไปที่คริสตัลสีฟ้าตรงช่วงแขนของศัตรู
เกิดเสียงเกราะศิลากับเสียงแก้วคริสตัลแตกดังเสนาะกระทบใบหู
ผมร่อนลงพื้นหลังจากทำลายส่วนแขน ก้มตัวลงต่ำหลบท่อนปืนใหญ่ที่ถูกฟาดลงมาจากด้านบน
กลิ้งหลบออกมา แล้วตั้งท่าเตรียมพุ่งโจมตีอีกครั้ง
แต่ในเวลาเดียวกัน เกราะแขนที่พึ่งทำลายไป ก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ด้วยแกนคริสตัลชิ้นใหม่ที่มันนำออกมาใช้แทนที่ของเดิมที่ถูกทำลายไป
ต้องสู้แบบนี้ไปอีกนานเท่าไหรกันเนี่ย…
เป็นเวลาถึงหนึ่งชั่วโมงแล้วที่พวกเราต่อสู้กับยัยอสูรกายขนาดยักษ์
ทั้งเราและมัน ต่างไม่มีใครอ่อนด้อยฝีมือไปกว่ากันแม้แต่น้อย
แต่ทว่าทิศทางลมกลับเริ่มพัดเทไปที่ฝ่ายศัตรูแทน
"แฮก… แฮก… ฮ่า…"
เสียงหอบหายใจของพรรคพวกกำลังดังขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด
แรงที่จะจับอาวุธก็เริ่มไม่มี
ซุนไกท์แทบจะไม่มีแรงวิ่งเหลืออีกแล้ว
วานาดิไนต์ที่ไม่อาจแม้แต่จะยกขวานสงครามขึ้นมาเหวี่ยงได้
โทแพซที่นอนนิ่งเหน็บชาเพราะยิงต่อเนื่องไม่มีหยุดพักมาตลอดหนึ่งชั่วโมงเต็ม
แม่แต่โนอาร์ที่เคลื่อนไหวได้ดีที่สุด ก็ยังเริ่มมีออกอาการแปลก ๆ ให้เห็นเช่นกัน
จากที่ต่อสู้ด้วยรอยยิ้ม (?) ไปพร้อมกับโทแพซ จู่ ๆ เธอก็เริ่มแสดงสีหน้าตึงเครียดให้เห็นเมื่อราวครึ่งชั่วโมงที่ผ่าน
หลังจากนั้นเธอก็เริ่มโจมตีใส่ศัตรูอย่างร้อนรน ขาดซึ่งความเยือกเย็นอย่างที่เธอควรจะเป็น
"แย่ละสิ นี่เจาะเข้าระบบมาได้ลึกขนาดนี้เลยเรอะ? ต้องรีบออกจากบาเรียบ้า ๆ นี้กลับไปที่ยานเสียแล้ว! "
แถมยังพึมพำอะไรสักอย่างออกมาคนเดียวจนรู้สึกหวาดกลัวอยู่หน่อย ๆ
"ท่านไพไรต์ ทุกคน รบกวนถอยออกมาด้วยค่ะ! "
ในตอนนั้นเองที่โนอาร์สั่งให้ทุกคนถอย พร้อมกับกระโดดขึ้นท้องฟ้า
สีหน้าของเธอตอนนี้ดูร้อนรนยิ่งกว่าเคย แถมยังซีดเซียวไร้วิญญาณ
กระแสลมเริ่มผันผวน ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มปลิวทวนกระแส
ร่างของโนอาร์กำลังห่อหุ้มไปด้วยแสงสีแดง กับกระแสลมพายุที่รุนแรงจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
" พลังหมัดแมววายุคำราม! เนี๊ยว~"
ชื่อท่าวรยุทธยังคงฟังดูน่ารักผิดตามเคยแฮะ…
พายุขนาดใหญ่ถูกปล่อยตรงออกไปใส่ร่างของอสูรยักษ์
พลังของมันรุนแรงจนขุดหน้าดินตรงหน้าให้กลายเป็นหลุมลึกมากกว่าสิบเมตร
การโจมตีวงกว้างที่ไร้ซึ่งหนทางหลบหนี ได้เข้าปะทะร่างของเจ้าอสูรกายเต็ม ๆ
ส่วนโนอาร์นั้น อาจเป็นเพราะใช้พลังมากเกินไป เธอเลยร่อนลงมายืนชันเข่าหมดแรงอยู่กับพื้นแทน
"แค่สายลมอ่อน ๆ ค่ะ"
แต่ทว่าศัตรูของเรากลับไร้ซึ่งความเสียหายเกิดขึ้น
ถึงจะบดขยี้เกราะศิลาที่หุ้มร่างกายได้ แต่ก็ไม่มากพอจะฆ่าหรือสร้างบาดแผลให้กับมันได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว
"พายุของจริงต้องแบบนี้ค่ะ"
มันกางปีกออกมา แล้วสร้างลมพัดตีกลับ สลายลมพายุของโนอาร์จนหายไปสิ้น
"สัตว์ประหลาดชัด ๆ "
ไม่มีทางเอาชนะเจ้าอสูรกายตัวนี้ได้…
"กร๊อด! "
แต่จะมายอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
ผมกัดฟันพร้อมกับง้างดาบขึ้นเหนือหัว
ถีบขาพุ่งทะยานออกไป โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องเจ็บปวดของร่างกาย
"จะบุกเข้ามาตรง ๆ เลยหรือ? ต้องขอบอกว่าไร้ประโยชน์ค่ะ"
" อั๊ก! "
การโจมตีของผมถูกปัดออกด้วยปลายแขนของศัตรู ก่อนจะถูกแขนที่เหลืออีกสามข้างทุบใส่ใจกลางลำตัว
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย
ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะชุดเกราะตัวนี้ ร่างกายคงแยกออกเป็นสามส่วนไปแล้ว
จะแพ้แบบนี้หรือ?
พวกเรา… จะแพ้พวกเผ่าอสูรกายอีกแล้วหรือ!?
ไม่มีวัน!
"ย๊ากกกกก! "
"หึ ต่อให้จะมาไม้ไหน ก็ไม่มีวันชนะ---... ตอนนี้เลย? เอาจริงดิค่ะคุณแฟต? "
ผมพยายามที่จะลุกขึ้นมายืนด้วยขาทั้งสองข้างอีกครั้ง
แต่ว่าเหมือนจะได้ยินชื่อที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากปากของศัตรูแฮะ
"..."
"? "
จู่ ๆ ศัตรูก็ยืนนิ่งไปซะงั้น
มันคิดจะทำอะไร---
"กรี๊ดดดดด!!! อ๊ากก!?! เจ็บ! ช่างเป็นการโจมตีที่รุนแรงอะไรเช่นนี้! มันบอบช้ำไปถึงจิตใจของฉัน! ตะ-- ตายแน่ค่ะ! อ๊อก! …"
ในตอนนั้นเองที่เจ้าอสูรกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว
น้ำเสียงของมันฟังดูแข็งทื่ออย่างแปลกประหลาด
หลังสิ้นเสียงกรีดร้อง มันก็ล้มตัวลงนอนแน่นิ่งไปอย่างหน้าตาเฉย…
ตรูยังไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วทำไมมันถึงตายได้ฟะ?
"... "
ไหนลองเข้าไปเช็คดูซิ?
จิ้ม… จิ้ม…
ไม่ขยับ…
ตายแล้วจริง ๆ ด้วย?
เอาจริงดิ?
เดียวก่อนนะ!?!
เกิดบ้าอะไรขึ้นกันวะเนี่ย!?
จะบอกว่าหัวใจวายตายไปเองตามธรรมชาติอย่างงั้นเรอะ!?!
บทจะไปก็ไปกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยเรอะเฮ้ย!?!
***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
"เป็นการแสดงละครแกล้งตายที่ห่วยแตกสุด ๆ ไปเลยดอง! "
"เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ…"
ฉันกับพรุนต่างวิจารณ์เหตุการณ์บนลานกว้างหน้าโรงเรียนกันอย่างออกรส
"แต่ถ้ายัยนั่นแกล้งตาย แสดงว่าพวกดิวซ์ทำสำเร็จแล้วใช่หรือเปล่า? "
"จริงด้วยสิ! โฮปพูดถูก! สงครามจบแล้วสินะดอง! ไชโย~! "
แสดงว่าที่ขอพรกับดาวตกเมื่อกี้นี้มันได้ผล
ว่าแล้วก็ต้องขอเต้นรำเพื่อฉลองสักหน่อย!
ฉันคว้าคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมาเต้นรำด้วยกัน
" เอ๊? อ๊ะ? ค่ะ? "
ซึ่งคน ๆ นั้นคือเพื่อนกระต่ายผู้มีใบหูนุ่มนิ่มน่านวย [เอท] นั่นเอง
"ตามแผนแล้ว อีกเดียวแฟตจะออกไปแสดงตัว พร้อมกับส่งซิกให้โนอาร์ แล้วเริ่มการสงบศึกสงคราม เอาละ งั้นก็หมดเวลาคุยเล่นกันแล้ว รีบลงไปที่ลานกว้างเพื่อทำงานคุ้มกันให้แฟตกันเถอะ"
" อืม! "
โฮปว่าเช่นนั้น แล้วกระโดดลงจากหลังคาลงไป
อาคารนี่มันสูงห้าชั้นเลยนะโฮป…
โฮปกระโดดลงไปที่ข้างล่างอาคารของหอพักเป็นคนแรก แล้วตามด้วยพรุนกับเจ้างูขี้เรื้อน
สมกับที่เป็นยอดนักรบ กระโดดลงจากตึกสูงห้าชั้นได้โดยไร้ซึ่งบาดแผลเลยแฮะ
" พวกเราเองก็รีบตามไปกันเถอะเจ้าค่ะ"
เอทปล่อยมือที่แสนนุ่มนิ่มไปจากฉัน ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในอากาศที่ว่างเปล่า
คนนี้ก็ไปได้สมกับที่เป็นอดีตสุดยอดสายลับเช่นกัน…
"ไฮเจน มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ รีบไปที่ลานกว้างกันเถอะดอง~"
ตอนนี้บนดาดฟ้าเหลือเพียงแค่ฉันกับไฮเจนเพียงสองคน
พวกเราสองคนกะใช้วิธีบินตัดท้องฟ้าไปเอา
ไม่ใช้วิธีเสียงตายอย่างการกระโดดตึกห้าชั้นเหมือนพวกโฮปหรอกนะดอง~
"... ลี่ ฉันว่าสงครามยังไม่จบค่ะ"
"ดอง? "
ไฮเจนชักสีหน้าเครียด แล้วยกปีกสีขาวชี้ตรงไปที่ทิศเหนือของเมือง
"สัญชาตญาณของฉันกำลังกรีดร้องอยู่ ว่าอันตรายยังไม่จบเพียงแค่นี้ค่ะ"
***
ทันทีที่ราชินีอสูร (แกล้ง) ตาย กองทัพของชนเผ่ามนุษย์สัตว์ก็เริ่มโฮ่ร้องอย่างยินดีราวกับคนบ้า
"พวกเขาชนะบอสใหญ่ของเผ่าอสูรได้แล้ว! "
"สรรเสริญแด่ท่านเทพของพวกเรา! "
ไม่แปลกที่พวกเขาจะคิดเช่นนั้น
สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่มาพร้อมกับอาวุธน่าเกรงขาม ไม่ว่าจะมองยังไง ก็ไม่ต่างไปจากบอสใหญ่ของศัตรู
เรียกได้ว่าเหล่านักรบถูกรูปลักษณ์ภายนอกของควีนหลอกเข้าให้เต็ม ๆ ตามอย่างที่แฟตปราถนาเอาไว้
แต่วีรบุรุษของพวกเขากลับไม่รู้สึกถึงรสชาติที่เรียกว่า [ชัยชนะ] เลยแม้แต่น้อย
"โนอาร์! เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงหน้าซีดแบบนั้น!? "
หนึ่งในพรรคพวกของเขาเริ่มมีอาการที่ไม่สู้ดีแสดงให้เห็น
บุรุษสิงโตรีบปัดความสงสัยในชัยชนะอันน่ากังขาออกจากหัว แล้ววิ่งเข้าหาสตรีคนสำคัญของตัวเอง เพื่อประคองร่างของเธอที่หมดเรี่ยวแรง
"... ท่านไพไรต์ แย่แล้วค่ะ… พวกเราถูกหลอก… เป้าหมายของศัตรู… ไม่ใช่การเอาชนะพวกเราค่ะ"
"... หมายความว่ายังไง? "
"ยานโนอาร์… ถูกยึดไปแล้วค่ะ"
โนอาร์กล่าวด้วยความรู้สึกผิด
เธอรู้แต่แรกแล้วว่าพวกแฟตยังไม่ตาย ตั้งแต่ที่เห็นพวกดิวซ์ไปปรากฏอยู่ในยานอพยพโนอาร์
แต่เป็นเพราะมองออกถึงวัตถุประสงค์ของพวกเขา เธอจึงตัดสินใจจัดการเอาเองโดยไม่บอกเจ้านายของเธอ
เพราะเธอไม่อยากให้เจ้านายของเธอเกิดความสับสนในช่วงสงครามนั่นเอง
แต่ทว่าเธอพลาดท่า
เธอประเมินฝีมือของผู้รุกรานต่ำเกินไป
เธอประเมินศัตรูที่ต่อสู้ด้วยต่ำเกินไป
เพราะต้องแบ่งสมองส่วนหนึ่งไปกับการต่อสู้ เลยทำให้เธอไม่สามารถป้องกันการรุกรานได้อย่างมีประสิทธิภาพพอ
ด้วยความโอหังที่คิดว่าเอาอยู่ สุดท้ายจึงสูญเสียทุกอย่างไปแทน
ในอาร์ในตอนนี้ คือโนอาร์ที่ถูกตัดขาดจากระบบหลักอย่างสมบูรณ์แบบ
ถึงจะมีสองจิตใจ แต่สุดท้ายแล้วกลับมีดวงวิญญาณเพียงหนึ่งเท่านั้น
แล้วด้วยสภาพเช่นนี้ เธอจะไปเอาพลังที่ไหนมาสนับสนุนเจ้านายของเธอได้กันละ?
"ขอโทษด้วยค่ะ… นายท่าน…"
เธอเริ่มหลั่งน้ำตาออกมา
เพราะว่าเธอพ่ายแพ้ จึงทำให้ไม้ตายที่เรียกว่า [อาวุธโบอราณ] สูญสิ้นไปทั้งหมด
"... หมายความว่ายังไง? "
แต่บุรุษสิงโตไม่เข้าใจสิ่งที่โนอาร์พูดเลยสักนิด
"สวัสดีค่ะคุณไพไรต์"
ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความสับสนของบุรุษหนุ่มสิงโต
"เสียงนี้… ไม่จริง!? เธอยังมีชีวิตอยู่หรือ! "
เสียงที่คุ้นเคยนั้น มันดังขึ้นมาจากข้างหลังของเขา
เขารีบหันหลังกลับ เพื่อเผชิญหน้ากับเสียงที่คุ้นเคยนั้น
"แฟต! เธอยังไม่ตาย!? "
บุรุษสิงโตยิ่งสับสนหนักขึ้นมากกว่าเดิม
เพราะสหายต่างเผ่าที่คิดว่าตายไปแล้ว กลับมาปรากฏตัวในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะจนเกินไป
"แฟต ทำไมเธอถึงมาอยู่---"
"ฉัน [แฟต] ตัวแทนเผ่าทั้งห้าจาก [ทวีปคริสตัล] หรือที่พวกท่านรู้จักกันในนามของ [เผ่าอสูรกาย] ! "
เสียงของแฟตที่ถูกขยายด้วยเครื่องเสียงได้ดังกังวาลไปทั่วเมือง กลบเสียงทุกสรรพสิ่งจนหายไปสิ้น
"ต้องขอขอบคุณพวกท่านที่มาปลอดปล่อยพวกเราจากราชินีไร้นามผู้ชั่วร้าย! "
ว่าแล้วบาเรียสีฟ้าที่ปกคลุมเหนือโรงเรียนก็จางหาย พร้อมกับมีภาพฉายของแมลงขนาดยักษ์เกิดขึ้นที่ใจกลางอากาศ
ภาพของอสูรแมลงที่มีรูปร่างน่ากลัวนอนอย่างสงบอยู่บนพื้น ได้ถูกฉายไปทั่วทั้งเมือง
"คนที่สั่งการให้โจมตีพวกคุณคือเธอคนนี้
คนที่จับชนเผ่าท้องถิ่นให้มาคุมขังคือเธอคนนี้
และคนที่ทำลายหอคอยโนอาร์ ก็คือเธอคนนี้"
แฟตกำลังพูดโกหกคำโต
สิ่งที่ควีนทำ มีเพียงแค่สั่งควบคุมเมืองจากการยึดอำนาจ แล้วเตรียมพร้อมทำสงครามกับชนเผ่าสัตว์เท่านั้น
การโจมตีหอคอยโนอาร์ มันเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะเข้ามายึดอำนาจ
แต่แฟตต้องการโยนความผิดทุกอย่างให้กับคนที่ (แกล้ง) ตาย
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่า [ความแค้น] ของตนได้ถูกชำระล้างไปแล้ว
" ต้องขอบคุณคณะผู้นำของท่าน ขอบคุณเทพเจ้าของท่านที่มาช่วยพวกเรา! "
แฟตเดินเข้าไปใกล้ไพไรต์ที่ประคองตัวโนอาร์
แล้วก้มคำนับขอบคุณให้พวกเขาด้วยทวงท่าที่สง่างาม
ภาพนั้นยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของชนเผ่าสัตว์ ว่าพวกเขาได้รับชัยชนะที่สำคัญมาแล้ว
แต่ไพไรต์กลับยิ่งสับสนมากขึ้นกว่าเดิม
ส่วนโนอาร์นั้น เธอรู้ได้ในทันที ว่าตัวเลือกของเธอในเวลานี้ มีแต่จะต้องยอมเล่นไปตามละครของคนที่ชื่อว่าแฟตเท่านั้น
แฟตยึดระบบควบคุมของยานไปเป็นของเธอเองแล้ว
คิดว่ายังจะสู้ต่อได้อีกหรือไม่?
คำตอบคือ [ไม่]
คำกล่าวขอบคุณของแฟต สำหรับโนอาร์แล้ว มันไม่ต่างอะไรไปจากการดึงสถานะของไพไรต์เป็นตัวประกัน
"ถ้ายังไม่อยากให้ไพไรต์เสียหน้า ก็จงเล่นตามน้ำไปซะ"
โนอาร์ตีความคำขอบคุณของแฟตเป็นเช่นนี้
"... ขอบคุณค่ะ นายท่านไพไรต์ มารร้ายได้ถูกปราบลงแล้วอย่างที่ท่านผู้นี้ว่าค่ะ"
สุดท้ายเธอจึงยอมเล่นตามน้ำไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บแค้น
"ฮะ… ฮืม? แอะ? อืม? "
ส่วนไพไรต์ เขายิ่งสับสนหนักขึ้นกว่าเดิมต่อท่าทีของโนอาร์ที่ที่แสดงต่อแฟตในเวลานี้
ภาพในอุดมคติของไพไรต์คือจบสงครามด้วยชัยชนะของชนเผ่าสัตว์ เพื่อผลประโยชน์ของชนเผ่า
แต่เวลานี้กลับเป็นชัยชนะจอมปลอมที่แฟตสร้างภาพขึ้นให้กับไพไรต์แทน
แค่คิดว่าหลังจากนี้จะถูกเรียกร้องอะไรบ้างเพื่อรักษาสถานะภาพไพไรต์ในเผ่า โนอาร์ก็เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว
แฟตเองก็รู้ว่าโนอาร์รักไพไรต์มาก
รักจนถึงขั้นบ้าคลั่ง
ในขณะที่ไพไรต์เป็นคนซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง
เธอจึงใช่วิธีนี้เพื่อควบคุมพวกเขาทั้งสองคน ในการควบคุมชนเผ่าสัตว์เพื่อจบสงครามครั้งนี้
และเธอยังทำมันสำเร็จเสียด้วย
เวทีการต่อสู้หลังจากนี้จะถูกย้ายไปสู่โต๊ะเจรจา ที่มีปากกับปากกาเป็นอาวุธในการสู้ศึกแทน
โดยที่แฟตมีความยานอพยพโนอาร์ทั้งลำเป็นตัวต่อรอง
ชนเผ่าสัตว์ได้ลิ้มรสชาติของชัยชนะที่แฟตจัดวางไว้ให้
ส่วนแฟตเองก็ได้ควบคุมชนเผ่าสัตว์ กับยืนยันความปลอดภัยของเผ่าตัวเอง ด้วยการใช้ยานอพยพโนอาร์ควบคุมโนอาร์กับไพไรต์อีกต่อหนึ่ง
สงครามได้จบลงแล้ว
ใช่… มันควรจะจบลงแค่นี้---
"เจอตัวนายท่านแล้วค่ะ~"
"มาถึงโรงเรียนแล้วปิว! "
---ถ้าหากว่าไม่มีกองกำลังแห่งราคะมาปรากฏตัวขึ้นอะนะ…